เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 ช่วงเวลาแห่งความอับอาย

ตอนที่ 30 ช่วงเวลาแห่งความอับอาย

ตอนที่ 30 ช่วงเวลาแห่งความอับอาย


จากคำพูดเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่าเฉินเถียนเถียนไม่ต้องการแสร้งทำตัวอ่อนแออีกแล้ว นางต้องการลุกขึ้นสู้และเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุผล

แม้หลินชวนฮวาจะทำสิ่งเลวร้าย แต่ในท้ายที่สุดแล้วนางก็ต้องรับผลกรรมนั้น เรื่องที่ถูกปั้นขึ้นมาจะไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของชาวบ้านได้

ก่อนหน้านี้เฉินเถียนเถียนแสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้ทุกคนตายใจ แต่จากนี้ไปนางจะทำให้ทุกคนได้รู้จักกับตำรวจสาวผู้แข็งแกร่ง!

เหตุผลที่เฉินเถียนเถียนต้องแสร้งทำเป็นอ่อนแอก็เพราะหากชาวบ้านรู้สึกว่านางเปลี่ยนไปอย่างกระทันหันอาจเกิดความสงสัยและคิดว่านางโดนผีเข้าได้ เป็นเพราะคนในยุคนี้เชื่อเรื่องผีสางยิ่งกว่าสิ่งใด!

สำหรับหลินชวนฮวาในตอนนี้ภาพลักษณ์ของนางไม่ได้สวยงามเช่นเคยจึงไม่กล้าพูดกล่าวอะไรมากมายนัก เพราะพูดไปแล้วไม่มีใครคิดเชื่อถือ

ดังนั้นเฉินเถียนเถียนจึงเลือกโอกาสนี้เพื่อก้าวออกมาสู่โลกภายนอกเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงให้กับตนเอง หลังจากถูกรังแกและทารุณมาเนิ่นนานนาน แน่นอนว่าการลุกขึ้นต่อต้านไม่ใช่เรื่องแปลก ฉะนั้นนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้คนสงสัย!

“หลานรัก อย่าได้โกรธเคืองไปเลย... ไม่ว่าอย่างไรนางก็ถือว่าเป็นแม่ของเจ้า อีกไม่นานทุกคนคงรู้ความจริงและไม่มีใครให้ค่ากับคำพูดของนาง!”

เฉินเถียนเถียนเงยหน้าขึ้นพร้อมอย่างคำออกอย่างเย็นชา “ข้าสูญเสียความบริสุทธิ์ไปจริงหรือไม่… ไม่มีใครรู้! แต่เรื่องที่หลินชวนฮวาส่งข้าไปยังบ้านของนายน้อยหลี่เพื่อเป็นสินบนให้กับลูกชายนั้นเป็นความจริงที่นางไม่อาจแก้ตัวได้! ข้าอาจจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปแต่เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับว่าข้าไม่อาจรักษาทรัพย์สมบัติของแม่หยุนไว้ได้… ส่วนเฉินเฉิงเยี่ยเป็นลูกชายผู้ล้ำค่าของหลินชวนฮวาใช่หรือไม่? ยังคิดว่าเขาจะประสบความสำเร็จได้อีกหรือ? ข้าจะทำลายความฝันของนางเอง! ป้าไม่ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมให้ข้าใจเย็นหรอกเพราะไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่มีวันปล่อยนางไป ท่านผู้เฒ่าจะลงโทษข้าขั้นรุนแรงไม่ได้เพราะพวกเขาไม่มีหลักฐาน มากที่สุดก็แค่บังคับให้ข้าแต่งงาน... แต่ก่อนที่ข้าจะแต่งงาน หลินชวนฮวาต้องได้รับบทเรียนเสียบ้าง ข้าจะทำให้นางรู้จักคำว่าเจ็บปวด!”

หลังจากพูดจบ นางก็เดินออกไปโดยไม่สนใจว่าทุกคนต่างกำลังจ้องมองด้วยความประหลาดใจ

ในยามนี้… เฉินเถียนเถียนเด็ดเดี่ยวราวกับนักสู้!

แต่หลังจากเดินออกมาได้ไม่นาน เด็กสาวพลันสะดุดก้อนหินและล้มลงหน้าคะมำกับพื้น

ความอัดอั้นทำให้นางร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บใจ ไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่างมันช่างเจ็บปวดยิ่ง แม้แต่หินก้อนเล็ก ๆ ยังทำร้ายนาง!

เฉินเถียนเถียนนอนนิ่งโดยไร้ซึ่งความปรารถนาที่จะลุกขึ้น

ทว่าในตอนนั้นรองเท้าผ้าสีดำคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้น... เมื่อเห็นดังนั้นนางก็คาดเดาได้ทันทีว่าเจ้าของรองเท้าคู่นี้คือใคร!

เฉินเถียนเถียนอดที่จะชื่นชมตนเองไม่ได้ แม้ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้นางยังคงสามารถแสดงทักษะทางตำรวจออกมาได้อย่างน่าภูมิใจ!

นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองภาพตรงหน้า

เจ้าของรองเท้าคู่นี้คือชายร่างใหญ่หนวดเครารุงรัง... เขามักจะโผล่มาในช่วงเวลาที่อับอายของนางเสมอ!

‘อะไรกัน? เหตุใดเจ้าต้องโผล่มาในช่วงเวลาเช่นนี้ตลอด? ตอนนี้คงหัวเราะเยาะข้าในใจเป็นพันครั้งแล้วสินะ?!’

แม้ว่าหยุนเคอจะรู้สึกขบขันกับภาพตรงหน้าแต่คงไม่ดีนักหากจะหัวเราะออกมา ด้วยประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาทำให้หยุนเคอควบคุมอารมณ์ได้ดี แล้วก็ไม่มีใครสามารถเดาความรู้สึกของเขาได้เช่นกัน

“เจ้าไปที่บ้านของข้าหรือไม่?”

เฉินเถียนเถียนลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด นางค่อย ๆ ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าของตนก่อนจะกล่าวตอบ “ใช่ ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าหากให้ยืมไก่ป่า... ข้าก็จะเอามาคืน! แต่เมื่อข้าไปถึงกลับไม่เห็นเจ้าจึงวางมันไว้อย่างนั้น”

หยุนเคอยกตระกร้าขึ้นและพบว่าของที่เฉินเถียนเถียนนำมาคือไก่ป่า ซึ่งนางซื้อมาด้วยเงินที่ได้รับคืนจากหลินชวนฮวา

เมื่อได้ยินว่าเฉินเถียนเถียนถูกเรียกไปบ้านของป้าจี๋ หลินชวนฮวาก็รู้สึกกระวนกระวายจนไม่สามารถเอาก้นแนบพื้นได้ ในที่สุดนางจึงเร่งรีบออกจากบ้านด้วยความร้อนใจ

ในตอนนั้นเองนางก็บังเอิญเห็นว่าเฉินเถียนเถียนกำลังพูดคุยกับหยุนเคออยู่

‘นังเด็กเหลือขอรู้จักกับคนป่าด้วยงั้นหรือ? ช่างนางสิ... นี่ก็ถือเป็นโอกาสที่ดี!’

หลินชวนฮวาคิดอย่างนั้นจึงร้องตะโกนสุดเสียง “เถียนเถียนระวัง! นั่นมันคนป่า!”

ชาวบ้านทุกคนต่างตื่นตระหนกไปด้วย พวกเขารู้ดีว่ามีคนป่าอาศัยอยู่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาลงมาจากภูเขาเมื่อไหร่กันอีกทั้งยังมีหลายคนรู้เพียงว่ามีคนป่าอาศัยอยู่ แต่กลับไม่เคยพบเห็นสักครั้ง!

ชาวบ้านกรูเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนล้วนอยากเห็นว่าคนป่านั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร?

ในคราวแรกหยุนเคอตื่นตระหนกเมื่อได้ยินเสียงตะโกน แต่เขาก็ตั้งสติได้อย่างรวดเร็วทว่าร่างกายกลับถูกล้อมรอบไปด้วยชาวบ้านมากมายเสียแล้ว

หลินชวนฮวารุดตัวมาหาเฉินเถียนเถียนอย่างเร่งรีบพร้อมหายใจหอบหนัก

“เถียนเถียนกลับบ้านกับแม่เดี๋ยวนี้… เขาเป็นคนป่าอาจทำร้ายเจ้าได้!”

เฉินเถียนเถียนยกยิ้มเย็นชาก่อนจะกล่าวตอบ “ในโลกใบนี้นอกจากหญิงที่ชื่อหลินชวนฮวาแล้วยังมีใครกล้าทำร้ายข้าอีกเหรอ? โอ้… หรือจะเป็นชายที่ชื่อเฉินผิงอัน?!”

หลินชวนฮวาได้ฟังอย่างนั้นก็พลันตกตะลึง นางพูดจาขวานผ่าซากและยังเรียกชื่อของพ่อแม่อย่างไม่ให้เกียรติได้อย่างไร?

“เถียนเถียน… เจ้าเป็นอะไรไป? เรียกพ่อว่าเฉินผิงอันได้อย่างไร? อย่างไรเขาก็คือพ่อของเจ้า!”

เฉินเถียนเถียนยกยิ้มก่อนตอกกลับอย่างเย็นชา “ใช่ เขาเป็นพ่อของข้า! แต่นอกเหนือจากการให้ยืมนามสกุล โบยตี และตะโกนสาปแช่ง เขาทำอะไรเพื่อข้าอีกบ้าง? แม่หยุดเสแสร้งเสียที เลิกทำตัวน่าสงสารได้แล้ว แม่ปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงของข้า เหตุใดยังกล้าบีบน้ำตาร้องไห้เสียใจอีก?”

หลินชวนฮวาแสร้งร้องไห้ราวกับเสียใจและผิดหวังยิ่ง นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงโอนอ่อน “เถียนเถียน… เจ้าพูดแบบนั้นกับแม่ได้อย่างไร? มันก็เป็นความจริงที่ข้าทั้งสองอาจไม่เคยทำสิ่งดี ๆ ให้เจ้า แต่นับตั้งเจ้าก้าวเข้าไปในบ้านของนายน้อยหลี่และหลบหนีออกมาได้... ข้าก็เพียงสงสัยว่าเจ้ายังบริสุทธิ์อยู่หรือไม่? เอ๊ะ… แล้วเหตุใดคนป่าผู้นี้จึงยื่นตะกร้าให้แก่เจ้า?”

เฉินเถียนเถียนตอบอย่างประชดประชัน “เพียงเห็นว่าเขายื่นตะกร้าให้ข้า เหตุใดจึงต้องโวยวายเสียงดังว่าเขาจะทำร้ายข้า?”

ป้าหวางหันมองหลินชวนฮวาด้วยความรังเกียจก่อนจะพ่มลมหายใจยาวอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ป้าหลี่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่คิดเช่นนั้นจึงกล่าวถามอย่างไร้ยางอาย “ลูกสาวครอบครัวเฉินควรอธิบายก่อนว่าเจ้าและคนป่าผู้นี้รู้จักกันได้อย่างไร? เหตุใดเขาจึงมอบตะกร้านี้ให้กับเจ้า?”

เฉินเถียนเถียนมองตะกร้าพร้อมกับนึกในใจว่า ‘หากไม่คิดข้อแก้ตัวดี ๆ ข้าต้องโดนประณามอีกแน่!’

‘คนพวกนี้กำลังจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น หากข้าพูดอะไรไปหวังว่าหยุนเคอจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเพื่อหยุดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นนะ!’

“พ่อของข้า… ท่านบ่นว่าสุขภาพไม่ค่อยดี จึงใช้ให้ข้าไปซื้อไก่ป่าจากพรานป่าผู้นี้มาต้มกิน มีสิ่งใดแปลกประหลาดงั้นหรือ?”

จบบทที่ ตอนที่ 30 ช่วงเวลาแห่งความอับอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว