เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 32 สำนักดาบมังกร

ตอนที่ 32 สำนักดาบมังกร

ตอนที่ 32 สำนักดาบมังกร


ปู่ซางสัมผัสได้ถึงการแสดงออกที่น่ายกย่องเล็กน้อย หมู่บ้านบนภูเขาหลายแห่งเป็นเหมือนกับหมู่บ้านราชาโสม หมู่บ้านล่าได้มากขึ้นหลังจากที่การล่าคนง่ายกว่าล่าสัตว์ เมือพวกเขาพบกับผู้เดินทางที่มาคนเดียว พวกเขาสามารถฆ่าผู้เดินทางนั้นได้โดยธนูเพียงดอกเดียวและเอาข้าวของทั้งหมดไป ทั้งหมดมันมันง่ายจริงๆ

 

 

 

ตั้งแต่ที่เสือป่วยสีเหลืองได้รับตำแหน่งเป็นดั่งหางเสือของหมู่บ้านม้า เขากำหนดว่าเรื่องที่โหดร้ายเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้น

 

 

 

บนเส้นทางบนภูเขาวัวสีเขียวกล่าวกับหลี่ฉิงชาน“เจ้าได้ให้เหล้าจิตวิญญาณไป มีคนอย่างน้อยสองคนที่รู้เรื่องโสมวิญญาณ”

 

 

 

หลี่ฉิงชานกกล่าว“ข้ารู้!”

 

 

 

"มันเป็นไปได้มากที่พวกเขาต้องการให้เจ้าอยู่ในหมู่บ้านม้าตลอดไป”

 

 

 

“นั้นข้าก็รู้”หลี่ฉิงชานเป็นคนสองคนโลกและไม่ได้เป็นชายหนุ่มที่โง่เขลาในช่วงวัยรุ่น เขาได้รู้ถึงด้านมืดมากมายในธรรมชาติของมนุษย์

 

 

 

“แต่ข้ายินดีที่จะรับความเสี่ยงนี้ ข้าต้องดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ ถ้าข้าต้องระแวงเสมอ ไม่เชื่อใจผู้ใดเลย ไม่เชื่อใจตนเองแล้วความสนุกจะอยู่ที่ใดแม้ว่าข้าจะสามารถบ่มเพาะทักษะธรรมชาติจนถึงจุดที่ไม่มีใครเทียบเคียงข้าได้?”

 

 

 

เขาได้ประมาณความแกร่งของตนเองแล้ว เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถฆ่าตัวตายได้แม้อยู่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด นอกจากนี้เขายังเชื่อด้วยว่าแข็งแกร่งของตัวเองอาจขู่ขวัญผู้อื่นได้

 

 

 

“ทักทายกันและกันอย่างอบอุ่นในขณะที่มืออีกข้างแอบถือดาบเอาไว้ นี้นับว่าเป็นผู้ใหญ่หรือไม่?”

 

 

 

หลี่ฉิงชานถอนหายใจเล็กน้อยในใจ เขาค่อย ๆ ลูบแผ่นไม้ที่เอวตรงอักษรคำว่าทิศใต้ที่ถูกสลักไว้ ในโลกนี้ยังคงมีคนที่สามารถไว้ใจได้ เอ่อออหรือจะเป็นผีมากกว่า

 

 

 

พวกเขาค่อยๆเดินทางบนถนนที่ขรุขระช้าๆตลอดทางบนภูเขาสีใบไม้ของต้นเมเปิ้ลราวไฟสีแดง สีเหลือง สีฟ้า และสีเขียวมันสวยงามมาก

 

 

 

หลี่ฉิงชาน เอาขลุ่ยไม้ไผ่ออกมาและเริ่มเป่ามัน เสียงของขลุ่ยดังและชัดเจนไปรอบๆภูเขาในฤดูใบไม้ร่วง

 

 

 

“นายน้อย เราได้ชนะหมู่บ้านราชาโสมแล้วเรียบร้อย โสมวิญญาณไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านราชาโสม พวกเขาบอกว่าหมู่บ้านม้าเป็นคนเอาไป เราควรจะไปโจมตีหมู่บ้านม้าไหม”นักดาบกล่าว

 

 

 

“ฮึ่มมมมม แน่นอนว่าพวกเขาต้องพูดอย่างนั้น พวกเขาเกลียดชังหมู่บ้านม้ามาก พวกเขาคิดว่าข้าไม่รู้ว่าหมู่บ้านได้ลงภูเขาไปในวันเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงเรียบร้อยแล้วและจากนั้นพวกเขาก็ขึ้นไปทางเหนือของภูเขาเพื่อล่าสัตว์ หมู่บ้านม้าไม่ใช่กลุ่มคนบ้านนอกเช่นหมู่บ้านราชา  ทักษะยิงธนูของเสือป่วยสีเหลืองยังคงมีชื่อเสียงโดงดั่งในโลกแห่งการต่อสู้สมัยก่อน เรายังไม่ถึงทางตันอย่าพึ่งไปยุ่งกับเขาเลย”

 

 

 

ธนูและหน้าไม้ที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกการต่อสู้จะไม่กล้าดูถูก ในความวุ่นวายของการระดมยิง แม้จะเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ระดับหนึ่งก็ต้องพบกับความยากลำบาก

 

 

 

“นายน้อยช่างชาญฉลาด ดูเหมือนว่าเราคงจะได้แต่รอให้ถึงคืนพระจันทร์เต็มดวงครั้งถัดไปเท่านั้น”

 

 

 

ชายหนุ่มรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย แต่จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง“นั้นเสียงอะไร?”

 

 

 

“ดูเหมือนว่าจะเป็นขลุ่ย”

 

 

 

“ขลุ่ย แถวนี้มีแค่หมู่บ้านม้าและหมู่บ้านราชาโสม ไปดูกัน”

 

 

 

วัวสีเขียวหยุดเดินกะทันหัน ด้วยสายตาที่แหลมคมของหลี่ฉิงชานเขามองเห็นเงาคนมากกว่าสิบคนก้าวเท้าเบาราวกับคนนกอยู่บนยอดไม้และหินราวกับพวกเขากำลังพุ่งมาทางนี้ พวกเขาแต่ละคนถือดาบล้ำค่า ลักษะณะของพวกเขาดูทันสมัยและมีความมั่นใจอย่างมาก

 

 

 

“นั้นเป็นทักษะการเคลื่อนไหว?”หลี่ฉิงชานร้องอุทานด้วยความชื่นชม เขานึกถึงชายหนุ่มที่เสี่ยวอานเล่าให้เขาฟังและความระมัดระวังเพิ่มขึ้นในใจ แต่พวกเขายังคงอยู่ห่างจากยอดเขาโบราณสีขาว

 

 

 

นายน้อยคนนั้นเป็นคนแรกที่มาถึงตรงหน้าหลี่ฉิงชาน คนที่อยู่ภายใต้บัญชาของเขาต่างตะโกนชมเชยตามหลังเขามา“ทักษะวิชาการเคลื่อนไหวของนายน้อยช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”

 

 

 

หลี่ฉิงชานเห็นนายน้อยตรงหน้าเขามีใบหน้าที่สง่างามด้วยริมฝีปากที่แดงและฟันขาวสว่าง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันหยิ่งยโสหลังจากได้รับคำชมจากคนของเขา นอกเหนือจากรอยด้านบนมือเนื่องมากจากการใช้ดาบ เขาดูเหมือนลูกชายที่เอาแต่ใจที่มีสายเลือดของตระกูลชั้นสูง

 

 

 

เขาเดาว่าเป็นอย่างนั้นแต่นายน้อยตรงหน้าเขาไม่มองเขาตรงๆแม้แต่นิดใช้แต่เพียงหางตามองเท่านั้น

 

 

 

“เจ้ามาจากหมู่บ้านม้า?”

 

 

 

หลี่ฉิงชานกล่าว“ใช่แล้ว นามนายน้อยคือ?”

 

 

 

“เจ้าเหมาะสมที่จะถามนามของนายน้อยงั้นรึ”นักดาบรูปร่างผอมสูงที่มีใบหน้าสีเขียวเห็นหลี่ฉิงชานนั่งสบายๆอยู่บนหลังวัว จากนั้นแสงสะท้อนของดาบส่งประกายออกมาจากรู“อมตะชี้ทาง”กำลังทิ่มไปที่หน้าหลี่ฉิงชาน“ลงมาหาข้า”เขาคิดจะทำให้หลี่ฉิงชานตกใจตกลงจากหลังวัวด้วยความอับอาย

 

 

 

ใบหน้าของหลี่ฉิงชานผ่อนคลายลง เขาเอนลำตัวไปด้านข้างเล็กน้อย รอคอยให้ดาบเคลื่อนผ่านไปจนเสร็จ ดวงตาเขามีประกายแสงจิตวิญญาณขณะที่เขาเหยียดมืออออกไปเร็วอย่างกับสายฟ้าหนีบดาบ

 

 

 

นักดาบสูงผอมยิ้มเยาะเย้ยในใจ“เจ้ากล้าที่จะแตะต้องดาบข้า นี่เป็นดาบล้ำค่าที่ทำมาจากเหล็กกล้าโดยสำนัก ข้าเพียงบิดดาบนี้ก็ตัดมือเจ้าได้แล้ว”

 

 

 

เขาใช้ความแข็งแกร่งของเขาบิดมันและไม่เพียงแต่เขาไม่สามารถทำตามที่ต้องการได้แต่ดาบของเขากลับถูกบีบแทน ดาบถูกหลี่ฉิงชานจับไว้แน่นและไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว ไม่ขาดคิดว่าความแข็งแกร่งของแขนเขาไม่สามารถสู้แรงนิ้วของหลี่ฉิงชานได้

 

 

 

หลี่ฉิงชาน กราดเกรี้ยวอย่างมาก พวกเขาไม่มีคับข้องใจและเคียดแค้นระหว่างข้าแต่พวกเขาพยายามฆ่าข้าโดยไม่ถามสักคำ คนเหล่านั้นในโลกแห่งการต่อสู้เป็นแค่คนที่มุ่งร้ายมากเกินไป

 

 

 

แพล๊งงงงงง

 

 

 

ดาบล้ำค่าเล่มนั้นแตกเป็นสองท่อนใบหน้าของนักดาบผอมสูงพลันกลายเป็นซีดเซียว ดาบของเขาถูกหักเป็นสองส่วนโดยเด็กที่ไหนก็ไม่รู้คนหนึ่ง เขาจะทนเก็บความโกรธนี้ได้อย่างไรดังนั้นเขาจึงพุ่งไปข้างหน้าต่อด้วยดาบที่หัก

 

 

 

นายน้อยดุด่าเขา“ซือต๋า ถอยออกมา เจ้าฝีมือไม่พอ อย่าได้แพ้ไปมากกว่านี้ เห็นแก่หน้าของสำนักดาบมังกรของเรา”

 

 

 

“ครับ ข้าน้อยสมควรตาย เมื่อเรากลับไป ข้าจะสารภาพบาปของข้าเพื่อรับโทษ”นักดาบผอมสูงมีนามว่า ซือต๋า ไม่กล้าที่จะขัดขืนและถอยกลับ เขาจ้องมองด้วยสายตาเจตนาร้ายอย่างหาที่เปรียบมิได้ไปที่หลี่ฉิงชาน

 

 

 

นายน้อยกล่าวด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก“ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้าจะได้พบกับผู้มีฝีมือเยี่ยงนี้ในภูเขาลึก เจ้ามีคุณสมบัติที่จะรู้ชื่อของนายน้อยผู้นี้ ฟังให้ชัดๆ ข้าชื่อหยาง จูน จากสำนักดาบมังกร”

 

 

 

หลี่ฉิงชานส่ายหัว“ไม่เคยได้ยินมาก่อน”

 

 

“หมู่บ้านป่าเถื่อนในภูเขาไม่มีความรู้และขาดประสบการณ์ สำนักดาบมังกรของเราไม่แตกสลายง่ายๆโดยน้ำมือของผู้อื่นได้ ข้าไม่ได้อยากสร้างปัญหาให้เจ้า แค่ทิ้งมือของเจ้าไว้!!”

 

 

 

“ข้าไม่แน่ใจว่ามือข้างไหนที่เจ้าต้องการ”ความโกรธของหลี่ฉิงชานระอุอยู่ในหน้าอก เขาอยากจะฆ่าหยางจูนในดาบเดียว เดิมทีในจินตนาการของเขา ผู้ฝึกหัดวิทยายุทธ์ที่ยังคงมีการสั่งสอนบางอยู่พวกเขาจะไม่ค่อยกล้าหาญ ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาเข้าใจผิดมาก

 

 

 

มีเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่างคุณธรรมและความชั่วร้ายของธรรมชาติของมนุษย์ เมื่อคนหนึ่งมีอำนาจที่สามารถเล่นกับชีวิตของผู้อื่นได้อย่างกับของเล่นอยู่ในมือ จะมีสักกี่คนที่ยังจะรักษาคำว่าความเป็นมนุษย์อยู่ได้และปฏิเสธที่จะครอบครองสิ่งต่างๆที่ได้มาโดยการบังหรือด้วยความยินดีก็ตามที

 

 

 

อย่างไรก็ตามกลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มที่จะเอากลุ่มคนเก็บโสมมาเปรียบเทียบกับทักษะวิชาผิวเผินของพวกเขาได้ คนเหล่านี้คือผู้ฝึกวิทยายุทธ์ของจริง หนังวัวอสูรผันแปรสามารถต้านทานหมัดได้แต่มันไม่สามารถป้องกันดาบเหล็กกล้าที่เต็มไปด้วยพลังภายในที่แข็งแกร่งได้ นอกจากนี้ พวกเขาทั้งหมดมีทักษะการเคลื่อนไหวที่ดี แม้คิดว่าจะหนีก็คงไม่ง่าย

 

 

 

หยางจูนกล่าว“ข้าเห็นว่าเจ้ายังหนุ่ม แต่เจ้าควบคุมการบ่มเพาะทักษะภายนอกได้ระดับหนึ่งแล้วเรียบร้อย พรสวรรค์ตามธรรมชาติของเจ้าพอใช้ได้ มันคงจะน่าสงสารถ้าเจ้าต้องมาพิการแบบนี้  ข้อเสนอนี้เป็นอย่างไรเจ้าจะต้องมาเป็นผู้ติดตามข้า!”

 

 

 

นี่เป็นเป้าหมายที่แท้จริงของเขาเพราะคนส่วนใหญ่ที่ได้ฝึกฝนทักษะวิชาภายนอกจะเป็นคนมีนสัยซื่อตรงและซื่อสัตว์ พวกเขาไม่ได้มีความคิดที่ซับซ้อนมากเช่นผู้ที่บ่มเพาะพลังภายใน มันเรียกว่ากล้ามเนื้อเติบโตกลายเป็นสมอง ดังนั้นผู้ติดตามที่มีฝีมือส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทักษะภายนอก

 

 

 

เขาอยากจะได้คนเช่นนี้มาตลอด เขารู้สึกยินดีเมื่อได้เห็นหลี่ฉิงชาน นี้ไม่ใช่คนที่เขากำลังมองหาหรอกรึ? ตอนนี้เขาจะทุบตีหลี่ฉิงชานสักเล็กน้อย และในอนาคตเขาเพียงแค่ให้ผลประโยชน์ที่หวานหอมเพื่อเตรียมให้เขาเป็นหมาที่ซื่อสัตว์

 

 

 

“นาย ท่านอย่าทำเช่นนั้น”ซื๋อต๋ารีบพยายามห้ามเขา ถ้าเจ้าเด็กนี้ได้กลายเป็นผู้ติดตามจริงๆสถานะของเขาจะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับเรือที่ถูกยกโดยกระแสน้ำ

 

 

 

ทันทีที่หยางจูนจ้องมองเขาเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป

 

 

 

นักดาบอีกคนกล่าว“ทำไมเจ้าถึงไม่รีบตกลง เมืองอาทิตย์อัสดงยังต้องสั่นสะเทือนเมื่ออยู่ต่อหน้าสำนักดาบมังกรของเรา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เจ้าจะได้กลายเป็นศิษย์คนรับใช้ แต่ตอนนี้นายน้อยกำลังสนับสนุนและให้เจ้าปีนขึ้นไปบนฟ้าได้ในก้าวเดียว”

 

 

 

“ข้าหลี่ฉิงชาน! จะไม่เป็นคนรับใช้ใครก็ตาม!”เขาได้กล่าวด้วยเสียงที่หนักหน่วงทุกคำที่เขากล่าว เขามาจากโลกอื่นเขารู้สึกถึง ความรัก ความเกลียด  ความเป็นปรปักษ์และกิเลสเช่นเดียวกับคนจากโลกนี้ แต่มีบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเขา เขาไม่มีความจงรักภักดี เขาจะไม่จังรักภักดีให้กับผู้ใด ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนที่มีเมตตาอันยิ่งใหญ่หรือเป็นคนที่มีอำนาจหน้ากลัว บางทีเขาอาจจะไล่ตามคนนั้นเพื่อที่จะเป็นเพื่อน แต่เขาจะไม่อุทิศตัวให้กับคนคนนั้น ไม่ต้องพูดถึงคนที่แสวงหาแต่ความเช่นหยางจูนเลย แม้ว่าเขาจะไม่มีประสบการณ์ในการเดินทางสู่โลกแห่งการฝึกตน เขาก็ยังคงเห็นว่าทักษะการต่อสู้ของหยางจูนไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายในหมู่คนกลุ่มนี้ เป็นเพียงเพราะสถานะของเขาที่เป็นนายน้อยพวกเขาเหล่านั้นเลยต่างประจบสอพลอเขา

 


 

ตอนนี้เริ่มลงในกลุ่มแล้วนะครับติดต่อเข้ากลุ่มลับได้ที่หน้าเพจ

 

 

ฝากไลคเพจด้วยนะค้าบบบLegend of the Great Saint ครับ^^

จบบทที่ ตอนที่ 32 สำนักดาบมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว