เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

HO บทที่ 173 พบเจอรีแอนน่อน

HO บทที่ 173 พบเจอรีแอนน่อน

HO บทที่ 173 พบเจอรีแอนน่อน


“โอ้ พระเจ้า ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในที่สุดเราก็มาถึงที่นี่!” เว่ยอุทานอย่างตื่นเต้นในขณะที่ยังพูดอยู่ในช่องแชทเสียงของปาร์ตี้

เมลติ้งสโนว์พยักหน้าเห็นด้วย เขาพูดอย่างตื่นเต้น “ผมรอเวลานี้มานานแล้ว ผมรู้สึกเหมือนกับอยู่ในฝันเลย ผมหวังว่าผมจะสามารถซื้อของเจ๋ง ๆ ได้”

“ยังไงก็ตาม เธอไม่ควรตื่นเต้นเกินไป” วอนเดอร์ริ่งซาวด์บอกพวกเขาอย่างระมัดระวังในขณะที่จับตาดูประตูที่ฟิโอเร่เดินผ่าน “ในตอนแรกรีแอนน่อนไม่ได้มอบสร้อยข้อมือให้ดริฟติ้งคลาวด์ ดังนั้นเธออาจจะไม่ยอมให้เราซื้อของในร้านก็ได้”

“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิ!” เมลติ้งสโนว์ตะโกน เด็กหนุ่มพ่นลมอย่างโกรธเคืองใส่ผู้ชายคนนั้น

วอนเดอร์ริ่งซาวด์ยักไหล่ให้กับเด็กหนุ่ม หลังจากที่เห็นว่าแฟรี่มีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อพวกเขาเห็นสร้อยข้อมือ เขาก็เริ่มระวัง เขาต้องการเข้าไปในร้านจริง ๆ แต่เขาระงับความปรารถนานั้นไว้ เขาไม่อยากผิดหวังหากปรากฏว่าพวกเขาทำไม่ได้

“มีอะไรผิดปกติเหรอ วอนเดอร์ริ่งซาวด์?” เว่ยถามด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่ชายคนนั้นพูด พวกเขามาทางนี้และตอนนี้เขากำลังสงสัยว่าพวกเขาจะเข้าไปได้ไหม เธอเข้าใจว่าเขากำลังระมัดระวังแต่เขาสามารถพูดก่อนหน้านี้ได้และจะไม่กระวนกระวายใจเมื่อพวกเขาอยู่หน้าร้าน "ทำไมคุณพูดแบบนั้น?"

เมื่อเห็นการระคายเคืองในดวงตาของโรมมิ่งวินด์ วอนเดอร์ริ่งซาวด์ก็ถอนหายใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะกวนใจเธอด้วยคำพูดของเขา เขาแค่ไม่ต้องการให้พวกเขาตั้งความหวังมากเกินไปในกรณีที่มีบางอย่างผิดพลาด "คือว่า…"

“เขาแค่เป็นห่วงพวกเรา ถึงแม้ว่าเขาจะพูดอย่างนั้นก็ตาม” ซินหยาอธิบายตัดหน้าวอนเดอร์ริ่งซาวด์ที่กำลังจะพูด

ซินหยารู้ว่าชายผู้นี้แค่ระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ปฏิกิริยาของแฟรี่ต่อสร้อยข้อมือดูน่าตกใจเล็กน้อย ราวกับว่ามันมีความหมายสำหรับพวกเขามากกว่าแค่เครื่องประดับที่เขาคิดว่ามันเป็น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเรื่องที่กังวลจะเป็นเรื่องจริง มันก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากขนาดนั้น

“ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้นล่ะ คุณก็ว่าสายตาของแฟรี่ที่มองเรามามันเป็นอย่างไร?” วอนเดอร์ริ่งซาวด์กล่าวขณะมองไปยังดริฟติ้งคลาวด์

ซินหยาถอนหายใจแล้วเดินไปที่วอนเดอร์ริ่งซาวด์ เขาโอบไหล่ของชายผู้นั้นไว้ “อย่าเข้าใจผิดว่าเกมนี้เป็นโลกแห่งความจริง ฉันได้สร้อยข้อมือนี้เป็นรางวัลภารกิจ ข้อตกลงของเจ้าของสร้อยข้อมือก็ได้ถูกโอนมาให้ฉันแล้ว ดังนั้นไม่มีทางที่เราจะเข้าร้านไม่ได้”

หลังจากฟังคำพูดของดริฟติ้งคลาวด์แล้ว วอนเดอร์ริ่งซาวด์ก็รู้ว่าเขาโง่แค่ไหน เขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ราวกับว่ามันเป็นสถานการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงแทนที่จะเป็นเกม

“ถะถูกต้อง” วอนเดอร์ริ่งซาวด์กล่าวพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อนึกขึ้นได้ “นี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่เนี่ย”

“เห็นได้ชัดว่าพี่อินจัด” เมลติ้งสโนว์ตอบ

วอนเดอร์ริ่งซาวด์กลอกตาไปที่เด็กชาย "ฉันจินตนาการไปไกลเฉย ๆ"

“งั้นเหรอ? แต่พี่คิดดังไปหน่อยนะ” เมลติ้งสโนว์ยักไหล่

ซินหยากำลังจะบอกให้เมลติ้งสโนว์หยุดทำตัวเป็นศัตรูกับวอนเดอร์ริ่งซาวด์ แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะเปิดปาก ประตูร้านได้เปิดออก เผยให้เห็นฟิโอเร่และหญิงสาวสุดงดงาม เธออาจจะเป็นรีแอนน่อน

ขณะที่ทั้งสองเดินไปหาพวกเขา ความรู้สึกคาดหวังของทุกคนก็เพิ่มขึ้นมาอย่างเต็มเปี่ยม

...

รีแอนน่อนที่ยุ่งทั้งวันตั้งแต่ร้านของเธอเป็นที่นิยมมาก หากเป็นเมื่อก่อนที่พ่อของเธอดูแลร้าน มันไม่วุ่นวายอย่างนี้แต่ภายหลังจากที่เธอรับช่วงต่อ สิ่งต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไป

นี่เป็นแบบนี้เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เธอทำกับร้านค้าโดยรวม ที่นี้เคยเป็นร้านที่ขายแต่ของชำร่วย งานฝีมือแต่หลังจากที่เธอได้สัมผัสกับโลกภายนอกด้วยความมหัศจรรย์ทั้งหมด เธอก็รู้สึกทึ่งกับของแปลกและไม่เหมือนใคร

เธอเริ่มเดินทางไปทั่วโลกของแฟรี่ แม้จะแอบเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามและเข้าไปในดินแดนของไลท์แฟรี่เพื่อค้นหาสิ่งที่น่าสนใจ

ดังนั้นเมื่อพ่อของเธอเกษียณและเธอกลายเป็นเจ้าของ สิ่งแรกที่เธอคิดจะทำคือขายของที่เธอสะสมมาตลอดเวลานี้

ใครจะรู้ว่าเพียงเพราะเธอต้องการขายของพวกนี้ มันจะทำให้ร้านของเธอกลายเป็นที่นิยมมาก จนเธอต้องตั้งกฎว่าเฉพาะผู้มีเกียรติบางคนเท่านั้นที่จะเข้ามาได้ซึ่งลูกค้าก็ยังเยอะอยู่ดีจากมุมมองของเธอ

เธอหาวอย่างเหนื่อย ๆ เธอตัดสินใจว่าในเวลาว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ เธอต้องเริ่มวางแผนการสำรวจครั้งต่อไป

ขณะที่เธอกำลังจะมองดูแผนที่ต่าง ๆ ของเธอ ประตูห้องทำงานของเธอก็ถูกกระแทกเปิดออกและร่างหนึ่งเข้ามาพร้อมหายใจเหนื่อยหอบ เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ ความโกรธที่ถูกขัดจังหวะก็กระจายไปและความกังวลก็เข้ามาแทนที่

“เกิดอะไรขึ้นอัลวาเรีย?” รีแอนน่อนที่เป็นกังวลรีบลุกขึ้นจากโต๊ะของเธออย่างรวดเร็วและเดินไปหาหญิงสาวที่กุมหน้าอกของเธอพร้อมหายใจหอบ

“เธอต้องไม่เชื่อฉันแน่ ๆ ว่าฉันไปรู้อะไรมา” อัลวาเรียเริ่มในขณะที่ยังคงหายใจหอบ เธอมีร่างกายที่อ่อนแออย่างมากตั้งแต่เด็กและการวิ่งขึ้นบันไดเหล่านั้นไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดที่สุด แต่เธอก็มีความสุขมาก จนลืมเรื่องนั้นไป

“ทหารรักษาการณ์ฟิโอเร่ เขามาบอกว่ามีคนนอกมาพร้อมกับสร้อยข้อมือของคุณ”

รีแอนน่อนมองกลับมาด้วยความตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อเลย เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะได้เห็นสร้อยข้อมือของเธออีกครั้ง

รีแอนน่อนยังคงจำได้เมื่อหลายปีก่อนตอนที่เธอยังเป็นเด็กเล็กและได้รับการช่วยเหลือจากเด็กชายใจดีคนนั้น เธอรู้สึกขอบคุณมากที่เธอให้สร้อยข้อมือแก่เขาทั้ง ๆ ที่เธอรู้ว่าไม่ควร

รีแอนนน่อนมั่นใจว่าเด็กชายจะพยายามหาเธอให้เจอโดยเร็วเพราะเธอยอมให้เขาซื้อของจากร้านของเธอ แม้ว่าในสมัยนั้นพวกเขาจะขายแต่ของเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ยังเป็นของแฟรี่ที่มีค่ามากกับคนนอกเหล่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากหลายปีมานี้ รีแอนน่อนเริ่มคิดว่าเด็กชายคนนั้นไม่สามารถค้นพบโลกของเธอได้ แม้ว่าเธอจะให้เบาะแสที่จะช่วยเขาได้ก็ตาม เธออารมณ์เสียมากเมื่อคิดว่าสร้อยข้อมือของเธอหายไปตลอดกาลแต่ตอนนี้เขามาถึงที่นี่แล้ว

ในที่สุดเธอก็สามารถเอามันกลับมาได้ในขณะที่ทำตามสัญญาของเธอ เธอมีความสุขมากที่เธอรีบออกจากห้องโดยไม่พูดอะไร

เมื่อรีแอนน่อนวิ่งลงบันได เธอรีบไปหาฟิโอเร่ซึ่งยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน "เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอคะ?"

“เป็นเรื่องจริงครับ คุณรีแอนน่อน เราพบสร้อยข้อมือของคุณแล้ว” ฟิโอเร่พูดอย่างมั่นใจกับหญิงที่กังวลใจ “ถ้าคุณต้องการ ผมจะพาคุณไปหาคนที่นำมันมา”

“ได้เลยค่ะ ฉันรอวันนี้มานานแล้ว” รีแอนน่อนบอกเขา

ฟิโอเร่พาเธอไปหาคนนอกด้วยความสงสัย หลังจากเดินออกไปข้างนอกและเห็นพวกเขา รีแอนน่อนพบว่าไม่มีใครเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่เธอมอบสร้อยข้อมือให้และนั่นทำให้เธออยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

เธอเดินเข้าไปหาเด็กชายผมสีเขียวที่สวมสร้อยข้อมือของเธอ เธอพูดว่า "ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าคุณเป็นใครและคุณได้สร้อยข้อมือของฉันมาได้อย่างไร"

“ก่อนอื่น ผมต้องขอแนะนำตัว” ซินหยากล่าวอย่างสงบ “ผมชื่อดริฟติ้งคลาวด์และนี่เพื่อนของฉัน ส่วนคำถามที่สองของคุณนั้นค่อนข้างยาวและผมคิดว่าคงจะดีที่สุดถ้าเรานั่งคุยเพื่อเล่าที่มาที่ไปของเรื่องนี้กับคุณ”

เมื่อเห็นความหมายในคำพูดของชายหนุ่ม รีแอนน่อนกล่าวว่า "มายืนคุยตรงนี้คงจะไม่สะดวก ถ้างั้นฉันขอเชิญพวกคุณเข้ามาข้างในก่อนและก็คุณฟิโอเร่ ฉันต้องขอบคุณคุณเช่นกัน คุณและทหารของคุณสามารถเข้าไปดูของในร้านได้"

“จริงเหรอ! วิเศษมาก!!” มาวิสอุทานอย่างมีความสุข

ส่วนฟิโอเร่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม เขาโค้งคำนับเล็กน้อย "ขอบคุณ คุณรีแอนน่อน เรายินดีเป็นอย่างยิ่ง"

ฟิโอเร่รู้ว่าที่เธอเสนอสิ่งนี้ให้พวกเขาเพียงเพราะเธอไม่ต้องการอยู่คนเดียวกับคนนอกเหล่านี้แต่เขาก็ยังมีความสุข เขาแทบรอไม่ไหวที่จะคุยโวเรื่องนี้กับทหารคนอื่น

เมื่อพูดจบรีแอนน่อนก็เริ่มนำซินหยากับเพื่อนของเขาและทหารรักษาการณ์เข้าไปในร้าน

จบบทที่ HO บทที่ 173 พบเจอรีแอนน่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว