เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 26 ปราณสีครามขั้นที่ 3

ตอนที่ 26 ปราณสีครามขั้นที่ 3

ตอนที่ 26 ปราณสีครามขั้นที่ 3


กำลังโหลดไฟล์

"ปราณอัคคีสีฟ้านั้น...เป็นวิชาสำนักใดกันแน่ ในบันทึกของพรรคกระบี่เหินเรา ไม่มีคำกล่าวใดบอกว่า วิชาตระกูลเล้งมีวิชาปราณอัคคีแม้แต่น้อย แล้วเหตุใด.."

อี้หลงเทียนเอ่ยปากถาม

"เรียนผู้อาวุโส ผู้เยาว์แม้เป็นคนตระกูลเล้ง แต่ด้วยการล่มสลายของตระกูล ผู้เยาว์จึงมีอาจารย์อีกหนึ่งท่านคอยให้คำชี้แนะ เลยทำให้มีวิชาที่แตกต่างจากตระกูลเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อย"

"อืม...อาจารย์ของเจ้าผู้นี้ ย่อมมิใช่คนธรรมดาสามัญเป็นแน่!! วิชาปราณอัคคีนี้ นับเป็นวิชาสายอัคคีที่แข็งแกร่งที่สุดที่ข้าเคยเห็นตลอดอายุข้า"

เล้งซานยิ้มเล็กน้อย

"ผู้เยาว์ขอเรียนตามตรง อาจารย์ข้าเป็นคนจากเผ่าเทพ"

"ผะ..ผะ...เผ่าเทพ!!"

ม่านตาของอี้หลงเทียนเบิกกว้าง อ้าปากค้างทันที

คำว่าเผ่าเทพในมุมมองของมนุษย์ย่อมมิต่างอะไรกับการกล่าวถึงพลังระดับพระเจ้า

"สมแล้วที่เป็นคนของตระกูลเล้ง จากบันทึกพรรคบ่งบอกว่าตระกูลเล้งมีความสัมพันธ์กับราชาแห่งเผ่าเทพ แต่มิคิดเลยว่าจะถึงขนาดรับเจ้าเป็นศิษย์ ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้!!"

เล้งซานยิ้มพลางพยักหน้าเล็กน้อย แต่ในมิได้กล่าวสิ่งใด

"อาการบาดเจ็บของเจ้าก็หายดีแล้ว พลังฟื้นตัวที่ช่างน่าหวาดหวั่นอย่างมาก เจ้าคิดจะทำการใดต่อ?"

"เรียนตามตรง ผู้เยาว์ย่อมต้องการเข้าไปสืบเรื่องของตระกูลลี้ลับ ที่เมืองหลวง การที่ถูกพรรคป้อมอัคคีตามตอแยอยู่เรื่อยไปเช่นนี้ ย่อมสร้างความขุ่นเคืองเป็นอันมากแก่ผู้เยาว์ เพราะฉะนั้น..."

"เพราะฉะนั้น?" อี้หลงเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

เล้งซานแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่สว่างไสวในคืนที่มืดมิดเช่นนี้ พลางแสยะยิ้มเล็กน้อยและปล่อยจิตสังหารออกมาจากร่างอย่างท่วมท้น

อี้หลงเทียนแม้อายุร่วม 80 ปีประสบการณ์ในยุทธภพนี้ย่อมมากมายเหลือคนา แต่แผ่นหลังของมันยังถึงกับเปียกชุ่มด้วยเหงื่อที่ไหลดังสายน้ำ จากความหวาดหวั่นในจิตสังหารอันท่วมท้นของเล้งซาน ยากจะเชื่อว่าบุคคลที่ปล่อยจิตสังหารระดับนี้ออกมาเป็นเพียงเด็กอายุ 15 ปี!!

"ข้าจะลบชื่อพรรคป้อมอัคคีออกจากเมืองเมฆครามแห่งนี้!!"

อี้หลงเทียน เบิกตากว้างร่างสั่นสะท้านมิได้หยุด มันผู้มีลมปราณชั้นสีเหลืองขั้นที่ 9 อีกเพียงครึ่งก้าวจะขึ้นชั้นปราณสีส้ม กล่าวได้ว่ามันเป็นดั่งผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเมืองเมฆครามแห่งนี้ ถึงกระนั้นมันยังมิกล้ากล่าวลอยๆว่าจะลบชื่อ 1 ใน 3 พรรคใหญ่ที่สุดของเมืองเมฆครามออกมา

"ปะ..ปะ...เป็นไปไม่ได้!! ต่อให้ข้าช่วยเจ้าอย่างเต็มที่ แต่การจะทำลายพรรคป้อมอัคคีนั้นย่อมมิอาจทำได้ พรรคป้อมอัคคีมี ซูซ่งหยู เป็นผู้นำพรรคที่อยู่ชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 3 ผู้อาวุโส อีก 7 คนที่ทั้งหมดอยู่ในชั้นลมปราณสีเขียว ผู้ฝึกสอนชั้นลมปราณสีน้ำเงินอีกนับร้อย และศิษย์ชั้นลมปราณสีครามอีกนับหมื่นคน ยังมิรวม ซูป้าหลง อดีตผู้นำพรรค ที่อยู่ชั้นลมปราณสีเหลืองขั้นที่ 9 เช่นเดียวกับข้าอีก!!"

"แต่เจ้า!! ผู้มีลมปราณสีครามขั้นที่ 1 แม้แต่ศิษย์ของพรรคป้อมอัคคีที่มีลมปราณอ่อนที่สุด ยังนับได้ว่าลมปราณสูงกว่าเจ้าเลย เหตุใดจึงกล้าประกาศเช่นนั้น!!"

"เรียนผู้อาวุโส ผู้เยาว์มิได้จะกระทำการดังกล่าวภายในระยะเวลาใกล้ๆนี้ อย่างไรซะ ผู้เยาว์ตั้งใจว่าบ่มเพาะลมปราณให้ถึงชั้นลมปราณสีเขียวเป็นอย่างน้อย จึงจะเดินทางไปเมืองหลวง"

"เฮ้อออ... แล้วแต่เจ้าเถอะ หากมีสิ่งใดให้เราช่วยเหลือก็จงบอกมา ด้วยคำสั่งเสียของบรรพชนที่สืบทอดกันมา แม้ต้องแลกชีวิตกับพรรคป้อมอัคคีเราก็พร้อมจะช่วยเหลือเจ้า"

เล้งซานอึ้งในคำพูดของอี้หลงเทียนอย่างมาก มันย่อมคิดว่าอี้หลงเทียนย่อมช่วยเหลือมันแน่นอน แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นยอมแลกชีวิตเพื่อคำสั่งเสียของบรรพชน มันประสานมือ โค้งตัวเล็กน้อยด้วยความเคารพ

"ผู้เยาว์ย่อมมิอาจสร้างความลำบากให้แก่ผู้อาวุโส แค่เพียงผู้อาวุโสให้การรักษาตัวแก่ผู้เยาว์ พร้อมให้ที่พักพิงแก่ผู้เยาว์ในตอนนี้ก็นับเป็นบุญคุณมากล้นแล้ว ทุกสิ่งต่อจากนี้ ผู้เยาว์จะขอกระทำด้วยตัวคนเดียว"

"ที่เจ้ากล่าวว่าจะลบชื่อพรรคป้อมอัคคีนี่ เจ้าคิดจะกระทำด้วยตัวคนเดียวรึ!!"

อี้หลงเทียนตกตะลึง ทันที

"ย่อมเป็นเช่นนั้น"  เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย

"ผู้เยาว์จะขอพักที่นี่อีกไม่เกิน 3 วัน จากนั้นผู้เยาว์จะขอออกจากเมืองเมฆครามแห่งนี้ทันที ผู้เยาว์อาจไปโดยมิได้บอกกล่าว จึงขอร่ำลาแก่ผู้อาวุโสในโอกาสนี้ ขอให้ผู้อาวุโสดูแลสุขภาพด้วย"

"อืม...สุดแล้วแต่เจ้า" อี้หลงเทียนยิ้มพลาง พยักหน้าเล็กน้อย

หลังจากแยกตัวกับอี้หลงเทียนเล้งซานกลับมาที่ห้อง มันเริ่มรวบรวมสมาธิและใช้เคล็ดวิชาเส้นลมปราณมังกรในทันที... จวบจนเวลาผ่านไปสองวัน ในสองวันนี้แม้อี้หลงหวัง นำอาหารมาให้มัน แต่มันก็มิได้ขยับจากจุดเดิมแม้แต่นิดเดียว และนางเมื่อเข้ามาก็มิได้รบกวนเล้งซานแต่อย่างใด เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเดินจากไปเท่านั้น จนเข้าสู่เช้าวันที่ 3

'บรรลุสู่ชั้นลมปราณสีคราม ขั้นที่ 3'

เล้งซานลืมตาขึ้นมา พลางยิ้มที่มุมปาก

"เหอะ!! เคล็ดวิชาเส้นลมปราณมังกรของเจ้านี้ นับว่าฉีกกฎเกณฑ์สวรรค์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์ เผ่าเทพ หรือเผ่าอสูร การจะผ่านสู่ระดับลมปราณสู่ชั้นถัดไป จำเป็นต้องบ่มเพาะลมปราณย่อย 9 ขั้น แต่ด้วยเคล็ดวิชานี้ของเจ้า ทำให้เจ้าบ่มเพาะลมปราณย่อยเพียง 6 ขั้นเท่านั้น" เสียงของเฟรย่าดังขึ้น

"จริงอยู่ว่าข้าอาจจะบ่มเพาะได้ไวกว่าคนทั่วไป แต่ยังอีกห่างไกลว่าที่ข้าจะไปยืนบนจุดสูงสุด" เล้งซานส่ายหน้าเล็กน้อย

"เฟรย่า ท่านจะเริ่มสอนวิชาปรุงยาให้ข้าเมื่อใดกัน ตอนนี้ข้าพร้อมแล้ว"

"กลับไปที่หุบเขาหมื่นพฤกษา ขั้นแรกเจ้าต้องเริ่มที่การเรียนรู้สมุนไพรเสียก่อน"

"ตกลง คืนนี้ข้าจะออกจากที่นี่ทันที ด้วยสัมผัสของท่านบอกได้หรือไม่ว่าเราควรออกไปจากเมืองทางทิศใด"

เฟรย่าเงียบไปสักระยะ

"ประตูทิศตะวันตกและ ทิศใต้มีผู้ใช้ลมปราณชั้นสีน้ำเงิน เฝ้าอยู่ทิศละ 4 คน ส่วนประตูทิศเหนือ และทิศตะวันตก เฝ้าอยู่ทิศละ 3 คน จากพลังที่แผ่ออกมาบอกได้เลยว่าคนพวกนี้ล้วนใช้ปราณอัคคี คาดว่าน่าจะเป็นคนของพรรคป้อมอัคคี กระจายกำลังเพื่อค้นหาเจ้า"

"ดี!! คืนนี้ข้าจะมิอ้อมไปทางอื่นและจะบุกไปตรงๆที่ทิศตะวันตก เพื่อไปหุบเขาหมื่นพฤกษา"

"รอก่อนเถอะพรรคป้อมอัคคี ข้าเล้งซานพูดคำไหนคำนั้น หากยังมิอาจลบชื่อพรรคป้อมอัคคีออกจากเมืองนี้ ข้าไม่ไหนไกลแน่นอน!!"

ขณะนั้นเองอี้หลงหวังก็นำอาหารเข้ามาดังเช่นทุกเช้า แต่คราวนี้กลับพบเล้งซาน นั่งรอตนอยู่

"เจ้ามาซะที" เล้งซานยิ้มเล็กๆที่มุมปาก

"เจ้าออกจากสมาธิแล้วอย่างนั้นหรือ อ๊ะ!! ลมปราณสีคราม ขั้นที่ 3!!"

ดวงตาของอี้หลงหวังเบิกกว้างอย่างเห็นได้ชัด เพราะเวลาผ่านมานับจากวันประลองเพียงไม่ถึง 10 วัน ลมปราณของเล้งซานกลับกระโดดขึ้นมา 3 ขั้น ย่อมต้องสร้างความตกตะลึงให้นางอย่างแน่นอน ในความเร็วบ่มเพาะที่เหนือสามัญสำนึกเช่นนี้!!

"จะ...เจ้า เหตุใดจึงขึ้นมาได้ถึง 3 ขั้นเพียงชั่วเวลาไม่นาน หรือว่าก่อนหน้านี้เจ้าปิดบังพลังลมปราณไว้"

อี้หลงหวังเข้าใจว่านี้เป็นลมปราณแท้จริงของเล้งซาน แต่ก่อนหน้านี้เล้งซานปิดบังเอาไว้ เพราะไม่มีทางที่ใครจะสามารถกระโดดข้ามมา 3 ขั้นภายในเวลาเพียงแค่นี้ แต่เล้งซานก็ไม่ได้ตอบปฏิเสธหรืออธิบายแต่อย่างใด

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ข้ามีเรื่องสำคัญจะบอกแก่เจ้า"

"เรื่องใด" อี้หลงหวังขมวดคิ้วเล็กน้อย

"คืนนี้ ข้าจะออกไปจากที่นี่"

"รวดเร็วถึงเพียงนั้นเชียว เจ้าแข็งแรงดีแล้วรึ!!"

อี้หลงหวังอ้าปากเล็กน้อย พลางยกมือของนางขึ้นมาปิดปาก คล้ายว่านางคาดไม่ถึง ว่าเล้งซานรีบร้อนเช่นนี้

เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย

"เจ้าเป็นห่วงข้า?" เล้งซานหรี่ตาเล็กน้อยและจ้องไปที่ดวงตาของนาง

"เหอะ!! ย่อมไม่แน่นอน" อี้หลงหวังเบือนหน้าหนี หลบสายตาเล็กน้อย พลางหน้าแดงระเรื่อขึ้นมา

"วางใจเถอะ ข้าย่อมกลับมาอีกแน่นอนโดยหวังว่าเจ้าจะรอข้านะ"

เล้งซานยิ้มเป็นมุมกว้าง

"เจ้าตัวลามก ใครจะรอเจ้ากัน เห็นแก่ท่านปู่ ขอให้เจ้าโชคดีก็แล้วกัน"

อี้หลงหวังหันหลังกลับทันทีเพื่อปิดบังสีหน้าและรีบเดินจากไป เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย

.................................

จบบทที่ ตอนที่ 26 ปราณสีครามขั้นที่ 3

คัดลอกลิงก์แล้ว