ตอนที่ 27
ตอนที่ 27
ตอนที่ 27
จ้าวซูหยาแค่นเสียงเย็นชา พอเธอพูดจบ กลุ่มนักเรียนชายโดยรอบก็รู้สึกใจสลายทันที
นางฟ้าที่เพิ่งรู้จักกันหมาดๆ กำลังจะแต่งงานแล้ว
"เขาโดนหอกปักอยู่กับพื้นแล้ว จะจัดการยังไง?
ฉันกลัวว่าถ้าฉันลงมืออีก เขาคงจะได้ไปเฝ้าพระเจ้าแล้ว!"
หลิงเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
ยัยเด็กแสบนี่นับวันยิ่งใช้ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
"นั่นก็จริงแฮะ งั้นก็ช่างมันเถอะ!"
จ้าวซูหยาได้ยินดังนั้น ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ข้าแค่มาช้าไปหน่อย ทำไมถึงได้ตีกันแล้ว! พวกเธอคนหนุ่มสาวนี่ จิตใจว้าวุ่นเหลือเกิน ยากที่จะประสบความสำเร็จใหญ่หลวงได้!!"
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงที่ฟังดูเลื่อนลอยก็ดังมาจากบนท้องฟ้า
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความอยากรู้
พลันเห็นชายชราท่าทางเหมือนเซียนคนหนึ่งเหาะกระบี่มาจากบนท้องฟ้า
ภาพนี้ทำเอาคนที่อยู่ในที่นั้นถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
หลิงเฟิงก็ตกตะลึงเช่นกัน นี่เราอยู่ในโลกอนาคตนะ ไม่ใช่โลกฝึกเซียนไม่ใช่เหรอ?
ไม่นาน ชายชราก็กระโดดลงมาจากท้องฟ้า ทันทีที่เท้าแตะพื้น กระบี่เหินบนฟ้าเล่มนั้นก็แหวกอากาศเสียบเข้าฝักในมือเขาทันที
"นักเรียนทุกท่าน ขอแนะนำตัว ข้า ชิงเสวียนจื่อ เป็นอาจารย์สอนวิถียุทธ์ของพวกเจ้า!"
ชิงเสวียนจื่อลูบเคราสีขาวของเขาแล้วยิ้มพูด
............
"เขาคือชิงเสวียนจื่อนี่เอง! ที่แท้ตำนานก็เป็นเรื่องจริง!"
"เชี่ย! ตำนานอะไร? แล้วเขาเป็นใคร?"
"พวกเธอไม่รู้เหรอ ชิงเสวียนจื่อชื่อเดิมคือ จ้าวเสวียนชิง ตอนมัธยมต้นติดนิยายฝึกเซียนมาก ต่อมากลับปลุกพรสวรรค์ขึ้นมาเองโดยไม่คาดฝัน: ผู้ใช้พลังจิต! แถมยังเป็นพลังแฝงสีม่วง!
ตั้งแต่นั้นมาเขาก็แต่งตัวเหมือนพวกผู้ฝึกเซียนตลอด ที่เรียกว่าเหาะกระบี่นั่นก็คือการใช้พลังจิตบิน
เออ จริงสิ ฉันจำได้ว่าเขายังมีท่า หมื่นกระบี่คืนสู่สำนัก อีกนะ เรียกกระบี่หนึ่งหมื่นเล่มมาโจมตีได้ โคตรเท่เลย!
แล้วเขาก็ยังเป็นประธานสมาคมผู้ฝึกเซียนของดาวบลูเมอร์คิวรี เป็นผู้ใช้พลังจิตที่แข็งแกร่งที่สุด ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ยุทธ์ (武尊)!
ว่ากันว่าพลังต่อสู้ติดสามอันดับแรกของดาวบลูเมอร์คิวรี่ทั้งดวง
หรืออาจจะเป็นรองแค่ท่านประธานสภาซือคงเจิ้นเท่านั้น!"
"เชี่ย! เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?"
............
นักเรียนจากเมืองหลวงบางคนจำชิงเสวียนจื่อได้ในทันที
คนรอบข้างฟังการพูดคุยของพวกเขาก็รู้เรื่องราว
"พระเจ้าช่วย ติดนิยายฝึกเซียน? แล้วยังปลุกพลังผู้ใช้พลังจิตได้อีก นี่มันคือสิ่งที่เรียกว่า คิดกลางวัน ฝันกลางคืน ฟ้าดินรับรู้เหรอ?"
หลิงเฟิงประหลาดใจเล็กน้อย
ว่ากันว่าพลังแฝงแต่กำเนิดมีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง คือมีโอกาสสูงมากที่จะก่อตัวขึ้นตามความยึดมั่นของคนคนนั้น
โลกนี้การฝึกเซียนย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผู้ใช้พลังจิตนี้ในสายตาคนอื่น ก็ไม่ต่างอะไรกับการฝึกเซียนเลย
............
"ฟึ่บ!!"
ในขณะนั้นเอง หอกสีดำที่ปักร่างหลัวหย่งอยู่ไม่ไกลก็พลันลอยขึ้นมาเอง
จากนั้นหอกก็ตกลงมาอยู่ในมือของชิงเสวียนจื่อ
"ไอ้หนุ่ม อย่าเลือดร้อนนัก การฆ่าฟันทำลายวิถีแห่งฟ้า บำเพ็ญตนฝึกจิตต่างหากคือรากฐาน!"
ชิงเสวียนจื่อมองหลิงเฟิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
จากนั้นก็โยนหอกคืนให้หลิงเฟิง
หลิงเฟิงยกมือขวารับหอกไว้ หอกก็พลันกลายเป็นวัสดุนาโนหลอมรวมเข้ากับถุงมือของเขาทันที
"ท่านเซียนพูดถูกแล้ว ต่อไปผมจะควบคุมตัวเองแน่นอนครับ!"
หลิงเฟิงก็ยิ้มพูด
"อืมๆๆ! เด็กดีสอนได้! พวกเจ้าดูสิ นี่สิถึงเรียกว่าเด็กดี!"
ชิงเสวียนจื่อได้ยินหลิงเฟิงเรียกเขาว่าท่านเซียน ไม่ใช่ท่านอาจารย์ ก็รู้สึกพอใจขึ้นมาทันที
คำพูดนี้ทำเอานักเรียนที่อยู่ในที่นั้นปากกระตุก
"เอาล่ะ วันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของพวกเจ้า ต่อไปก็ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันแล้ว ทำความรู้จักกันซะ
พรุ่งนี้ เราจะเริ่มเรียนอย่างเป็นทางการ!
แต่ก่อนหน้านั้น ตามธรรมเนียมแล้ว นักเรียนใหม่ชั้นเฉียนหลงทุกคนต้องฝ่าหอเฉียนหลงหนึ่งครั้ง!
ถ้าจำนวนชั้นในหอเฉียนหลงต่ำกว่า 20 ชั้น จะถูกเตะออกจากชั้นเฉียนหลง!!
แน่นอนว่า ยกเว้นสายสนับสนุน พวกเจ้าที่เป็นสายสนับสนุนมารายงานตัวกับข้าล่วงหน้า ไม่งั้นเดี๋ยวโดนเตะออกแล้วจะกลับเข้ามาไม่ได้!"
ชิงเสวียนจื่อลูบเคราแล้วเริ่มพูดเรื่องสำคัญ
พอได้ยินว่าจะถูกเตะออกจากชั้นเรียน ม่านตาของเหล่าอัจฉริยะในที่นั้นก็หดเล็กลงทันที
"เอ่อ ท่านอาจารย์เสวียนชิงจื่อ หลัวหย่งคนนั้นดูเหมือนจะเข้าร่วมไม่ได้นะครับ!"
ลูกน้องคนใหม่ของหลัวหย่งรีบพูดขึ้น
"งั้นก็เตะออกจากชั้นเฉียนหลงสิ ใครใช้ให้มันหาเรื่องตีกันเอง! ไอ้หนูหลัวนั่นมันสอนอะไรมากันแน่ รอข้ากลับไปก่อนเถอะ ข้าจะไปสั่งสอนมันให้ดีๆ"
ชิงเสวียนจื่อพูดอย่างสมเหตุสมผล
พอคำพูดนี้หลุดออกมา คนอื่นๆ ก็อึ้งไปเลย
นี่โดนเตะออกจากชั้นเรียนแล้วเหรอ?
ถึงหลัวหย่งจะเป็นหลานของปรมาจารย์ยุทธ์ (武尊) แต่พอถูกเตะออกจากชั้นเฉียนหลง ความสำเร็จในอนาคตก็จะต่ำลงไปมาก
ส่วนปู่ของหลัวหย่งจะมาหาเรื่องกับชิงเสวียนจื่อหรือไม่นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ ปู่ของเขาเป็นศิษย์เก่าของชิงเสวียนจื่อ แถมยังสู้ไม่ได้อีกต่างหาก
"เอาล่ะ พวกเจ้ามีใครจะลงทะเบียนสายสนับสนุนอีกไหม ไม่มีก็เข้าไปข้างในซะ ข้ารีบกลับไปปรุงยาอยู่!"
ชิงเสวียนจื่อเร่งกลุ่มคน
คนกลุ่มหนึ่งได้ยินดังนั้น คนคนนี้อาการหนักจริงๆ ยังจะปรุงยาอีกเหรอ?
แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่ละคนทยอยกันเข้าไปในหอเฉียนหลง
"หอเฉียนหลงเหรอ? ไม่รู้ว่าฉันตอนนี้จะฝ่าไปได้กี่ชั้น!"
หลิงเฟิงสงสัยเล็กน้อย
"เจ้าบ้า ฉันเข้าไปก่อนนะ เดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าใครได้ชั้นสูงกว่า!
นายต้องพยายามเข้านะ!"
จ้าวซูหยาเขย่งปลายเท้าตบไหล่หลิงเฟิง จากนั้นก็เอามือไพล่หลังแล้วเดินไปยังหอเฉียนหลง
"ยัยเด็กแสบนี่ ทำไมรู้สึกว่าไม่ธรรมดาเลยนะ เธอมีพลังแฝงสีม่วงแค่อันเดียวจริงๆ เหรอ?"
มองดูจ้าวซูหยาที่จากไป หลิงเฟิงรู้สึกว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะพลังที่จ้าวซูหยาระเบิดออกมาตอนจัดการหลัวหย่งนั้นแข็งแกร่งมาก ไม่ใช่สิ่งที่คนที่มีพรสวรรค์สีม่วงระดับเจ้ายุทธ์เงิน ขั้นหนึ่งจะระเบิดออกมาได้แน่นอน
"ช่างมันเถอะ รอออกมาแล้วค่อยถามยัยเด็กนี่ดู"
หลิงเฟิงส่ายหัว จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินไปยังหอเฉียนหลงที่สูงเสียดฟ้า
หอเฉียนหลง กินพื้นที่เส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งกิโลเมตร และความสูงก็น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หนึ่งหมื่นเมตรเต็มๆ!
สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ มีเพียงยุคนี้เท่านั้นที่สามารถสร้างขึ้นมาได้
หอเฉียนหลงมีทั้งหมดหนึ่งร้อยชั้น
แต่ผู้ที่ผ่านชั้นหกสิบขึ้นไปกลับมีน้อยมาก
ชั้นเจ็ดสิบขึ้นไปมีหนึ่งคน ชั้นแปดสิบขึ้นไปไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว
ปัจจุบัน อัจฉริยะที่สุดคือหลิงซวน ฝ่าไปถึงชั้นเก้าสิบสาม!
นี่แทบจะเป็นการทิ้งห่างอันดับสองแบบไม่เห็นฝุ่น
............
หลังจากก้าวเข้าสู่หอเฉียนหลง หลิงเฟิงก็รู้สึกเหมือนฟ้าดินหมุนคว้างทันที
พอรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาก็มาถึงทะเลทรายที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้ว
รอบๆ มีแต่ทราย
"ว่ากันว่าในหอเฉียนหลงยัดมิติเทพขนาดเล็กไว้ร้อยแห่ง นี่คงจะเป็นหนึ่งในนั้นสินะ?"
หลิงเฟิงสงสัยเล็กน้อย
"วูมม!!"
แต่ในขณะนั้นเอง พลังที่มองไม่เห็นก็แผ่ปกคลุมทั่วร่างของหลิงเฟิง ในพริบตาเขาก็พบว่าตัวเองถูกพันธนาการ!
ดูเหมือนว่ากำลังสแกนสถานะของเขา
แต่ไม่นานหลิงเฟิงก็พบว่าระดับพลังของเขาถูกกดดันอย่างบ้าคลั่ง!
ในที่สุด ระดับพลังก็หยุดอยู่ที่ ครูฝึกยุทธ์ทองแดง (青铜境) ขั้นหนึ่ง!
ค่าพลังกายเหลือเพียง 10 หน่วย!
"นี่คือค่ายกลระดับเจ็ดเหรอ? ฉันไม่มีพลังต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ระดับเจ็ด น่ากลัวจริงๆ!"
หลิงเฟิงอดทึ่งไม่ได้
[แจ้งเตือน! คุณได้เข้าสู่หอเฉียนหลง ชั้นที่หนึ่ง กำลังจะเริ่มการฝ่าด่าน!! คุณต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ทั้งหมด!]
เสียงแจ้งเตือนดังมาจากความว่างเปล่าในตอนนี้ ก้องไปทั่วทั้งฟ้าดิน
"ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ? แค่ไม่รู้ว่าคู่ต่อสู้ระดับไหน!"
หลิงเฟิงสงสัยเล็กน้อย
"วูมม!!!"
แต่ในขณะนั้นเอง ความว่างเปล่าก็เกิดคลื่นความผันผวน
วินาทีต่อมา ในความว่างเปล่าห่างจากหลิงเฟิงไปหลายสิบเมตร ก็พลันเกิดรอยแยกขึ้น จากนั้นสัตว์อสูรสูงสี่ห้าเมตรตัวหนึ่งก็ร่วงลงมาจากรอยแยก
"โฮก!"!
สัตว์อสูรตัวนี้พอลงถึงพื้นก็มองหลิงเฟิงอย่างบ้าคลั่งแล้วคำรามออกมา
พอเห็นสัตว์อสูรตัวนี้ หลิงเฟิงก็ชะงักไปเล็กน้อย
พลังไม่แข็งแกร่ง สัตว์อสูรระดับสอง หนึ่งดาว
แน่นอนว่า ต่อหน้าคนธรรมดา นี่คือสัตว์อสูรที่ร้ายกาจสุดๆ
คนธรรมดาเจ็ดแปดคนมาก็คงเป็นแค่อาหาร
"คาดว่าไม่กี่ชั้นแรกก็คงเป็นแค่ของง่ายๆ! มิน่าล่ะถึงบอกว่า ถ้าผ่านชั้นยี่สิบไม่ได้จะถูกเตะออกจากชั้นเฉียนหลง!"
หลิงเฟิงไม่ได้ใส่ใจมากนัก จากนั้นเขาก็ยกนิ้วชี้ขวาขึ้น
"เปรี๊ยะๆๆ!!"
สายฟ้าสายหนึ่งควบแน่นขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา
"เปรี้ยง!!!"
วินาทีต่อมา พร้อมกับเสียงดังสนั่น สายฟ้าก็พุ่งออกไปหลายสิบเมตรทันที
"ตูม!!!"
จากนั้นท่ามกลางเสียงดังสนั่น สัตว์อสูรตัวนั้นก็ระเบิดออกทันที กลายเป็นเถ้าถ่านโปรยปรายลงบนพื้น
[ยินดีด้วย คุณผ่านด่านแรก!]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น
"วูมม!!"
วินาทีต่อมา พร้อมกับความผันผวนของมิติรอบๆ ร่างของหลิงเฟิงก็หายไปทันที
พอหลิงเฟิงรู้สึกตัวอีกครั้ง ตอนนี้เขาก็มาถึงป่าแห่งหนึ่งแล้ว
"ฟ่อ!!!"
ทันใดนั้น เสียงงูขู่ก็ดังขึ้น วินาทีต่อมา งูยักษ์ยาวกว่าสามสิบเมตร ลำตัวหนาเท่าถังน้ำก็อ้าปากกัดเข้าใส่หลิงเฟิง
หลิงเฟิงก็แค่ชี้มือออกไปสบายๆ
"ตูม!!!"
งูยักษ์ตัวนี้ระเบิดออกทันทีกลายเป็นเถ้าถ่านโปรยปราย
"ระดับสอง สองดาว น่าสนใจขึ้นมาหน่อยแล้ว!"
หลิงเฟิงในตอนนี้เริ่มสนใจขึ้นมาจริงๆ แล้ว นี่เพิ่งจะชั้นสองเองนะ!
จากนั้น มิติก็ผันผวนอีกครั้ง!
ภาพรอบตัวหลิงเฟิงเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
คราวนี้ เป็นทุ่งหญ้า
ห่างออกไปร้อยกว่าเมตร จามรีสูงห้าเมตรตัวหนึ่งกำลังกินหญ้าอยู่ พอเห็นหลิงเฟิง ดวงตาของมันก็พลันแดงก่ำทันที
"มอ!!!"
พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ของจามรี มันก็พุ่งเข้าใส่หลิงเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
"ระดับสอง สามดาว! นี่มันชั้นละหนึ่งดาวรึเปล่า?"
หลิงเฟิงเลิกคิ้วขึ้น
จากนั้นเขาก็ชี้ปลายนิ้ว สายฟ้าก็มาถึงในพริบตา
"ครืนนนน!!!"
พร้อมกับเสียงดังสนั่น จามรีก็ระเบิดออกทันที
วินาทีต่อมา ร่างของหลิงเฟิงก็หายไปจากชั้นที่สามอีกครั้ง
ต่อไป คู่ต่อสู้ชั้นที่สี่คือสัตว์อสูรระดับสอง สี่ดาว
ชั้นที่ห้าคือระดับสอง ห้าดาว เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
แน่นอนว่า สัตว์อสูรเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์อสูรธรรมดาที่สุด ไม่มีการเพิ่มพลังพิเศษใดๆ
พลังต่อสู้ระดับสอง ห้าดาว ก็คือห้าเท่าของระดับหนึ่ง หนึ่งดาว
ดังนั้นหลิงเฟิงจึงคาดเดาคร่าวๆ ว่า สิบชั้นแรกนี้ สัตว์อสูรแต่ละชั้นจะเพิ่มพลังต่อสู้ขึ้นหนึ่งเท่า!
พอถึงชั้นที่สิบ คู่ต่อสู้ก็กลายเป็นระดับสาม หนึ่งดาว เทียบเท่าเจ้ายุทธ์เงิน ขั้นหนึ่ง
พลังต่อสู้เป็นสิบเท่าของครูฝึกยุทธ์ทองแดง ขั้นหนึ่งพอดี!
แค่ไม่รู้ว่าหลังจากชั้นสิบแล้วจะเป็นยังไง
หลิงเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง จัดการฆ่าในพริบตาอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นาน ก็มาถึงชั้นที่สิบ!
เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ คู่ต่อสู้คืออสูรดาราระดับสาม หนึ่งดาว
จากนั้นหลิงเฟิงก็ฆ่าอสูรดาราในพริบตา ร่างก็มาถึงชั้นที่สิบเอ็ดโดยตรง
เพียงแต่ว่า คู่ต่อสู้ชั้นนี้มีจำนวนเปลี่ยนเป็นสองตัว
ระดับพลัง ยังคงเป็นระดับสาม หนึ่งดาว
ชั้นที่ 12 สามตัว
ชั้นที่สิบเก้า: สิบตัว!
ถึงจำนวนจะเยอะ แต่ระดับพลังกลับไม่สูง ดังนั้นจึงถูกหลิงเฟิงฆ่าในพริบตาทั้งหมด
ไม่นาน ชั้นที่ยี่สิบก็เปิดออก!
คราวนี้คู่ต่อสู้เป็นอย่างที่หลิงเฟิงคาดไว้จริงๆ ระดับพลังไปถึงระดับสาม สองดาวแล้ว!
"อย่างนี้นี่เอง หอเฉียนหลงนี่ ทุกครั้งที่เลื่อนขึ้นหนึ่งชั้น พลังต่อสู้รวมของคู่ต่อสู้ก็จะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจริงๆ
ชั้นสามสิบก็คือพลังต่อสู้สามสิบเท่า ระดับสาม สามดาว
คิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ชั้นเก้าสิบคงจะเป็นระดับสาม เก้าดาว!
งั้นชั้นที่ร้อย ก็ต้องเป็นขอบเขตราชันย์ยุทธ์ทอง (黄金) ขั้นหนึ่งเลยสิ?
พอคิดถึงตรงนี้ หลิงเฟิงก็พลันเลิกคิ้วขึ้น
ต้องรู้ด้วยว่า ตอนนี้ระดับพลังของหลิงเฟิงถูกกดไว้ที่ครูฝึกยุทธ์ทองแดง ขั้นหนึ่ง
ข้ามสองระดับใหญ่ การทดสอบนี้ถือว่าน่ากลัวไม่เบา
"พูดอีกอย่างคือ ตอนนั้นโบนัสพลังต่อสู้รวมของพ่อ สามารถสู้กับคนระดับเดียวกันได้ถึง 90 เท่าขึ้นไปเลยงั้นเหรอ?"