เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 การเผชิญหน้ากับเหล่าโอนิ (鬼)

ตอนที่ 38 การเผชิญหน้ากับเหล่าโอนิ (鬼)

ตอนที่ 38 การเผชิญหน้ากับเหล่าโอนิ (鬼)


ตอนที่ 38 การเผชิญหน้ากับเหล่าโอนิ ()

 

“ส่งตัวเทพเจ้ามาซะ แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป หึหึ”

ยักษ์โอนิสีเขียวกล่าวด้วยเสียงใหญ่กังวาน

พวกมันมีรูปร่างสูงใหญ่คล้ายมนุษย์ แต่มีบางส่วนในร่างกายที่ไม่เหมือนมนุษย์ธรรมดาทั่วไป บ้างมีผิวหนังสีแดง สีน้ำตาล หรือสีส้ม นานครั้งจะพบตัวที่เป็นสีเขียว บ้างมีสามตา สองเขา เขี้ยวเล็บคมกริบ นุ่งห่มหนังเสือ สามารถแยกแยะกลิ่นของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ถือกระบองหนามอันใหญ่ที่เรียกว่า คะนะบุ (金棒) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งที่ไม่อาจเอาชนะได้ เชื่อกันว่าโอนิจะนำพามาซึ่งโรคร้าย โรคระบาด ความโชคร้าย และความหายนะ พวกมันชอบอาศัยอยู่ตามภูเขาหรือป่าทึบ

“อย่าเข้ามานะ ไอ้ตัวประหลาด!”

ลินจิโผล่หน้าออกมาจากด้านหลังของชุน สองมือกำผ้าคลุมสีดำของชายหนุ่มไว้แน่น พอยักษ์โอนิสีเขียวหรี่ตาพร้อมพ่นควันออกจมูก เด็กหนุ่มก็รีบหลบ

ขณะนั้นชุนก็เกร็งข้อมือพร้อมที่จะตวัดดาบได้ทุกเมื่อ

“ตัวประหลาดงั้นหรือ หึหึหึ ไม่รู้จักข้าเสียแล้ว”

แววตาเหี้ยมเกรียมส่องแสงสีแดงสว่างวาบ เสียงดังก้องจากปากที่เต็มไปด้วยเขียวแหลมคม

“นามของข้าคือ ‘ฟุโอนิ’ ผู้ครองป่าโยไก มอบเทพเจ้าให้ข้าซะ หึหึ”

รอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าของฟุโอนิ

“ใครจะไปให้โง่กัน เจ้าหน้ากากฮันเนีย¹”

เด็กหนุ่มโผล่หน้าออกมาอีกครั้ง อาจเพราะชุนยืนเป็นเกราะกำบัง ตนจึงกล้าล้อเล่นกับอสุรกายร่างใหญ่

เมื่อการเจรจาไร้ผล ฟุโอนิร่างเขียวจึงพ่นลมออกจมูกอย่างไม่พอใจ

“จับตัวเทพตนนั้นมา!”

เหล่าโอนิตนอื่นคำรามเสียงดังก้องรับคำสั่งพลันวิ่งเข้ามา มือใหญ่หนายกกระบองหนามฟาดลงไปยังตำแหน่งของชุนทันที

ลินจิรีบร้องเตือน…

“คุณชุน! ระวัง!”

“หึ”

เสียงทุ้มดังในคอ ชุนรีบตั้งท่าร่ายเวทปาดมือเป็นแนวนอนอย่างรวดเร็ว

“火”

ดาวห้าแฉกส่องประกายผุดบนพื้น เสาไฟขนาดใหญ่โอบล้อมร่างพวกเขาซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง เหล่าโอนิที่วิ่งเข้ามาหยุดยั้งกายแทบไม่ทัน

ขณะที่พวกยักษ์โอนิกำลังตื่นตระหนกกับเปลวเพลิงซึ่งโหมกระหน่ำ มือหนาก็รีบคว้าข้อมือลินจิวิ่งไปยังเพกัส จังหวะนั้นกระบองหนามห้าหกอันก็พุ่งตรงมาทางพวกเขา เช่นนั้นชุนจึงรีบผลักร่างของเด็กหนุ่มออกไปพร้อมขยับกายหลบ

ม้าอสูรเห็นชุนตกอยู่ในอันตรายจึงวิ่งเข้าช่วย ทว่ากระบองหนามอันหนึ่งก็พุ่งขวางสกัดกั้น

เพกัสพลันกระโดดหลบขึ้นฟ้า วินาทีนั้นชุนสัมผัสถึงเท้าหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านหลัง

“คุณชู๊น!”

เสียงของลินจิตะโกนเรียกพร้อมกับจังหวะที่ชุนหันหลังไป กระบองหนามยักษ์ของฟุโอนิกำลังจะฟาดลงมาอย่างหนักหน่วง

ลินจิเบิกตากว้าง ทว่าชุนก็ยกดาบขึ้นต้านรับไว้ได้ทัน เกิดเสียงโลหะปะทันกันเสียดแทงโสตประสาท

ขณะที่เด็กหนุ่มจะวิ่งเข้าช่วยเหลือ ชุนเกรงว่าอีกฝ่ายจะได้รับอันตรายจึงแผดเสียงไล่

“ถอยไป!”

เช่นนั้นลินจิจึงก้าวถอย ถึงอย่างนั้นตนก็อยากจะช่วยอะไรสักอย่าง จึงใช้ทักษะ ‘กลายร่าง Lv.2’

[ไม่สามารถใช้ทักษะได้]

เด็กหนุ่มไม่เข้าใจเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถใช้ทักษะได้ เขากำลังลังเล

ขณะเดียวกันฟุโอนิที่กำลังประจันหน้ากับชุนก็กัดฟัดกรอดอย่างโมโห กระบองหนามสีแดงปะทะกับดาบกระดูกเทพเกิดเสียงดังเป็นระลอก พริบตานั้นจิตสังหารสีเขียวซึ่งเป็นพลังเวทของเทพบุตรคิกิก็โหมกระหน่ำท่วมร่างของชายหนุ่ม ปรากฏดาวห้าแฉกสีเขียวสว่างไสวใต้ฝ่าเท้าของฟุโอนิทันที

“風”

พายุสีมรกตโหมกระหน่ำท่วมร่างกายอันหยาบหนาของฟุโอนิ เสียงร้องคำรามดังสะท้านกึกก้องป่าเพราะความเจ็บปวด ใบหน้าสีเขียวของฟุโอนิบิดเบี้ยว

ทว่าตอนนั้นกระบองหนามยักษ์พลันส่องแสงสีแดงสว่างวาบออกมา แรงมหาศาลปะทะดาบเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้

“หึ…”

ชุนต้านการโจมตีของฟุโอนิอย่างสงบนิ่ง ไม่มีทีท่าว่าจะพ่ายแพ้แม้แต่น้อย

ระหว่างนั้นเหล่าโอนิตนอื่นต่างวิ่งอ้อมมาทางด้านหลังจนแผ่นดินสะเทือน ลินจิสะดุ้งหันขวับพร้อมดันฝ่ามือต้านอย่างรวดเร็ว

“อ้า…”

แสงสีขาวนวลแผ่กระจายใส่ร่างโอนิตัวหนึ่งดังพรึ่บจนล้มลง

เหล่าโอนิเห็นพวกของตนถูกทำร้ายจึงโห่ร้องอย่างโกรธเกรี้ยว เท้าใหญ่หนามากมายวิ่งเข้าหาลินจิโดยพลัน

“…!”

เพกัสเห็นเช่นนั้นจึงพุ่งตัวจากฟ้าพร้อมอ้าปาก ละอองแสงสีแดงรวมตัวกันในปากม้าอสูรส่องประกายสว่างไสว เมื่ออาชาอสูรร้องเสียงต่ำออกไป เปลวเพลิงก็พุ่งเข้าใส่โอนิตนหนึ่งจนแหลกเป็นจุณ

เห็นเช่นนั้นเหล่าโอนิคนอื่นจึงโกรธเกรี้ยว พวกมันต่างทะยานเข้าจู่โจมเพกัสด้วยกระบองหนาม ทว่าร่างอาชาอสูรนั้นรวดเร็วยิ่งกว่าสายลม อาวุธใหญ่เทอะทะจึงไร้ผลอย่างสิ้นเชิง

ขณะเดียวกันเหล่าโอนิหลายสิบตนก็ไล่ตามจับตัวลินจิ

“เหวอ…”

เขตอาคมเทพเจ้าไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ หากอสุรกายเหล่านี้ใช้เวทมนตร์โจมตีคงจะดี เด็กหนุ่มหนีสุดชีวิต

ทว่าโอนิซึ่งมีร่างกายสูงใหญ่ฝีเท้าย่อมยาวกว่า พวกมันยืนดักด้านหน้าเด็กหนุ่มโดยใช้ระยะเวลาอันสั้น เมื่อลินจิคิดหนีย้อนกลับไป จึงพบว่าตนถูกเหล่าโอนิล้อมไว้แล้ว

“ฮือ…”

“โธ่เว้ย!”

ชุนตวาดเสียงดังเมื่อเห็นลินจิตกอยู่ในอันตราย พายุสีมรกตพลันโหมกระหน่ำหมายจะกระแทกร่างฟุโอนิให้กระเด็น ทว่าฟุโอนิกลับเร่งกำลังฝืนต้าน อีกไม่นานบริวารของตนจะจับเทพเจ้าได้แล้ว

“…”

พลังของชุนเหนือกว่าฟุโอนิอยู่มาก หากต่อสู้อีกครู่หนึ่งเขาต้องชนะแน่

“อ๊ะ!”

เสียงร้องของลินจิดังขึ้น ความรู้สึกเป็นห่วงเร่งเร้าให้ชุนตัดสินใจ เช่นนั้นเขาจึงรีบปล่อยมือจากดาบกระดูกเทพทันที ส่งผลให้ฟุโอนิเสียหลักเอนตัวล้มมาด้านหน้า ส่วนชุนรีบพุ่งกายเข้าหาเหล่าโอนิที่ล้อมลินจิพร้อมแสงสีแดงบนฝ่ามือ

“火 เวทไฟ!”

สิ้นสุดเสียงพร้อมมือที่ยื่นออกไป ปรากฏเพลิงทรงกลมขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่เหล่าโอนิทันที

พริบตาที่ร่างยักษ์ของเหล่าโอนิกระทบเวทเพลิง เปลวไฟก็ลุกท่วมแผดเผาร่างของพวกมันล้มตายไปถึงสามตน พอชุนเคลื่อนกายเข้าใกล้ กระบองหนามอันใหญ่มากมายก็ฟาดลงมา ทว่าความเร็วของชายหนุ่มนั้นไวยิ่งกว่า จึงสามารถคว้าเสื้อของลินจิพร้อมหลบหลีกการโจมตีได้อย่างสบาย

“เหวอ…”

“火 เวทไฟ!”

เสียงอุทานดังขึ้นพร้อมเสียงร่ายเวท พอชุนปาดมือเป็นแนวนอนอย่างรวดเร็ว ดาวห้าแฉกสีแดงก็เปล่งแสงสว่างใต้ฝ่าเท้าของโอนิตนหนึ่ง

เสาเพลิงขนาดใหญ่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเผาผลาญร่างโอนิแหลกสลายไปถึงสี่ตน พวกมันเบิกตากว้างอย่างตกใจ

“風 เวทลม!”

เมื่อกวาดมือเป็นแนวนอนอีกหน ลมกระโชกรุนแรงดุจพายุหมุนลูกหนึ่งก็พัดเอาร่างของเหล่าโอนิปลิวกระเด็นไปถึงแปดตน ทว่าจำนวนของพวกมันไม่ได้ดูบางตาลงเลย

ชุนจิรีบคว้าตัวลินจิฝ่าวงล้อมอสุรกาย ตอนนี้ตนต้องใช้ดาบกระดูกเทพเข้าช่วย

“อ้า…”

“หุบปาก!”

ขณะเคลื่อนเข้าใกล้ดาบ ฟุโอนิร่างเขียวพลันกระโดดเข้าขวางพร้อมตวาดลั่น

“ไม่ให้หนีหรอก!”

กระบองหนามขนาดใหญ่กระแทกพื้นดินด้านหน้าจนแตกกระจายกลายเป็นหลุม บีบให้ชุนต้องพุ่งกายถอยกลับไป จังหวะนั้นเหล่าโอนิหลายสิบตนก็พุ่งเข้ามา กระบองหนามมากมายฟาดจู่โจมแทบไม่หยุด ร่างกายของชุนซึ่งมีลินจิอยู่ด้วยพลันหลบได้อย่างหวุดหวิด

“หนีกันเถอะครับ”

“พูดบ้า ๆ ข้าจะทิ้งดาบไม่ได้!”

ชุนแผดเสียงขณะพาร่างของเด็กหนุ่มหลีกหนีการโจมตี พอเนิ่นนานการเคลื่อนไหวของเขาก็ช้าลง เม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้า เห็นชัดว่าสถานการณ์คับขันยิ่ง

ตอนนั้นลินจิจึงมองไปยังดาบกระดูกเทพ หากตนนำดาบของชุนกลับมาได้สถานการณ์อาจจะดีกว่านี้

ทว่าเหล่าโอนิต่างพากันจู่โจมไม่หยุดหย่อน

ความรู้สึกผิดพลันผุดขึ้นในใจ…

ตนเป็นต้นเหตุให้ชุนต้องลำบาก

หากตนแข็งแกร่งกว่านี้

คงช่วยเหลือชุนได้เยอะกว่านี้

สายตาของเด็กหนุ่มจับจ้องไปยังดาบกระดูกเทพหมายจะเอากลับคืนมาให้ได้ วินาทีนั้นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้นจากภายใน

[‘กลายร่าง Lv.1’ เริ่มทำงาน]

ผิวกายของเด็กหนุ่มเปล่งแสงสว่าง ร่างกายปรับขนาดรูปร่างเป็นลักษณะคล้ายอาวุธ

“อ๊ะ!”

“…!”

ชุนประหลาดใจ ระหว่างนั้นเพกัสซึ่งบินอยู่บนฟ้าก็ปล่อยเพลิงอสูรแผดเผาเหล่าโอนิที่กำลังจะเข้ามาจู่โจม

“นั่นมัน…”

เมื่อแสงสว่างวูบดับลง ดวงตาของชุนพลันเบิกกว้าง ก่อนจะหรี่ลงพร้อมมุมปากที่ยกขึ้น

ร่างของเทพเจ้าได้กลายเป็น ‘ดาบกระดูกเทพ’ ในมือเขาเสียแล้ว

‘กลายร่าง Lv.1’ คือ ทักษะที่ใช้แปลงร่างเป็นวัตถุ โดยการตั้งสมาธิไปที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วกลายเป็นวัตถุนั้น แต่ลินจิไม่เคยฝึกใช้ทักษะอย่างจริงจัง จึงทำให้ตนกลายร่างเป็นก้อนหินที่ตัวเองเคยเพ่งสมาธิมอง ทว่าตอนนี้ลินจิตั้งสมาธิไปยังดาบกระดูกเทพจึงทำให้เขากลายร่างเป็นดาบโดยไม่ทันตั้งตัว

“ตายซะแก!”

เสียงก้องกังวานของโอนิตัวหนึ่งดังจากด้านหลังอย่างหงุดหงิด ชุนเชิดหางตาขึ้นสูงพร้อมเหลียวกลับไปมอง ซึ่งฟุโอนิตัวใหญ่ยักษ์สีเขียวก็พูดอย่างอวดดี

“จงตายด้วยดาบของเจ้าซะ!”

คำพูดนั้นไร้ซึ่งการหลอกลวง ฟุโอนิใช้มือใหญ่หนาเก็บดาบกระดูกเทพบนพื้นขึ้นมา กระบอกหนามของโอนิตัวหนึ่งจู่โจมจากด้านหลัง ทว่าร่างของชายหนุ่มก็กระโดดสูงหลบ

จังหวะเดียวกันฟุโอนิสีเขียวซึ่งเป็นหัวหน้าก็เงยมองฟ้าเบิกตากว้างอย่างตกใจ มือหนึ่งถือกระบองหนาม อีกมือหนึ่งถือดาบกระดูกเทพของชุนไว้ สองแขนใหญ่หนารีบตั้งไขว้ในท่าป้องกันทันที

“เอามือสกปรกของแกออกจากดาบของข้าซะ!”

เสียงทุ้มแผดอย่างดุดัน วินาทีนั้นคมดาบกระดูกเทพซึ่งเป็นร่างจำแลงของลินจิก็ฟาดฟันท่อนแขนข้างหนึ่งของฟุโอนิหล่นลงพื้น

ปลายดาบกระดูกเทพปักลงพื้น ท่อนแขนของฟุโอนิหล่นกระทบพื้นดังตุบ

สองเท้าสัมผัสดิน ชุนรีบคว้าดาบกระดูกเทพของตนกลับมา

ฟุโอนิร่างเขียวร้องก้องกังวานอย่างเจ็บปวด

ขณะเดียวกันมือทั้งสองซึ่งกระชับดาบกระดูกไว้พลันประสานไขว้ด้านหน้าเป็นตัว ‘X’

ริมฝีปากเรียวบริกรรมเวทคาถาทันที

“土,水,風,火,雷”

ตัวดาบพลันเปล่งแสง สีน้ำตาล ฟ้า เขียว แดง เหลือง สลับกัน

“เอานี่ไปกินแทนเทพเจ้าก่อนแล้วกัน!”

เสียงตะโกนทรงพลัง ปรากฏดาวห้าแฉกสลับเป็นสีต่าง ๆ

จิตสังหารหลากสีพลันสว่างวาบจากร่างกาย เศษดินโดยรอบลอยขึ้นตามกระแสพลัง ผ้าคลุมสีดำด้านหลังสะบัดขึ้นพลิ้วไสว เหล่าโอนิเห็นเช่นนั้นพากันถอยหลังอย่างหวาดกลัว

“หึ…”

รอยยิ้มอันเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของชายหนุ่ม วินาทีที่ตวัดดาบทั้งสองออกไป ปรากฏคลื่นพลังหลากสีขนาดใหญ่โหมกระหน่ำกวาดผืนดินแตกกระจายไปด้านหน้า

“นั่นมัน… พลังอะไรกัน”

ฟุโอนิร่างเขียวเบิกตากว้าง เท้าหนึ่งก้าวถอยคล้ายจะหนี ทว่าพริบตาที่คลื่นเสาพลังห้าธาตุพุ่งปะทะเข้ากับร่างยักษ์ เสียงกรีดร้องของฟุโอนิก็ก้องกังวานขึ้น ร่างใหญ่หยาบกร้านไม่อาจทนเสาพลังห้าธาตุไหว จึงแหลกสลายเป็นผุยผงในที่สุด

เหล่าลูกน้องของฟุโอนิเห็นเช่นนั้นต่างหวาดกลัวจึงพากันหนี เสียงฝีเท้าหยาบหนากระทบผืนดินดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อพวกมันวิ่งไกลออกไปเสียงนั้นก็พลอยเลือนหาย

ชุนกวาดตามองบริเวณโดยรอบ เพกัสซึ่งลอยอยู่บนฟ้าร่อนตัวลงมาเคียงข้างชุน ขณะเดียวกันดาบกระดูกเทพในมือข้างหนึ่งพลันเปล่งแสงสีขาวสว่างวาบ เช่นนั้นชายหนุ่มจึงก้มลงมอง…

แสงสีขาวทอประกายในดวงตา

ขนาดของดาบกระดูกเทพซึ่งเป็นร่างจำแลงของลินจิขยายขึ้น

พอแสงสว่างวูบดับลง ลินจิก็กลับสู่ร่างเดิม ใบหน้าของเขาดูไม่สบอารมณ์นัก

“นี่! วันหลังจะฟันอะไรก็บอกกันก่อนนะครับ”

ตอนที่ตนกลายร่างเป็นดาบ ชุนได้ใช้ร่างนั้นฟันแขนของฟุโอนิจนขาดสะบั้น เช่นนั้นตนจึงรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

“หืม…”

ชุนก้มมองขยับหัวคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย

“เจ้าแปลงร่างเป็นดาบได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

“เอ๊ะ…”

ลินจิมองคนถามพลางกะพริบตา ก่อนก้มหน้าจับคางครุ่นคิด แล้วจึงเงยหน้าตอบ…

“เหมือนตอนนั้น คิดแค่ว่าต้องเอาดาบของคุณชุนกลับคืนมาให้ได้ จู่ ๆ ร่างกายมันก็เปลี่ยนไปเองน่ะครับ”

“งั้นเหรอ”

ได้ยินคำตอบที่เหมือนเรื่องบังเอิญของเด็กหนุ่มชุนจึงไม่คิดจะถามต่อ เขายกมือหนึ่งขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วเก็บดาบกระดูกเทพเข้าฝัก

เสียงเสียดสีของโลหะดังขึ้นครู่หนึ่ง ลินจิจึงปิดตาแล้วยกไหล่เพราะรู้สึกเสียวฟัน

ตอนที่ชุนกระโจนขึ้นหลังเพกัส ลินจิก็รีบวิ่งไปหยิบสัมภาระก่อนจะวิ่งกลับมา

พอเด็กหนุ่มปีนขึ้นหลังม้าอสูร ชุนก็มองถุงผ้าสีดำบนหลังของอีกฝั่ง คิดว่าคล้ายกระดองเต่าเสียจริง

“นี่เจ้า…”

“หืม”

เด็กหนุ่มหันไป

“อะไรเหรอครับ”

“ของในนั้นมันสำคัญมากเลยเหรอ”

มุมปากของลินจิยกขึ้นให้กับคำถาม ในกระเป๋าเป้มีสมาร์ตโฟนซึ่งบันทึกภาพของชุนไว้อยู่ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนในภายภาคหน้าว่า…ความรักของเขามีตัวตนจริง ๆ

ลินจิก้มเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าตอบว่า…

“…สำคัญสิครับ”

ตอนนั้นชุนก็ขมวดคิ้ว แต่เมื่อลินจิเหลียวหลังกลับไป รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของตน

ความรู้สึกช่างน่าประหลาด ทั้งที่น่าจะพองตัวหรือเหี่ยวแห้ง เปล่งประกายหรือจืดจางเพียงแค่ในหัวใจของผู้นั้น แต่มันกลับเข้ามาถึงแม้แต่ในใจของตน เข้ามากระแทกซึมลึกสู่ภายใน…

 

จบบทที่ ตอนที่ 38 การเผชิญหน้ากับเหล่าโอนิ (鬼)

คัดลอกลิงก์แล้ว