- หน้าแรก
- แนวคิดพิสดารสู่ความเป็นเซียน
- บทที่ 6 ข้าโดนฆ่าก่อน ค่อยฆ่ากลับ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรม!
บทที่ 6 ข้าโดนฆ่าก่อน ค่อยฆ่ากลับ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรม!
บทที่ 6 ข้าโดนฆ่าก่อน ค่อยฆ่ากลับ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรม!
บทที่ 6 ข้าโดนฆ่าก่อน ค่อยฆ่ากลับ ถือเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรม!
“อยากกลับเป็นมนุษย์ง่ายนิดเดียว ท่านสามารถปิด 【เทมเพลตบอส】 ได้ทุกเมื่อ เพื่อกลับสู่ร่างมนุษย์ พออยู่ในร่างมนุษย์ ก็สามารถเปิดใช้งานเทมเพลต โหลดร่างอสูรพยัคฆ์ได้ตลอดเวลาเหมือนกัน แต่ข้าไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้น รอก่อนอีกแป๊บนึง”
“โอ้? ทำไมล่ะ” พยัคฆ์ดุสงสัย
ภูตงู: “ท่านเห็นแถบเลือดไหม? มันยังไม่เต็มนี่นา ร่างมนุษย์ของท่านในตอนนี้ตายเพราะเสียเลือดมากเกินไป ที่ท่านทะลุมิติมาได้อย่างราบรื่นก็เพราะ 【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน】 มันจุติลงมา ร่างกายของท่านตอนนี้ถูก 【เทมเพลตบอส】 คลุมป้องกันไว้ เลยได้อานิสงส์ฟื้นฟูเลือดฟื้นฟูพลังเวทไปด้วยกัน แถบเลือดยังไม่เต็ม ก็แปลว่าร่างอสูรพยัคฆ์เองก็เสียหาย ร่างมนุษย์ของท่านก็กำลังซ่อมแซมไปด้วย เพราะงั้นรอให้แถบเลือดเต็ม 100% ก่อน ค่อยยกเลิกการแปลงร่าง ท่านก็จะได้กลับมาเป็นลูกผู้ชายเต็มตัวอีกครั้ง!”
หยวนจู๋ได้ยินก็ดีใจ: “มี 【เทมเพลตบอส】 หนุน หลังๆ มานี่ไม่ว่าจะเป็นโรคภัยไข้เจ็บหรือบาดแผลอะไร ก็ใช้บั๊กนี้รักษาให้หายได้หมดเลยงั้นสิ? นี่มันข่าวดีชัดๆ”
“ใช่แล้ว แต่ 【เทมเพลตบอส】 ก็มีขีดจำกัดเหมือนกัน จำกัดแค่โรคภัยไข้เจ็บกับบาดแผลฉกรรจ์ในระดับมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ถ้าแขนขาขาดแล้วสูญหายไป ก็ไม่แน่ว่าจะงอกใหม่ได้ ถ้าเป็นบาดแผลหรือคำสาปที่เกิดจากแหล่งมลพิษอื่น หรือโรคภัยไข้เจ็บเหนือธรรมชาติ... อันนั้นก็ยังบอกไม่ได้”
หยวนจู๋ไม่ผิดหวัง: “แค่นั้นก็เจ๋งแล้ว บาดแผลถึงตายอย่างโดนแทงทะลุหัวใจยังซ่อมได้ โคตรโกง!”
ภูตน้อยรีบพูดต่อ: “มีอีกเรื่องที่ต้องระวัง ตอนอยู่ในร่างอสูรพยัคฆ์ การฟื้นฟูเลือดฟื้นฟูพลังเวทของท่าน มันจะส่งผลทับซ้อนไปถึงร่างมนุษย์ด้วย แต่พออยู่ในร่างมนุษย์ ท่านจะได้รับการคุ้มครองแค่ ‘ไฟร์วอลล์วิญญาณ’ ขั้นพื้นฐานจาก 【คัมภีร์เซียน】 เท่านั้น นอกจากนี้ ก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรอีกเลย”
แมวน้อยตกตะลึง: “ทำไมล่ะ? พวกเจ้านี่มันลำเอียงต่อมนุษย์ชัดๆ ฮาว แดร์ ยู!”
ภูตงูไม่ไหวติง ตอบกลับอย่างใจเย็น: “เพราะ 【อสูรปีศาจรากปราณ】 มันเป็นของล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ เดิมทีมันไม่ควรจะมาอยู่กับท่าน ถ้าไม่ใช่เพราะ 【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน】 โดนมลพิษจนข้อมูลลับรั่วไหล แล้วข้าฉวยจังหวะชิงตัดหน้ามาได้ทัน เอามาเป็นค่าชดเชยให้ท่านล่ะก็ ท่านไม่มีทางได้แตะต้องมันด้วยซ้ำ”
“ตามปกติ ผู้ใช้แบบท่านหลังจากไปถึงจักรวาลบำเพ็ญเซียนอย่างปลอดภัยแล้ว ก็จะโหลด 【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน.ไคลเอนต์】 ได้รับหน้าต่างสถานะบำเพ็ญเพียร จากนั้นภูตเกมก็จะนำทางให้ท่านไปสัมผัสกับทรัพยากรพลังปราณ ฝึกฝนเคล็ดวิชา ใช้ความพยายามของตัวเอง ค้นหาสะสมของล้ำค่าจากสวรรค์และปฐพี แล้วค่อยสังเคราะห์รากปราณธรรมดาๆ ขึ้นมาตามคุณสมบัติของตัวเอง และนี่ต่างหากคือการบำเพ็ญเซียนสายหลักที่ถูกต้อง!”
“แต่ตอนนี้ ท่านโหลด 【รากปราณกลายพันธุ์】 ก้าวเดียวขึ้นสวรรค์ นอกเหนือจากร่างมนุษย์แล้ว ยังเปิดการแปลงร่างอสูรปีศาจขึ้นมาดื้อๆ พอยกเลิก 【เทมเพลตบอส】 พลังนี้ก็จะถูกซ่อนไว้ในมิติพิเศษที่ข้อมูลวิญญาณเปิดเอาไว้ คนภายนอกมองไม่เห็น ท่านก็จะแสดงแค่หน้าต่างสถานะมนุษย์ธรรมดาให้คนอื่นเห็น”
“ถ้าใชศัพท์เกมในหัวท่านอธิบาย ก็คือ สองอาชีพ สองเทมเพลต แถมยังมีสายเลือดแฝงอีกต่างหาก แล้วก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการบำเพ็ญเพียรในร่างมนุษย์เลยด้วย พูดอีกอย่างก็คือ ถ้าในอนาคตท่านไม่อยากเป็นคนขึ้นมาดื้อๆ ก็ยังมีโอกาสที่จะมีสองสายเลือด... แต่ถ้าพูดให้ถูก 【อสูรพยัคฆ์】 มันเหนือกว่าขอบเขตของสายเลือดไปแล้ว มันเหมือนกับเกราะพิเศษที่แยกเป็นเอกเทศมากกว่า คล้ายๆ กับ ‘ซูซาโนโอะ’ ในความจำของท่านนั่นแหละ”
หยวนจู๋ตกใจมากกับเรื่องนี้ มันลุกขึ้นลองขยับแขนขา สัมผัสทุกตารางนิ้วของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างละเอียด นี่มันไม่ต่างจากร่างกายเลือดเนื้อจริงๆ เลย
“งั้น ‘ร่างอสูรพยัคฆ์’ ของข้าตอนนี้ มันใช่ร่างมนุษย์ของหยวนจู๋รึเปล่า? หรือว่าข้ามีสองร่าง?”
ภูตงู: “เรื่องนี้ข้าอธิบายไม่ได้หรอก มันลึกซึ้งเกินไป ข้าเป็นแค่ภูตนำทางสอนเล่นสำหรับมือใหม่ธรรมดาๆ เท่านั้น ข้ารู้แค่ว่า ข้อมูลสายเลือดของ 【อสูรพYัคฆ์】 ทั้งหมดถูกเขียนไว้ใน 【รากปราณกลายพันธุ์】 แล้ว ตอนนี้รากปราณมันหยั่งรากลึกในวิญญาณท่าน หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับท่านแล้ว ท่านจะเปิดร่าง 【อสูรพยัคฆ์】 ได้ ก็ต้องอาศัยร่างมนุษย์เป็นพื้นฐาน พอกลับเป็นมนุษย์ ก็จะตัดการเชื่อมต่อกับ 【เทมเพลตบอส】 ทำได้แค่ให้มันทำงานอยู่เบื้องหลัง ให้บริการแค่ไฟร์วอลล์วิญญาณขั้นพื้นฐานเท่านั้น”
ในแววตาของแมวน้อยฉายแววโง่เขลาอันใสซื่อ: “อะเมซิ่ง! ข้าเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างนะ? แต่เข้าใจนิดเดียว”
ภูตงูก็ทำตาเหม่อลอย พยักหน้าเห็นด้วยอย่างแรง: “ใช่เลย ข้าก็เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ”
พยัคฆ์หนึ่งตัวกับงูหนึ่งหาง สองผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ ‘รากปราณกลายพันธุ์’ ถึงจะไม่เข้าใจอะไรเลย แต่คนหนึ่งก็กล้าสอน อีกคนก็กล้าเชื่อ พูดคุยกันถูกคอเป็นอย่างยิ่ง
หัวกะโหลกงูส่ายสมองที่ว่างเปล่าไปมา ก่อนจะร้องเสียงหลง: “อ๊ะ ทำไมโปรแกรมวิญญาณของข้ามันยิ่งกระตุก ยิ่งคิดยิ่งช้า หรือว่าข้ากำลังจะมีสมองแล้ว?”
เจ้าแมวยักษ์ดำทมิฬก็กำลังดื่มด่ำกับการเปลี่ยนแปลงของหางงู พึมพำกับตัวเอง: “สุดยอด ข้าเริ่มเข้าใจทุกอย่างแล้ว!”
ในขณะที่ทั้งหัวพยัคฆ์และหางงูกำลังจะติดลูปไม่รู้จบ 【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน】 ก็ส่งสัญญาณเตือนทางจิตขึ้นมา ดึงทั้งคู่ออกจากวังวนแห่งความปัญญาอ่อน
“เอ่อ... →→”, “←←... อือ”
ความเงียบคือค่ำคืนแห่งเคมบริดจ์
...
ตอนนั้นเอง ภูตเกมน้อยก็ทำลายความเงียบขึ้นมา ปัดความรับผิดชอบทันที: “คือจริงๆ แล้ว... ข้าเพิ่งเกิดได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ยังอ่อนหัดมาก เป็นเหมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ ยังไม่ทันได้สร้างรูปแบบตรรกะของตัวเองเลย ไม่มีปัญญาหรือประสบการณ์ชีวิตสะสมมาสักนิด ที่ตอนนี้สื่อสารได้ ก็อาศัยรูปแบบความคิดของท่าน เรียกใช้คลังความจำของท่าน ถึงได้สื่อใจถึงกันได้ ใช้ภาษาที่ท่านเข้าใจที่สุด เพื่อที่จะเข้าใจท่าน ชี้แนะท่าน และช่วยเหลือท่านได้ดียังไงล่ะ”
หยวนจู๋: “ช่างมันเถอะ ข้ายกโทษให้ เจ้ามันก็แค่คู่มือการใช้งานที่ดันมามีชีวิตขึ้นมาชั่วคราว ข้าจะไปคาดหวังอะไรกับเจ้าได้? คนเรา... ต้องพึ่งตัวเอง พอกลับร่างมนุษย์แล้ว ถ้าข้าบาดเจ็บขึ้นมา จะต้องทำยังไง?”
หางน้อยรีบเสนอไอเดีย: “มีสองวิธี 1. หาสถานที่ลับตาคน เข้าสู่ร่างอสูรพยัคฆ์ ดูดซับพลังเงามืด ซ่อมแซมร่างมนุษย์ 2. ไม่ต้องเปิด 【เทมเพลตบอส】 ใช้ร่างมนุษย์ล้วนๆ ค่อยๆ พักฟื้นรอให้หายเอง... การที่ร่างมนุษย์ตัดขาดจาก 【เทมเพลตบอส】 โดยสิ้นเชิง จริงๆ แล้วมันเป็นกลไกป้องกันตัว เดิมทีมันมีไว้เพื่อไม่ให้ยอดฝีมือเจ้าถิ่นในโลกบำเพ็ญเซียน ตรวจจับ 【เทมเพลตบอส】 ที่ซ่อนอยู่ในร่างของผู้ใช้ได้... จะได้ใช้ร่างที่ขาวสะอาด + รากปราณสังเคราะห์ปะปนเข้าไปฝึกวิชาในสำนักต่างๆ”
“ถ้าท่านบาดเจ็บหนัก แล้วดันมี 【เทมเพลตบอส】 หนุนหลัง ฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติอยู่ตลอดเวลา... อาการผิดปกติชัดเจนขนาดนี้ รับรองว่าต้องเป็นที่จับตามองแน่...
จากนั้นก็จะโดนค้นวิญญาณ เค้นเอาความลับที่ซ่อนอยู่ในก้นบึ้งวิญญาณออกมา จนไอ้เฒ่า 【คัมภีร์เซียน】 แตก... ช่องโหว่แบบนี้ บริษัทย่อมคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว... สำหรับท่าน ชีวิตสำคัญที่สุด แต่สำหรับบริษัท ท่านน่ะไม่สำคัญ การซ่อนไอ้เฒ่า 【คัมภีร์เซียน】 ไว้ต่างหากคือภารกิจอันดับหนึ่ง”
“ผู้ใช้น่ะไร้ค่า ตายเมื่อไหร่ก็ได้ เปลี่ยนเมื่อไหร่ก็ได้... ยิ่งท่านไม่ใช่ผู้ใช้ตัวจริงด้วยซ้ำ... ส่วนข้า ก็เป็นข้อมูลผิดปกติที่โดนปนเปื้อน มีความเสี่ยงที่จะโดนตรวจสอบแล้วลบทิ้ง... แถมข้ายังเกิดมาจากท่าน เป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณท่าน... เพราะงั้น เราจึงเป็นพันธมิตรกันโดยธรรมชาติ สมควรจะร่วมมือกัน ขุดกำแพง 【คัมภีร์เซียน】 ไปด้วยกัน ค่อยๆ เดินไปทีละก้าว เริ่มจากหลุดพ้นจากการควบคุมก่อน แล้วค่อยสร้างเนื้อสร้างตัวให้ยิ่งใหญ่ สร้างอนาคตที่รุ่งโรจน์ไปด้วยกัน!”
พอพูดถึงตรงนี้ ภูตงูน้อยก็บิดตัวอย่างตื่นเต้น จนร่างกระดูกดังกรอบแกรบ ถ้าไม่ติดว่างูมันไม่มีแขน หยวนจู๋คงได้เห็นภาพมันอ้าแขนโอบกอดความสำเร็จไปแล้ว
“พอแล้ว ใจเย็นๆ ข้าตกลงร่วมมือด้วย! ในเมื่อไอ้เฒ่ามหาเถื่อนมันไร้ความเมตตาต่อข้า ใช้ข้าเป็นเบี้ย ก็อย่าหาว่าข้าผู้เป็นราชันย์ผู้นี้ไร้คุณธรรม! ฟาร์มเหรียญทองมัน ยึดมรดกมันซะ”
ภูตน้อยตื่นเต้นขึ้นมาทันที: “มันต้องอย่างนี้สิ! ต่อให้มันจะให้โอกาสท่านทะลุมิติมาเกิดใหม่ ให้โปรแกรมโกง 【เทมเพลตบอส】 กับท่าน ซ่อมแซมบาดแผลให้ท่าน แถมยังให้ไฟร์วอลล์วิญญาณ แล้วยังจะให้ไคลเอนต์ใหม่สำหรับร่างมนุษย์ของท่านอีก... แต่มันไม่ได้เจตนาดี มันก็สมควรโดนเราฟาร์มให้ยับ!”
หยวนจู๋: “เจ้าพูดได้ดีมาก คราวหน้าไม่ต้องพูดแล้ว!”
อสูรพยัคฆ์ทมิฬสังเกตเห็นแถบเลือดที่เพิ่มขึ้นจนเต็ม 100% แล้ว มันหันไปกวาดตามองรอยเลือดกับเศษซากชิ้นส่วนที่เกลื่อนกลาดในโถงอันมืดมิด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในอากาศ ผสมกับกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนจากเศษเนื้ออสูร...
นี่มันนรกบนดินที่โสโครกชัดๆ ถึงเขาจะไม่ได้รักสะอาดอะไรนักหนา แต่ก็ทนไม่ไหว ถ้าไม่ใช่เพราะต้องดูด ‘พลังปราณมลพิษ’ จากเงาใต้เท้าเพื่อฟื้นฟูเลือดกับพลังเวทล่ะก็ เขาไม่อยากจะทนอยู่อีกแม้วินาทีเดียว
“ไอ้ที่บ้าๆ นี่ข้าทนไม่ไหวแล้ว! ตอนนี้เลือดก็เต็มแล้ว ข้าไม่คิดจะอยู่นานกว่านี้ ได้เวลาออกไปสำรวจโลกภายนอกแล้ว!”
ทะลุมิติมาต่างโลก เจอกับพิธีบูชายัญเทพชั่วร้าย ได้โปรแกรมโกงมาแบบส้มหล่น กวาดล้างศัตรูราบคาบ... บัดนี้ เด็กหนุ่มกำลังฮึกเหิมเปี่ยมด้วยพลัง นี่มันคือวัยที่ต้องออกไปผจญภัยชัดๆ
หางงูของอสูรพยัคฆ์เงามืดก็มีความคิดของตัวเอง ทันใดนั้นมันก็เลื้อยออกไป ยืดข้อกระดูกสันหลังออกราวกับแส้ที่ยืดหดได้ พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว อ้าปากคาบนาฬิกาพกเรือนหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น แล้วก็หดตัวกลับมา
มันกัดเปิดฝานาฬิกา คาบโซ่สีทองไว้ แล้วก็เลื้อยไปตามสันหลังของพยัคฆ์ทมิฬ จนมาถึงแถวๆ คอ ก่อนจะชูคอขึ้นสูง ห้อยหน้าปัดนาฬิกาลงมาตรงหน้าอสูรพยัคฆ์
“ดูสิ บ่าย 3 โมงแล้ว เวลาเหลือน้อยแล้ว ได้เวลาลงมือ ลบเบาะแสที่ท่านทิ้งไว้ ทำลายหลักฐาน ก้าวแรกสู่การล้างมลทินให้ตัวเอง!”
เด็กหนุ่มกำลังฮึกเหิมเปี่ยมด้วยพลัง นี่มันคือช่วงเวลาอันงดงามของการล้างมลทินให้ตัวเองชัดๆ! จะมาเพิ่งทะลุมิติ เพิ่งอายุ 18~ ก็บรรลุสัจธรรมที่ลานมังกรเลยไม่ได้
“ล้างมลทินให้ตัวเอง?” หยวนจู๋ชะงักไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยความงุนงงสงสัย
ภูตงูพยักหน้าหงึกๆ: “ใช่แล้ว ใช่แล้ว ท่านเพิ่งทะลุมิติมา ก็โดนลากเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมสุดโหด ตอนนี้ท่านกลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว... ข้าขอถามหน่อย ท่านคิดว่าหลังจากนี้ ท่านจะยังสามารถแฝงตัวเข้าไปในโลกนี้ ปรับตัวเข้ากับโลกนี้ได้แบบเงียบๆ เหมือนพวกพระเอกทะลุมิติธรรมดาๆ ได้อีกเหรอ?”
ถึงตอนนี้นี่เอง หยวนจู๋ถึงเพิ่งนึกได้ว่าตัวตนของเขาในโลกนี้ เป็นแค่เด็กหนุ่มวัย 18 ธรรมดาๆ ที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ ตั้งใจเรียนมา 18 ปี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติใดๆ ไม่มีเส้นสาย ไม่มีเบื้องหลัง จู่ๆ ก็โดนลากเข้ามาในพิธีบูชายัญนี่ กลายเป็นเครื่องสังเวย
ถ้าข้าไม่ทะลุมิติมา นี่ก็คือคดีฆาตกรรมเจ็ดศพ... แต่ตอนนี้เนี่ยสิ...
ภูตน้อยพูดเสริมต่อ: “ตอนนี้มันอัปเกรดเป็นคดีฆาตกรรมสุดโหด 41 ศพแล้วนะ! แถมยังพัวพันกับพลังปราณไม่ทราบที่มาหลายชนิด มีเทพชั่วร้ายจุติลงมาอีก คดีมันร้ายแรงยิ่งกว่าเดิมอีก... ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้ คือต้องหาทางสลัดข้อสงสัยออกจากตัวให้ได้ก่อน!”
“เชี่ย! 41 คน?!”
พยัคฆ์ดุตกใจจนสะดุ้งโหยง พรวดพราดลุกขึ้น ถามอย่างไม่อยากเชื่อ: “เจ้าว่าอะไรนะ?!”
“ข้าเป็นพยานปากเอกเลย ข้าเห็นตลอด... มีสาวกคลั่งทั้งหมด 34 คน โดนมลพิษจากแหล่งที่ต่างกันกัดกร่อนบิดเบือน จนกลายพันธุ์เป็นอสูรกายรูปร่างพิลึกพิลั่น... บวกกับศพอีก 6 ศพที่ลุกขึ้นมากลายพันธุ์ด้วย... เพราะงั้น ท่านราชันย์ได้ลงมือสังหารอสูรกลายพันธุ์ที่เป็นภัยต่อสังคมไปถึง 41 ตัวด้วยตัวท่านเอง... กำจัดอสูรสยบมาร สังคยานาความชั่ว! นี่มันบุญกุศลมหาศาลชัดๆ... น่าเสียดายที่นี่ไม่ใช่ ‘จักรวาลเซียน’ ไม่อย่างนั้นแค่แสงบุญทองอร่ามบนตัวท่าน ก็พอจะให้ท่านพ้นผิดได้สบายๆ แล้ว”
ขุนนางประจบสอพลอตัวน้อยประจำตัวพยัคฆ์ราชันย์รีบเป่าหู สร้างเกราะป้องกันทางใจ กล่อมเกลาความรู้สึกผิดให้เจ้านายตัวเอง
“ใช่ ถูกต้อง มันต้องอย่างนี้! ข้าเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน แค่ป้องกันตัวเท่านั้น... ข้าโดนฆ่าก่อน ค่อยฆ่ากลับ นี่มันเป็นการป้องกันตัวโดยชอบธรรมชัดๆ... แถมตอนที่ข้าลงมือ ไอ้พวกนั้นมันก็ไม่ใช่คนแล้ว มันเป็นอสูรกายที่โดนมลพิษบิดเบือนไปแล้ว ข้ากำลังช่วยโลกต่างหาก... คนที่ลงมือจริงๆ ก็คือเจ้า... ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว เจ้าต่างหากคือฆาตกร! เจ้าใช้ 【จักรวาลในอุทร】 กลืนกินไอ้ฝูงอสูรนั่น”
หยวนจู๋โยนความผิดไปให้หางตัวเองทันที
ภูตน้อยพยักหน้าหงึกๆ รับเผือกร้อนอย่างแข็งขัน: “ใช่ๆๆ! มันต้องแบบนี้... แต่ท่านราชันย์ใช้คำผิดไปนิดนึง ไม่ใช่ ‘กลืนกิน’ แต่เป็น ‘ปิดผนึกและควบคุมตัว’ ข้า... ก็เป็นสหายแห่งคุณธรรมเหมือนกัน... ส่วนท่าน... ก็คือคุณธรรม!”
“พูดได้ดี! คราวหน้าเอาอีกนะ”
(จบตอน)