เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 โอกาสที่สวรรค์ประทาน

ตอนที่ 1 โอกาสที่สวรรค์ประทาน

ตอนที่ 1 โอกาสที่สวรรค์ประทาน


ตอนที่ 1 โอกาสที่สวรรค์ประทาน

จวนโหวเต็มไปด้วยเสียงมโหรีดังอึกทึก ภายในประดับประดาด้วยโคมไฟและผ้าแพรหลากสี

อันหลิงเกออยู่ในชุดแต่งงานสีแดง นางกำลังใช้ชาดทาปากอยู่หน้ากระจก ด้านหลังมีสาวใช้สองคนกำลังช่วยนางหวีผมแต่งตัว

วันนี้ นางจะต้องเป็นเจ้าสาวที่งดงามที่สุดในเมืองหลวง

อีกราวครึ่งชั่วยามเมื่อคนของจวนอ๋องมู่มาถึง นางจะต้องจากตระกูลอันเพื่อไปเป็นพระชายาของอ๋องมู่ มิใช่คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลอันอีกต่อไป

ทันใดนั้นเอง อีกด้านหนึ่งของม่านพลันเกิดเสียงฝีเท้าดังขึ้น อันหลิงเกอคาดเดาว่าอาจจะเป็นอี๋เหนียงที่เข้ามาหานาง จึงลุกขึ้นต้อนรับ แต่แล้วกลับมีเสียงเอ่ยดังขึ้นว่า “พวกเจ้าสองคนออกไปเฝ้าข้างนอกไว้”

แท้ที่จริงก็เป็นน้องหญิงอันหลิงอีนี่เอง !

อันหลิงเกอกำลังจะหันไปเอ่ยถามว่าเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แต่คาดมิถึงว่าจะได้เห็นอันหลิงอีทาปากสีแดง สวมมงกุฎหงส์และชุดเจ้าสาวที่หรูหรายิ่งกว่าตัวนางเองเสียอีก

อันหลิงเกอถึงกับตกตะลึงงัน เหตุใดน้องหลิงอีถึงได้สวมชุดแต่งงานกัน ? นางมิเคยได้ยินมาก่อนว่าน้องหลิงอีจะแต่งงานวันนี้ด้วยเช่นกัน ?

“พี่หญิง ตั้งแต่เช้าท่านยังมิได้ทานอันใดเลยนี่ ท่านพ่อให้ข้านำโจ๊กมาให้ท่านทานรองท้อง รีบทานตอนที่ยังร้อน ๆ เถิด !”

ในมือของอันหลิงอีถือชามโจ๊กรังนกเอาไว้ ทำให้นางชะงักไปชั่วครู่ เมื่อเห็นอันหลิงเกอหันกลับมา นางจึงก้าวไปข้างหน้า จากนั้นก็วางชามโจ๊กรังนกเอาไว้เบื้องหน้าของอันหลิงเกอ

“อืม ขอบคุณน้องหญิงมากยิ่งนัก...” อันหลิงเกอรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ นางจึงมิได้คิดอันใดมาก เพราะตอนนี้นางก็รู้สึกหิวแล้วเช่นกัน นางจึงตักโจ๊กรังนกเข้าปากทันที พร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามถึงสิ่งที่สงสัย

“น้องหลิงอี นี่เจ้า...?”

“พี่หญิงจะถามเรื่องชุดแต่งงานที่ข้าสวมใช่หรือไม่ ?” อันหลิงอีหัวเราะออกมาเบา ๆ พลางหมุนตัวไปด้านหน้าของอันหลิงเกอ “เป็นเยี่ยงไรบ้าง มิเลวใช่หรือไม่ ?”

“อืม...งดงามยิ่งนัก เพียงแต่…เหตุใดพี่ถึงมิเคยได้ยินมาก่อนว่าน้องหญิงจะแต่งงานวันนี้ด้วยเช่นกัน ท่านพ่อกับอี๋เหนียงก็มิเคยบอกพี่มาก่อน” มิรู้ว่าเป็นเพราะเหตุอันใด หลังจากที่อันหลิงเกอทานโจ๊กเข้าไปเพียง 2 คำ จู่ ๆ นางก็รู้สึกหนักศีรษะขึ้นมาฉับพลัน

“ในเมื่อพี่หญิงเองก็คิดว่างดงาม เยี่ยงนั้นถ้าข้าใส่ชุดนี้เข้าพิธีสมรสกับจวินฮาน เขาก็คงจะตกตะลึงเช่นกันใช่หรือไม่ ?” ใบหน้าของอันหลิงอียังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่บัดนี้อันหลิงเกอกลับตกตะลึงนิ่งงันไปแล้ว

จวินฮาน ? มู่จวินฮาน  ? ในเมืองหลวงยังมีมู่จวินฮานคนที่ 2 อยู่อีกหรือ ?

“พี่หญิงมิต้องคิดมากหรอก จวินฮานก็คือมู่ซื่อจื่อ อีกราว 1 เค่อ จวินฮานก็จะมาถึง แต่พี่หญิงคงจะมิได้เห็นเขาอีกแล้วล่ะ !”

อันหลิงอีปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยและเย็นชา ในเวลานี้สมองของอันหลิงเกอกลับยิ่งรู้สึกหนักขึ้นไปอีกหลายส่วน อีกทั้งนางยังรู้สึกปวดท้องมากอีกด้วย และรู้สึกเหมือนมีอันใดบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ หายใจได้มิเต็มปอด และเริ่มหายใจลำบากมากแล้ว

“เจ้า...เจ้าวางยาข้าเยี่ยงนั้นหรือ ?” อันหลิงเกอมองไปที่โจ๊กรังนกก็พลันเข้าใจเรื่องราวขึ้นมาทันที นางจ้องมองไปที่ใบหน้าของอันหลิงอีอย่างไม่อยากจะเชื่อ และมิเข้าใจว่าทำไมเหตุใดน้องสาวถึงต้องทำเช่นนี้กับนางด้วย

นางพยายามล้วงคอเพื่อที่จะอาเจียนเอาโจ๊กรังนกที่ทานเข้าไปออกมา แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางอาเจียนออกมาก็มีเพียงแต่เลือดของนางเท่านั้น

“พี่หญิงอย่าลำบากเลย นี่คือยาใจสลายแห่งหนานเจียง เพียงชั่วครู่ก็สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้แล้ว และในจวนนี้ก็มิมียาถอนพิษอีกด้วย”

ร่างกายของอันหลิงเกอสูญเสียการควบคุม นางรู้สึกปวดท้องจนยากจะทนไหว จึงล้มลงไปนอนกับพื้น และกระอักเลือดออกมาอีกครา

“เพราะ...เพราะเหตุใด ?”

นางยังคงมิเข้าใจว่าเหตุใดน้องสาวที่สนิทสนมกันกับนางถึงได้วางยานาง

“เพราะเหตุใดเยี่ยงนั้นหรือ ? อ่า” อันหลิงอียิ้มเยาะ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นมาว่า “เจ้าคือคุณหนูใหญ่แห่งจวนโหว ถ้าหากเจ้ามิตาย แล้วข้าจะแต่งงานกับจวินฮานแทนเจ้าได้เยี่ยงไรเล่า ?”

อันหลิงเกอจ้องมองนางด้วยสายตาอาฆาต มิว่าเยี่ยงไรนางก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้

นางรู้ดีว่าอันหลิงอีหลงรักจวินฮาน ตอนที่ฮ่องเต้พระราชสมรสระหว่างจวนโหวกับจวนอ๋องมู่ นางถึงขนาดที่คิดว่าจะถอนตัวและให้น้องหญิงสมรสแทน แต่ทว่าอีกฝ่ายคือจวนอ๋องมู่ที่สูงส่ง ถ้าคุณหนูใหญ่บุตรสาวของฮูหยินใหญ่แห่งจวนโหวยังมิได้สมรสออกเรือนไป ย่อมมิมีทางที่คุณหนูรองซึ่งเกิดจากฮูหยินรองเยี่ยงอันหลิงอีจะได้สมรสก่อนอย่างแน่นอน

หรือว่าเพราะเหตุนี้ น้องหญิงถึงคิดที่จะฆ่าตน ?

“เจ้า...เจ้ามิกลัวว่าท่านพ่อจะ...ทราบเรื่องหรือเยี่ยงไรกัน ?” สายตาของอันหลิงเกอเริ่มฝ้าฟางลงทุกที แต่นางก็ยังมิเข้าใจว่าเหตุใดน้องสาวที่แสนดีของนางถึงได้วางยาพิษนาง !

“ถ้าวันนี้เมื่อเจ้าตายไป คนของจวนอ๋องมู่ก็คงมาถึงครึ่งทางแล้ว เจ้าคิดว่าท่านพ่อยังมีทางเลือกอื่นอยู่อีกหรือ ?” อันหลิงอีหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “ถึงตอนนั้นถ้าข้ามิแต่งแทนเจ้า เจ้าคิดว่าจวนอ๋องมู่จะมองท่านพ่อเยี่ยงไรกัน ? ตระกูลอันจะอยู่ในเมืองหลวงต่อไปได้อีกเช่นนั้นหรือ ?”

“พี่สาวที่แสนดีของข้า เจ้าไปอยู่เป็นเพื่อนท่านแม่ของเจ้าในปรโลกอย่างสงบสุขเสียเถิด อ้อใช่ ! ข้าลืมบอกเจ้าไปอย่างหนึ่ง ที่ท่านแม่ของเจ้าจากไปก็เป็นฝีมือของข้ากับท่านแม่ของข้าเอง เจ้าคิดถึงนางมากมายถึงเพียงนั้น ข้าช่วยส่งเจ้าไปอยู่กับนางก็ถือว่าข้าใจดีกับเจ้ามากแล้ว หรือเจ้ามิคิดเยี่ยงนั้นกัน ?”

“เจ้า...” อันหลิงเกอกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ความลับที่ได้ล่วงรู้จากปากของอันหลิงอี ราวกับสายฟ้าที่ฟาดใส่นาง !

ตอนที่มารดาของนางสิ้นใจ นางมิรู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลยสักนิด ช่วงเวลาที่ทุกข์ทรมานที่สุดนั้นก็ได้หลี่ซื่อและอันหลิงอีคอยดูแล นางยังรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณนี้เสมอมา แต่คาดมิถึงว่าตนเองจะนับถือฆาตกรเป็นมารดา หลี่ซื่อและอันหลิงอีคือฆาตกรตัวจริงที่ฆ่ามารดา !

“อันหลิงอี ! เจ้าต้องมิตายดี !” ด้วยแรงเฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นใจ อันหลิงเกอได้ตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น นางอยากจะกระโจนเข้าใส่อันหลิงอีเต็มทน แต่สุดท้ายก็ร่วงไปกองกับพื้นดังเดิม น่าเสียดายที่นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายไปจนหมดสิ้นเสียแล้ว

ในเวลานั้นเอง นอกประตูก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามา

ปี้จู ! อันหลิงเกอลืมตาขึ้นมา เห็นปี้จูกำลังยกอาหารเข้ามาในห้อง เมื่อปี้จูเห็นนางนอนกองอยู่ที่พื้นก็ตกใจร้องเรียกเสียงดัง แต่แล้วก็ถูกสาวใช้ 2 คนที่อยู่ด้านหลังของอันหลิงอีจู่โจมจากด้านหลัง บนคอมีรอยเลือดปรากฏขึ้น แล้วก็ค่อย ๆ ล้มลงไป !

“พวกเจ้า 2 คน เอาศพพวกมันไปทิ้งในสระที่สวนด้านหลังซะ ! หลังจากนั้นไปรับเงินที่ห้องบัญชีได้เลย บอกไปว่าข้าเป็นคนสั่ง”

อันหลิงอีขมวดคิ้ว หันไปพูดกับสาวใช้ 2 คนที่ก่อนหน้านี้หวีผมให้อันหลิงเกอ จากนั้นก็เดินออกจากห้องไป

อันหลิงเกอเอ่ยคำใดไม่ออก ในปากเต็มไปด้วยเลือด นางอยากจะสาปแช่งอันหลิงอีเสียเหลือเกิน แต่สุดท้ายก็เอ่ยออกมามิได้ จากนั้นเปลือกตาทั้งสองข้างก็ค่อย ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ และปิดลง สูญเสียทุกการรับรู้ในที่สุด

สายลมบางเบาพัดผ่านเข้ามา หน้าต่างฉลุลายเปิดม่านเอาไว้เพียงครึ่งบาน เตาไฟด้านข้างจุดกำยานที่ทำให้จิตใจสงบเอาไว้

สาวใช้คนหนึ่งคุกเข่าอยู่หน้าเตียง นางอดที่จะเช็ดน้ำตามิได้ “คุณหนู...ฮือฮือ...ท่านอย่าเป็นอันใดไปนะเจ้าคะ..”

เสียงร้องไห้ดังเสียจนอันหลิงเกอปวดหัว สุดท้ายนางก็ทนมิไหว จึงเอ่ยออกมาว่า “ปี้จู เจ้าจะร้องไห้เนื่องด้วยเหตุอันใดกัน ? เสียงดังจนข้านอนมิได้...”

แต่ทว่าอันหลิงเกอที่พึ่งเอ่ยออกมาก็ต้องปิดปากด้วยความตกใจ

นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? กรอบหน้าต่าง ตำรา พิณที่วางอยู่...

นางถูกอันหลิงอีวางยาพิษจนตายไปแล้วมิใช่หรือ ? เหตุใดถึงยังอยู่ในห้องนอนของตนเองได้กัน ?

นางมิอยากจะเชื่อจนต้องก้มลงสำรวจตนเอง ชุดนอนผ้าไหมปักรูปนกสี่เชวี่ยเคียงคู่ อันหลิงเกอตกตะลึงงันไปชั่วขณะ ชุดนี้... ชุดนี้นางตัดให้ตนเองตอนอายุครบ 17 ปีมิใช่หรือ ?

ชั่วพริบตา อันหลิงเกอก็ราวกับคิดอันใดบางอย่างออก นางพุ่งตัวไปยังหัวเตียงเพื่อค้นหากระจก

ในกระจกเห็นเพียงหญิงสาวที่มีริมฝีปากสีแดง หางตาและปลายคิ้วเต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ใบหน้ารูปไข่แสนจะอ่อนโยน มองดูแล้วช่างอ่อนหวานมากยิ่งนัก

เพียงแต่ตอนนี้ภายในดวงตาของนางเป็นประกายระยิบระยับ คล้ายกับมีหลากหลายอารมณ์อยู่ภายในใจ

“ปี้จู เมื่อครู่เจ้าร้องไห้ด้วยเหตุใดกัน ?”

อันหลิงเกอเอ่ยอย่างใจเย็น ถ้านางเดามิผิด เมื่อวานนางคงจะ ‘ตกน้ำ’ เป็นแน่ ?

*นกสี่เชวี่ย คือนกสาลิกาปากดำ มีลักษณะคล้ายนกกางเขน

1 เค่อ เท่ากับ 15 นาที

อี๋เหนียง เป็นคำที่ใช้เรียกอนุภรรยา/ฮูหยินรอง

จบบทที่ ตอนที่ 1 โอกาสที่สวรรค์ประทาน

คัดลอกลิงก์แล้ว