เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9


จีเจ๋อหยูมองไปที่หยุนเจี่ยและถามช้าๆ " พี่ต้องการให้ผมทำอะไร? "

“เธอต้องแสดงภาพลักษณ์ รวมถึงเสน่ห์ส่วนตัวและเสน่ห์บนเวที” หยุนเจี่ยพูดต่อ “พูดอีกอย่างก็คือ เธอต้องสร้างบุคลิกที่ผู้ชมชอบเวลาแสดง และหาเอกลักษณ์ของเธอเองบนเวทีให้ได้”

“ผมเข้าใจที่พี่จะสื่อนะ” ดวงตาของจีเจ๋อหยูฉายแววลังเลไม่แน่นอน “แต่อะไรแบบนั้น… ผมจะเป็นต้องทำด้วยเหรอ?”

หยุนกล่าวอย่างเร่งรีบ “บางคนล่าฝันในรายการแบบนี้มาหลายปีแล้ว และยังย่ำอยู่ที่เดิม แต่บางคนสามารถออกจากวงกลมนี้ได้ ได้ตราบใดที่พวกเขามีเลนส์... เธอรู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้?”

จีเจ๋อหยูตกตะลึงในทันที ราวกับว่าเขาถูกซัดด้วยคำพูดของหยุนเจี๋ย

“การแสดงต้องมาพร้อมทักษะที่ดีและหน้าตา” หยุนเจี๋ยพูดอย่างอธิบายไม่ถูก “แต่ในความคิดของฉัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแสดงเสน่ห์ออกมา และบุคลิกจะช่วยทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว”

จีเจ๋อหยูเข้าร่วมในรายกายมาหลายปีในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาเชื่อเสมอว่าตราบใดที่เขาแข็งแกร่ง เขาก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน และเขาไม่เคยคิดถึงระดับนี้

หยุนเจี๋ยกล่าวต่อ “บริษัทได้คิดพวกคำเฉพาะัวของเธอไว้แล้ว เช่น ม้ามืด ตำแหน่งเซนเตอร์ แข็งแกร่ง เจ้าชายน้อยเอาแต่ใจแต่ไร้เดียงสา... เธอคิดว่าไง?”

"นั่นไม่ใช่ผมเลย" เขาพูดโดยไม่ลังเลว่า " การโกหกแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องหลอกลวงเหรอ?"

" ตราบใดที่ทางรายการมีหลักฐาน ทีมงามของเราก็รังสรรค์ให้ได้ " หยุนเจี๋ยไม่เห็นด้วย " ไม่ใช่เรื่องโกหกหรอกน่า ยังไงก็เถอะ เธอทำได้อยู่แล้ว...แน่นอนว่าถ้าเป็นก่อนการแสดงครั้งแรก ฉันคงไม่พูดอย่างนี้"

จีเจ๋อหยูส่ายหัวและปฏิเสธ " ฉันไม่ชอบบุคลิคที่พี่พูดเลย " เขาเป็นเพียงตัวประกอบธรรมดาเอง

หยุนเจี๋ยจ้องมองเขาเป็นเวลานาน และในที่สุดก็เลือกที่จะประนีประนอม เธอพูดว่า " เธอยังเหมือนเดิม ดื้อมาก ในเมื่อเธอไม่ชอบ ฉันยอมถอยออกมาก็ได้ แต่ฉันเป็นผู้จัดการของเธอ และฉันต้องรับผิดชอบตัวเธอ เข้าใจไหม"

หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง หยุนเจี๋ยก็มองที่จีเเจ๋อหยูและพูดว่า “ฉันจะให้เวลาเธอสองสัปดาห์เพื่อคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เธอจะสามารถดึงดูดแฟนๆได้ หากไม่มีคำตอบให้ฉันหลังจากสองสัปดาห์ เธอต้องฟังฉัน”

จีเจ๋อหยูเข้าใจว่าหยุนเจี๋ยจริงใจต่อเขา ดังนั้นเขาจึงเม้มปากแล้วพยักหน้ายอมรับข้อตกลง

" ฉันจะแนะนำเธอ ยกตัวอย่างจากผู้เข้าแข่งคนอื่น " หยุนเจี๋ยพูดอย่างจริงจัง “ลู่หนานหยุนมีใบหน้าที่เย็นชา แต่มีกลุ่มแฟนคลับที่ชอบแบบนั้น  เหว่ยอี้เฉินทำตัวนอบน้อม แต่ก็เป็นจุดสนใจเสมอ ... พวกเขาเหล่านี้เธอต้องศึกษาไว้ เอากลับไปคิดดู.”

หลังจากที่หยุนเจี๋ยจากไปแล้ว จีเจ๋อหยูยังคงคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เธอพูด

เขาไม่เคยคิดถึงเสน่ห์ของตัวเขาเลย ในชีวิตก่อนของเขา จีเจ๋อหยูหมกมุ่นอยู่กับการเต้นและร้องเพลงทุกวัน เขาไม่มีรูปร่างหน้าตาหรือภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี และเขาไม่กล้าพูดถึงเสน่ห์ของตัวเอง

เนื่องจากเขาเคยชินกับการเป็นแบคอัพและพื้นหลังบนเวที เขาไม่เคยรู้เลยว่า "สไตล์การแสดงบนเวที" คืออะไร ทำเพียงพยายามอย่างเต็มในส่วนของตัวเองให้สมบูรณ์

พูดตรงๆว่าจีเจ๋อหยูไม่กล้าแสดงออกเพราะความเป็นจริงนั่น

คำพูดที่ซิสเตอร์หยุนเจี๋ยพูดกับเขานั้น ทำให้เขาย้อมกลับมามองดูตัวเองอีกครั้ง

ขณะพักผ่อนอยู่ในหอพัก ฉีอ่าวตงมองไปที่ท่าทางเงียบๆของจีเจ๋อหยู และเดาว่าเขาต้องเสียใจเพราะความคิดเห็นบนโลกออนไลน์แน่นอน

" คิดอะไรอยู่เหรอ? " ฉีอ่าวตงถามอย่างไม่เป็นทางการโดยนั่งลงข้างเตียงของจีเจ๋อหยู

จีเจ๋อหยูเงียบไปครู่หนึ่งและถามทันทีว่า " นายคิดว่า... เสน่ห์ของลู่หนานหยุนคืออะไร?"

หลังจากถามออกไป จีเจ๋อหยูก็จ้องไปที่เพดานเป็นเวลานาน เขาไม่ได้ยินคำตอบของฉีอ่าวตงออกมา เขาเลยอดไม่ได้ที่จะันไปมองอีกฝ่าย และพบว่าท่าทางของเขาเย็นชาขึ้นเล็กน้อย

ในตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงของจีเจ๋อหยูล้วนอยู่ในสายตาของฉีอ่าวตง เขาคิดว่าจีเจ๋อหยูไม่ได้ชอบลู่หนานหยุนอีกแล้ว แต่เขาไม่คิดว่าเจ้าตัวจะพูดถึงมันอีก

" คิดถึงเขาเหรอ?" ฉีอ่าวตงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกๆ " ไม่ได้ตามเขามานานแล้วนี่? มันจะเริ่มอีกครั้งหรือเปล่า"

จีเจ๋อหยูตกใจกับคำพูดของฉีอ่าวตงและรีบลุกขึ้นนั่งปฏิเสธย้ำๆ " ฉันเปล่านะ ฉันจะคิดถึงเขาได้ยังไง... "

ฉีอ่าวตงพูดอย่างเย็นชา " ผมไม่คิดว่าเขาจะมีเสน่ห์อะไรหรอก " เปลือกตาชั้นเดียวซึ่งค่อนข้างเฉี่ยว ดูเหมือนจะถูกห้อมล้อมด้วยความหนาวเย็นในขณะนี้

" อ่า โอเค " จีเจ๋อหยูคิดว่าบางทีทุกคนอาจมีความคิดที่แตกต่างกัน ดังนั้นเขาจึงถาม " แล้วนายคิดว่าเสน่ห์ของเหว่ยอี้เฉินคืออะไร?"

การแสดงออกของฉีอ่าวตงผ่อนคลายลงเล็กน้อย และเขาก็ตอบหลังจากนั้นครู่หนึ่ง " เขามาจากโรงเรียนชื่อดังเหมือนกับลู่หนานหยุน บริษัทของเขากำหนดให้เขาเป็น 'เผด็จการที่อบอุ่นและหล่อเหลา' แฟนๆชอบลักษณะนิสัยที่ขัดแย้งกันแบบนี้ "

นิสัยแบบขัดแย้ง?

จีเจ๋ออยูตระหนักได้ทันที " ฉันเข้าใจแล้ว!"

"เข้าใจ?" ฉีอ่าวตงมองเขาด้วยความสับสน " เข้าใจอะไร "

“ไม่มีอะไรหรอก” จีเจ๋อหยูกระโดดลงจากเตียงอย่างตื่นเต้น และจู่ๆก็หันไปมองฉีอ่าวตง “อ่าวตง ความแตกต่างของนายค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่นายจะเชื่อฟัง แต่ตอนนี้นายดูเย็นชามาก”

ฉีอ่าวตงตกตะลึงและจีเจ๋อหยูก็ออกจากหอพักไปแล้วตอนที่เข้าตั้งสติได้ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ สีหน้าของเขาพลันอ่อนลง

สิ่งที่จีเจ๋อหยูไม่รู้ก็คือเขาพูดตรงกันข้าม

จีเจ๋อหยูผู้ซึ่งคิดว่าเขารู้แจ้งด้านเสน่ห์แล้ว ก็ได้พบคนสองสามคนที่ค่อนข้างคุ้นเคยกัน และถามพวกเขาว่าความประทับใจที่มีต่อเขาเป็นอย่างไร

ตั้งแต่จบการแสดง ทัศนคติของทุกคนที่มีต่อจีเจ๋อหยูก็เปลี่ยนไป นอกจากนี้ เนื่องจากเขาถามเฉพาะเจาะจง พวกเขาจึงตอบคำถามของเขาอย่างจริงจัง

คำตอบมีหลากหลายแบบ แต่เกือบทุกคนพูดถึงประโยคหนึ่งว่าจีเจ๋อหยูดูเหมือนหนุ่มน้อยที่บอบบาง

หนุ่มน้อย?

จีเจ๋อหยูตกอยู่ในภวังค์ จะสร้างความขัดแย้งให้กับหนุ่มน้อยที่บอบบางได้อย่างไร?

สักพักเขาก็วิ่งเข้าห้องน้ำแล้วส่องกระจกอยู่นาน จู่ๆก็รู้สึกว่าได้คำตอบแล้ว…

ในตอนเย็นวันนั้น จีเจ๋อหยูก็อยู่ในชุดเสื้อกล้ามพร้อมกางเกงขาสั้นกับกระเป๋าสะพายหลัง จนเพื่อนร่วมห้องสงสัยและถามขึ้นว่า " เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวจี นายกำลังจะทำอะไร?"

" ไปยกเวท " จีเจ๋อหยูโบกมือลาและมุ่งหน้าไปยังโรงยิมที่เตรียมโดยทางรายการ ด้วยท่าทางเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน

" อะไรนะ?! " คนที่เหลืออีกสามคนในหอพักทั้งหมดแสดงท่าทีตกใจ

ผ่านมาได้หลายวันแล้วที่จีเจ๋อหยูไปยิมทุกวันตรงเวลา และพาว่านหลงไปด้วย

ว่านหลงถือว่าจีเจ๋อหยูเปรียบเสมือนเทพเจ้าตั้งแต่การแสดงครั้งนั้น และพร้อมจะติดตามเขาอย่างเต็มใจ

หลังจากซ้อมเต้น ว่านหลงก็บอกเพื่อนร่วมบริษัทของเขาว่ากำลังจะออกไปข้างนอก

“เมื่อกี้นายว่าไงนะ?” ลู่หนานหยุนขมวดคิ้วและมองไปที่ว่านหลง " อยากขี้เกียจ?"

“ฉันไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย!” ว่านหลงพูดอย่างโกรธเคือง " เสี่ยวจีขอให้ฉันไปยกเวทเป็นเพื่อนต่างหาก "

"ฮะ?" ลู่หนานหยุนแสดงท่าทีไม่เชื่อ “ร่างกายเขา...จำเป็นต้องยกเวท?” ในขณะที่เขาพูด เขา็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงฉากที่เห็น จีเจ๋อหยูยกชายเสื้อของเขาขึ้นในคืนนั้น

ว่านหลงพูดอย่างสับสน “พี่หนาน พี่รู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างเขาเป็นยังไง…”

“อ่า” ลู่หนานหยุนชะงัก แล้วหันหน้าหนี “ไม่มีอะไร ไปเถอะ”

หลังจากที่ว่านหลงออกไปแล้ว เห็นได้ชัดว่าลู่หนานหยุนเริ่มสติไม่อยู่กับตัว ในความประทับใจของเขานั้น จีเจ๋อหยูไม่ใช่คนที่ชอบออกกำลังกายไม่ใช่เหรอ?...

หรือเขาเห็นพวกคำด่าในอินเตอร์เน็ตเลยเป็นแบบนี้?

เมื่อคิดอย่างนั้น ลู่หนานหยุนก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าเขานั้นมีร่องรอยของความกังวลอยู่ในใจ

หลังจากซ้อมเต้นเสร็จ ลู่หนานหยุนก็กลับไปที่หอพักและอาบน้ำ

จู่ๆ ทีมงานของรายการก็มาเคาะประตูห้องเขาและพูดกับเขาว่า " คุณลูหนานหยุน ถึงตาคุณที่จะต้องบันทึกวิดีโอ Sparking vlogสำหรับสัปดาห์หน้าแล้ว นี่คือกล้องครับ..."

"Sparkling vlog" เป็นรายการย่อยที่จัดทำทางรายการหลักเพื่อเพิ่มกระแสเด็กฝึก

ลู่หนานหยุนพยักหน้าและหยิบกล้องมาถือขณะเช็ดผม เขาวางกล้องไว้บนโต๊ะและวางแผนจะบันทึกอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

หลังจากนั้นไม่นาน สายตาของลู่หนานหยุนก็จ้องไปที่กล้องอย่างครุ่นคิด

ว่านหลงกำลังฝึกออกกำลังกายกับจีเจ๋อหยูในโรงยิม พวกเขาสองคนดูเลิกลั่กเล็กน้อยสำหรับที่นี่ เพราะเด็กฝึกคนอื่นๆดูแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด

ในตอนนั้นเอง จู่ๆก็มีบุคคลที่คุ้นเคยเดินเข้ามาทางประตู

ลู่หนานหยุนหยิบกล้องออกมา และเล็งไปที่ว่านหลงและจีจ๋อหยู

เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นจีเจ๋อหยู เดินตรงไปที่ว่านหลง และพูดกับเขาว่า " ฉันกำลังมองหาเพื่อนถ่ายvlog เลยจะถ่ายเพื่อนร่วมบริษัทสักหน่อย "

ท่าทางของจีเจ๋อหยูนั้นแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด

ว่านหลงเองก็ตกตะลึง เขากำลังจะพูดว่า " โอเค"ออกไป แต่เขาก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขามากับคนที่อยู่ข้างๆ

เพื่อหลีกเลี่ยงความเก้อเขิน ว่านหลงจึงพูดกับจีเจ๋อหยูว่า " เจ๋อหยู ดูนั่นสิ" เขาชี้มือไปทางกู้เว่ยเฉิงที่กำลังฝึกดันพิ้นอยู่มุมห้อง " กู้เว่ยเฉิงเขามีกล้ามท้องแปดก้อนเลยนะ นานไปขอให้เขาสอนนานสิ "

จีเจ๋อหยูรีบพูดตอบทันที " ดีจริงๆ เยี่ยมมาก ฉันกำลังมองหาคนสอนฉันอยู่เลย" จากนั้นเขาก็โยนดัมเบลล์ลงบนพื้นแล้วจากไปราวกับว่าลี้ภัย

ลู่หนานหยุนนิ่งงัน

เดิมทีเขาต้องการเห็นท่าทางของจีเจ๋อหยูในตอนนี้ และใช้โอกาสนี้อธิบายให้ชัดเจน โดยบอกว่าเขาไม่ได้เกลียดอีกฝ่ายมากขนาดนั้น แต่ไม่คิดว่าว่านหลงจะไล่เขาออกไป

“พี่หนาน” ว่านหลงเดินเข้ามาใกล้ลู่หนานหยุนและกระซิบ “ฉันรู้นะว่าพี่ม่ชอบเสี่ยวจี ฉันเลยบอกให้เขาออกไป ฉันนี่รู้ใจพี่ไปเลยใชไหมล่ะ?”

ลู่หนานหยุนตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลานาน

จบบทที่ ตอนที่ 9

คัดลอกลิงก์แล้ว