เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1133-1134

1133-1134

1133-1134


Ep.1133

ซูเฉินหรี่ตา กวาดมองไปรอบๆ นำ [รถศึกอัจฉริยะ] ออกมา และกล่าวว่า “เสี่ยวจือ ตรวจสอบบริเวณนี้ให้ที”

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ค้นหาอย่างรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจต่อมา มันตอบว่า “เจ้านาย บนเกาะใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตรจากกลุ่มอุกกาบาตนี้ มีชาวต่างเผ่าหลายหมื่นตนกำลังต่อสู้กันอยู่”

ได้ยินแบบนั้น หัวใจของซูเฉินเต้นแรง

ในเขตแดนมู่กวง ชาวต่างเผ่าที่สู้กันเอง ย่อมเป็นเผ่าชิงเหอกับเผ่าหงโม่อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อคิดได้ถึงเรื่องนี้ เขาสั่งต่อไปว่า “เสี่ยวจือ ตรวจสอบผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขา”

ไม่นาน [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ตอบกลับว่า “เจ้านาย ผู้แข็งแกร่งที่สุดคือขอบเขตเทพเจ้าสามดาราจำนวนสองคน นอกเหนือจากนั้น ยังมีขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดาราและสองดาราอีกหลายสิบคน”

ขอบเขตเทพเจ้าสามดารา ?

สีหน้าของซูเฉินกระชับขึ้น ก่อนหน้านี้ เขาได้รู้จากปากวิญญาณประดิษฐ์ ว่าเผ่าชิงเหอและเผ่าหงโม่ต่างมีผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้าระดับสามดารา อย่างละคน

นั่นหมายความว่า บนเกาะแห่งนั้น อาจกำลังเกิดศึกขั้นเด็ดขาดระหว่างสองเผ่า

กระนั้น กำลังรบระหว่างทั้งสอง เผ่าใดแกร่งกว่าและด้อยกว่า ยังไม่ทราบแน่ชัด

ซูเฉินคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง กล่าวว่า “เสี่ยวจือ เปลี่ยนเป็นฟังก์ชั่นการบิน และถ่ายภาพโอนขึ้นหน้าจอ”

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ขยายขนาดเป็นหลายสิบเมตรอย่างรวดเร็ว เปิดประตูให้ซูเฉินก้าวขึ้นไป พร้อมถ่ายโอนภาพขึ้นหน้าจอควบคุมส่วนกลาง

เห็นแค่เพียงบนเกาะใหญ่กลางอวกาศ กำลังปรากฏฉากการต่อสู้ฆ่าฟันกันระหว่างชาวต่างเผ่า ฐานฝึกตนขั้นต่ำสุดชาวต่างเผ่าเหล่านั้นคือระดับเทวะ ด้วยเหตุนี้ การต่อสู้จึงดำเนินไปอย่างโหดร้ายรุนแรงมาก บางจังหวะก็มีร่างของบางคนถูกระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เห็น ตายลงทั้งๆอย่างนั้น

ซูเฉินสังเกตรูปลักษณ์ของกองทัพจากแต่ละฝ่าย ฝ่ายแรกสูงประมาณสองเมตร มีผิวสีแดงเข้ม ส่วนอีกฝ่ายเป็นชาวต่างเผ่าที่มีผิวสีเขียว สองหูค่อนข้างยาวและเรียว

เวลานี้ฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบคือชาวเผ่าผิวสีเขียว พวกเขากำลังถูกกดดันอยู่ฝ่ายเดียว

เนื่องจากไม่เคยเห็นเผ่าชิงเหอและเผ่าหงโม่มาก่อน ซูเฉินเลยยังไม่สามารถระบุว่าใครคือใครได้ ณ ขณะนี้

หลังจากคิดไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง เขาหันมาพูดกับภูเขาห้าสีในมือ “ผู้อาวุโส รบกวนดูบนหน้าจอให้หน่อย ฝ่ายไหนคือเผ่าชิงเหอ?”

ภูเขาห้าสีทอประกายระยับ ปรากฏคู่ดวงตาดั่งระฆังทองแดงโผล่ออกมา เหลือบมองไปทางหน้าจอควบคุมส่วนกลาง เอ่ยตอบว่า “ซูเฉิน ฝ่ายที่มีผิวสีเขียวคือเผ่าชิงเหอ”

“งั้นก็หมายความว่าเผ่าชิงเหอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย”

ดวงตาของซูเฉินฉายแววครุ่นคิด เนื่องจากเผ่าชิงเหอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ถูกกดดัน งั้นถ้าเขาเข้าไปช่วย ก็จะเหมือนกับการมอบถ่านหินเติมเชื้อไฟให้พวกเขาท่ามกลางหิมะ

และหลังจากปราบพวกเผ่าหงโม่ได้แล้ว เขาก็จะได้เอ่ยขอผลึกหลวนฉิงจากเผ่าชิงเหอมาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

“ซูเฉิน ประมุขเผ่าชิงเหอกำลังตกอยู่ในอันตราย!” วิญญาณประดิษฐ์ พลันร้องเตือนขึ้น

ซูเฉินรีบเหลียวมองหน้าจอควบคุมส่วนกลาง เห็นแค่เพียงชายชราคนหนึ่งของเผ่าชิงเหอที่เต็มไปด้วยหงอกขาว ถูกบุรุษร่างกำยำดั่งขุนเขาจากเผ่าหงโม่ฟันล้มลงในดาบเดียว

อานุภาพของดาบลุกลามลงมาถึงพื้นเกาะ ก่อผลกระทบรุนแรง บริเวณหนึ่งถูกทำลายแหลกเป็นเสี่ยงๆ ก่อคลื่นกระแทกกวาดไปทั่ว

อีกทั้งยังส่งผลพวงไปถึงนักรบเผ่าชิงเหออีกหลายร้อยคน ทั้งหมดระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

หลังจากตกถึงพื้น จางเฉิงคุนกระอักเลือดเป็นสายออกจากปาก  ใบหน้าซีดขาว เขาถูกโจมตีอย่างร้ายแรง เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

“ขอบเขตเทพเจ้าสามดาราของเผ่าหงโม่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้เชียว?”

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะฝั่งเผ่าชิงเหอที่กำลังสู้กับเขาอยู่ก็เป็นขอบเขตเทพเจ้า สามดาราเช่นกัน แต่จางเฉิงคุนโดนเข้าไปทีเดียว กลับแทบสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ที่มีทั้งหมดไป บ่งบอกถึงกำลังรบที่ห่างชั้นกัน

วิญญาณประดิษฐ์ ร้องเตือนว่า “จางเฉิงคุนจากเผ่าชิงเหอกับผางฮุ่ยจากเผ่าหงโม่เดิมมีกำลังรบทัดเทียมกัน แต่เหตุผลที่ฝ่ายแรกแพ้ เป็นไปได้สูงว่าเป็นเพราะดาบของผางฮุ่ยคือสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าขั้นสูง!”

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินพยักหน้าเห็นด้วย อำนาจของสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้ายิ่งใหญ่มาก  เขาเคยเห็นมันกับตามาแล้ว

หากผางฮุ่ยมีสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าขั้นสูงจริงๆ การที่เขาสามารถโค่นจางเฉิงคุน โจมตีเพียงครั้งเดียวมอบบาดแผลสาหัส ก็สมเหตุสมผลแล้ว

Ep.1134

ซูเฉินไม่ต้องการให้เผ่าชิงเหอพ่ายแพ้ เขาไม่คิดยืนดูจางเฉิงคุนถูกฆ่าตาย ออกคำสั่งแก่ [รถศึกอัจฉริยะ] โดยตรง “เสี่ยวจือ พุ่งเข้าไปขวางพวกเขา”

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ระเบิดความเร็วเต็มพิกัด พุ่งฝ่ากลุ่มอุกกาบาตตรงเข้าหาเกาะใหญ่

ปัจจุบันมันมาถึงรูปแบบที่ 20 แล้ว สามารถขับเคลื่อนด้วยความเร็วสุดขีด ระยะ 1,000 กิโลเมตรก็แค่พริบตาเดียว

จู่ๆก็มียานอวกาศสีเงินปรากฏขึ้น กองทัพเผ่าชิงเหอกับเผ่าหงโม่ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นซูเฉินเปิดประตูก้าวออกจากรถ ทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งประหลาดใจเข้าไปใหญ่

ในเขตแดนมู่กวง มีเพียงพวกเขาสองเผ่าพันธุ์เท่านั้น แต่มองจากรูปลักษณ์ของซูเฉิน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนนอก

“เจ้าหนู เจ้ามาจากเขตแดนอะไร? แล้วทำไมถึงมาที่นี่?”

ผองฮุ่ยจ้องซูเฉินเขม็ง เอ่ยเสียงเย็นยะเยือก

เนื่องจากซูเฉินปลดปล่อยกลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้าออกมา เขาจึงระมัดระวัง ไม่ลงมือในทันที

“ฉันมาจากเผ่ามนุษย์แห่งเขตแดนเจินหวน จุดประสงค์การมาก็ง่ายมาก นั่นคือให้ความร่วมมือ!”

ภายใต้การจับจ้องของเหล่าผู้แข็งแกร่ง ใบหน้าของซูเฉินนิ่งสงบไม่หวั่นไหว เอ่ยอย่างใจเย็น

เขตแดนเจินหวน ?

ชาวเผ่าชิงเหอและชาวเผ่าหงโม่ต่างมีท่าทีแปลกไป

พวกเขาพอรู้เรื่องของเขตแดนเจินหวนมาบ้างเหมือนกัน ได้ยินว่ามันเป็นเขตแดนระดับต่ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมหาศึกเมื่อหมื่นปีก่อน ผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้าล่วงลับกันเกือบหมดสิ้น

มีข่าวลือว่า เผ่าพันธุ์นับหมื่นในเขตแดนเจินหวน มีขอบเขตเทพเจ้าเหลืออยู่แค่สองถึงสามคนเท่านั้น

อาจกล่าวได้เลย ว่าขอบเขตเทพเจ้าในเขตแดนเจินหวนจากไปแทบไม่มีหลงเหลือแล้ว

เมื่อเป็นแบบนั้น แล้วเหตุใดขอบเขตเทพเจ้าจากเผ่ามนุษย์เบื้องหน้า ถึงกล้าย่างกรายเข้ามาในเขตแดนมู่กวง ? ไม่กลัวว่าจะถูกฆ่าตายเอาหรอ?

ผางฮุ่ยลอบประเมินซูเฉินอีกครั้ง กล่าวด้วยความสนอกสนใจว่า “เจ้าหนู ลองว่ามาสิเจ้าจะร่วมมืออะไรยังไง”

“เป้าหมายที่จะให้ความร่วมมือไม่ใช่แก” ซูเฉินเผยรอยยิ้มบาง จากนั้นหันไปมองจางเฉิงคุน กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “หัวหน้าเผ่าจาง ผมต้องการร่วมมือกับเผ่าชิงเหอของคุณ ช่วยกำจัดเผ่าหงโม่ให้หมดไป ไม่ทราบว่าคุณคิดว่ายังไง?”

ว่าไงนะ?

กำจัดเผ่าหงโม่ให้หมดไป?

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา

รอบด้านเงียบงันลงในคราเดียว ทุกคนต่างเหม่อมองมายังซูเฉินอย่างตะลึงลาน สีหน้าท่าทีต่างแสดงออกถึงความซับซ้อน

พิจารณาจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของซูเฉิน มันแข็งแกร่งกว่าขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดาราไม่น้อยก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นสองดาราอย่างแน่นอน

ด้วยกำลังรบเพียงเท่านี้ เรื่องที่เอ่ยว่าจะกำจัดเผ่าหงโม่ ช่างเป็นวาจาเหลวไหล ไร้สาระสิ้นดี!

จางเฉิงคุนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เผยรอยยิ้มขม “สหายเผ่ามนุษย์ ข้าเองก็อยากร่วมมือกับเจ้าแต่ถ้าต้องการกำจัดเผ่าหงโม่ เกรงว่าจะทำไม่ได้”

หากซูเฉินคือตัวตนระดับขอบเขตเทพเจ้าสามดารา บางทีอาจมีความหวังอยู่บ้าง แต่ประเด็นก็คือซูเฉินไม่ได้เป็นแม้กระทั่ง ขอบเขตเทพเจ้าสองดารา ยามอยู่ต่อหน้าผางฮุ่ยจึงไม่ต่างอะไรจากมดปลวก

แล้วการให้ความร่วมมือจะมีประโยชน์อะไร?

ยังไงก็ตาม การที่ซูเฉินตัดสินใจช่วยเหลือเขา ทำให้จางเฉิงคุนไม่อาจใช้วาจาที่รุนแรงเกินไปได้

“หัวหน้าเผ่าจางอาจยังไม่รู้จักความแข็งแกร่งของผม อันที่จริงแล้ว ถ้าให้กำจัดขอบเขตเทพเจ้าสามดารา ผมค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถทำได้”

ซูเฉินยกนิ้วชี้ขึ้นถูจมูกเขา กล่าวอย่างสงบใจเย็น

“...”

จางเฉิงคุนตะลึงงัน ขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดาราบอกว่ามั่นใจว่าสามารถสังหาร สาดาราได้อย่างงั้นหรือ?

ชายหนุ่มตรงหน้าผู้นี้ใช่เสียสติไปแล้วกระมัง?

“ฮะ ... ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” ชาวเผ่าหงโม่พากันระเบิดเสียงหัวเราะอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

เดิมที พวกเขานึกว่าซูเฉินเป็นแค่คนจองหองไม่เคยเห็นโลกกว้าง  แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแค่คนโง่จริงๆ

ขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดารา ต้องการจะฆ่าขอบเขตเทพเจ้าสามดารา ความคิดนี้ช่างบ้าคลั่งอย่างสุดขั้ว!

“เจ้าหนู เจ้าก็น่าสนใจดีอยู่หรอกนะ แต่เจ้าดันทำให้ข้าโกรธซะแล้วเนี่ยสิ และเพื่อชดใช้ในเรื่องนี้ ข้าจะทำให้เจ้าสำนึกเสียใจที่ได้เกิดมา!”

ผางฮุ่ยหยุดหัวเราะ ใบหน้าเขาปกคลุมไปด้วยความเย็นชา

สิ้นเสียงก็หันไปส่งสายตาให้ชาวหงโม่ในระดับขอบเขตเทพเจ้าสองดาราที่อยู่ข้างๆ

จบบทที่ 1133-1134

คัดลอกลิงก์แล้ว