เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1123-1124

1123-1124

1123-1124


9/10

Ep.1123

เงาหมัดทองคำทั้งร้อยหมัดวูบไหวอยู่กลางอวกาศชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นถล่มลงเป็นสายดั่งฝนอุกกาบาต ลอยไปยังเกาะซิงหยวน

บรึ้ม บรึ้มม บรึ้มมม!

วินาทีถัดมา เกาะซิงหยวนเกิดเสียงดังสนั่นน่าตื่นตกใจ มันราวกับภูเขาไฟนับร้อยลูกปะทุขึ้นในเวลาเดียวกัน  สร้างฉากแห่งหายนะขึ้นมา

“จะน่าสะพรึงเกินไปแล้ว!”

หวูซางและคนอื่นๆตกตะลึง ทักษะลับสายหมัดสามารถสร้างอำนาจทำลายล้างได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? เรื่องนี้ทำให้พวกเขาตกใจอย่างสุดซึ้ง

อันที่จริง [หมัดดาวตก] เป็นวิชาหมัดทั่วๆไปเท่านั้น หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นใช้งาน  ไม่มีทางสำแดงพลังเช่นนี้ได้ แต่ความแข็งแกร่งทางกายภาพของซูเฉินน่ะคนละกรณี

ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่เขามี [กายาเทพอสูรนิรันดร์] แต่เจ้าตัวยังได้รับประทาน [ผลปกปักษ์] มาแล้วหลายครั้ง กายเนื้อจึงทรงพลังกว่าผู้ใด แข็งแกร่งทนทานไม่ด้อยไปกว่าสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าเลย

ดังนั้นอำนาจของ [หมัดดาวตก] ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลแล้ว

อย่างไรก็ตาม ต่อให้ [หมัดดาวตก] จะทรงพลังเพียงใด มันก็ไม่มีทางสังหารสัตว์ร้ายมิติทั้งหมดบนเกาะซิงหยวนได้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พื้นที่บนเกาะซิงหยวนมีขนาดใหญ่เกินไป เทียบได้เลยกับทวีปเล็กๆแห่งหนึ่ง

ซูเฉินเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจิตจำลองของเขาจะสามารถฆ่าสัตว์ร้ายมิติทุกตัวบนเกาะได้ เขาเปิด [มิติสันโดษ] และ [พื้นที่เลี้ยงสัตว์]  เรียกฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆ กับเหล่าสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งหมดออกมา

เห็นผู้แข็งแกร่งระดับเทวะปรากฏกายขึ้นมากมาย หวูซางประหลาดใจเกินจะบรรยาย

ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวนขมวดคิ้วเช่นกัน แต่ฉีชิงเฉวียนดูสงบมาก เพราะถึงอย่างไรเขาติดตามซูเฉินมาเป็นเวลานานแล้ว ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่ามีใครเป็นพรรคพวกของเขาบ้าง

“ศิษย์น้องซู คำสั่งล่ะ?”

เหลิ่งมู่เย่เป็นคนแรกที่เอ่ยปากถาม เขาอยู่ในเขตแดนลับเป็นร้อยปี หลังจากออกมาก็ได้แต่อยู่ใน [มิติสันโดษ] เวลานี้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแล้ว

ซูเฉินเอื้อมมือ ชี้ไปทางเกาะซิงหยวน ออกคำสั่ง

“จงร่วมมือกัน สังหารสัตว์ร้ายมิติทั้งหมดบนเกาะซิงหยวน!”

“ฆ่า!”

เหล่าผู้ฝึกตนและกลุ่มสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ดาหน้าไปยังทิศทางของเกาะซิงหยวนด้วยความตื่นเต้น

ทั้งหมดล้วนเป็นระดับเทวะ นอกจากนี้ยังมี ระดับเทวะขั้น 10 อีกหลายชีวิต เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุมกำลังนี้ อย่าว่าแต่สัตว์ร้ายมิติบนเกาะซิงหยวนเลย ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งในขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดารา ก็ยังต้องชั่งใจว่าจะสู้หรือถอยดี

เพื่อเร่งความเร็วในการล่า ซูเฉินเปิดถุงเก็บของอีกครั้ง เรียก [นักรบจักรกล] , หุ่นเชิดทองคำ และหุ่นเชิดในขอบเขตเทพเจ้าออกมา ส่งพวกมันไปเป็นกำลังเสริม

“ซูเฉินมีหุ่นเชิดในขอบเขตเทพเจ้าด้วย!”

หวูซางและคนอื่นๆตกใจอีกรอบกับลูกเล่นของซูเฉิน

“ผู้อาวุโส พวกท่านรอที่นี่ก่อน เดี๋ยวผมกลับมา”

ซูเฉินเผยรอยยิ้มจาง จากนั้น ภายใต้สายตาของหวูซางและคนอื่นๆ เขาบินตามคนอื่นๆไปยังเกาะซิงหยวน

เมื่อซูเฉินลงสู่สนามรบ ความเร็วในการล่าสัตว์ร้ายมิติพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมง เกาะซิงหยวนอันกว้างใหญ่ และสัตว์ร้ายมิติอีกนับล้านชีวิต ก็ถูกสังหารสิ้น ไม่มีตัวใดรอดชีวิตไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถล่าสัตว์ร้ายมิติได้เป็นจำนวนมาก แต่ชิ้นส่วนที่ได้รับ รวมๆกันแล้วไม่กี่แสนชิ้นเท่านั้น

ซูเฉินรวบรวมพวกมันทั้งหมด แล้วแปลงเป็นแต้มพลังงาน จากนั้นใช้ 1.5 ล้านแต้มพลังงานทันที เพื่อยกระดับฐานฝึกตนขึ้นสู่ขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดารา ในคราเดียว

“ในที่สุดก็เลื่อนขั้นซักที!”

ซูเฉินถอนหายใจยาว ตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้า ถือว่าเรียกความมั่นใจได้สูง ตอนนี้หากเขาต้องเผชิญหน้ากับกู่ป้าเทียน เจ้าตัวมั่นใจว่าสามารถฆ่ามันได้แน่นอน

อีกพักหนึ่ง เขากลับมายัง [รถศึกอัจฉริยะ] เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับหวูซาง ซูเฉินไม่ได้ปกปิดกลิ่นอายบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจากร่างเขาแม้แต่น้อย

10/10

Ep.1124

“ซูเฉิน นี่เจ้ายกระดับเป็นขอบเขตเทพเจ้าแล้วอย่างงั้นหรือ?”

สังเกตเห็นถึงกลิ่นอายที่เปลี่ยนแปลงไปจากตัวซูเฉิน ดวงตาของหวูซางและคนอื่นๆแทบถลนออกมา

ก่อนหน้านี้ซูเฉินบอกพวกเขาว่าอีกไม่นานก็สามารถเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทพเจ้า พวกเขานึกว่าอำกันเล่น เลยไม่ได้เก็บเรื่องนั้นมาใส่ใจ

ใครมันจะไปคาดคิดกัน ว่าซูเฉินเพียงเอ่ยปากยกระดับ ก็สามารถทำได้ดั่งว่าจริงๆ

“ผมเพิ่งยกระดับได้เมื่อกี้นี้เอง” ซูเฉินยิ้มบาง

“โอ้สวรรค์!”

ได้รับข่าวดีจากซูเฉิน  ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวนอ้าปากกว้าง ในหัวใจร่ำร้องตะโกนคำ ‘อัจฉริยะตลอดกาล!’

เขายังจำได้ดี ว่าเมื่อตอนออกจากเขตแดนลับมิติ เห็นอยู่ชัดๆว่าซูเฉินอยู่แค่ระดับเทวะขั้น 10 เท่านั้น แต่ใช้เวลาแค่ไม่กี่วัน เขาก็สามารถตัดผ่านสู่ ขอบเขตเทพเจ้า ได้แล้ว

อัตราเร็วในการก้าวหน้าเช่นนี้ บ้าบอสิ้นดี!

ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวนตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง ย้อนนึกไปถึงกาลเวลาในอดีต เมื่อก่อนเขาเคยถูกกล่าวขวัญว่าเป็นอัจฉริยะแห่งการฝึกฝนในหมื่นเผ่าพันธุ์

กระนั้น หลังจากเลื่อนขั้นสู่ระดับเทวะขั้น 10 ได้แล้ว เขาต้องใช้เวลานับพันปี สูญเสียทรัพยากรฝึกฝนไปนับไม่ถ้วนจึงจะตัดผ่านมาได้

ตรงกันข้ามกับซูเฉิน ที่สามารถตัดผ่านสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้อย่างง่าดาย

ความแตกต่างระหว่างทั้งสอง ราวกับเมฆบนฟ้าและโคลนตม

“ในหมื่นเผ่าพันธุ์ได้ให้กำเนิดสัตว์ประหลาดเช่นซูเฉินออกมา แล้วพวกอสูรร้ายจะนับเป็นตัวอะไรไปได้อีก?” ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวนรู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หวูซางและฉีชิงเฉวียนเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ด้วยความสามารถไร้พ่ายของซูเฉิน และการสังหารศัตรูข้ามขั้น ต่อให้ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับกู่ป้าเทียน เขาก็ยังมีโอกาสชนะอยู่หลายส่วน

ด้วยประการฉะนี้ แรงกดดันจากเขตแดนซงหมานที่มีต่อพวกเขา จึงลดทอนลงเป็นอย่างมาก

แน่นอน หากต้องการพลิกสถานการณ์อย่างสิ้นเชิง ในช่วงระยะเวลาสั้นๆอาจยังไม่สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นแสงอันริบหรี่ที่รอมาเนิ่นนานเสียที

ซูเฉินหุบยิ้ม หันหน้ามาทางหวูซาง กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผู้อาวุโส พอจะมีเส้นทางที่ใช้เข้าไปสู่เขตแดนมู่กวงบ้างไหม?”

หลังจากยกระดับสู่ ขอบเขตเทพเจ้า จิตจำลองเขาก็จะสามารถปกป้องทางผ่านเขตแดนได้อย่างเต็มที่ เช่นนั้นเรื่องการออกตามหาผลึกหลวนฉิง ก็สมควรเริ่มได้เสียที

“แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้ติดต่อกับเขตแดนมู่กวงเท่าไหร่นัก แต่มีทางผ่านเขตแดนระหว่างพวกเขากับพวกเราจริงๆ” หวูซางกล่าวอย่างช้าๆ

เขาเข้าใจอุปนิสัยของซูเฉินดี เมื่อตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครสามารถหยุดได้

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่คิดโน้มน้าวอีกต่อป

ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย  ถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า “ผู้อาวุโส ทางผ่านเขตแดนที่ว่าอยู่ตรงไหน?”

“เกาะยุ่ยเฟิง กลางเทือกเขาเฉวียเยว่” หวูซางตอบกลับ จากนั้นเตือนว่า “ที่ทางเข้าทางผ่านเขตแดนได้รับการปกป้องโดยวิญญาณประดิษฐ์ หากเจ้าอยากเข้าไป ต้องได้รับการยอมรับจากมันเท่านั้น”

วิญญาณประดิษฐ์?

ซูเฉินเลิกคิ้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำ ‘วิญญาณประดิษฐ์’ อดเหลียวมองหวูซางไม่ได้ เฝ้ารอคำอธิบายจากอีกฝ่าย

หวูซางกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “วิญญาณประดิษฐ์เกิดจากสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าที่ได้เปิดภูมิปัญญาทางจิต และวิญญาณประดิษฐ์ในเทือกเขาเฉวียเยว่ มีร่างเดิมเป็นขุนเขาวิญญาณ”

“ในมหาศึกเมื่อหมื่นปีก่อน เจ้านายของมันล่วงลับ ตัวอาวุธก็ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง สุดท้ายมีเพียงวิญญาณประดิษฐ์ที่หนีออกมาได้”

“อย่างไรก็ตาม แม้จะสูญเสียร่างเดิมไป แต่กำลังรบของมันมิอาจดูแคลน อย่างน้อยสมควรมีฐานฝึกตนในระดับขอบเขตเทพเจ้าหนึ่งดารา”

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินงงงวยเล็กน้อย

เพราะเช่นนั้นแล้วทำไมก่อนหน้านี้ หอกผ่านภาที่ช่วงชิงมาจากติงเซิงถึงไม่มีวิญญาณประดิษฐ์เล่า?

เมื่อนึกได้ถึงเรื่องนี้ จึงเอ่ยปากถามว่า “ผู้อาวุโส งั้นก็หมายความว่าสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าทุกชิ้นต้องมีวิญญาณประดิษฐ์สถิตอยู่ใช่ไหม?”

“โอกาสที่สิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าจะสามารถสร้างวิญญาณประดิษฐ์ได้นั้นมีต่ำมาก แต่หากสามารถสร้างได้สำเร็จแล้ว พลังของสิ่งประดิษฐ์เทพเจ้าชิ้นนั้นจักพุ่งทะยานไปอีกขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย” หวูซางอธิบาย

“โอ้”

ซูเฉินค่อยเข้าใจ แต่แล้วจู่ๆก็มีความคิดหนึ่งผุดเข้ามาในหัวเขา เอ่ยถามต่อว่า “ผู้อาวุโส งั้นถ้าผมหา ‘สิ่งประดิษฐ์เทวะ’ ที่เหมาะสมให้วิญญาณประดิษฐ์สามารถใช้สิงเป็นที่สถิต เป็นไปได้ไหมว่ามันจะเลื่อนขั้นจาก ‘สิ่งประดิษฐ์เทวะ’ ขึ้นมาเป็น ‘สิ่งประดิษฐ์เทพเจ้า’ ได้?”

[ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ของเขาเป็นสิ่งประดิษ์เทวะขั้นสูง ทั้งยังสามารถเรียกได้ว่ามันเป็นภูเขาวิญญาณเช่นกัน ซึ่งนี่มีความสอดคล้องกับร่างเดิมของวิญญาณประดิษฐ์ที่ถูกกล่าวถึง

หากสามารถรวมวิญญาณประดิษฐ์เข้ากับ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] บางทีซูเฉินอาจได้รับผลประโยชน์ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้

จบบทที่ 1123-1124

คัดลอกลิงก์แล้ว