เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1101-1102

1101-1102

1101-1102


7/10

Ep.1101

ฐานฝึกตนของนกสำรวจเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสามารถในการรับรู้ถึงสมบัติยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ใช้เวลาไม่นาน ซูเฉินก็หาหินแก่นแท้พลังงานเจอ รวมถึงศิลาดารามรกตอีกสองก้อน

ได้แร่ทั้งสามมา มุมปากของซูเฉินยกยิ้มอย่างอดไม่ได้

ด้วยหินแก่นแท้พลังงานในมือ เขาสามารถปลุกหุ่นเชิดในขอบเขตเทพเจ้าได้แล้ว

ยิ่งถ้านับรวมศิลาดารามรกตที่ได้มากับตอนแรก ทั้งสิ้นเป็นสามก้อน ก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยยกระดับให้อสูรเทพปลุกพลังเลื่อนขั้นสู่เทวะขั้น 10

และหลังจากให้มันกลืนกินโครงกระดูกของพยัคฆ์วิญญาณสีชาด มันก็จะเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้อย่างรวดเร็ว และสามารถวิวัฒนาการ ปลุกสุดยอดพลังศักดิ์สิทธิ์ให้แก่เขาได้ และยังมอบพวกมันแก่สมาชิกคนอื่นๆได้อีกด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ เป็นอะไรที่ซูเฉินตั้งตารอมาก

วัตถุประสงค์ของการเดินทางในครั้งนี้ นับว่าจบลงแล้ว แต่ซูเฉินยังไม่หยุด เขาเดินกลับไปยังที่ตั้งของตราหยกกำเนิดเซียนอย่างรวดเร็ว เอื้อมมือออกไปคว้ามัน

วินาทีที่สัมผัสโดน ตราหยกกำเนิดเซียนหายวับไปกลางอากาศ

ไม่นาน ประตูแสงก็ปรากฏขึ้นแทนที่มัน

ซูเฉินเพ่งสายตาสำรวจดู แล้วก้าวไปข้างใน

หลังจากเกิดอาการโลกหมุน ซูเฉินพบว่าตัวเองกลับมายังสถานที่สาบสูญแล้ว และยังมาโผล่ในทะเลสาบที่เดิม

“ซูเฉิน นี่เจ้ารวบรวมตราหยกกำเนิดเซียนได้ครบแล้วหรือ?” ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวน เอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

ซูเฉินพยักหน้า นำตราหยกกำเนิดเซียนทั้งหมดออกมา

“ดี ดีมาก! ว่าแต่เจ้าต้องการเข้าสู่เขตแดนลับตอนนี้เลย หรือต้องการรออีกสักสองสามวัน?” เสิ่นหยวนเอ่ยถาม

เมื่อเขตแดนลับถูกเปิดขึ้น จะไม่สามารถออกมาได้ระหว่างทาง จำเป็นต้องรอให้ครบกำหนดสามเดือน

“ไปเลย” ซูเฉินตอบอย่างมั่นใจ

เวลาไม่คอยท่า หวูซางเอ่ยว่าสามารถยื้อเวลาให้ได้มากที่สุดแค่ไม่เกินครึ่งปี  ซูเฉินไม่อาจเกียจคร้าน

“ได้ ข้าจะเปิดเขตแดนลับให้เดี๋ยวนี้”

เสิ่นหยวนก็ไม่พูดพล่ามทําเพลงเอื้อมมือออกไปแตะที่แผ่นหยกกําเนิดเซียน ท่องงึมงำอยู่หลายคำ

เห็นแค่เพียง ตราหยกกำเนิดเซียน ลอยขึ้นไปในอากาศ เปล่งรัศมีแสงอันน่างดงามตระการตา

ไม่กี่อึดใจต่อมา ตราหยกกำเนิดเซียน ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย และปรากฏประตูแสงขึ้นแทนที่มัน

“ซูเฉิน จงใช้เวลาของเจ้าให้คุ้มค่า” เสิ่นหยวน กล่าว

“ผู้อาวุโส เช่นนั้นผมขอตัว”

ซูเฉินสูดหายใจลึก ก้าวหนึ่งเท้าย่างเข้ากลางประตูแสง

วินาทีถัดมา เขาพบว่าตัวเองมาโผล่ท่ามกลางหุบเขา รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ดอกไม้บานสะพรั่ง อากาศสดชื่นเป็นพิเศษ ทั้งยังส่งกลิ่นอายพลังวิญญาณจางๆไปทั่ว

ซูเฉินหรี่ตาแล้วกวาดมองไปรอบๆ

เมื่อสายตาไปหันไปถึงกลางหุบเขา การแสดงออกทางสีหน้าเขากลายเป็นแข็งค้างไป

เห็นแค่เพียงใจกลางภูเขาสองลูกที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางหุบเขา แท้จริงแล้วนั่นมิใช่ภูเขาธรรมดา แต่เป็นสมบัติทั้งสิ้น!

ลูกแรกคือภูเขาแร่ชั้นยอด มันอุดมไปด้วยหินพลังงานและทรัพยากรสำหรับฝึกตน

ส่วนอีกลูก ล้วนเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะทั้งสิ้น

กระทั่งซูเ​ฉินที่เคยได้ครอบครองสิ่งประดิษฐ์เทวะมามากมาย เวลานี้ยังอดกระสับกระส่ายไม่ได้

ผู้ทรงเกียรติเสิ่นหยวนเคยกล่าวเอาไว้ว่า มีทรัพยากรฝึกตนมากมายในเขตแดนลับ

แต่เขาไม่คาดหวังว่ามันจะมากขนาดนี้ สามารถพูดได้เลย ว่าด้วยทรัพยากรฝึกตนเบื้องหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเหล่าสัตว์เลี้ยงวิญญาณ หรือคนใน [มิติสันโดษ] ทั้งหมดย่อมสามารถยกระดับไปขั้นสูงได้แน่นอน

หลังจากจมอยู่ในภวังค์มาพักหนึ่ง ซูเฉินเปิด [มิติสันโดษ] และ [พื้นที่เลี้ยงสัตว์]  เรียกทุกคนออกมา

เมื่อเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ตอนแรกฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆต่างสับสน

แต่เมื่อพวกเขาพบทรัพยากรฝึกตน และสิ่งประดิษฐ์เทวะกองเท่าภูเขา ทุกคนตะลึงงัน

“ซูเฉิน ที่นี่มันที่ไหนกัน? เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”

ฉีชิงเฉวียนเดินมาข้างซูเฉิน ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ซูเฉินไม่ได้ปิดบัง บอกเล่าเรื่องราวของเขตแดนลับให้ฟัง

เมื่อรู้ว่าสามารถฝึกฝนที่นี่ได้เป็นเวลา 100 ปีโดยไม่ต้องระวังสิ่งใด ทุกคนตื่นเต้นเกินบรรยาย

คุณสามารถลองจินตนาการดูได้ ว่าเมื่อมีทรัพยากรฝึกตนให้ใช้สอยอย่างไม่สิ้นสุด ควบคู่ไปกับระยะเวลา 100 ปี กำลังรบของพวกเขาย่อมพุ่งทะยานติดปีกอย่างแน่นอน

8/10

Ep.1102

ต่อมา ซูเฉินเริ่มจัดสรรทรัพยากรฝึกตน และให้แต่ละคนเลือกสิ่งประดิษฐ์เทวะที่พวกเขาสามารถใช้ได้

ทุกคนในกลุ่มต่างได้รับทรัพยากรฝึกตน แยกย้ายกันมองหาสถานที่ฝึกฝนของตัวเอง ร้อนวิชาอย่างลองของใหม่กัน

ซูเฉินเดินมาข้างอู๋หยาจื่อ ถามเสียงต่ำว่า “ผู้อาวุโส เรื่องสร้างกระบี่เทวะคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”

[หมื่นกระบี่คืนสู่หนึ่ง] คือวิชาในระดับสุดยอดพลังศักดิ์สิทธิ์ อำนาจทำลยาล้างของมันเกินกว่าร้อยกระบี่คืนสู่หนึ่งไม่รู้ตั้งกี่เท่า ติดก็ตรงต้องมีกระบี่เทวะทั้ง 5,000 เล่มที่เป็นปัญหาใหญ่

แต่ด้วยระยะเวลาร้อยปี การสร้างมันก็น่าจะมีปัญหา

“สร้างเพิ่มได้อีก 312 เล่ม” อู๋หยาจื่อกล่าวเสียงขรึม

กระบี่เทวะไม่ใช่อาวุธธรรมดา หลายวันมานี้เขานำปรมาจารย์ด้านหลอมอุปกรณ์หลายสิบคนช่วยกันสร้างทั้งวันทั้งคืน แต่ก็ได้แค่เท่านี้

ซูเฉินค่อนข้างพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เพราะหากอู๋หยาจื่อและคนอื่นๆสามารถสร้างกระบี่เทวะได้ขนาดนี้ด้วยระยะเวลาไม่ถึงปี บวกกับกระบี่อีก 100 เล่มก่อนหน้านี้ เท่ากับว่าผลิตได้ 400 กว่าเล่มแล้ว

ด้วยอัตราเร็วนี้ คิดว่าใช้เวลาแค่ 10 ปีก็คงสร้างกระบี่ได้ครบทั้ง 5,000 เล่ม

“ผู้อาวุโส ลำบากท่านแล้ว” ซูเฉินกล่าวอย่างซาบซึ้ง

“คนกันเอง ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ” อู๋หยาจื่อหัวเราะ

ซูเฉินมีบุญคุณยิ่งใหญ่ต่อเขา เรื่องแรกเลยคือมอบผลอายุวัฒนะ ช่วยให้เขาสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไป

หลังจากนั้นได้มอบ [โพชั่นกายภาพ] ช่วยยกระดับเขา ทั้งยังช่วยฆ่าจี้ชางจื่อ แก้แค้นได้สำเร็จ

นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไม เขาถึงยอมช่วยซูเฉินสร้างกระบี่เทวะอย่างเต็มใจ

หลังจากนั้น ซูเฉินส่งอู๋หยาจื่อกับพวกปรมาจารย์หลอมอุปกรณ์ทั้ง 10 จากเผ่าคนแคระเข้าไปใน [มิติสันโดษ] และเริ่มจัดการชิ้นส่วน

สามชั่วโมงต่อมา ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกคัดแยกเรียบร้อย  และจำนวนแต้มพลังงานสะสมคือ 1,000,000 จุด!

แม้ดูเหมือนเยอะ แต่มันสามารถใช้แลกเปลี่ยน [คุณสมบัติเลเวล 19 อย่างเต็มรูปแบบ] ได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น เพราะชิ้นส่วนดังกล่าว ต้องการแต้มพลังงานสูงถึง 700,000 จุด !

อย่างไรก็ตาม ในถุงเก็บของยังมีสิ่งประดิษฐ์เทวะอีกไม่น้อย บวกกับข้างในเขตแดนลับ

หลังจากจับไปย่อยสลายทั้งหมด น่าจะสามารถเปลี่ยนเป็นแต้มพลังงานได้อีกล้านนึง

ซึ่งนั่นเพียงพอที่จะใช้แก้ปัญหาในการยกระดับสู่ ระดับเทวะขั้น 9

แต่หลังจากนั้นเล่า? เมื่อไม่อาจหาแต้มพลังงานได้แล้ว การเลื่อนขั้นสู่เทวะขั้น 10 จะเอายังไงดี

ซูเฉินเค้นสมองอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็คิดวิธีแก้ปัญหาได้

เขามีศิลาสายฟ้าต้นเชี่ยนที่มีน้ำหนักหลายแสนจินอยู่นี่นา ซึ่งแม้จะใช้สร้างกระบี่เทวะได้ครบทั้ง 5,000 เล่มแล้วก็ตาม แต่ก็ยังเหลืออีกมาก

ส่วนที่เหลือ เขาจะมอบให้อู๋หยาจื่อช่วยสร้างสิ่งประดิษฐ์เทวะต่อไป จากนั้นนำไปแปลงใน [เครื่องย่อยสลายสิ่งประดิษฐ์เทวะ] เพิ่มแต้มพลังงาน

ก็จะตัดปัญหาใหญ่เรื่องไม่มีแต้มใช้แลกเปลี่ยน [คุณสมบัติเลเวล 21 อย่างเต็มรูปแบบ] ทันที

นึกได้แบบนี้ หัวใจของซูเฉินค่อยผ่อนคลายลง

หลังจากนั้น  เขาไม่รีบร้อนปิดด่านฝึกตน ตั้งใจขึ้นเตียงกับตันหลินและหยางเฉียนสักสองสามคืน แล้วค่อยว่ากันใหม่

ด้วยกระแสเวลาที่ไหลช้าของเขตแดนลับ ได้พักผ่อนสักนิดไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

...

กาลเวลาดั่งกระแสน้ำที่ไม่อาจไหลย้อนกลับ วัน เดือน ปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เสมือนชั่วพริบตาเดียว ร้อยปีก็ผ่านพ้นไป

หลังจากร้อยปีของการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทุกคนราวกับติดปีกโผบิน

ฉีชิงเฉวียน และซางฉุยซานได้เลื่อนขั้นเป็น ระดับเทวะขั้น 10 แล้ว

ส่วนฉีมู่เฟิงและฉีมู่เล่ยต่างเลื่อนขั้นเป็น ระดับเทวะขั้น 9

กระทั่งพวกหานเฟิงและคนอื่นๆที่มีฐานฝึกตนต่ำสุดก็ยังสามารถก้าวสู่ระดับเทวะได้สำเร็จ

ด้วยประการฉะนี้ ทำให้กำลังรบในกลุ่มของซูเฉินสามารถเรียกได้ว่าเป็นกองทัพระดับเทวะได้แล้ว!

ทางด้านสัตว์เลี้ยงวิญญาณ หากไม่นับหมาป่ากลายพันธุ์สามตัวที่อยู่ใน ระดับเทวะขั้น 3  อสูรเทพปลุกพลัง สามารถหวนคืนสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้สำเร็จ

นอกจากนี้ [รถศึกอัจฉริยะ] , หุ่นเชิดทองคำ และ [นักรบจักรกล] ต่างก็ได้อัพเกรดเป็น ระดับเทวะขั้น 10 กันถ้วนหน้า

สำหรับหุ่นเชิดในขอบเขตเทพเจ้า หลังจากติดตั้งหินแก่นแท้พลังงาน มันก็ตื่นจากนิทรา

จบบทที่ 1101-1102

คัดลอกลิงก์แล้ว