เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1015-1016

1015-1016

1015-1016


5/8

Ep.1015

“เป็นผู้ทรงเกียรติหวูโหยวงั้นหรอ?”

ซูเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อได้สติ ออกคำสั่งแก่ [รถศึกอัจฉริยะ] ทันที “เสี่ยวจือ เร่งความเร็วตามไป”

หากเป็นคนอื่น เขาจะไม่สนใจเลย แต่หวูโหยวผู้นี้ไม่เหมือนกัน ครั้งก่อนที่เจอกันในทวีปเผ่าวิญญาณ อีกฝ่ายได้มอบหินพลังงานจำนวนมากให้ อีกทั้งยังเตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องของนักพรตเทียนซ่าน

ซูเฉินจึงมีความประทับใจในตัวหวูโหยวมาก  และจะไม่ยอมทนดูเขาถูกสัตว์ร้ายมิติฆ่าตาย

[รถศึกอัจฉริยะ] ได้รับคำสั่งก็เพิ่มความเร็วทันที แต่เนื่องจากอยู่ไกลกัน จึงไม่สามารถเข้าถึงได้ในระยะเวลาอันสั้น

ซูเฉินออกคำสั่ง “เสี่ยวจือ ฉายภาพของพวกเขา”

ภาพบนหน้าจอควบคุมส่วนกลางสลับสับเปลี่ยน ไม่นานก็ปรากฏร่างของสองผู้ฝึกตนจากหมื่นเผ่าพันธุ์และหนึ่งสัตว์ร้ายมิติ

ซูเฉินสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ว่าหนึ่งในนั้นมิใช่ใครอื่น เป็นผู้ทรงเกียรติหวูโหยว อีกหนึ่งเป็นคนในชุดคลุมเขียว ผมสีเงิน ให้ความรู้สึกน่ายำเกรงแต่ชราภาพมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของทั้งสองคนในเวลานี้ย่ำแย่มาก กำลังหลบหนีอย่างทุลักทุเล

“สัตว์ร้ายมิติตัวนี้คงแข็งแกร่งมาก”

ซูเฉินพึมพำ ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวคือผู้แข็งแกร่งในระดับเทวะขั้น 3 ทว่ากลับถูกไล่จนเตลิดเปิดเปิงเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของสัตว์ร้ายมิติตัวนี้ต้องทรงพลังเป็นพิเศษ

“ซูเฉิน? ผู้อาวุโสในชุดเขียวคือเฉินเจิงแห่งเกาะหลิงหยวน ส่วนสัตว์ร้ายมิติที่ไล่ตามพวกเขา คือหวงไคแห่งเมืองเป่ยหมิง”

ซางอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จากนั้นเขาก็เตือนว่า “พวกเราไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้”

“ทำไม?”

ซูเฉินไม่เข้าใจ “เพราะหวงไคคือสัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 5 อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งระดับสูงในลำดับชั้นเดียวกัน แล้วยังโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก หากโดนมันจับได้ น้อยคนนักที่จะรอดชีวิต” ซางอวิ๋นอธิบาย

“แข็งแกร่งแค่ไหน? แกร่งกว่าบรรพชนตระกูลฉีรึเปล่า?” ซูเฉินกล่าวอย่างเฉยเมย

จนถึงตอนนี้  คู่ต่อสู้ในเทวะขั้น 5 เขาเคยประมือด้วยมีแค่ฉีชิงเฉวียนเท่านั้น เลยถามออกไปเพื่อเปรียบเทียบดู ว่าหวงไคแข็งแกร่งแค่ไหน

“น่าจะแข็งแกร่งกว่าบรรพชนตระกูลฉี” ซางอวิ๋นตอบ

ต่อหน้าฉีมู่เฟิงและฉีมู่เล่ย เดิมเขาไม่ต้องการดูถูกฉีชิงเฉวียน แต่ความเป็นจริงก็คือ ฉีชิงเฉวียนมิใช่คู่ต่อสู้ของหวงไค นอกจากนี้ เขายังกังวลมาก ว่าซูเฉินจะไม่ฟังคำเตือน แล้วกระโจนเข้าร่วมสู้ จึงได้แต่ต้องพูดไป

“อ้อ” ซูเฉินพยักหน้าว่าเข้าใจ หากหวงไคแข็งแกร่งกว่าฉีชิงเฉวียน งั้นก็แสดงว่ามีกำลังรบไม่ธรรมดาจริงๆ

อย่างไรก็ตาม นั่นก็ยังไม่พอที่จะเผชิญหน้ากับเขา จากนั้น เขาถามอีกครั้งว่า “แล้วเฉินเจิงคนนั้นเป็นเทวะขั้นไหน?”

“คนผู้นั้นเองก็อยู่ในระดับเทวะขั้น 5 เช่นกัน” ซางอวิ๋นตอบ

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ทั้งๆที่อยู่ในขั้น 5 ของระดับเทวะ แต่เกรงว่าเฉินเจิงคงอ่อนแอที่สุด เพราะเมื่อตกอยู่ภายใต้การโจมตีของหวงไค เฉินเจิงแทบจะไม่สามารถตอบโต้กลับได้เลย เรียกได้ว่าถูกทุบตีจนฉี่แทบราด น่าขายหน้าจริงๆ

ส่วนผู้ทรงเกียรติหวูโหยว แม้จะมีความแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆในลำดับชั้นเดียวกัน แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แกร่งกว่าถึงสองขั้น  เขาก็ไม่มีโอกาสแม้จะเข้าแทรกแซง

สามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ เรียกได้ว่าปาฏิหาริย์แล้ว

“ซูเฉิน เจ้าจะไปที่นั่นจริงๆน่ะหรือ?”

เห็น [รถศึกอัจฉริยะ] ยิ่งนานยิ่งเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ซางอวิ๋นกังวลใจมาก

ซูเฉินหัวเราะและกล่าวว่า “ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวคือคนรู้จักของผม ผมต้องช่วยชีวิตเขา”

“แต่ทำแบบนั้นหวงไคจะปล่อยพวกเราไปหรือ?” ซางอวิ๋นเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ช่วยคนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องทำเท่าที่กำลังตนไหว

สำหรับผู้แข็งแกร่งเช่นหวงไค มีหรือจะปล่อยให้คนนอกเข้ามาแทรกแซงง่ายๆ?

หากเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมา เกรงว่าทุกคนคงไม่รอดชีวิต

6/8

Ep.1016

“วางใจเถอะ พวกเราจะถือโอกาสนี้ช่วยเขา และหากฆ่าสัตว์ร้ายมิติตัวนี้ได้ ก็จะถือว่าเป็นผลดีต่อหมื่นเผ่าพันธุ์เช่นกัน” ซูเฉินกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“…”

ได้ยินแบบนั้น ซางอวิ๋นอ้าปากค้าง สีหน้าท่าทีกลายเป็นแข็งทื่อ

เขายอมรับว่าซูเฉินแข็งแกร่งมาก คิดฆ่าศัตรูข้ามขั้นถือเป็นเรื่องง่ายดายพอๆกับการล้วงกระเป๋า แต่ท้ายที่สุดแล้ว ซูเฉินยังมีระดับแค่เทวะขั้น 3 เท่านั้น! ห่างชั้นกับหวงไคถึงสองขั้น

–ต่อให้เขาแข็งแกร่งสักแค่ไหน แต่ก็ไม่น่าจะสู้ศัตรูที่เหนือกว่าถึง 2 ขั้นได้หรอก ถูกไหม?

ยังไม่พูดถึงเรื่องที่ว่า เฉินเจิงเองก็เป็นระดับเทวะขั้น 5 เหมือนหวงไคเช่นกัน แต่ฝ่ายแรกไม่สามารถสู้ฝ่ายหลังได้เลย

ซางอวิ๋นยังคงคิดหาวิธีเกลี้ยกล่อม แต่กลับถูกฉีมู่เฟิงขัดจังหวะ

“ผู้อาวุโส สัตว์ร้ายมิติระดับเทวะขั้น 5 ไม่นับเป็นสิ่งใดในสายตาซูเฉิน”

“นี่ …”

ซางอวิ๋นกลืนน้ำลาย มองฉีมู่เฟิงอย่างตะลึงงัน

เขาเคยสนทนากับฉีมู่เฟิงมาก่อน ในความทรงจำของเขา ฉีมู่เฟิงเป็นคนไม่พูดจาโกหกปลิ้นปล้อน แต่ไฉนคราวนี้ถึงยกซูเฉินให้สูงขนาดนี้?

หรือซูเฉินจะเก็บงำความแข็งแกร่งเอาไว้อีกจริงๆ?

ซางอวิ๋นยิ่งคิดยิ่งฟุ้งซ่าน

ระหว่างนั้นเอง [รถศึกอัจฉริยะ] ได้ไล่ตามพวกหวูโหยวทันแล้ว

จู่ๆก็มียาวอวกาศปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ทั้งสามที่กำลังหลบหนีและไล่ล่าตกใจ หยุดการเคลื่อนไหว เพ่งมองไปทาง [รถศึกอัจฉริยะ]

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่ายานลำนี้ดูคุ้นตาแปลกๆ?”

ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวเพ่งมองสำรวจดู พึมพำกับตัวเอง

ครั้งก่อนบนทวีปเผ่าวิญญาณ เขาเคยเห็น [รถศึกอัจฉริยะ] มาแล้ว อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่รูปแบบในปัจจุบันของรถศึก ดังนั้นเลยไม่อาจระบุแน่ชัดได้

“ทุกคนรอฉันบนรถ”

ซูเฉินกำชับฉีมู่เฟิงและคนอื่นๆ ก่อนเปิดประตูและก้าวออกไปคนเดียว

“ซูเฉิน!”

ทันทีที่เห็นซูเฉิน ผู้ทรงเกียรติหวูโหยวเซอร์ไพรส์จนอธิบายไม่ถูก  ราวกับพบเจอพระมาโปรด

“หวูโหยว เผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้นี้เป็นสหายของเจ้าหรือ?” เฉินเจิงถาม

“ไม่ถึงกับเป็นสหาย แต่มีมิตรภาพอันดีต่อกัน” หวูโหยวอธิบาย

เพื่อที่จะผูกมิตรกับซูเฉิน เขายอมเสี่ยงอันตราย บอกเล่าเรื่องที่นักพรตเทียนซ่านต้องการทำร้ายซูเฉิน

แต่ซูเฉินจะรับน้ำใจหรือไม่ เขาไม่รู้

เฉินเจิงรู้สึกว่าชื่อซูเฉินฟังดูคุ้นๆ แต่นึกอยู่นานก็นึกไม่ออก เลยเอ่ยถามว่า “เขาเป็นเทวะขั้นไหน?”

หากซูเฉินมีขั้นใกล้เคียงกัน เขาจะได้ชักชวนให้ร่วมมือกันต่อสู้กับหวงไค

หวูโหยวนึกทบทวน ครั้งก่อนที่เจอกันดูเหมือนซูเฉินจะเป็นแค่ผู้ฝึกตนขั้น 10 เท่านั้น ยังไม่ทะลวงสู่ระดับเทวะ พริบตานั้นรอยยิ้มบนใบหน้าเขาแข็งค้างทันที ยิ้มเจื่อนๆว่า “หลายเดือนก่อน เมื่อครั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ ดูเหมือนเขาจะอยู่แค่ขั้น 10 ธรรมดาเท่านั้น”

เนื่องจากเพิ่งเข้าสู่มิติภายนอกได้ไม่นาน หวูโหยวเลยยังไม่ทราบเรื่องที่ว่าซูเฉินได้สังหารระดับเทวะในมิติภายนอกไปหลายสิบคน ดังนั้น ความทรงจำที่เขามีต่อซูเฉิน  จึงยังเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน

“แค่ขั้น 10 ธรรมดาเท่านั้นเองหรือ?”

เฉินเจิงเกือบสำลักลมหายใจตาย  ผู้ฝึกตนขั้น 10 ไม่อาจเป็นได้แม้แต่มดในสายตาของระดับเทวะ เช่นนั้นซูเฉินมาที่นี่เพื่ออะไร? หาเรื่องตายหรอ?

หวงไคกวาดสายตามองซูเฉิน ผุดยิ้มเยาะ “มนุษย์ เจ้ามาหาที่ตายหรือ?”

“ฉันมาที่นี่เพื่อรำลึกอดีตกับเพื่อนเก่า” ซูเฉินชี้ไปทางหวูโหยว ตอบกลับเสียงเรียบ

“อ้อ ยังมีอีกอย่าง ฉันว่าจะแวะมาฆ่าแกด้วย!”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ไม่เพียงหวงไคที่ตกตะลึง กระทั่งหวูโหยวและเฉินเจิงก็ยังตะลึงงันอ้าปากค้าง

ซูเฉินคิดสังหารหวงไคในระดับเทวะขั้น 5 กระนั้นหรือ? ผู้ใดกันที่มอบความกล้าให้เขาพูดเช่นนี้? คงเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่?

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หวงไคหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จับจ้องซูเฉิน เอ่ยเสียงเย็น “เจ้าหนู รู้รึเปล่าว่าข้าเป็นใคร?”

ในความคิดหวงไค ซูเฉินต้องไม่รู้จักสถานะของเขาแน่นอน มิฉะนั้นคงไม่ปากกล้าเช่นนี้

จบบทที่ 1015-1016

คัดลอกลิงก์แล้ว