เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

917-918

917-918

917-918


7/10

Ep.917

“ด้วยความยินดี” หวูโหยวหัวเราะ

“ผู้อาวุโส ท่านพอจะรู้ไหมว่านักพรตเทียนซ่านอยู่ในระดับเทวะขั้นไหน?” ซูเฉินถามต่อ

ในครั้งก่อน เขาได้ยินจากปากของฉีมู่เฟิง ว่านักพรตเทียนซ่านแข็งแกร่งมาก แต่ไม่ทราบถึงระดับฐานฝึกตน  จึงเอ่ยถามออกมา

หวูโหยวครุ่นคิดอยู่หลายรอบก่อนตอบกลับไปว่า “อยู่ขั้นไหนของระดับเทวะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่มีข่าวลือ ว่าความแข็งแกร่งของเขาเป็นรองเพียงผู้ปกครองโลกาเท่านั้น

ผู้ปกครองโลกา?

เป็นครั้งแรกเลยที่ซูเฉินได้ยินคำนี้ เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

ฉีมู่เฟิงอธิบายว่า “ผู้ปกครองโลกาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์ เล่าลือกันว่า ระดับฐานฝึกตนของเขาอาจสามารถทะลวงสู่ขอบเขตเทพเจ้าได้แล้ว!”

ซู๊ดดดดด!

ซูเฉินสูดหายใจเย็นเยียบ ขอบเขตเทพเจ้าคือการดำรงอยู่ที่เหนือกว่าระดับเทวะขั้น 10 ด้านความแข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง

แต่ตอนนี้ยังมีขอบเขตเทพเจ้าหลงเหลืออยู่อีกหรือ?

นานมาแล้ว เขาเคยได้ยินด้วงเขมือบทองคำพูด ว่าในมหาศึกครั้งใหญ่เมื่อหมื่นปีก่อน ยอดฝีมือในขอบเขตเทพเจ้าทั้งหมดเกือบตกตาย

ในเมื่อเป็นแบบนั้น แล้วกำลังรบของผู้ปกครองโลกาจะอยู่ในขอบเขตเทพเจ้าจริงๆน่ะหรือ? เรื่องนี้ยังแคลงใจอยู่บ้าง

“ผู้ปกครองโลกาจะอยู่ในขอบเขตเทพเจ้าหรือไม่ เรื่องนั้นไม่อาจทราบ แต่เรื่องนี้เขาคือผู้แข็งแกร่งที่สุดในพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์ เป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย” หวูโหยวกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ซูเฉินถอนหายใจโล่งอก จากนั้นถามว่า “แล้วผู้ปกครองโลกาอยู่ที่ไหนของมิติภายนอก?”

ในความคิดเขา แม้ผู้ปกครองโลกาจะไม่ใช่ขุมกำลังระดับขอบเขตเทพเจ้า แต่อย่างน้อยต้องอยู่ในขั้น 10 ระดับเทวะ ไม่ใช่ตัวตนที่เขาสามารถต่อกรได้อย่างแน่นอน

วันหน้าหากเข้าสู่มิติภายนอก ควรจะหลีกเลี่ยงคนผู้นี้ไว้ดีกว่า

หวูโหยวส่ายหัว กล่าวด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ที่อยู่ของผู้ปกครองโลกานั้นไม่แน่นอน กล่าวกันว่ามิติภายนอกทั้งหมดถือเป็นบ้านของเขา แต่ก็ไม่เคยมีใครหาตัวเขาพบ”

ความหมายในคำพูดนี้ก็คือ ผู้ปกครองโลกาถูกยกย่องให้เป็นตัวตนที่ลึกลับและทรงพลัง สามารถปรากฏตัวได้ทุกหนแห่ง

ซูเฉินไม่ได้ถามถึงเรื่องนี้อีก ในเมื่อผู้ปกครองโลกาคอยดูแลทุกเผ่าพันธุ์ แบบนั้นคงวุ่นวายไม่น้อย ไม่น่าจะมีเวลาว่างได้ ขอแค่ซูเฉินทำเรื่องใหญ่โต ก็ไม่น่าจะดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย

ต่อมา ซูเฉินและหวูโหยวสนทนากันอีกหลายประโยคเรื่องนักพรตเทียนซ่าน  แล้วออกจากสถานที่แห่งนี้ไป

หลังจากนั้น [รถศึกอัจฉริยะ] มุ่งหน้าไปยังเมืองโหยวหยวน ใกล้เมืองโหยวหยวนมีทางผ่านเขตแดนที่เชื่อมไปสู่เผ่าอสูร หากไปถึงที่นั่น ก็สามารถให้รถศึกข้ามเขตแดนสู่ทวีเผ่าอสูรได้

ระหว่างทาง ฉีมู่เฟิงเดินมาข้างๆซูเฉิน กระซิบว่า “ซูเฉิน หลังเข้าสู่ทวีปเผ่าอสูรแล้ว ข้าจำเป็นต้องกลับไปยังตระกูลโดยเร็วที่สุด”

“เกิดอะไรขึ้นกับตระกูลฉีงั้นหรอ?” ซูเฉินอุทานด้วยความตกใจ

“ไม่ใช่แบบนั้น” ฉีมู่เฟิงยิ้ม แล้วอธิบายว่า “ข้าเพิ่งได้รับการติดต่อจากทางตระกูล ว่างานประลองระดับดวงดาวได้เลื่อนเข้ามาเร็วกว่ากำหนดหนึ่งปี ข้าต้องกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม”

งานประลองระดับดวงดาว?

ซูเฉินมองฉีมู่เฟิงด้วยความสงสัย เอ่ยถามว่า “พี่ฉี งานประลองระดับดวงดาวคืออะไร”

“หากให้พูดตรงๆมันคือการต่อสู้กันของผู้แข็งแกร่งที่สุดหมู่รุ่นเยาว์ของหมื่นเผ่าพันธุ์” ฉีมู่เฟิงกล่าว

งานประลองระดับดวงดาวคืองานรวมพลรุ่นเยาว์จากพันธมิตรของหมื่นเผ่าพันธุ์ และนั่นรวมไปถึงรุ่นเยาว์ในมิติภายนอกเช่นกัน

แต่สิ่งที่ซูเฉินไม่เข้าใจก็คือ งานประลองแบบนี้มีไปเพื่ออะไร?

“พี่ฉี จุดประสงค์ที่จัดงานประลองระดับดวงดาวขึ้นเพราะอะไร?” ซูเฉินถาม

“เพื่อเลือกโควต้าที่จะเข้าสู่เขตแดนลับ” ฉีมู่เฟิงตอบกลับ จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมว่า “เขตแดนลับในมิติภายนอกจะเปิดออกทุกๆ 100 ปี มีสมบัติมหาศาลอยู่ข้างในนั้น มันเต็มไปด้วยวัตถุวิญญาณทุกหนแห่ง แต่ก็เต็มไปด้วยอันตรายเช่นกัน ไม่เพียงแต่ผู้แข็งแกร่งฝั่งพันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์เท่านั้นที่เข้าไปได้ แต่พวกสัตว์ร้ายมิติก็เข้ามาได้เช่นกัน”

8/10

Ep.918

พันธมิตรหมื่นเผ่าพันธุ์แและสัตว์ร้ายมิติต่างปรารถนาเข้าไปแย่งชิง เฉพาะเรื่องนี้ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้ว ว่าเขตแดนลับต้องมีสมบัติดีๆอยู่มากมาย

หัวใจของซูเฉินเริ่มเต้นแรง ลองเลียบเคียงถาม “พี่ฉี ผมสามารถเข้าร่วมงานประลองระดับดวงดาวได้ไหม?”

“ได้สิ แต่ก่อนอื่นเจ้าต้องเข้าร่วมกับขุมกำลังใหญ่ก่อนนะ” ฉีมู่เฟิงกล่าว

ซูเฉินครุ่นคิด ในทวีปเสวียนเทียนก็มีงานประลองเพื่อเข้าสู่มิติท้ารบเช่นกัน และประเด็นคือต้องเข้าร่วมกับขุมกำลังใหญ่จึงจะมีสิทธิ์ นี่มันเหมือนกับงานประลองระดับดวงดาวเลย

“พี่ฉี ถ้าผมขอเข้าร่วมกับทางตระกูลฉี จะมีปัญหาอะไรรึเปล่า?” ซูเฉินถาม

เขาได้ล่วงเกินขุมกำลังใหญ่ทั้งหมดในเผ่ามนุษย์ แล้วอีกอย่างระดับเทวะของเผ่ามนุษย์ก็ต้องการจะฆ่าเขา ฉะนั้นไม่น่ามีขุมกำลังไหนยอมอ้าแขนรับ

คิดไปคิดมา คงมีเพียงตระกูลฉีเท่านั้นที่เหมาะสม

“ไม่มีปัญหาเลย” ฉีมู่เฟิงกล่าวหนักแน่น

อันที่จริงแล้ว ที่เขาเดินเข้ามาเอ่ยเรื่องนี้ เดิมก็เพื่อดึงตัวซูเฉินให้เข้าร่วมกับตระกูลฉีอยู่แล้ว

ด้วยกำลังรบของซูเฉิน ต่อให้ในงานประลองระดับดวงดาวจะมีอัจฉริยะมากมาย แต่เขาสามารถคว้าอันดับหนึ่งมาได้อย่างแน่นอน

ด้วยประการฉะนี้ เท่ากับว่าตระกูลฉีจะได้รับโควต้าเพิ่มขึ้น

หากร่วมมือกับซูเฉิน ต่างฝ่ายต่างได้รับสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นประโยชน์แก่ทั้งคู่

ซูเฉินพยักหน้า “งั้นเรื่องนี้คงต้องรบกวนพี่ฉีแล้ว แต่ผมยังมีบางเรื่องที่ต้องจัดการ ตอนนี้คงไม่สามารถกลับไปตระกูลฉีกับพวกคุณได้”

ช่วยชีวิตหานคุนและคนอื่นๆ , สังหารจี้ชางจื่อ , ตามหาปรมาจารย์หลอมอาวุธ เป็นเรื่องที่มิอาจล่าช้าได้

อย่างน้อยต้องจัดการสองในสามเรื่องให้จบ จึงจะพร้อมเข้าสู่มิติภายนอก

“ไม่เป็นไร ขอแค่เจ้ามาทันเวลาก็พอ”

ฉีมู่เฟิงตอบกลับ ก่อนหยิบแก้วทรงกลมสีใสออกมา มอบให้แก่ซูเฉิน กล่าวกำชับ “ซูเฉิน นี่คือลูกปัดสื่อสาร เจ้าสามารถใช้มันนำทาง เพื่อค้นหาที่ตั้งของป้อมปราการมิติได้”

“แม้มีขุนเขาและสายน้ำนับร้อยนับพันคอยขวางกั้น อยู่ห่างกันเป็นพันลี้ ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกันได้”

เห็นได้ชัดว่าลูกปัดสื่อสารที่ฉีมู่เฟิงมอบให้นั้นไม่ธรรมดา ซูเฉินเก็บมันใส่ถุงเก็บของอย่างระมัดระวัง จากนั้นสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของงานประลองระดับดวงดาวกับฉีมู่เฟิง

หลังจากนั้น เขาติดตั้งหินต้นกำเนิดพลังงานขั้น 9 ที่เพิ่งได้มาแก่ [รถศึกอัจฉริยะ]

รอจน [รถศึกอัจฉริยะ] อัพเกรดเป็นขั้น 9 แล้วจึงค่อยติดตั้งหินต้นกำเนิดพลังงานขั้น 10 อีกครั้ง  อัพเกรดสู่ขั้น 10 ได้สำเร็จ

ประสิทธิภาพของฟังก์ชั่นต่างๆของ [รถศึกอัจฉริยะ] เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก

อย่างฟังก์ชั่นตรวจจับที่ซูเฉินใช้บ่อยที่สุด  รัศมีของมันเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้  เขายังใช้ [อัญมณีอัพเกรด] อีกสองเม็ด อัพเกรด [นักรบจักรกล] ขึ้นเป็นขั้น 10 แล้วติดตั้งหินต้นกำเนิดพลังงานขั้น 10 ทั้งหมดที่เหลือให้ ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานเป็นระยะเวลานาน

สองวันต่อมา [รถศึกอัจฉริยะ] สามารถเข้าสู่ทวีปอสูรได้สำเร็จ

เนื่องจากยังไม่ทราบพิกัดที่แน่นอนของของทุนเถียน ซูเฉินจึงจับสัตว์อสูรที่เจอมาสอบปากคำ

หลังจากถูกเค้นถาม เขาก็ทราบถึงพิกัดที่ต้องการ

รังของทุนเถียนตั้งอยู่ในเทือกเขาที่เรียกกันว่าทะเลสาบลิหู เทือกเขาทะเลสาบลิหูอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึง 10,000 กิโลเมตร บังเอิญอยู่ในรัศมีตรวจจับของรถศึกพอดี

หลังจากล็อคพิกัดเทือกเขาทะเลสาบลิหู [รถศึกอัจฉริยะ] ก็เริ่มออกเดินทาง

ตามรายทางไม่พบเจออุปสรรคใด ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เทือกเขาทะเลสาบลิหูก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเขา

“เสี่ยวจือ สแกนออกไป ว่ามีมนุษย์อยู่รึเปล่า” ซูเฉินสั่ง

หานคุนและคนอื่นๆถูกทุนเถียนซื้อตัวมา  หากมีมนุษย์อยู่ที่นี่ ก็น่าจะเจอได้ไม่ยาก

“เจ้านาย ฉันตรวจเจอสี่คน”

[รถศึกอัจฉริยะ] ตอบอย่างรวดเร็ว พร้อมโอนภาพมนุษย์ทั้งสี่ขึ้นหน้าจอควบคุม

“หานคุน …”

ซูเฉินจดจำพวกเขาได้ในทันที ถอนหายใจโล่งอก

จบบทที่ 917-918

คัดลอกลิงก์แล้ว