เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

879-880

879-880

879-880


5/10

Ep.879

“ซูเฉิน ไว้ชีวิตข้าเถอะ!” ชาวเผ่าเทพร้องอ้อนวอน

เขารู้ดี ว่าลำพังตนย่อมไม่สามารถหยุดซูเฉินได้ หากอยากมีชีวิตรอด มีแต่ต้องขอความเมตตาจากซูเฉินเท่านั้น

ซูเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ชก [ชีวิตเมามายจมอยู่ในห้วงฝัน] สะกดให้ชาวเผ่าเทพตกอยู่ในห้วงภวังค์ แล้วโฉบกายไปเบื้องหน้า สะบั้นหนึ่งคมดาบตวัดเป็นแนวนอน

หลังจากอัพเกรด [ดาบเสริมมนตรา] มันก็ได้กลายเป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะแล้ว แม้จะไม่อัดฉีดพลังเวทย์ลงไป แต่ก็ยังคมกริบ

พรวดดดด!

ศีรษะชาวเผ่าเทพกระเด็นขึ้นฟาก ซูเฉินระเบิดหมัดตามออกไป ปลิดชีพเขาตายคาที่

หลังจากสังหารชาวเผ่าเทพ ซูเฉินหันกลับมาสังหารชาวปีศาจราตรีต่อ

เมื่อซูเฉินทั้งสองผนึกกำลังกัน อำนาจสังหารเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่า พริบตาเดียวกดดันจนชาวปีศาจราตรีหายใจไม่ออก

เห็นชาวเผ่าเทพกับชาวมายาตกตายลงด้วยน้ำมือของซูเฉินในไม่กี่ลมหายใจ ชาวอสูรศักดิ์สิทธิ์และ ชาวอมตะต่างเกิดความตื่นตระหนกในจิตใจ เริ่มพยายามที่จะหนีจากที่นี่

ทว่าฉีมู่เฟิงและหุ่นเชิดทองคำล้วนแข็งแกร่งกว่าพวกเขา อันที่จริงทั้งสองถูกสะกดมานานแล้ว ไม่มีโอกาสหลบหนีได้เลย

ชาวอสูรศักดิ์สิทธิ์ถึงกับยอมเปิดเผยร่างที่แท้จริงออกมา กลายร่างเป็นวานรขาวขนาดสิบจั้ง แต่ก็ยังถูกฉีมู่เฟิงจับทุ่มลงไปกองกับพื้น ตามร่างกายมันตอนนี้ถูกกรีดเฉือนด้วยคมกระบี่นับไม่ถ้วน เลือดอาบไปทั้งตัวและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล

“อ๊ากกกก!”

ในตอนนั้นเอง ภายใต้เสียงกรีดร้องอันน่าสังเวช เห็นแค่เพียงชาวปีศาจราตรี ถูกซูเฉินสองคนร่วมมือกัน สับสังหารเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น ตามมาด้วยเสียงหวีดหวิว ซูเฉินสองคนกระโจนขึ้นฟ้า ตรงเข้าสังหารชาวอมตะต่อไม่มีหยุดพัก

เดิมชาวอมตะก็ถูกข่มโดยหุ่นเชิดทองคำอยู่แล้ว สุดท้ายจึงจบชีวิตลงโดยไม่อาจต่อต้านใดๆ

ณ เวลานี้ ซูเฉินเรียกคืนจิตจำลอง ก้าวช้าๆเข้าหาวานรขาว

ฉีมู่เฟิงเองก็หยุดเคลื่อนไหวเช่นกัน

ศัตรูเหลือเพียงวานรขาว ต่อให้มันมีกลวิธีเทียมฟ้า ก็มิอาจเล็ดลอดหนีไปได้

ตูม!

ระหว่างซูเฉินก้าวเข้ามา ใครจะคิดว่าวานรขาวจะคุกเข่าลงกับพื้น มันเริ่มอ้อนวอนขอความเมตตาจากซูเฉิน

“ซูเฉิน ได้โปรดไว้ชีวิตข้า! ข้ายินดีเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของเจ้า!”

ดวงตาของซูเฉินทอประกายวูบวาบ แต่ไม่ตกปากรับคำในทันที กลับยื่นมือชี้ไปทางต้นไม้ยักษ์ที่เหี่ยวเฉาแทน แล้วเอ่ยถามว่า “ต้นไม้ใหญ่นั่นใช่ต้นไม้แห่งชีวิตรึเปล่า?”

“ใช่” วานรขาวตอบทันที

“แล้วแก่นอสูรของมันอยู่ที่ไหน?” ซูเฉินถามต่อ

วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางครั้งนี้คือต้นไม้แห่งชีวิต แต่เนื่องจากต้นไม้แห่งชีวิตได้ตายไปแล้ว  การได้รับแก่นอสูรของมันมาจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

“พวกเราไม่ได้เคลื่อนย้ายแก่นอสูรของมัน ดังนั้นสมควรอยู่ในที่เดิม” วานรขาวกล่าวตามสัตย์จริง

หัวใจของซูเฉินรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดร่องรอยของความสงสัยขึ้นในใจ

แก่นอสูรของต้นไม้แห่งชีวิต ถือเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน แล้วพวกวานรขาวจะไม่หวั่นไหวเลยหรือ?

“ทำไมพวกแกถึงไม่เอาแก่นอสูรของมันออกไป?” ซูเฉินถาม

“เพราะนี่คือคำสั่งของนักพรตเทียนซ่าน เขาต้องการใช้แก่นอสูรของต้นไม้แห่งชีวิตล่อลวงเจ้ามาที่นี่”

วานรขาวไม่กล้าที่จะปกปิดแม้แต่น้อย

นักพรตเทียนซ่าน?

ดวงตาของซูเฉินค่อยๆหรี่ตา จมเข้าสู่ห้วงความคิด

ก่อนหน้านี้ เขาเคยได้ยินชื่อนี้มาจากบรรพชนตระกูลเจิ้ง ว่าสมุนไพรกำเนิดเซียนคือสิ่งที่นักพรตเทียนซ่านต้องการ แต่เขากลับขโมยมันมา ถ้างั้นเป็นไปได้รึเปล่าว่านักพรตเทียนซ่านอยากจะล้างแค้น?

คิดได้แบบนี้ ซูเฉินกล่าวเสียงเย็นว่า “ถ้าอย่างนั้น การที่พวกแกมาที่นี่เพื่อปิดล้อมโจมตีฉัน นักพรตเทียนซ่านเป็นคนจัดฉากใช่ไหม?”

“ใช่”

วานรขาวก้มศีรษะลง ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ซูเฉินเริ่มปั่นความคิดเล็กน้อย จากนั้นถามว่า “แล้วทำไมพวกแกถึงต้องเชื่อฟังนักพรตเทียนซ่านด้วย?”

ฉีมู่เฟิงเคยกล่าวไว้ ว่านักพรตเทียนซ่านพเนจรเพียงลำพังเฉกเช่นหมาป่าเดียวดาย ไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาใดๆ

“เขาบังคับเราให้ทำเช่นนี้ หากไม่ทำตาม เขาก็จะฆ่าพวกเรา” วานรขาวอธิบาย

6/10

Ep.880

โดนบังคับงั้นหรอ?

ซูเฉินพึมพำ

วานรขาวกับอีกสี่คนไม่เพียงแค่อยู่ในระดับเทวะเท่านั้น แต่ยังมาจากสุดยอดห้าเผ่าพันธุ์  มีกำลังรบเหนือกว่าเผ่าพันธุ์ต่างๆ แต่กลับถูกนักพรตเทียนซ่านบังคับ?

“นักพรตเทียนซ่านมีฐานฝึกตนขั้นไหน?” ซูเฉินเอ่ยถามเสียงต่ำ

“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ” วานรขาวส่ายหัว แต่เหมือนมันกลัวว่าซูเฉินจะไม่พอใจกับคำตอบนี้ จึงอธิบายว่า “กำลังรบของนักพรตเทียนซ่านอยู่ในขอบเขตของระดับเทวะแน่นอน แต่เขาสามารถกดดันพวกเรา แล้วบีบบังคับให้ยอมจำนนได้”

แข็งแกร่งขนาดนั้นเชียว?

ซูเฉินเดาะลิ้น หันไปพูดกับฉีมู่เฟิงว่า “ระดับเทวะขั้น 5 สามารถทำแบบนั้นได้ไหม?”

“เกรงว่าจะทำไม่ได้”

ฉีมู่เฟิงตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้างั้นนักพรตเทียนซ่านอย่างน้อยต้องเป็นระดับเทวะขั้น 6 ขึ้นไป …” ซูเฉินสูดหายใจลึก

ระดับเทวะขั้น 6 สามารถบดขยี้เขาได้อย่างแน่นอน ซูเฉินอดไม่ได้ที่จะเริ่มรู้สึกกดดันในหัวใจ

อย่างไรก็ตาม ไม่นานเขาก็สามารถสลายความกังวลเหล่านั้นลง ไม่เหลือแรงกดดันในใจอีกต่อไป

นักพรตเทียนซ่านคือระดับเทวะขั้น 6 แล้วอย่างไร? ไม่ช้าก็เร็วซูเฉินก็จะก้าวสู่ระดับเทวะขั้น 6 เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นด้วยลูกเล่นมากมายของเขา ตราบใดที่ขึ้นไปถึงระดับเทวะขั้น 4 ย่อมสามารถรับมือกับนักพรตเทียนซ่านได้

“แล้วแกรู้รึเปล่าว่าทำไมนักพรตเทียนซ่านถึงต้องการกำจัดฉัน?” ซูเฉินถาม

จะใช่เพราะสมุนไพรกำเนิดเซียนแค่เรื่องเดียวรึเปล่า ซูเฉินยังไม่แน่ใจ ดังนั้นอยากจะทราบจากปากศัตรู

“เขาแค่จัดแจงสถานที่ให้พวกเราลงมือ แต่ไม่ได้บอกเหตุผล” วานรขาวส่ายหัว

ซูเฉินไม่ได้คิดมากกับคำตอบนี้ ถามต่อว่า “งั้นทำไมนักพรตเทียนซ่านไม่ลงมือด้วยตัวเอง?”

ด้วยกำลังรบของนักพรตเทียนซ่านในระดับเทวะขั้น 6 ขึ้นไป หากคิดสังหารเขาจริงๆ ไม่น่าจะยากอะไรเลย แล้วทำไมถึงต้องส่งคนอื่นมาฆ่าเขาด้วย?

นี่คือจุดที่ซูเฉินค่อนข้างสงสัย

วานรขาวอธิบาย “เพราะมิติแห่งนี้ สามารถรองรับพลังสูงสุดได้ไม่เกินระดับเทวะขั้น 1 เท่านั้น หากอยู่ในขั้นที่สูงกว่า มันจะพังทลายลง”

“อ้อ”

ซูเฉินค่อยเข้าใจถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น เขาหรี่ตามองวานรขาว ในสมองค่อยๆปั่นความคิด

วานรขาวคืออสูรระดับเทวะ หากเขายอมรับมันเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ย่อมช่วยเพิ่มพูนกำลังรบโดยรวมได้อย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตาม ในสายตาเขา วานรขาวเป็นเพียงสิ่งของธรรมดา ไม่มีศักยภาพใดๆ ต่อให้ชุบเลี้ยงมันต่อไป แต่เมื่อสัตว์เลี้ยงตัวอื่นของเขาไต่ระดับมาอยู่ในขั้นเดียวกับมัน วานรขาวก็จะไร้ประโยชน์ทันที

คิดได้แบบนี้ เขาจึงลอบเปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] อย่างเงียบๆ สนทนากับด้วงเขมือบทองคำ

“เสี่ยวฉง ถ้านายกลืนกินอสูรระดับเทวะขั้น 1 มันจะช่วยเพิ่มระดับฐานฝึกตนให้นายได้ไหม?”

“เจ้านาย นั่นน่าจะมากพอให้สามารถเลื่อนขั้นเป็นเสมือนเทวะได้” ด้วงเขมือบทองคำกล่าวอย่างนอบน้อม

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย  ตัดสินใจได้ในที่สุด

หากด้วงเขมือบทองคำเลื่อนขั้นเป็นเสมือนเทวะ กำลังรบย่อมไม่ด้อยไปกว่าวานรขาว  อีกทั้งการสังหารวานรขาวยังได้รับหินพลังงานระดับ 12 และชิ้นส่วนอีกจำนวนมาก ซึ่งมันคุ้มค่ายิ่งกว่าการรับวานรขาวเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณซะอีก

มุมปากของซูเฉินค่อยๆยกโค้งเป็นรอยยิ้มพิศวง เบนมองไปยังวานรขาวแล้วถามว่า “ฉันจะออกจากมิตินี้ได้ยังไง?”

วานรขาวเห็นรอยยิ้มของซูเฉิน เกิดอาการขนลุกซู่ แต่ยังคงตอบอย่าซื่อตรง “เมื่อมิติแห่งนี้เปิดใช้งาน มันสามารถอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะพลังทลาย และส่งคนข้างในออกไป”

“ที่ว่าส่ง ส่งออกไปที่ไหน?” ซูเฉินถามต่อ

“ส่งกลับไปยังดินแดนเดิมที่เข้ามา” วานรขาวกล่าวตามความจริง

“งั้นก็เป็นเทือกเขาหยุนหลัว” ซูเฉินงึมงำ

สิ่งที่ควรถามก็ถามแล้ว  ไม่จำเป็นต้องเก็บวานรขาวไว้อีกต่อไป

วินาทีถัดมา เขาซัดหมัดเข้าสังหารวานรขาวอย่างไม่ลังเล ขุดหินพลังงานจากศพมัน หลังจากรวบรวมชิ้นส่วน ก็ตรงไปยังต้นไม้แห่งชีวิต

จบบทที่ 879-880

คัดลอกลิงก์แล้ว