เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

735-736

735-736

735-736


5/8

Ep.735

“เป็นไปได้ยังไงกัน?”

น่านหลีชวนตกตะลึง

แม้ได้เห็นกับตาตัวเอง แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อ ว่ากระบวนท่าสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา จะมิอาจก่อคลื่นลมใดๆได้แม้แต่น้อย

“ศิษย์น้องซูแข็งแกร่งถึงขนาดไหนกันแน่?”

เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้ตื่นตกใจจนอธิบายไม่ถูก

น่านหลีชวนใช้ไพ่ตาย ก็ยังไม่สามารถหยุดซูเฉินได้  นั่นไม่ใช่หมายความว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของซูเฉินหรอกหรือ?

ซูเฉินแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ได้ยังไง?

ขณะที่น่านหลีชวนจมอยู่ในห้วงภวังค์ เท้าของซูเฉินขยับไหว ทั้งคนทั้งร่างหายวับไปกับตา

“ศิษย์พี่ ระวัง!” ฉางไช่หลี่เตือนเสียงดัง เธอยังคำจดจำความเร็วของซูเฉินได้เป็นอย่างดี และตระหนักว่าซูเฉินจะต้องใช้โอกาสนี้ลอบโจมตีน่านหลีชวนอย่างแน่นอน

ยามสิ้นเสียง เธอโฉบเข้ามาขวางหน้าน่าหลีชวนอย่างไม่ลังเล หมายจะหยุดซูเฉิน

และเป็นอย่างที่ฉางไช่หลี่คาดไว้ เป้าหมายของซูเฉินคือการลอบโจมตีจริงๆ

หลังจากถูกขัดขวางโดยฉางไช่หลี่ การลอบโจมตีก็ไม่ประสบผลสำเร็จ

กระนั้น ซูเฉินกลับไม่ใส่ใจเลย เปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] เรียกเหล่าสัตว์วิญญาณทั้งหมดออกมาพร้อมกัน จากนั้นชี้ไปทางฉางไช่หลี่ ปากเอ่ยคำสั่ง “สกัดเธอไว้!”

ในพริบตา สัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งหมดรวมไปถึงโลกันต์เยือกแข็งเข้ารุมล้อม  ปิดกั้นฉางไช่หลี่เอาไว้จากทุกทิศทาง

ต่อให้ระดับของพวกมันไม่สูงเท่าฉางไช่หลี่ แต่กำลังรบทุกตนล้วนเหนือกว่าขั้นเดียวกันมาก ด้วยการร่วมแรงร่วมใจ สามารถสะกดฉางไช่หลี่ได้อย่างสมบูรณ์

“สัตว์เลี้ยงวิญญาณระดับสูงเยอะขนาดนี้เชียว!”

เห็นซูเฉินเรียกสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้ง 6 ตนออกมา ทั้งแต่ละตนล้วนอยู่เหนือกว่าขั้น 7 ฟันของน่านหลีชวนกระทบกันดังกึกๆ

ชิวอิ๋งที่อยู่ไม่ไกล เมื่อเห็นฉากนี้ จู่ๆก็เกิดกระสับกระส่าย ไม่สบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แต่เดิม  เธอคิดว่าหากฉางไช่หลี่กับน่านหลีชวนร่วมมือกัน จะสามารถบดขยี้ซูเฉินได้อย่างง่ายดาย

แต่สถานการณ์ในสนามกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย ตรงกันข้าม ฉางไช่หลี่กับน่านหลีชวนกำลังเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง

หากเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่ใช่ว่าซูเฉินจะชนะหรอกหรือ?

แล้วเธอจะยังรอดชีวิตไปได้อยู่ไหม?

เมื่อคิดได้แบบนี้ ชิวอิ๋งก็ค่อยๆชักฝีเท้าถอยอย่างเงียบเชียบ หมายจะใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น หลบหนีไปจากที่นี่

แต่ใครจะทันคาดคิด ว่าเธอถอยไปได้แค่สองก้าว ทันใดนั้นเสียงเย็นชาของซูเฉินก็ดังสะท้อนเข้ามาในหู

“ถ้ากล้าขยับอีกก้าวเดียว ฉันจะฆ่าแกทันที!”

ชิวอิ๋งตกใจสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว ไม่กล้าทำอะไรผลีผลามอีก

หลังจากขู่ชิวอิ๋ง ซูเฉินเบนสายตามายังร่างของน่านหลีชวน มุมปากเขาโค้งงอเล็กน้อย “ผู้อาวุโส คราวก่อนพวกเรายังสนุกกันไม่เต็มที่เลย คราวนี้มาต่อกันจนจบเถอะ”

ได้ยินแบบนั้น น่านหลีชวนรู้สึกหนังศีรษะด้านชา

การต่อสู้ครั้งก่อน เขาถูกซูเฉินกดดันตลอดทาง ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอึดอัดคับข้อง แต่มันถึงขั้นเกือบทิ้งเงามืดที่มิอาจลบเลือนไว้ในหัวใจเขา และเจ้าตัวไม่อยากลิ้มรสมันอีกครั้ง

หากเปลี่ยนเป็นสถานที่ที่สู้กันครั้งก่อน น่านหลีชวนคงพร้อมยอมแพ้และหนีไปนานแล้ว

แต่ที่นี่ไม่ได้! รอบข้างมีคนมุงดูอยู่เยอะเกินไป เขาจะยอมเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด!

“ซูเฉิน! ไว้หน้าเราผู้เฒ่าหน่อยเถิด!”

น่านหลีชวนกระซิบเสียงเบา เลือกใช้ฝีปากโจมตีซูเฉิน

ไว้หน้ากันบ้าง?

ซูเฉินได้ฟังต้องปาดจมูกเขา และไม่ลังเลเลยที่จะกวัดแกว่ง [ดาบเสริมมนตรา] ออกไปอีกที

ไม่นาน น่านหลีชวนก็จมอยู่ท่ามกลางคลื่นโจมตีของซูเฉิน ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

นอกจากฝืนใจรับกระบวนท่าอย่างเต็มที่แล้ว ก็ไม่เหลือเวลาว่างให้ต่อสู้กลับอีก สภาพดูน่าสมเพชเป็นอย่างยิ่ง

“ศิษย์น้องซูแข็งแกร่งกว่าครั้งก่อนอีกแล้ว!”

เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้มองหน้ากัน ขณะเดียวกันถึงกับอ้าปากค้าง

พวกเขาจดจำได้ดี เมื่อครั้งเพิ่งรู้จักกับซูเฉิน อีกฝ่ายยังไม่ได้แข็งแกร่งถึงขนาดนี้

แต่ในช่วงเวลาเพียงเดือนเดียว กำลังรบของซูเฉินพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด  กระทั่งขั้น 10 ก็ยังสามารถบดขยี้ได้

อัตราเร็วในการยกระดับ จะน่าสยดสยองเกินไปแล้ว!

6/8

Ep.736

“ให้ตายเถอะ! ข้าไม่สู้กับเจ้าแล้ว!”

ถูกซูเฉินกดดันอย่างต่อเนื่อง จิตต่อสู้ของน่านหลีชวนมลายหาย เขาหดหู่แทบอาเจียนเป็นเลือด

เจ้าตัวทราบดี ว่าหากยังฝืนสู้ต่อไปเช่นนี้ก็มีแต่ความอัปยศ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้ จังตึดสินใจหยุดการต่อสู้กับซูเฉิน

สิ้นประโยค เขาก็หันหลังและหนีออกไปจากที่นี่ทันที

“ตาแก่นี่นับว่ายังพอมีหัวคิดอยู่บ้าง” ซูเฉินพึมพำ ไม่รั้งอีกฝ่ายไว้

น่านหลีชวนจากไปนับว่าฉลาดคิด มิเช่นนั้นหากซูเฉินเอาจริงขึ้นมา ถึงเวลานั้นก็ยากจะรับประกันว่าเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บ

รอจนน่านหลีชวนหายลับไปจากสายตา ซูเฉินหันหัวกลับมา เหยียดแขนกางฝ่ามือ ยิงใบมีดสายลมสังหารชิวอิ๋ง จากนั้นก็ซัดอีกหมัดหนึ่ง ระเบิดร่างลู่หยานที่อยู่ในสภาพประติมากรรมน้ำแข็ง ทำลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ฉางไช่หลีมองเห็นทุกฉากทุกตอน แต่ก็ไม่สามารถทำอะไร ได้แต่ทอดถอนหายใจเบาๆ

“ทุกคนหยุด”

ซูเฉินตะโกนไปทางสัตว์เลี้ยงวิญญาณทุกตน

ลู่หยานกับชิวอิ๋งถูกฆ่าตายแล้ว มันมีประโยชน์ที่จะสู้กับฉางไช่หลี่อีกต่อไป

ณ ขณะนี้ ฉางไช่หลี่เดินมาหาซูเฉิน เหม่อมองเขาอย่างว่างเปล่า เอ่ยเสียงกระซิบ “รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงหยุดเจ้าไม่ให้สังหารลู่หยาน? นั่นเป็นเพราะสถานะของลู่หยานไม่ธรรมดา”

“ขอท่านประมุขโปรดชี้แนะ” ซูเฉินตอบด้วยท่าทีสงบไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อสังหารแล้ว จะไม่มีคำว่า ‘เสียใจ’ ในพจนานุกรมของเขา ยังไม่พูดถึงเรื่องที่ว่า ลู่หยานและชิวอิ๋งต้องพบจุดจบเช่นนี้ เป็นเพราะการกระทำของตัวเองทั้งสิ้น เขายิ่งไม่รู้สึกผิดแม้ครึ่งส่วน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา อุปนิสัยของซูเฉินมักเป็นเช่นนี้ หากอยากให้เขาเปลี่ยนแปลง –ฝันไปเถอะ!

ฉางไช่หลี่ทอดถอนหายใจยาว “ลู่หยานเองก็มีเบื้องหลังเช่นกัน ลูกสาวของเขาลู่ไช่เฟิงแต่งงานกับตระกูลหลิงแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์หมานหยู และตระกูลหลิงไม่เพียงแต่เป็นตระกูลอันดับหนึ่งของวิหารศักดิ์สิทธิ์หมานหยูเท่านั้น แต่ยังมีบรรพชนระดับเทวะคอยหนุนหลังอีกด้วย”

“สำหรับเรื่องตระกูลหลิง ท่านประมุขไม่จำเป็นต้องใส่ใจใดๆ” ซูเฉินกล่าวอย่างไม่แยแส

ไว้รอจนงานประลองรอบคัดเลือกจบลงเมื่อไหร่ เขาจะแวะไปเยี่ยมเยือนวิหารศักดิ์สิทธิ์หมานหยูด้วยตัวเอง หากตระกูลหลิงไม่มีสมอง กล้าที่จะหาเรื่องเขา ซูเฉินจะขุดรากถอนโคนพวกมัน!

“เจ้าไม่กลัวว่าบรรพชนระดับเทวะของตระกูลหลิงจะลงมือกับเจ้าหรือ?” ฉางไช่หลี่เอ่ยด้วยความกังวล

ซูเฉินได้รับการยกย่องจากเธอว่าคือความหวังของวังสุริยันจันทรา เธอไม่ต้องการให้ซูเฉินประสบกับเภทภัยใดๆ

“บรรพชนระดับเทวะไม่สามารถเข้าสู่ทวีปใหญ่ได้ตามใจชอบ ยังมีอะไรต้องกลัวอีก?”

ซูเฉินปาดจมูกเขา ท่าทียังคงดูสงบ

“ด้วยกำลังรบของเจ้า บนแผ่นดินนี้ไม่มีอะไรต้องกังวลดังว่าจริงๆ แต่อย่าลืมสิ ไม่ช้าก็เร็วเจ้าต้องเข้าสู่มิติท้ารบ” ฉางไช่หลี่เตือน

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินคิดว่าก็จริง เขาหรี่ตาลง ใคร่ครวญกับตัวเอง

เมื่อเข้าสู่มิติอื่น ผู้แข็งแกร่งระดับเทวะจะไม่ถูกสะกดพลังจากอำนาจเขตแดนอีกต่อไป สามารถสำแดงกำลังรบที่มีได้ตามต้องการ ซึ่งนั่นสามารถคุกคามเขาได้

แล้วอีกอย่าง ซูเฉินได้ล่วงเกินผู้แข็งแกร่งระดับเทวะมากกว่าหนึ่งคน หากอีกฝ่ายร่วมมือกัน  มันจะยิ่งอันตรายเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดว่ายังเหลือเวลาตั้งหนึ่งปีกว่าจะเข้าสู่มิติท้ารบ ถึงตอนนั้นเขาคงไม่หยุดอยู่แค่ขั้น 8

ด้วยระยะเวลาหนึ่งปี การก้าวสู่ขั้น 10 ไม่น่าจะมีอุปสรรคใดๆ

ถึงเวลานั้น ภายใต้การเปิดใช้งาน [เทคนิคปลุกศูนย์รวมวิญญาณสวรรค์] อย่างน้อยความแข็งแกร่งของเขาก็สามารถไปถึงระดับเสมือนเทวะได้ ต่อให้ระดับเทวะขั้น 2 คิดสังหารเขา ก็ไม่น่าจะง่ายดายขนาดนั้น

“ท่านประมุขโปรดวางใจ เมื่อเข้าสู่มิติท้ารบ อย่างน้อยผมจะไปถึงขั้น 10 ให้ดู” ซูเฉินกล่าวด้วยความมั่นใจ

ฉางไช่หลี่ตกตะลึง พริบตานั้นเองก็ฉุกคิดขึ้นได้ ว่าด้วยพรสวรรค์ในการฝึกตนของซูเฉิน มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะยกระดับขึ้นเป็นขั้น 10 ภายในหนึ่งปี

และด้วยกำลังรบที่เหนือกว่าระดับเดียวกัน แน่นอนว่าคงสามารถงัดข้อกับระดับเทวะได้

คิดได้แบบนี้ ฉางไช่หลี่ก็ถอนหายใจโล่งอก

จบบทที่ 735-736

คัดลอกลิงก์แล้ว