เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

645-646

645-646

645-646


9/10

Ep.645

“ที่แท้แกก็คือเสิ่นรั่วหง” ซูเฉินถอนหายใจยาว

ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งสังหารสาวกสายในสองคนของตำหนักอสูรหยก และรู้จากปากพวกมัน ว่าเสิ่นรั่วหงได้สั่งให้พวกเขาตามหาสัตว์จำแลง

เมื่อพิจารณาจากจุดนี้ คาดว่าสัตว์จำแลงอีกตัวน่าจะอยู่ในมือของเสิ่นรั่วหง

อย่างไรก็ตาม เสิ่นรั่วหงเป็นเพียงหนึ่งในผู้อาวุโสของตำหนักอสูรหยกเท่านั้น ความเป็นความตายของเขาเพียงคนเดียวจะเกี่ยวข้องกับทั้งขุนเขาหวังเฉียวได้อย่างไร?

ออกจะโม้เกินตัวไปหน่อยไหม?

“เป็นอย่างไร ยอมรับข้อเสนอข้าหรือไม่?”

เห็นซูเฉินไม่ตอบคำ เสิ่นรั่วหงคิดว่าซูเฉินเกิดความกลัว น้ำเสียงเริ่มดึงขึ้น กลับมาฮึกเหิมดังเดิม

“ไม่ดีกว่า”

ทว่าคำตอบของซูเฉินกลับตรงข้ามกับที่คิด อีกฝ่ายแค่นเสียงเบาๆ ระเบิดพลังจิตกวาดไปทางเสิ่นรั่วหง

“เจ้า … ได้! เช่นนั้นบิดาจะสู้กับเจ้าจนกว่าจะตายไปข้าง!”

เสิ่นรั่วหงทั้งตกใจและโกรธแค้น หลังจากคำรามออกมา เขาเปิดถุงสัตว์เลี้ยงวิญญาณอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้นเอง กลิ่นคาวเลือดเหม็นโฉ่ฟุ้งกระจายจากมัน

กี๊ กี๊ กี๊ ..!

ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องน่าสยดสยอง เห็นแค่เพียงหัวขนาดใหญ่น่ากลัวปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเสิ่นรั่วหง

“อสูรกลืนฟ้า!”

ซูเฉินเลิกคิ้ว หัวที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขานั้นมิใช่ใดอื่น แต่เป็นอสูรกลืนฟ้าที่มีชื่อเสียงมากในเผ่าสัตว์อสูร

ตอนนั้นในภูเขาสือจิน เขาเคยสังหารมันไปครั้งหนึ่ง

แต่ครั้งก่อนอสูรกลืนฟ้ามีเลเวลอยู่แค่ 6 เท่านั้น ขณะที่ตัวตรงหน้า มันอยู่ในเลเวล 8 แล้ว

อย่างไรก็ตาม ซูเฉินเองก็ไม่ใช่คนเดิมในอดีตเช่นกัน

ด้วย [กายาเทพอสูรนิรันดร์]  สามารถต้านทานทุกการโจมตีของอสูรกลืนฟ้าได้อย่างสิ้นเชิง

อาจกล่าวได้เลยว่า การปรากฏตัวของอสูรกลืนฟ้าเลเวล 8 นี้ ไม่อาจก่อภัยคุกคามใดๆแก่เขา

“แกคิดว่าจะมั่นใจในตัวอสูรกลืนฟ้านั่นได้หรือ?”

ซูเฉินยิ้มดูแคลน จากนั้นเปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] เรียก [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ออกมา

“แมลงสัตว์ร้ายขั้น 8!!” เสิ่นรั่วหงร้องอุทาน

กลวิธีโจมตีของซูเฉินมีมากมาย ชวนให้ต้องอ้าปากค้างจริงๆ

สัตว์เลี้ยงวิญญาณธาตุไฟขั้น 7 ก่อนหน้านี้ก็ถูกเรียกแล้ว ตอนนี้ยังเรียกแมลงสัตว์ร้ายขั้น 8 ออกมาได้อีก ให้ตายเถอะแล้วเขาจะสู้ได้อย่างไร?

“เสี่ยวจิน เสี่ยวเหยียน นายสองคนร่วมมือกันสังหารอสูรกลืนฟ้าตัวนั้นซะ” ซูเฉินชี้ไปทางสัตว์เลี้ยงวิญญาณของศัตรู เอ่ยปากออกคำสั่ง

เดิมที ด้วยกำลังรบของเขา การสังหารอสูรกลืนฟ้าตนนี้เป็นเพียงเรื่องง่ายดาย

แต่เมื่อนึกถึงเรื่องที่ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] เพิ่งปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ดังนั้นเขาเลยอยากใช้โอกาสนี้ รอดูว่ามันจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดไหน

“เจ้านาย ไม่ต้องให้เจ้านกตัวโตช่วย แค่ฉันตัวเดียวก็พอแล้ว!” [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] กล่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ

“เหอะ!”

หงส์เพลิงพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความดูแคลน

ซูเฉินอึ้งไปเล็กน้อย พยักหน้าและกล่าวว่า “งั้นลองสู้คนเดียวดูแล้วกัน อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ”

“เจ้านายไว้ใจได้เลย!”

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] กระพือปีกดุเดือด โฉบเข้าสังหารอสูรกลืนฟ้า

“รนหาที่ตาย!”

อสูรกลืนฟ้าโกรธจัด อ้าปากใหญ่ที่เหมือนอ่างเลือดของมัน แสงสีดำหลายสายถูกยิงออกมา พุ่งตรงไปทาง [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ]

ในฐานะที่เป็นอสูรสายโลหิตที่มีชื่อเสียงในเผ่าสัตว์อสูร เมื่อถูกดูแคลนเช่นนี้ มันไม่อาจทานทนได้

ดังนั้นใช้ไพ่ตายทันทีที่เริ่มลงมือ ลอบสาบานในใจว่าจักต้องสังหาร [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ในคราเดียว

อีกด้านหนึ่ง [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ปากดูดเลือดของมันถูกปกคลุมไปด้วยคลื่นสีแดงสด จากนั้นเส้นแสงสีแดงก็ปะทุออกมา ปะทะเส้นแสงสีดำกลางอากาศ และผลปรากฏว่าสามารถเอาชนะมันได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งความเร็วยังไม่ลดลง พุ่งเข้าใส่หัวอสูรกลืนฟ้าในพริบตาเดียว

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ก็เริ่มดูดทันที

ฉากอันน่าประหลาดปรากฏขึ้น หัวมหึมาของอสูรกลืนฟ้าหดลีบลง เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นนับไม่ถ้วน เลือดข้างในสาดกระเซ็น  ไหลเวียนในอากาศ ตรงเข้าปาก [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ]

10/10

Ep.646

“อ๊าาาากกกก!”

ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอันน่าสมเพช  อสูรกลืนฟ้าเหือดแห้ง เนื้อหนังลีบแบบติดกระดูกอย่างรวดเร็ว สูญสิ้นกลิ่นอายแห่งชีวิตไปอย่างสมบูรณ์

ได้เป็นสักขีพยานของฉากนี้ ฝูงชนตื่นตะลึง นิ่งงันราวถูกแช่แข็ง

สัตว์อสูรขั้น 8 ถูกสังหารได้ง่ายดายขนาดนี้เชียว?

กระทั่งซูเฉินที่ตั้งความหวังไว้สูงกับ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ยังรู้สึกเกินคาดไปเล็กน้อย

“เป็นไงเจ้านกตัวโต ฉันเก่งไหม?”

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ตะโกนอย่างมีชัยหันไปทางหงส์เพลิง

หงส์เพลิงเบือนหน้าหนี ไม่สนมัน ทว่าในใจลอบคิดว่า ‘ดูท่าต่อไปคงไม่สามารถรังแกเจ้ายุงยักษ์ได้ตามใจชอบแล้ว!’

เสิ่นรั่วหงเห็นอสูรกลืนฟ้าถูกสังหาร หัวใจเขาเย็นยะเยืยอก

เจ้าตัวรู้ดี ว่าหากไม่หนีตอนนี้ คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ขณะที่ข่มใจให้สงบลง เขาก็หันหลังและวิ่งหนีไป

แต่ซูเฉินไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ให้เขา

เจ้าตัวเปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ทั้งคนทั้งร่างพรั่งพราวเป็นแสงตระการตา โฉบวูบไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยพลังจิตเพื่อสกัดตัวเสิ่นรั่วหงเอาไว้ ง้าง[ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] และทุบลงจากมุมสูง บดเสิ่นรั่วหงกลายเป็นซอสเนื้อ

จากนั้นก้มลงหยิบถุงสัตว์เลี้ยงวิญญาณ แล้วเดินกลับไปยังตำแหน่งที่จากมาอย่างสบายๆ

ในถุงสัตว์เลี้ยงวิญญาณคาดว่าคงมีสัตว์จำแลงอยู่ อย่างไรก็ตาม ซูเฉินไม่รีบร้อนที่จะตรวจสอบมัน กลับเลือกมองไปยังประติมากรรมทั้งสองแทน

ประติมากรรมน้ำแข็งสองตัวนี้ หนึ่งคือชายชราหลังค่อมเลเวล 8 อีกหนึ่งคือชายวัยกลางคนที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยอยู่ห่างจากเสิ่นรั่วหงเลย

ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ประติมากรรมน้ำแข็งทั้งสองนี้ ไม่ต่างจากตัวอื่นๆ ไม่หลงเหลือกลิ่นอายแห่งชีวิต

กระนั้น ซูเฉินพบจุดที่น่าสงสัย

นั่นคือประติมากรรมน้ำแข็งตนอื่นๆ จะมากจะน้อยมีชิ้นส่วนดรอปออกมา แต่มีเพียงทั้งสองร่างนี้เท่านั้นที่ยังไม่ดรอปชิ้นส่วน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น แบ่งได้เป็นสองกรณี

กรณีแรก มีโอกาสที่ชิ้นส่วนไม่ดรอปเลย

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์นี้มีน้อยมาก

เพราะเมื่อเลเวลยิ่งสูง โอกาสดรอปชิ้นส่วนก็จะยิ่งมากขึ้น แล้วอีกอย่างจำนวนต้องไม่ใช่น้อยๆ

ขณะที่ชายชราหลังค่อมเป็นถึงเลเวล 8 แล้วจะไม่ดรอปชิ้นส่วนได้อย่างไร?

กรณีที่สองก็คือ ทั้งสองคนนี้ใช้กลวิธีพิเศษในการกลบซ่อนกลิ่นอาย มองผิวเผินอาจเหมือนตายไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงพวกเขายังมีชีวิตอยู่

ซูเฉินรู้สึกว่าความเป็นไปได้ในกรณีที่สองมีสูงมาก เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง เขาชกไปทางชายวัยกลางคน

บังเกิดเสียงระเบิดดังรุนแรง เห็นแค่เพียงชายวัยกลางคนร่างแหลกเป็นเสี่ยงๆ ตามมาติดๆด้วยรังสีแสงสีแดงพุ่งวูบออกมาจากมัน พุ่งหายไปไกลอย่างรวดเร็ว

“หนอนโหลิต!”

ดวงตาของซูเฉินเย็นเยียบ กวาดพลังจิตออกไปพันธนาการหนอนโลหิตเอาไว้

“ผู้อาวุโสโปรดไว้ชีวิต!”

เมื่อตระหนักว่าตนเองขยับไม่ได้ หนอนโลหิตกรีดร้องด้วยความสยดสยอง

“หนอนโลหิตขั้น 6 ดูเหมือนว่าจ้าวหุบเขาวิญญาณอสรพิษจะถูกแกควบคุม”

ซูเฉินพึมพำ สังหารหนอนโลหิตอย่างไร้ปรานี

จากนั้น เขากวาดสายตาไปยังชายชราหลังค่อม กล่าวหยอกเย้าว่า “แล้วแกเล่า? ยังจะแกล้งเล่นละครไปอีกนานแค่ไหน?”

กริ๊ก กริ๊ก กริ๊ก ..!

สิ้นเสียงซูเฉิน ก้อนน้ำแข็งบนร่างของชายชราหลังค่อมแตกเป็นเสี่ยงๆ

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ชายชราไม่ได้เลือกที่จะหลบหนี  ทั้งยังไม่โจมตีซูเฉิน แต่กลับคุกเข่าลงแทน เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

“ผู้อาวุโส ข้าขอยอมจำนนต่อท่าน ได้โปรดอย่าสังหารข้า!”

ซูเฉินปาดจมูกเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “แกมาจากเผ่าพันธุ์ไหน? แล้วชื่ออะไร?”

ชายชราหลังค่อมตอบกลับทันทีว่า “ผู้อาวุโส ข้าชื่อโม่หรง มาจากเผ่าวิญญาณ”

จบบทที่ 645-646

คัดลอกลิงก์แล้ว