เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

637-638

637-638

637-638


1/10

Ep.637

“องค์หญิง ตามเขาไปกันเถอะ”

อาวุโสหยูฉีส่งสายตาให้เยว่หลิง

เยว่หลิงลังเลเล็กน้อย สุดท้ายทำตามอาวุโสหยู ไล่ตามซูเฉินไป

ไม่นานหลังจากที่ทั้งสองจากไป ก็ปรากฏผู้หญิงสองคนจากเผ่าเอลฟ์เดินออกมาจากห้อง VIP หมายเลข 3

อีกทั้งหนึ่งในนั้นยังมีหน้าตาเหมือนกับเยว่หลิงไม่ผิดเพี้ยน ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือ ดวงตาของเธอมีแต่ความโหดเหี้ยม ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแววตาที่สดใสของเยว่หลิง

“องค์หญิงอวี้ชิง พวกเราควรตามไปดีหรือไม่?” หญิงชราเอลฟ์ที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นเหมือนต้นไม้เฉาข้างกายเธอ เอ่ยถามเสียงกระซิบ

“อาวุโสหยูหลง ข้ารู้สึกว่ามนุษย์ผู้นั้นไม่ธรรมดา ดูเหมือนเขาไม่น่าจะอยู่แค่ในขั้น 5 เท่าที่แสดงออกมา” อวี้ชิงพึมพำ

อาวุโสหยูหลงกล่าวเสียงหยันว่า “แล้วยังไง? ดูเขาสิ อายุยังไม่ถึง 20 ปีด้วยซ้ำ มากสุดสมควรอยู่ในขั้น 6 เรื่องนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องกังวลเลย”

อวี้ชิงพยักหน้าเล็กน้อย แสยะยิ้มเย็น “อาวุโสหยูหลงพูดถูก ไม่ว่ายังไงต้องหยุดเขาไม่ให้มอบไข่มุกวิญญาณแก่เยว่หลิง ถ้าเขายังพอฉลาดอยู่บ้าง พวกเราก็แค่จัดการฆ่าให้ตายอย่างไม่ต้องทรมาน”

อวี้ชิงกับอาวุโสหยูมีความเห็นตรงกัน ก้าวออกไปจากงานประมูลอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันนั้นเอง ชายวัยกลางคนสองคนก้าวออกมาจากห้อง VIP หมายเลข 1 ทั้งสองกระซิบกระซาบกันหลายคำ เร่งออกจากงานประมูลตามไปติดๆ

หลังจากซูเฉินเดินออกมานอกตึกประมูล เขารู้สึกได้ว่ามีดวงตาหลายคู่กำลังจ้องมองมา

เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร นี่คงเพราะระดับฐานฝึกตนของเขาไม่สูงนัก จึงเริ่มดึงดูดความสนใจจากผู้คน เกิดแรงจูงใจที่จะปล้นเขา

‘ช่างไม่รู้จักที่ตาย!’

ซูเฉินยิ้มเยาะในใจ เร่งความเร็วขึ้นอย่างไร้เหตุผล มุ่งหน้าออกจากเมือง

ในเมืองมีทั้งผู้คนและสายตาพลุกพล่าน ไม่สะดวกที่จะลงมือ จะดีกว่าหากหาที่รกร้างนอกเมือง แล้วสังหารพวกมันทั้งหมด

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ซูเฉินปรากฏตัวในป่าเล็กห่างจากเมืองหยานจื่อกว่า 20 ไมล์

“เสี่ยวจือ ตรวจสอบให้ที ว่ามีตามฉันมากี่คน”

อย่างแรกที่ทำ ซูเฉินเปิดถุงเก็บของ เอ่ยถาม [รถศึกอัจฉริยะ]

“เจ้านาย มีทั้งสิ้นสิบกลุ่มกำลังมุ่งมาทางนี้ อีกทั้งระดับฐานฝึกตนของพวกเขาไม่ได้ต่ำต้อยเลย ในบรรดาคนเหล่านั้น มีผู้ฝึกตนเลเวล 8 อยู่สามคน” [รถศึกอัจฉริยะ] ตอบอย่างรวดเร็ว

“เยอะขนาดนั้นเชียว?”

ซูเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้กังวลเรื่องความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย เพราะต่อให้มาจะยกโขยงกันมามากเพียงใด เขายังคงมั่นใจว่าจะสามารถสังหารทั้งหมดได้

สิ่งที่เขากังวลคือ คิดตีงู ต้องอย่าแหวกหญ้าให้มันตื่น เพราะท่ามกลางศัตรูนับสิบนี้ ต้องมีผู้ครอบครองสัตว์จำแลงอยู่ในนั้นแน่

และหากกำลังรบของซูเฉินถูกเปิดเผยออกมา เกรงว่าอาจทำให้มันกลัว และหลบหนีไปได้

ขณะที่ซูเฉินกำลังคิดว่าจะทำอย่างไรดี [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ร้องเตือนขึ้น “เจ้านาย มีกลุ่มนึงมาถึงแล้ว!”

ซูเฉินหมุนตัว กวาดมองไปเบื้องหลัง เห็นแค่เพียงชายสี่คนที่มีปีกสีขาวร่อนลงจากฟากฟ้า กระจายปิดล้อมเขาเหมือนนัดแนะกันมาอย่างดี

“เผ่าวิหคเหิน?”

ซูเฉินเลิกคิ้ว เมื่อตอนอยู่บนเกาะเฉียนหยูในเขตหยูหลิน เขาได้สังหารคนของเผ่าวิหคเหินไปไม่น้อย และเนื่องจากลักษณะของพวกมันค่อนข้างเด่นชัด เขาเลยจดจำได้ในแวบแรกที่เห็น

“ฮี่ ฮี่ .. เด็กน้อย ในเมื่อรู้ว่าพวกเรามาจากเผ่าวิหคเหินก็ดี ถ้ายังพอมีสมองอยู่บ้าง จงมอบของออกมา แล้วพวกเราสัญญาว่าจะเหลือศพเจ้าทิ้งไว้ให้ผู้อื่นดูต่างหน้า!”

คนเผ่าวิหคเหินกวาดมองซูเฉินด้วยสายตาเย็นชา กล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

ซูเฉินตรวจสอบการเหนี่ยวนำของลูกปัดในถุงเก็บของ หลังจากพบว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เขาก็รู้ว่าพวกเผ่าวิหคเหินทั้งสี่ ไม่มีสัตว์จำแลง

ทว่าแม้ไม่มีสัตว์จำแลง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ซูเฉินจะยอมปล่อยพวกมันไป

มุมปากของซูเฉินโค้งงอเล็กน้อย ระเบิดพลังจิตออกมา กวาดไปทางเผ่าวิหคเหินทั้งสี่ทันที

2/10

Ep.638

“พลังจิตแข็งแกร่งอะไรขนาดนี้!”

“ผู้อาวุโส … ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วย!”

ผู้แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มเผ่าวิหคเหิน มีเลเวลอยู่แค่ 6 เท่านั้น เมื่อต้องเผชิญกับพลังจิตของซูเฉินซึ่งเทียบเท่าได้เลยกับเลเวล 8 ก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะต่อต้าน

ณ จุดนี้ ต่างคนต่างหวาดกลัวอย่างหาที่เปรียบมิได้ ร้องอ้อนวอนขอความเมตตาจากซูเฉินไม่หยุด

ซูเฉินไม่หวั่นไหว ควบคุมพลังจิตเข้าบดขยี้ ได้ยินเพียงเสียงระเบิดรุนแรงสี่ครั้ง เผ่าวิหคเหินทั้งสี่ตัวแตก แขนขากระเด็นไปทุกทิศทาง กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น

ขณะเดียวกัน ประกายวาววับของชิ้นส่วนสะท้อนแสงเข้ามาในสายตาเขา

ซูเฉินเพิ่งเก็บชิ้นส่วน ก็เห็นเงาสิ่งมีชีวิตวูบไหวอยู่ในป่า ผู้มาเยือนอีกสองคนปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา

ครั้งนี้มิใช่ใครอื่น เป็นหลิงเยว่และหยูฉี ที่ต้องการแลกเปลี่ยนไข่มุกวิญญาณกับเขาในงานประมูลครั้งก่อน

“พวกแกสองตัวเองก็แส่หาที่ตายกับเขาด้วยหรือ?”

เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนเป็นใคร สีหน้าของซูเฉินกลายเป็นมืดมนและเย็นชา

“สหาย พวกเรามาดี ข้าต้องการแลกเปลี่ยนกับเจ้าจริงๆ”

เห็นสีหน้าท่าทีของซูเฉินแสดงออกถึงความไร้ปรานี เยว่หลิงรีบอธิบาย

“ไสหัวไป!”

ซูเฉินตะโกน ไล่แขกอย่างไร้เยื่อใย

หากไม่ใช่เพราะมีผู้ครอบครองสัตว์จำแลงอยู่ใกล้ๆ และกังวลเรื่องที่อาจเปิดเผยความแข็งแกร่งของตัวเองจนอีกฝ่ายเกิดกลัวแล้วหนีไป เขาคงไม่เปิดโอกาสให้เยว่หลิงพูด

เยว่หลิงตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้างดงามของเธอซีดเผือด

มุมปากของอาวุโสหยูฉีสั่นเทาด้วยความโกรธ กวาดสายตาที่สามารถหักแขนป่นกระดูกไปทางซูเฉิน กล่าวเสียงหม่นว่า “มนุษย์ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังซ่อนความแข็งแกร่งที่แท้จริงเอาไว้ แต่โลกภายนอก เหนือฟ้ายังมีฟ้า เจ้าไม่คิดว่าตัวเองบ้าบิ่นเกินไปหน่อยหรือ?”

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินหรี่ตาลง มองไปทางอาวุโสหยูฉี

“อึก ..!”

สบตาเข้ากับซูเฉินเพียงเสี้ยวเดียว อาวุโสหยูฉีรับรู้ได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยือกโจมตีไปทั่วร่างกายเธอ กระทั่งระดับฝึกตนขั้น 7 อย่างเธอ ยังต้องใจสั่น อดกลืนน้ำลายไม่ได้

เยว่หลิงเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดี กล่าวด้วยความกังวล “ไข่มุกวิญญาณมีไว้เพื่อช่วยให้สัตว์อสูรสายโลหิตปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใช่หรือไม่? อย่างไรก็ตาม แม้ฟังดูดีแต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะปลุกพลังสำเร็จ  … แต่ข้ามีบางอย่างอยู่ในมือ ซึ่งสามารถรับประกันว่าปลุกพลังได้ และจะขอใช้สิ่งนั้นแลกเปลี่ยนกับเจ้า”

“หือ?”

ซูเฉินที่ตั้งท่ากำลังจะโจมตีต้องชะงักไป กวาดสายตาสำรวจเยว่หลิงอีกครั้ง เอ่ยเสียงเบาราวกระซิบว่า “นี่แกพูดจริงหรือ? ถ้าแกกล้าโกหก ก็อย่าตำหนิว่าฉันไร้ปรานี!”

เป็นอย่างที่เยว่หลิงกล่าว ไข่มุกวิญญาณไม่สามารถช่วยปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ของ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ได้ 100% จริงๆ ต่อให้มีไข่มุกวิญญาณสองลูกก็ไม่แน่ว่าจะทำได้

ทว่าหากบางสิ่งบางอย่างในตัวเยว่หลิงสามารถรับประกันว่าจะปลุกพลัง แน่นอนว่ามันสามารถใช้แลกเปลี่ยนได้

“ข้ามีศิลาจิตโลหิต มูลค่าของมันเหนือกว่าไข่มุกวิญญาณของเจ้าอย่างเทียบไม่ติด สิ่งนี้น่าจะพอใช้แลกเปลี่ยนกับเจ้าได้” เยว่หลิงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าซูเฉินรู้จักศิลาจิตโลหิตหรือไม่

“ศิลาจิตโลหิต?”

ซูเฉินทวนชื่อ เปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] อย่างเงียบๆ สื่อสารกับหงส์เพลิงผ่านทางความคิดของเขา

“เสี่ยวเหยียน นายรู้จักศิลาจิตโลหิตไหม?”

“เจ้านาย ศิลาจิตโลหิตคือศิลาวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีค่ามากในโลก!” หงส์เพลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น

การแสดงออกของซูเฉินเริ่มตื่นตัว กล่าวว่า “ศิลาจิตโลหิตสามารถช่วยเสี่ยวจินปลุพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ใช่ไหม?”

“ต่อให้เป็นขยะแต่ก็ยังสามารถใช้ปลุกพลังได้ หากเจ้ายุงตัวใหญ่ปลุกพลังไม่ได้จริงๆ เก็บไว้ก็ไร้ประโยชน์ เจ้านายฆ่ามันได้เลย” หงส์เพลิงกล่าวด้วยความั่นใจ

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ที่อยู่ข้างๆรู้สึกไม่พอใจมาก แต่มันระงับความโกรธเอาไว้ ไม่กล้าพูดอะไร

ได้รับคำตอบยืนยันจากหงส์เพลิง ซูเฉินปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] หันไปหาเยว่หลิง แล้วพูดว่า “ฉันยอมแลกเปลี่ยนก็ได้ แต่ก่อนหน้านั้น มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง”

จบบทที่ 637-638

คัดลอกลิงก์แล้ว