เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

625-626

625-626

625-626


7/8

Ep.625

ซูเฉินก้าวไปข้างหน้าอย่างสบายๆ อันดับแรกเก็บชิ้นส่วนที่ดรอปจากศพสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสอง จากนั้นขุดหินพลังงานเลเวล 6 สองก้อน สุดท้ายเบนสายตาตกลงบนร่างของจี้หนิงและหลิงเทียนเซียว

“ผู้อาวุโส พวกเราผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสเรา!” จี้หนิงไม่สนใจอาการเจ็บปวดบนร่างกายอีกต่อไป ร้องอ้อนวอขอความเมตตาจากซูเฉิน

จนถึงตอนนี้ พวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังเผชิญหน้ากับการดำรงอยู่แบบใด ความหวาดกลัวในหัวใจลุกฮือถึงขีดสุด

สีหน้าของซูเฉินเย็นชา กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ตำหนักอสูรหยกของพวกแก มีสัตว์จำแลงเก็บไว้อีกกี่ตน?”

พิจารณาจากข้อสันนิษฐานที่ว่า สัตว์จำแลงในมือเขาอาจไม่มีไข่มุกวิญญาณอยู่กับตัว หรือต่อให้มี แต่ไข่มุกวิญญาณเพียงลูกเดียวก็อาจไม่สามารถปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ของ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ได้

หากตำหนักอสูรหยกยังมีตัวอื่นๆ นี่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้แก่ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ได้เป็นอย่างมาก

“ผู้อาวุโส พวกเราไม่มีสัตว์จำแลงเลยแม้แต่ตัวเดียว” จี้หนิงตอบด้วยความหวาดกลัว

“ไม่มีเลย?”

ซูเฉินรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ขณะเดียวกันดวงตาเขาค่อยๆหรี่ลง เอ่ยถามเสียงเย็น “งั้นพวกแกรู้ที่อยู่ของสัตว์จำแลงได้ยังไง?”

สัตว์จำแลงตัวนี้รอดพ้นจากเงื้อมมือของหุบเขาวิญญาณอสรพิษมาได้ และทางหุบเขาวิญญาณอสรพิษเองก็ไม่แพร่งพรายเรื่องการหายตัวไปของสัตว์จำแลง

แล้วสองคนนี้รู้ได้ยังไง?

“เสิ่นรั่วหงเป็นคนสั่งให้พวกเราออกตามล่ามัน เขาได้มอบลูกปัดที่สามารถสัมผัสถึงสัตว์จำแลงแก่เรา” จี้หนิงรีบตอบ

ซูเฉินควบคุมพลังจิต นำลูกปัดนี้มาไว้ในมือ กวาดสายตามองอย่างลวกๆ ก่อนยัดมันลงในถุงเก็บของ จากนั้นถามว่า “ลูกปัดนี้ใช้งานยังไง?”

“ลูกปัดทำงานได้โดยอัตโนมัติ ตราบใดที่มีสัตว์จำแลงอยู่ในรัศมีที่กำหนด มันจะเรืองแสงสีแดงออกมา และยิ่งใกล้เท่าไหร่ สีก็จะยิ่งสดขึ้น” จี้หนิงตอบตามความจริง

ซูเฉินพยักหน้า แล้วลงมือโดยไม่มีการแจ้งเตือนใดๆ ระเบิดร่างของจี้หนิงและหลิงเทียนเซียวแหลกเป็นผุยผง

เฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้ที่อยู่ข้างๆถึงกับยกมือป้องปาก แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ที่จี้หนิงกับหลิงเทียนเซียวต้องพบจุดจบเช่นนี้ เป็นเพราะการกระทำของพวกเขาเองทั้งสิ้น

เล่นกับใครไม่ว่า ดันไปล่วงเกินซูเฉิน นั่นเท่ากับเป็นการวิ่งเข้าหาทางตัน

หลังจากนั้น ซูเฉินเก็บแร่ที่วางไว้บนหลังคารถ และสั่งให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องกลับเข้าไปใน [รถศึกอัจฉริยะ]

“เอาล่ะ เฉาหราน มาเริ่มกันเลย” มาถึง ซูเฉินก็เอ่ยปากสั่งทันที

เขายังไม่ทราบว่าภายในร่างของสัตว์จำแลงตัวนี้มีไข่มุกวิญญาณหรือไม่ แต่เรื่องนี้ยังไงก็ต้องลองดูก่อน

เฉาหรานไม่พูดพล่าทำเพลง กุม [กริชอเวจี] และเริ่มเปิดท้องสัตว์จำแลง

ไม่นาน ช่วงท้องของสัตว์จำแลงก็ถูกกรีดเป็นทางยาว เลือดสดๆไหลรินออกมา

แต่เฉาหรานมิได้แสดท่าทีรังเกียจ โน้มตัวลง ยื่นมือเข้าไปคุ้ยข้างใน ไม่นานก็พบลูกปัดสีดำขนาดเท่าเม็ดถั่ว

“พี่เฉิน ใช่เจ้านี่รึเปล่า?”

เฉาหรานส่งไข่มุกวิญญาณถึงมือซูเฉิน

ซูเฉินไม่เคยเห็นไข่มุกวิญญาณมาก่อน ดังนั้นส่งมันไปใน [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] และติดต่อกับหงส์เพลิง “เสี่ยวเหยียน ใช่นี่รึเปล่า?”

“เจ้านาย นี่คือไข่มุกวิญญาณจริงๆ”

หงส์เพลิงตอบกลับอย่างมั่นใจ จากนั้นกล่าวว่า “แต่คุณภาพของไข่มุกวิญญาณลูกนี้ไม่ค่อยดีนัก อีกอย่าง พรสวรรค์ของเจ้ายุงนั่นก็แย่จนเกินไป หากกลืนไข่มุกนี้ เกรงว่าคงมีโอกาสน้อยที่จะสามารถปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ ควรเก็บไว้ก่อนดีกว่า เอาไว้รอจนรวบรวมได้อีกเม็ดค่อยให้มันกิน ในกรณีนี้จะได้มีโอกาสปลุกลพลังมากขึ้น”

เมื่อ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ได้ยินหงส์เพลิงพูดจาแย่ๆใส่มัน ก็เกิดความขุ่นเคืองเล็กน้อย

กระนั้น แม้เลเวลของมันจะสูงกว่าหงส์เพลิงถึง 1 ขั้น แต่ก็ยังไม่กล้าที่จะมีปากเสียงกับหงส์เพลิงอยู่ดี

เพราะอาจเป็นตนที่เป็นฝ่ายเจ็บตัวได้

“แล้วฉันจะหาเม็ดอื่นได้จากที่ไหน” ซูเฉินขมวดคิ้ว

หากเขารู้ที่อยู่ของสัตว์จำแลงตัวอื่น ก็คงเป็นเรื่องง่าย แต่ประเด็นคือสัตว์จำแลงมีจำนวนน้อยนิด แค่เจอตัวนึงก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว แบบนี้เขาจะไปหาอีกตัวจากที่ไหน?

8/8

Ep.626

หงส์เพลิงเตือนว่า “เจ้านาย ตามปกติแล้วสัตว์จำแลงมักอยู่ด้วยกันเป็นคู่ ถ้าท่านจับได้ตัวหนึ่ง แสดงว่าจะต้องมีอีกตัวอย่างแน่นอน”

“โอ้?”

ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย สมองเริ่มทำงาน

ในความคิดเขา หากมีสัตว์จำแลงตัวอื่นอยู่จริงๆ ไม่อยู่ในหุบเขาวิญญาณอสรพิษ ก็น่าจะอยู่ในมือของเสิ่นรั่วหง

หรือแม้ไม่อยู่ในมืออีกฝ่าย ก็สมควรจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้

เมื่อคิดได้ เขาก็หันไปถามเฉินเฟิงทันที “พี่เฉิน ระดับฐานฝึกตนของเสิ่นรั่วหงอยู่ขั้นไหน?”

หากต้องการหาสัตว์จำแลง จำเป็นต้องติดต่อกับเสิ่นรั่วหง ซึ่งไม่แน่ว่าสุดท้ายอาจเกิดการปะทะกัน ดังนั้นจำเป็นต้องรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายให้ชัดเจน

“เสิ่นรั่วหงคือผู้วิวัฒนาการขั้น 8 นอกจากนี้ยังมีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณ ครอบครองกำลังรบอันแข็งแกร่ง ติดอันดับยอดฝีมือแห่งขุนเขาหวังเฉียว”

“แล้วยังมีข่าวลืออีกว่า เคยมีผู้ฝึกตนขั้น 9 ต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายกับเขา แต่สุดท้าย คนที่รอดชีวิตมาได้คือเสิ่นรั่วหง” เฉินเฟิงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

เหตุที่ต้องพูดให้มันชัดเจน ก็เพื่อเป็นการเตือนซูเฉิน ว่าทางที่ดีอย่าไปตอแยเสิ่นรั่วหงง่ายๆ

“แสดงว่าเจ้าหมอนั่นเองก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง” ซูเฉินพึมพำ

ในแห่งขุนเขาหวังเฉียว มียอดฝีมือขั้น 9 และ 10 อยู่ไม่น้อย

แต่การที่เสิ่นรั่วหงซึ่งมีเลเวลแค่ 8  แต่ยังสามารถติดอันดับยอดฝีมือได้ นั่นเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของเขา

และการสามารถสังหารศัตรูข้ามขั้นนึงได้ เป็นเรื่องที่น้อยคนนักจะสามารถกระทำได้

อย่างไรก็ตาม ซูเฉินไม่ได้สนใจมากนัก

สามารถสังหารศัตรูที่เลเวลสูงกว่าขั้นนึงแล้วอย่างไร? ตัวซูเฉินเองสามารถสังหารข้ามได้สองขั้น!

ขอเพียงสืบพบว่าเสิ่นรั่วหงมีสัตว์จำแลงอยู่กับตัว เขาจะไม่ยอมปล่อยมันไป

หลังจากทราบข้อมูลเสิ่นรั่วหงแล้ว ซูเฉินก็หันไปสั่งการ [รถศึกอัจฉริยะ] “เสี่ยวจือ ค้นหาตำแหน่งหุบเขาวิญญาณอสรพิษ”

ในเมื่อกำลังมองหาสัตว์จำแลงอีกตัว งั้นสถานที่แรกที่ต้องไป คือหุบเขาวิญญาณอสรพิษ

หน้าจอควบคุมส่วนกลางสลับสับเปลี่ยนภาพ ไม่นานตำแหน่งที่แน่นอนของหุบเขาก็ปรากฏขึ้น

ซูเฉินก้มลงมองดู และพบว่าหุบเขาวิญญาณอสรพิษอยู่ห่างจากเมืองหยานจื่อไม่กี่ร้อยกิโลเมตรเท่านั้น เขากล่าวว่า “เสี่ยวจือ มุ่งหน้าไปหุบเขาวิญญาณอสรพิษ”

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ล็อคตำแหน่งหุบเขา แล้วขับไปตามเส้นทาง

ระหว่างทาง ซูเฉินเอ่ยปากถามว่า “พี่เฉิน มีพวกต่างเผ่าอยู่บนเกาะชงซวี่มากไหม?”

ด้วยอุปนิสัยของเขา แน่นอนว่าหากเจอพวกต่างเผ่า เขาจะไม่ยอมปล่อยมันไป ถ้ามีโอกาสว่าง ก็ถือโอกาสนี้เก็บเกี่ยวชิ้นส่วนซะเลย

“บนเกาะชงซวี่ไม่มีกองกำลังของพวกต่างเผ่า อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงเฉพาะในแง่จำนวนก็นับว่ามีไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วล้วนมาจากเกาะอื่นๆ” เฉินเฟิงตอบ

“พวกเขามาทำอะไรที่นี่?” ซูเฉินไม่เข้าใจ

เฉินเฟิงอธิบายว่า “ก็มีอยู่สองประเด็นหลักๆ หนึ่งคือต้องการเข้าสู่ทวีปเสวียนเทียนผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายของที่นี่ สองคือเพื่อเข้าร่วมงานประมูลเมืองหยานจื่อ”

“นี่พวกต่างเผ่าสามารถเข้าร่วมประมูลได้ด้วยหรอ?” หากพวกต่างเผ่าสามารถเข้าสู่ทวีปเสวียนเทียนผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายได้ ถ้าอย่างงั้นชั้นสสารพิษนอกทวีปเสวียนเทียนจะไม่กลายเป็นแค่เครื่องประดับหรอกหรือ?

พวกปรมาจารย์ที่สร้างชั้นสสารพิษ มีหรือจะไม่ทราบเรื่องนี้ ถ้างั้นเพราะอะไรกัน?

“เฮียซูคงยังไม่รู้ แม้ว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายจะอนุญาตให้พวกต่างเผ่าใช้งาน แต่มันก็มีข้อจำกัด นั่นคือพวกต่างเผ่าขั้น 8 ขึ้นไปไม่สามารถใช้ค่ายกลได้” เฉินเฟิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม

“แบบนี้นี่เอง” ซูเฉินค่อยเข้าใจ

ตอนนี้ เขากระจ่างแล้วถึงความสำคัญของการมีอยู่ของค่ายกลเคลื่อนย้าย

หากทวีปเสวียนเทียนถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์ ก็เหมือนกับการล็อกดาวน์ประเทศ ไม่เอื้อต่อการพัฒนา

ขณะที่การปล่อยให้พวกต่างเผ่าเลเวลต่ำกว่า 8 ลงไปเข้ามา จะได้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและสมบัติกันได้

อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องกังวลว่าพวกมันจะสร้างปัญหาในทวีปเสวียนเทียน เพราะท้ายที่สุดแล้ว กำลังรบของพวกมัน อยู่ในเกณฑ์ที่ผู้แข็งแกร่งในทวีปเสวียนเทียนสามารถรับมือได้

จบบทที่ 625-626

คัดลอกลิงก์แล้ว