เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

621-622

621-622

621-622


3/8

Ep.621

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ซูเฉินเกิดลางสังหรณ์ ว่าสัตว์จำแลงตนนั้นคงมีสถานะไม่ธรรมดา เขาเลยเอ่ยถามออกไป

“ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน” เฉินเฟิงส่ายหัว

ซูเฉินไม่ยอมแพ้ เปิด [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] ติดต่อกับหงส์เพลิง

อีกฝ่ายมีความรู้มากมาย หากไม่นับต้นผลอายุวัฒนะ ผู้ทรงภูมิอันดับหนึ่งในกลุ่มซูเฉินก็คือหงส์เพลิง

ต้นผลอายุวัฒนะแตกฉานในเรื่องพืชวิญญาณ ส่วนหงส์เพลิง มิใช่มีสถานะเป็นเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเคยเข้าสู่มิติท้ารบมาแล้ว จะมากจะน้อยมีความเข้าใจถ่องแท้เกี่ยวกับพวกสัตว์อสูร

“เสี่ยวเหยียน นายเคยได้ยินเรื่องสัตว์จำแลงไหม?” ซูเฉินเอ่ยถาม

หงส์เพลิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจู่ๆก็อุทานขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า “เจ้านายพวกมันคือสัตว์ชั่วร้าย ทว่าแม้จะชั่วร้าย แต่จำนวนสัตว์จำแลงที่พบได้ในโลกนี้หาได้ยากมาก เพราะในร่างของพวกมัน มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะสามารถกลั่นไข่มุกวิญญาณได้–”

“–เป็นเพราะไข่มุกวิญญาณนั่นเอง ที่ทำให้พวกมันมักถูกตามล่า”

ที่แท้ก็เป็นแบบนี้!

ซูเฉินเริ่มตื่นตัวเมื่อได้รับคำตอบ รีบเอ่ยถาม “แล้วไข่มุกวิญญาณของมันมีสรรพคุณยังไง? สามารถเอาไปทำอะไรได้?”

หงส์เพลิงอธิบาย “ไข่มุกวิญญาณมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับเลือดเป็นพิเศษเท่านั้น หลังจากพวกมันกลืนกินเข้าไปแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะสามารถปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์สายโลหิตได้!”

ซูเฉินรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] เอง ไม่ใช่ว่าก็เป็นแมลงสัตว์ร้ายสายโลหิตหรอกหรือ? งั้นเป็นไปได้ไหมว่ามันจะสามารถปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ หากได้กินไข่มุกวิญญาณเข้าไป

คิดได้แบบนี้ ซูเฉินรีบถามว่า “งั้นถ้าให้เสี่ยวจินกินมันเข้าไป ก็จะสามารถปลุกพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ใช่ไหม?”

“ถ้าหมายถึงเจ้าหนูนั่น ขอตอบว่าค่อนข้างไม่คุ้มค่า แต่ถึงอย่างไรมันคือแมลงสัตว์ร้ายสายโลหิต ฉะนั้นขอตอบว่าได้” หงส์เพลิงกล่าวอย่างเฉยเมย

เนื่องจากความสามารถในการต่อสู้ของ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] อ่อนแอเกินไป หงส์เพลิงเลยมักทำเป็นไม่เห็นหัวมัน ดังนั้นเวลาถูกกล่าวถึง เลยอดดูถูกเล็กๆน้อยๆไม่ได้

ซูเฉินปฏิบัติต่อสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งหมดอย่างเท่าเทียม หากมีโอกาสเพิ่มความแข็งแกร่งให้สัตว์เลี้ยงวิญญาณของตน เขาก็จะทำอย่างแน่นอน

ขณะที่เขากำลังคิดวิธีตามหาสัตว์จำแลง หงส์เพลิงเอ่ยปากถามว่า “เจ้านาย ท่านพบร่องรอยของสัตว์จำแลงหรือ?”

ซูเฉินไม่ปิดบัง บอกเล่าเหตุการ์ที่เกิดขึ้น

“เจ้านาย แม้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของสัตว์จำแลงจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่ความสามารถด้านการรับรู้ของพวกมันทรงพลังมาก ทั้งยังรู้จักซ่อนกลิ่นอายได้เป็นอย่างดี นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าเกิดความสงสัย ว่าหากสัตว์จำแลงก่อความวุ่นวายในบริเวณนี้ มันน่าจะไม่ได้ไปไหนไกล” หงส์เพลิงกล่าวอย่างจริงจัง

ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย ออกคำสั่งกับ [รถศึกอัจฉริยะ] ว่า “เสี่ยวจือ ค้นหาอีกครั้ง ตรวจสอบดูว่ามีพวกสัตว์อสูรอยู่แถวๆนี้รึเปล่า”

ไม่กี่วินาทีต่อมา [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ตอบว่า “เจ้านาย ไม่พบสัตว์อสูรอยู่ในบริเวณนี้เลย”

ไม่ตรวจพบสัตว์อสูร ..? อย่าบอกนะว่าสัตว์จำแลงจะหนีออกไปจากขอบเขตการค้นหาของ [รถศึกอัจฉริยะ] แล้ว?

หรือว่าจะเป็นเหมือนกับที่หงส์เพลิงกล่าว ว่าสัตว์จำแลงซ่อนตัวเก่ง และกำลังหลบอยู่ในเงามืด?

แต่สถานการณ์จะเป็นแบบในข้อไหนที่กล่าวมาก็ช่าง ผลลัพธ์คือตอนนี้เขาไม่พบการดำรงอยู่ของมัน

“ดูเหมือนว่าเสี่ยวจินจะไม่มีวาสนากับสัตว์จำแลงซะแล้ว” ซูเฉินถอนหายใจ

“เจ้านาย ข้ามีวิธีที่น่าจะได้ผล” หงส์เพลิงกล่าว

“วิธีไหน?”

ซูเฉินมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที

“มีข่าวลือว่าสัตว์จำแลงนอกจากชอบเลือดและเนื้อแล้ว ยังลือกันว่าสัตว์จำแลงยังชมชอบแร่ที่มีคุณภาพสูงเป็นพิเศษเช่นกัน ไม่ใช่ว่าเจ้านายมีผลึกศิลาแดงอยู่กับตัวหรอกหรือ ลองใช้มันเป็นอย่างไร?” หงส์เพลิงอธิบาย

“เป็นความคิดที่ไม่เลว”

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย สั่งการให้ [รถศึกอัจฉริยะ] หยุดลง จากนั้นก็หยิบแร่ออกมาจากถุงเก็บของ เพื่อดึงดูดสัตว์จำแลง

เขาไม่เพียงแต่นำผลึกศิลาแดงออกมาเท่านั้น แต่ยังนำหินพลังงานระดับสูง และแร่อื่นๆที่มีมูลค่าสูงออกมาอีกมากมาย ทั้งหมดถูกโยนขึ้นไปบนหลังคารถ

หลังจากนั้น เขาขอให้ทุกคนระงับกลิ่นอาย แล้วเฝ้ารออย่างเงียบๆ

4/8

Ep.622

เวลาค่อยๆไหลไปทีละนิด ทีละน้อย จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งชั่วโมง รอบด้านก็ยังเงียบสงัด สัตว์ร้ายจำแลงก็ยังไม่ปรากฏตัวออกมา

“ดูเหมือนว่าวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผล” ซูเฉินพึมพำ ขณะที่เขากำลังจะยอมแพ้นั้นเอง

บนตำแหน่งหน้าจอควบคุมส่วนกลาง จู่ๆจุดสัญญาณสีดำก็ปรากฏขึ้น มันค่อยๆใกล้เข้ามายังทิศทางที่รถศึกจอดอยู่

ในเวลาเดียวกัน [รถศึกอัจฉริยะ] ร้องเตือนว่า “เจ้านาย ตรวจพบสัญญาณของสัตว์อสูรกำลังใกล้เข้ามาหาพวกเรา”

ซูเฉินสูดหายใจลึก กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “เสี่ยวจือ ล็อคเป้ามัน แล้วขยายภาพที”

ภาพบนหน้าจอสลับสับเปลี่ยน ไม่นานก็ปรากฏร่างๆหนึ่งที่มีลำตัวยาวกว่าหนึ่งเมตร รูปร่างคล้ายสัตว์อสูรเสือดำ

“เสี่ยวเหยียน สัตว์อสูรตัวนั้นใช่สัตว์จำแลงรึเปล่า?” ซูเฉินถามหงส์เพลิง

“เจ้านาย มันคือสัตว์จำแลงไม่ผิดแน่” หงส์เพลิงตอบอย่างมั่นใจ

“ยอดเยี่ยม”

ซูเฉินโล่งใจ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด เขาไม่ได้ลงมือในทันที

เนื่องจากแต่ละฝ่ายอยู่ห่างกันเกินไป ซูเฉินเลยตั้งใจรอให้สัตว์จำแลงเข้ามาใกล้ก่อนค่อยลงมือ

อย่างไรก็ตาม  สัตว์จำแลงตนนี้ระวังตัวมาก ความจริงมันค่อนข้างว่องไว แต่ตลอดทาง มันมักหยุดและเฝ้าดู

จึงใช้เวลากว่าสิบนาทีเต็ม ถึงค่อยๆขยับมาอยู่ห่างจาก [รถศึกอัจฉริยะ] ในระยะหลักร้อยเมตร

ซูเฉินเฝ้ารออย่างร้อนใจ ขณะที่กำลังจะลงจากรถไปจับมัน จู่ๆ [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ร้องเตือนขึ้น “เจ้านาย มีผู้ฝึกตนเลเวล 6 สองคนจากเผ่ามนุษย์กำลังใกล้เข้ามา”

“เสี่ยวจือ เปิดประตูเร็ว!” ซูเฉินขมวดคิ้ว

แม้เขาจะไม่รู้ว่ามนุษย์ทั้งสองคนมาทำอะไรที่นี่ แต่มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ทั้งสองจะทำแผนเขาแตก ดังนั้นไม่สามารถรอได้อีกต่อไป

ทันทีที่ประตูเปิดออก ตัวเขาพุ่งทะยานไปดั่งลูกศร

เมื่อระบุตัวแหน่งที่แน่นอนของสัตว์จำแลงได้ ซูเฉินเปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] เปลี่ยนตนเองเป็นเส้นแสงระยิบระยับอันน่าทึ่ง วิ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ในเวลาไม่กี่ลมหายใจ เขาก็มาถึงเบื้องหน้าของสัตว์จำแลงแล้ว

เห็นคนวิ่งเข้ามา สัตว์จำแลงก็ตกใจ

แต่ตกใจก็ส่วนตกใจ ตัวมันไม่ยอมนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ ร่างกายเริ่มกลายเป็นพร่ามัวอย่างรวดเร็ว เมื่อซูเฉินมาถึง ตัวมันก็หายไปแล้วอย่างสิ้นเชิง

“ล่องหนได้ด้วยงั้นหรอ?”

ซูเฉินชะงักเล็กน้อย จากนั้นปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณออกมา กวาดไปทุกทิศทาง ไม่านานก็พบสัตว์จำแลงนั่งตัวสั่นเทาอยู่หลังต้นไม้ใหญ่

“คิดหรือว่าจะหนีรอดจากเงื้อมมือฉันไปได้?”

มุมปากของซูเฉินยกยิ้มเล็กน้อย ควบคุมพลังแห่งจิตวิญญาณของเขา พันธนาการมันไว้

“ฮือ ฮือ …”

ภายใต้พันธนาการของพลังจิตของซูเฉิน สัตว์จำแลงปรากฏร่างที่แท้จริงของมันออกมา

ณ ขณะนี้ ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ขู่ร้องไม่หยุด

ซูเฉินกวาดสายตามองเที่ยวหนึ่ง ก่อนลากตัวกลับไปยัง [รถศึกอัจฉริยะ] ด้วยกัน

“เสี่ยวเหยียน สัตว์จำแลงตัวนี้มีไข่มุกวิญญาณรึเปล่า?”

เมื่อมาถึง ซูเฉินถามหงส์เพลิงก่อนเป็นอย่างแรก

“เจ้านาย แค่เปิดกระเพาะของเจ้าเด็กน้อยตัวนี้ ก็จะรู้ได้แล้วว่ามีไข่มุกวิญญาณหรือไม่” หงส์เพลิงให้คำตอบที่เรียบง่ายและชัดเจน

“ฮือ …”

แม้สัตว์จำแลงจะไม่อาจพูดภาษามนุษย์ได้ แต่เห็นได้ชัดว่ามันมีภูมิปัญญาทางจิต เมื่อได้ยินว่าจะถูกผ่าท้องก็หวาดกลัว ดิ้นรนสุดชีวิต

ซูเฉินซัดหนึ่งมันใส่มันจนสลบไป จากนั้นเรียกเฉาหรานมาข้างกายเขา มอบหมายหน้าที่เปิดกระเพาะ

จะทำทั้งที งั้นก็ฝากให้มืออาชีพอย่างเฉาหรานจัดการเรื่องนี้ดีกว่า

“พี่เฉิน เรื่องเจ้านี่ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”

เฉาหรานก้าวไปข้างหน้า หยิบ [กริชอเวจี] ออกมา ขณะที่เขากำลังจะใช้มีด เสียงตะโกนก็ดังเข้ามาจากนอกรถ

“เจ้าพวกที่อยู่ข้างใน จงมอบสัตว์กลายพันธุ์ให้กับพวกเรา มิฉะนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราไร้ปรานี!”

คนที่พูดจะเป็นใครอื่นไปได้อีก หากไม่ใช่ผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์สองคนก่อนหน้านี้

และฟังจากเสียงของพวกเขา เห็นได้ชัดว่ามุ่งเป้ามายังสัตว์จำแลง

จบบทที่ 621-622

คัดลอกลิงก์แล้ว