เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

611-612

611-612

611-612


3/10

Ep.611

“อู๋หยาจื่อ …”

ซูเฉินพึมพำ แล้วเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขากล่าวว่า “พี่เฉิน ปรมาจารย์อู๋หยาจื่อที่คุณว่า ใช่คนที่อยู่ในหุบเขาซีหยาของราชวงศ์เฝิงซีรึเปล่า?”

“ใช่แล้ว”

เฉินเฟิงตอบอย่างมั่นใจ จากนั้นถามว่า “เฮียซูเองก็รู้จักท่านปรมาจารย์ใช่ไหม?”

ซูเฉินส่ายหัว กล่าวเบาๆว่า “ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แค่เคยได้ยินเรื่องของเขาเท่านั้น”

เหตุผลที่ซูเฉินรู้เรื่องของอู๋หยาจื่อ เป็นเพราะเฉินเมิ่งเฟยเคยเล่าไว้ ว่าเธอได้แลกต้นผลจำลองจิตกับอู๋หยาจื่อ

ซึ่งเป้าหมายหลักในการเดินทางไปยังทวีปเสวียนเทียนในครั้งนี้ ก็เพื่อต้นผลจำลองจิตนั่นเอง

“ถ้าสามารถกลับไปยังทวีปเสวียนได้อย่างราบรื่น ฉันว่าจะแวะไปที่หุบเขาซีหยาเพื่อคารวะปรมาจารย์อู๋หยาจื่อเหมือนกัน ถ้าเฮียซูมีอาวุธต้องสร้าง พวกเราน่าจะเดินทางไปด้วยกันนะ” เฉินเฟิงแนะนำ

อู๋หยาจื่อไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงในราชวงศ์เฝิงซีเท่านั้น แม้แต่ทั่วทั้งทวีปเสวียนเทียน ยังสามารถนับว่าเป็นปรมาจารย์หลอมอาวุธชั้นแนวหน้า

การเดินทางไปยังหุบเขาซีหยาในครั้งนี้ นอกเหนือจากการคารวะ เหนือสิ่งอื่นใดคือต้องการปรับแต่งอาวุธของเขา

แน่นอน คนอย่างซูเฉินซึ่งมีสิ่งประดิษฐ์เทวะอยู่ในมือ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปคารวะอู๋หยาจื่อ แต่เนื่องจากมีเหตุผลอื่น เขาจึงเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

“พอดีฉันเองก็อยากสร้างอาวุธเหมือนกัน เลยคิดจะไปคารวะปรมาจารย์อู๋หยาจื่อตั้งนานแล้ว” ซูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

นอกจากเรื่องต้นผลจำลองจิต เหตุที่ต้องไปหุบเขาซีหยา ซูเฉินยังมีอีกเรื่อง นั่นคือเขายังมีแก่นอสูรของต้นผลกำเนิดมารอยู่ ซึ่งเดิมตั้งใจจะสร้างเป็นอาวุธ นอกจากนี้ ยังมีกระบี่ยักษ์น้ำตาลดินที่ชิงมาจากมือของเทพศักดิ์สิทธิ์เป่ยยี่อีก เขาอยากดูว่ามันสามารถปรับแต่งได้หรือไม่

“เยี่ยมไปเลย!” ถ้าเป็นแบบนี้ หมายความว่าเขาสามารถเดินทางกับเฮียซูได้อีกครั้ง เฉินเฟิงมีความสุขมาก

หลังจากได้อยู่กับซูเฉินหลายวัน ทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ว่าซูเฉินคือสหายที่ควรค่าแก่การคบหา

ดังนั้นเขาเลยต้องการใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับซูเฉินให้มากขึ้น

หลังคุยกับเรื่องอู๋หยาจื่อเสร็จ ซูเฉินก็หันไปถาม “พี่เฉิน ค่ายกลเคลื่อนย้ายเชื่อมต่อกับที่ไหนของทวีปมนุษย์?”

คงจะดีที่สุดหากเขาสามารถเดินทางผ่านค่ายกลไปยังทวีปเสวียนเทียนได้โดยตรง เพราะถ้าตำแหน่งปลายทางอยู่นอกเกาะเสวียนเทียน มันต้องหาค่ายกลอื่นเพื่อข้ามสู่ทวีปเสวียนเทียนอีก

ซึ่งแบบนั้นเป็นอะไรที่เสียเวลามาก

“ตำแหน่งปลายทางอยู่ในเทือกเขาบนเกาะชงซวี่” เฉินเฟิงบอกตามตรง

“เกาะชงซวี่ ..”

ซูเฉินหรี่ตรา เอ่ยพึมพำ

เขาเคยได้ยินเรื่องเกาะชงซวี่จากปากหานซานเฉียนมาก่อน ว่าที่นั่นก็มีค่ายกลเคลื่อนย้ายที่นำไปสู่ทวีปเสวียนเทียนเช่นกัน

แม้ค่ายกลเคลื่อนย้ายของเฉินเฟิงจะไม่นำไปสู่ทวีปเสวียนเทียนซะทีเดียว แต่การได้ไปยังเกาะชงซวี่ เมื่อเทียบกับเกาะอื่นที่ไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้ว ถือว่าไม่เลวร้ายนัก

“เฮียซู เกาะไหนคือบ้านเกิดของเฮียหรอ?” เฉินเฟิงถามด้วยความสงสัย

เขารู้แค่ว่าซูเฉินไม่ได้มาจากทวีปเสวียนเทียน แต่เรื่องมาจากเกาะไหน ไม่เคยถามเลย

“เกาะเฉียนหยู” ซูเฉินไม่ได้ปิดบังอะไร

“เกาะเฉียนหยู …”

เฉินเฟิงทวนคำ ลอบคิดกับตัวเอง ว่าถ้ามีโอกาสต้องไปเยี่ยมชมเกาะเฉียนหยูซักหน่อย

อยากจะรู้ว่าเกาะแบบไหนกัน ที่สามารถให้กำเนิดสัตว์ประหลาดอย่างซูเฉินขึ้นมาได้

หลังจากนั้น ทุกคนก็แยกย้ายหาที่พักผ่อน

[รถศึกอัจฉริยะ] แล่นไปตามเส้นทางที่เฉินเฟิงบอก

เที่ยงวันต่อมา พวกเขาก็มาถึงเกาะที่ติดตั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายเอาไว้

“เฮียซู ทางเข้าค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ตรงกลางเกาะ พวกเราต้องเดินเท้าไปที่นั่น” เฉินเฟิงแนะนำ

พื้นที่ของเกาะนี้ไม่ใหญ่มาก  ทว่าเต็มไปด้วยภูเขาและเศษหินมากมาย ทั้งยังไม่มีถนน ไม่มีทางที่ [รถศึกอัจฉริยะ] จะขับเข้าไปได้

“อย่าเสียเวลาเลย คุณนำทางเถอะ แล้วให้เสี่ยวจือพาพวกเราบินไป” ซูเฉินกล่าว

ตั้งแต่ [รถศึกอัจฉริยะ] เปิดฟังก์ชั่นการบิน ซูเฉินยังไม่เคยได้ลองใช้เลย เขาอยากเห็นมานานแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาสเหมาะที่สุด

4/10

Ep.612

บินไป?

ณ ขณะนี้ เฉินเฟิงเกิดความสับสน

ซูเฉินไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม หันไปออกคำสั่งกับ [รถศึกอัจฉริยะ] ว่า “เสี่ยวจือ เปิดฟังก์ชั่นการบิน”

“รับทราบ”

เมื่อได้รับคำสั่ง [รถศึกอัจฉริยะ] ก็เริ่มส่งเสียงแคร่ก แคร่ก จากเรือสำราญเปลี่ยนร่างเป็นเรือเหาะ

“สุดยอดไปเลย!”

เห็น [รถศึกอัจฉริยะ] เปลี่ยนรูปแบบใหม่อีกครั้ง ทุกคนเหม่อมองมันด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ไปกันเถอะ”

ซูเฉินเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นเรือเหาะ คนอื่นๆตามมาติดๆ

“มันบินได้จริงๆหรอ?” เฉินเฟิงยังรู้สึกไม่อยากเชื่อเล็กน้อย

[รถศึกอัจฉริยะ] เปลี่ยนรูปทรงเป็นเรือเหาะ แต่การตกแต่งภายในไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนสภาพรถฐานทัพมากนัก

ซูเฉินกวาดสายตามองอย่างสบายๆ ออกคำสั่งว่า “เสี่ยวจือ เดินเครื่องได้!”

หวือออออ!

[รถศึกอัจฉริยะ] ลอยขึ้นในอากาศอย่างรวดเร็ว

“มันบินได้จริงๆ!”

เห็นว่าตัวเองกำลังลอยอยู่กลางอากาศจริงๆ เฉินเฟิงสูดหายใจเข้าเต็มปอด ความประหลาดใจประทับอยู่บนใบหน้าเขาเนิ่นนานไม่จางหายไป

“พี่เฉิน อย่าลืมนำทาง”

เห็นเฉินเฟิงตกตะลึง ซูเฉินยิ้มและเตือนเขา

“อะ .. โอ้!”

เฉินเฟิงตอบสนอง เดินไปที่หน้าต่าง หลังจากกวาดมองด้านล่าง ก็เอื้อมมือชี้ไปทิศทางหนึ่ง “อยู่ในถ้ำของภูเขาลูกนั้น”

[รถศึกอัจฉริยะ] เปิดฟังก์ชั่นค้นหา ล็อคตำแหน่งที่แน่นอนได้อย่างง่ายดาย แล้วบินข้ามไป

สิบนาทีต่อมา [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ร่อนลงจอดนอกถ้ำ ผู้คนทยอยกันลง

“เฮียซู พวกเราน่ะเข้าไปในค่ายกลได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ว่าแต่รถฐานทัพของเฮียล่ะ?” เฉินเฟิงเอ่ยขึ้นมา

ค่ายกลเคลื่อนย้าย สามารถเข้าได้ครั้งละไม่เกิน 10 คนเท่านั้น แต่เจ้าตัวโตอย่าง [รถศึกอัจฉริยะ] ต่อให้ทุกคนหลีกทางให้ มันก็ยัดเข้าไปไม่ได้อยู่ดี

หากเปลี่ยนเป็นรถฐานทัพคันอื่น เฉินเฟิงคงเลือกทิ้งมันอย่างไม่ลังเล

ทว่า [รถศึกอัจฉริยะ] ไม่ใช่พาหนะทั่วไป มันไม่เพียงพูดได้ แต่ยังมีความคิดเป็นของตัวเอง และยังเป็นรถสะเทินน้ำสะเทินบก .. อ้อ รวมไปถึงทางอากาศอีกด้วย

สมบัติแบบนี้ ซูเฉินจะยอมละทิ้งมันไปได้อย่างไร?

ซูเฉินยิ้ม [รถศึกอัจฉริยะ] สามารถย่อขยายได้ตามต้องการ ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย

ขณะที่เขากำลังจะอธิบายให้เฉินเฟิงฟัง [รถศึกอัจฉริยะ] จู่ๆก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้านาย มีสิ่งมีชีวิตประหลาดอยู่ข้างในถ้ำ”

ซูเฉินตกใจ เอ่ยถามอย่างร้อนรนว่า “เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทไหน?”

ข้างในถ้ำแห่งนี้เป็นที่ตั้งของค่ายกลเคลื่อนย้าย หากมันเกิดความเสียหายขึ้นมา อย่าหวังว่าจะได้กลับไปยังทวีปมนุษย์ในเร็ววัน

“บนร่างของมันเต็มไปด้วยกลิ่นอายชั่วร้าย แต่กลิ่นอายแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่สิ่งมีชีวิตในโลกควรมี ฉันไม่สามารถแยกออกได้” [รถศึกอัจฉริยะ] อธิบาย

ซูเฉินขมวดคิ้ว ครุ่นคิดพักหนึ่ง ก่อนเปิดประตู และก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นสิ่งมีชีวิตแบบไหน เขาไม่อนุญาตให้ค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกทำลายลงอย่างแน่นอน

เดิมที ซูเฉินคิดจะเข้าไปในถ้ำให้เร็วที่สุดเพื่อหยุดมัน

แต่ใครจะทันคาดคิดว่า เพิ่งลงจากรถ หน้าปากทางเข้าถ้ำ ดันปรากฏร่างใหญ่กำยำขึ้นซะก่อน

ซูเฉินหรี่ตา กวาดสำรวจมอง หนังตาเขาอดกระตุกอย่างช่วยไม่ได้

เพราะร่างกำยำนี้ มีแขนขา และลำตัวเช่นเดียวกับมนุษย์ แต่ส่วนหัวประหลาดมาก มันดูเหมือนปลาหมึก และมีเส้นหนวดยั้วเยี้ยเต้นไม่หยุด

ข้างในดวงตาสีแดงเลือด กำลังทอประกายเย็นเยียบออกมา ชวนให้ผู้คนที่สบตารู้สึกสั่นสะท้าน

ซูเฉินไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน เขาหันไปถามเฉินเฟิงว่า “พี่เฉิน คุณเคยเห็นสัตว์ประหลาดแบบนี้รึเปล่า?”

“ไม่”

เฉินเฟิงส่ายหัว

ขณะที่ซูเฉินกำลังจะสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวนี้ ก็มีเสียงเรียกของหงส์เพลิงดังขึ้นจากใน [พื้นที่เลี้ยงสัตว์]

ซูเฉินเปิดมัน แล้วถามว่า “เสี่ยวเหยียน มีอะไร?”

หงส์เพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า “เจ้านาย นั่นคือสัตว์ร้ายมิติ!”

จบบทที่ 611-612

คัดลอกลิงก์แล้ว