เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

603-604

603-604

603-604


3/8

Ep.603

“ฮะ .. ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานและชาวอมตะหันมองหน้ากัน จากนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

เป็นแค่ผู้ฝึกตนเลเวล 7 แต่กลับกล้าข่มขู่พวกเขาซึ่งหน้า ช่างจองหองและน่าขันนัก!

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงหัวเราะก็หยุดลง

ชาวอมตะมองซูเฉินด้วยความสนใจ แค่นเสียงเย็น “เด็กน้อย เรียกผู้แข็งแกร่งที่อยู่เบื้องหลังเจ้าออกมาดีกว่า ก่อนที่จะไม่มีโอกาสอีก”

ซูเฉินปาดจมูกเขา พลางพยักหน้า “ในเมื่อพวกแกยืนกรานถึงขนาดนี้ งั้นฉันจะจัดให้สมปรารถนา!”

ทันทีที่สิ้นเสียง ซูเฉินสะบัดข้อมือ เรียกสัตว์เลี้ยงวิญญาณสี่ตัวและต้นหลิววัชระออกมาเคียงข้างเขาในเวลาเดียวกัน

“สัตว์เลี้ยงวิญญาณกับซอมบี้ .. นี่น่ะหรอไพ่ตายของเจ้า?” ชาวอมตะชะงักไปครู่หนึ่ง

ผู้ช่วยที่ซูเฉินเรียกออกมามีหลายตัวก็จริง แต่เลเวลสูงสุดอยู่ที่ขั้น 8 เท่านั้น หรืออีกฝ่ายต้องการเน้นเอาปริมาณเข้าสู้กับพวกเขา?

แต่ต้องรู้นะว่า พวกเขาคือผู้แข็งแกร่งขั้น 9 ที่แท้จริง หรือก็คือแข็งแกร่งกว่าพวกปกติในเลเวลเดียวกัน

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่ด้อยกว่าตนเอง เกรงว่าจะสามารถฆ่าได้ในกระบวนท่าเดียว

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า พวกเขาถึงไม่เข้าใจการกระทำของูซเฉิน

ทั้งยังแคลงใจว่าเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ถูกซูเฉินฆ่าตายจริงๆน่ะหรอ?

“พวกนายเห็นไหม ไอ้หมอนั่นมันดูถูกพวกนาย ไปพิสูจน์ให้เขาเห็นซะ!” ซูเฉินชี้นิ้วไปทางชาวอมตะ กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่แยแส

หงส์เพลิงเดิมเป็นพวกทะนงตนอยู่แล้ว เช่นนั้นมันจะยอมปล่อยให้คนอื่นดูหมิ่นเอาง่ายๆได้อย่างไร?

“ฆ่า!”

สัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสี่และต้นหลิววัชระโกรธมาก ไฟโทสะลุกโชนแผดเผา กระโจนเข้าหาชาวอมตะพร้อมกัน

“แรงกดดันไม่เลวเลยนี่” ชาวอมตะเดาะลิ้น เลิกดูถูกพวกมัน เข้าต่อกรกับสี่สัตว์เลี้ยงวิญญาณและต้นหลิววัชระ

ซูเฉินรู้ดี ด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสี่และต้นหลิววัชระ ต่อให้ไม่สามารถฆ่าเผ่าอมตะได้ แต่หากพัวพันป่วนสมาธิ ไม่มีปัญหาใดๆ

ด้วยเหตุนี้ เขาเลยสามารถมุ่งสมาธิไปกับเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานได้อย่างมั่นใจ เจ้าตัวฉีกยิ้มหยามเหยียด “ไหนๆแกก็อุตส่าห์อาสามาตายที่นี่ด้วยตัวเองแล้ว งั้นฉันก็ขอทำให้สมปรารถนาเอง!”

สิ้นเสียง แสงสีม่วงกระพริบไหวบนเท้าของเขา พรวดเข้าหาเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานอย่างรวดเร็ว

“รนหาที่ตาย!”

สีหน้าของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย พลิกฝ่ามือและฟาดออกไป พลังที่มองไม่เห็นสายหนึ่งกวาดไปเบื้องหน้าดั่งมหาสมุทรมันกว้างใหญ่

ในความคิดเขา ซูเฉินเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 แต่กล้าโจมตีตน นี่เท่ากับเลือกโยนตัวเองลงสู่ความตาย

ซูเฉินสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจมหาศาลที่กดเข้ามา เขาไม่ลังเลเลยที่จะเปิดใช้งาน [เทคนิคปลุกศูนย์รวมวิญญาณสวรรค์] จากนั้นปลดปล่อยพลังแห่งจิตวิญญาณ

พลังจิตสองสายปะทะกันดุเดือด ภาพอันบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า

อย่างไรก็ตาม ต้านกันได้ไม่กี่ลมหายใจ พลังจิตของซูเฉินก็ถูกทำลาย

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ซูเฉินไม่ตื่นตระหนกใดๆ ยังคงก้าวไปข้างหน้า

พริบตานั้นเอง เห็นแค่เพียงภูเขาห้าสีปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา ปิดกั้นพลังจิตทั้งหมดที่กำลังกระทบลงบนร่างเขา

“สิ่งประดิษฐ์เทวะ”

สีหน้าของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานกลายเป็นมืดมนผิดปกติ จำต้องลอบสำรวจซูเฉินอีกครั้ง

แม้ซูเฉินจะอยู่แค่เลเวล 7 แต่หลังจากใช้เทคนิคแปลงร่างแล้ว ระดับฐานฝึกตนของเขาเพิ่มขึ้นเป็นเลเวล 8 ในพริบตา แล้วอีกอย่าง พลังแห่งจิตวิญญาณยังเหนือกว่าในเลเวลเดียวกัน บวกพวกเรื่องที่มีสิ่งประดิษฐ์เทวะ

ด้วยกลวิธีมากมายที่นำออกมาใช้ อันที่จริงถือว่ามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะต่อสู้กับเขาได้

“มนุษย์ ข้าเห็นไพ่ตายของเจ้าแล้ว ต่อไปเจ้าจะได้เห็นไพ่ตายของข้าบ้าง!”

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานทำสีหน้าเคร่งขรึม ทันใดนั้นแสงสีม่วงสะท้อนออกมาจากดวงตาเขา ดั่งกระสุนพุ่งขึ้นกลางอากาศ แล้วผสานเข้ากับพลังแห่งจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว ก่อนกวาดไปยังซูเฉินอีกครั้ง

ซูเฉินไม่ประมาท ควบคุม [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] แล้วทุบไปข้างหน้าสุดแรง

หึ่ง หึ่ง!

ความว่างเปล่าเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับว่ามีบางอย่างแตกเป็นเสี่ยงๆ

วินาทีถัดมา ซูเฉินรู้สึกว่าตาตัวเองพร่ามัว ฉากทิวทัศน์โดยรอบแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว–

–จู่ๆก็พบว่าตัวเองมาโผล่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้งแห่งหนึ่ง

4/8

Ep.604

“ภาพลวงตา?”

ซูเฉินหรี่ตาและกวาดมอง ปากบ่นพึมพำ

การโจมตีที่แปลกประหลาดเช่นนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาได้เผชิญกับมัน

“ไอ้หนู เจ้าได้ถูกส่งเข้าไปในค่ายกลจิตลวงตาของข้าแล้ว ต่อให้แข็งแกร่งเทียมฟ้า วันนี้อย่าหวังว่าจะรอดไปจากที่นี่ได้”

ระหว่างนั้นเอง เสียงของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานดังก้องอยู่ในหูของซูเฉิน

“กับอีแค่ค่ายกลลวงตา คิดว่าจะกักขังฉันได้หรือ?”

ซูเฉินยิ้มดูแคลน เหยียดมือกางออก ยิงเทคนิคพายุสายฟ้า

ได้ยินเพียงเสียงตูม!

สายฟ้าแลบบนพื้นทะเลทรายที่ห่างออกไปไม่ไกล บนท้องฟ้าปลิวว่อนไปด้วยกรวดทราย ภาพเบื้องหน้าคล้ายอยู่ในห้วงภวังค์ แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นปกติ

“ฮี่ ฮี่ ถ้าเจ้าคิดว่าจะทำลายค่ากลจิตลวงตาด้วยเวทมนต์ล่ะก็ … ฝันไปเถอะ!”

เสียงเยาะเย้ยของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานดังสะท้อนเข้ามาอีกครั้ง

ซูเฉินไม่เชื่อเรื่องเพ้อเจอนี้ เขาปลดปล่อยเวทมนต์อีกหลายชุดติดต่อกัน บังเกิดเสียงอึกทึกครึกโครม แต่ก็ยังไม่สามารถทำลายกำแพงภาพลวงตาที่อยู่ตรงหน้าได้

“น่าสนใจดีนี่”

ซูเฉินหรี่ตาลง สมองปั่นความคิดอย่างรวดเร็ว

วินาทีถัดมา เจ้าตัวเปิดใช้งาน [ก้าวเมฆามรกต] สองเท้าทะยานขึ้นไปในอากาศเบื้องบน

กระนั้น หลังจากปีนป่ายขึ้นไปได้หลายร้อยเมตร เขาก็ต้องพบกับเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะในสายตา ยังคงเห็นภาพของพื้นทรายปรากฏอยู่เบื้องหน้า มิใช่เบื้องล่าง

“อย่าพยายามโดยไร้ประโยชน์เลย เจ้าไม่สามารถหนีจากเงื้อมมือของข้าได้ จงยอมรับชะตากรรมแต่โดยดีเถอะ!”

ระลอกคลื่นจางๆผุดขึ้นในอากาศ ไม่ช้าภาพหลอนของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานก็ปรากฏขึ้น

เวลานี้ ในดวงตาเขาเต็มไปด้วยประกายดุร้าย มุมปากยกโค้งดูสาแก่ใจ

ซูเฉินจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ง้างแขนและชก [หมัดดาวตก] ออกไป ทำลายภาพหลอนของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมาน

กระนั้น อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ภาพหลอนของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาแสยะยิ้มและกล่าวว่า “เอาสิ จงทุบตีข้าต่อไป!”

ซูเฉินไม่ได้ลงมือต่อ จุดประสงค์ของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานคือต้องการให้เขาสิ้นเปลืองพลังงาน รอจนหมดแรง ถึงเวลานั้นเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานจะต้องโจมตีเขาอย่างแน่นอน

และซูเฉินจะไม่ยอมให้แผนการของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานสำเร็จ

หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง ซูเฉินก็ยิ้มบางและกล่าวว่า “ว่าแต่แกเองเถอะ ใช้วิชาลวงตานี้ คงสิ้นเปลืองพลังงานไปไม่น้อยเลยสิใช่ไหม?”

นี่ก็ผ่านมาชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมาน ทำได้ดีที่สุดคือกักขังเขาไว้ มิอาจทำร้ายเขาแม้เพียงปลายเล็บ ฉะนั้น นี่เป็นแค่การแข่งความอดทนกัน ว่าใครจะอยู่ได้นานกว่ากันเท่านั้น

“เจ้าไม่กังวลว่าระหว่างนี้ สัตว์เลี้ยงวิญญาณจะถูกสังหารหรือ?” เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานเตือน

ก็อย่างที่ซูเฉินกล่าว ค่ายกลจิตลวงตานี้สิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล ต่อให้เป็นเลเวล 9 ก็ไม่อาจคงสภาพมันไว้ได้นาน

หากซูเฉินเลือกอยู่เฉยไม่ทำอะไร มันจะส่งผลร้ายต่อเขาเป็นอย่างมาก

ซูเฉินเยาะหยัน “ฉันว่าแกควรกังวลว่าเพื่อนของแกจะรอดไปได้รึเปล่าดีกว่านะ”

หากสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสี่และต้นหลิววัชระร่วมมือกันยังไม่สามารถกำจัดผู้ฝึกตนเลเวล 9 ได้ พวกมันก็ไม่ควรค่าที่จะให้เขาชุบเลี้ยงอีกต่อไป

ได้ยินคำซูเฉิน สีหน้าของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานกลายเป็นมืดมน

ซูเฉินมองไม่เห็นสถานการณ์ภายนอกก็จริง แต่ตัวเขาเห็นแจ้งแจ่มชัด

ช่วงเวลานี้ ชาวอมตะตกอยู่ภายใต้การปิดล้อมของสัตว์เลี้ยงวิญญาณ และเริ่มแสดงอาการอ่อนล้าออกมาแล้ว ไม่ช้าก็เร็วคงตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ

หากชาวอมตะพลาดท่า เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานจะตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างไม่มีวันพลิกฟื้นกลับมา

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เขาไม่สามารถรอให้สถานการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นได้ คงต้องกำจัดซูเฉินให้เร็วที่สุดเท่านั้น จึงจะพลิกวิกฤต

“เจ้าคิดหรือว่าเราราชาจะพ่ายแพ้? ช่างฝันเฟื่อง! ถ้าเช่นนั้นเราราชาจะฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้!”

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งหนันหมานหัวเราะเหี้ยมโหด

สิ้นเสียง ภาพหลอนทั้งตัวเกิดการระเบิดออก กลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย จมลงไปในทะเลทราย

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น ทั่วทั้งพื้นทรายเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ตามมาด้วยร่างทีละร่างผุดขึ้นมาจุกกรวดทราย

“ซูเฉิน! จงมอบชีวิตมา!”

พริบตานั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากปากยักษ์สูง 100 จั้ง

ซูเฉินแหงนมอง หลังจากเห็นหน้าศัตรูชัดๆ เปลือกตาของเขากระตุกทันใด ร้องตะโกนเป็นชื่อของศัตรูคู่แค้นผู้หนึ่ง–

“–หลี่เหลียง!

จบบทที่ 603-604

คัดลอกลิงก์แล้ว