เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

597-598

597-598

597-598


7/10

Ep.597

“กี๊ กี๊!”

หลังจากเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ได้ใช้วิชาต้องห้าม เสียงร้องของเขาเปลี่ยนไปเป็นหวีดแหลม กระโจนเข้าหาซูเฉินดั่งปีศาจสายลม

แต่ในเวลานั้นเอง จู่ร่างของซูเฉินก็เริ่มพร่ามัว ต่อมา จากหนึ่งแยกเป็นสอง จากสองแยกเป็นสี่  ชั่วพริบตาเดียว ภูติเงาสิบตนที่เหมือนกับซูเฉินทุกประการปรากฏตัวขึ้น

ยังไม่พอ กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาจากแต่ละภูติเงา ไม่แตกต่างจากร่างจริงเลย ทั้งหมดเป็นผู้ฝึกตนเลเวล 8

‘นี่มันวิชาลับอันใดกัน!?’

ระหว่างเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่พุ่งเข้ามา เขาก็พบว่าตนเองถูกซูเฉิน 11 คนล้อมเอาไว้แล้ว ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความหวาดกลัวและไม่อยากจะเชื่ออย่างถึงที่สุด

เพราะซูเฉินเพียงคนเดียวมันก็ตึงมือมากพอแล้ว แต่นี่มีซูเฉินถึง 11 คน แล้วแบบนี้จะทรงพลังถึงขนาดไหน?

“อาเฮียซูยังมีไพ่ตายแบบนี้เก็บซ่อนไว้อีกหรือนี่??”

เฉินเฟิงตกใจจนไม่รู้จะบรรยายยังไง ตอนแรกเขาคิดว่าชีวิตของซูเฉินกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่ใครจะทันคาด ว่าสถานการณ์จะพลิกผันอีกรอบอย่างรวดเร็วเช่นนี้ พริบตาต่อมา กลับเป็นซูเฉินที่ได้เปรียบอย่างแท้จริง

“ช่างเป็นกำลังรบที่น่ากลัวจริงๆ”

เซี่ยจิงอี้สูดหายใจลึก เธอตกตะลึงพอๆในความแข็งแกร่งที่ซูเฉินสำแดงออกมา

ผู้คนบน [รถศึกอัจฉริยะ] นี่เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เห็นซูเฉินใช้งานกลวิธีนี้ แต่ละคนทั้งตื่นเต้นและประหลาดใจ

“ก็บอกแล้วไง … ว่าแกเป็นแค่ขยะในสายตาฉัน!”

เนื่องจาก [ทักษะต่อสู้หมื่นแสงสิบเงาสะท้อน] สามารถคงอยู่ได้เพียงสามวินาทีเท่านั้น ซูเฉินจึงไม่อาจรั้งรอ ควบคุมสั่งการทั้ง 11 ร่างเข้าโจมตีพร้อมกัน

ภูติเงาตนหนึ่งถือ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] เหวี่ยงฟาดลงเหนือศีรษะเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ ภูติเงาอีกตนหนึ่งกุม [ดาบเสริมมนตรา] ด้วยสองมือ แล้วฟันลงกลางอากาศ ภูติเงาอีกตนหนึ่งบนฝ่ามือทอแสงสีทองจางๆ พริบตาเดียวเบื้องหน้าผุดพรายไปด้วยหมัดทองคำนับร้อย

ส่วนภูติเงาที่เหลือปลดล่อยเวทมนต์คนละธาตุ ระเบิดอำนาจท่วมท้นเข้าใส่เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่

สุดท้ายเป็นร่างต้นของซูเฉิน เจ้าตัวกุม[กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล] แล้วสับลงในอากาศ

ทันใดนั้นรอยแยกปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า กระแสวังวนทมิฬขนาด 1 จั้ง ผลุบออกมาจากมัน ม้วนวนเข้ากลืนเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่

“นี่ …”

ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีอันน่าสยดสยองรอบด้าน มุมปากของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่สั่นระริก ในแววตาทั้งสองข้างถูกแทรกซึมไปด้วยความสิ้นหวัง

วินาทีถัดมา ตามด้วยเสียงสะเทิ้นฟ้าสะเทือนดิน ร่างของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่จมอยู่ใต้การโจมตีหลากหลายประเภท สุดท้ายเหือดหายกลายเป็นความว่างเปล่า ตายไม่เหลือแม้กระทั่งเศษซาก

กึ้งงงง!

กระบี่ยักษ์ร่วงลงกับพื้น ก่อให้เกิดเสียงดังคมชัด

พร้อมชิ้นส่วนวาววับนับพันสะท้อนแสงแยงตา

ในเวลาเดียวกัน ภูติเงาทั้งสิบของซูเฉินได้หายไป

ซูเฉินถอนหายใจโล่งอก นำ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] , [ดาบเสริมมนตรา] และ [กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล] ใส่กลับลงในถุงเก็บของ หรี่ตากวาดมองไปรอบๆ

ด้วยการตายของเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ บริเวณโดยรอบตกอยู่ในความเงียบสงัดอันน่าขนลุก

ชาวราชวงศ์อสูรทุกตน มองมายังซูเฉินด้วยความหวั่นเกรงอย่างหาที่เปรียบมิได้

ความแข็งแกร่งของซูเฉิน ในโลกใบนี้คงไม่อาจพบเจออีกแล้ว มันให้ความรู้สึกเสมือนดั่งเทพสังหารที่ไม่มีผู้ใดเทียบ

“ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ตายแล้ว!”

คลื่นแห่งความหวาดกลัวแพร่กระจายไปในกองทหารชาวราชวงศ์อสูร ปราการในจิตใจพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปทุกทิศทาง

“อย่าปล่อยให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว”

ซูเฉินออกคำสั่ง น้ำเสียงที่เปล่งออกมา เย็นชาไร้ปราณี

“ฆ่า!”

สีหน้าท่าทีของเฉินเฟิงเปลี่ยนไปไม่เหลือเค้าเดิม เขาเป็นคนแรกที่ขานรับคำซูเฉิน  ไล่ตามพวกศัตรูไป

ด้วงเขมือบทองคำ และสัตว์เลี้ยงวิญญาณตัวอื่นๆก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน

“เสี่ยวจิน คว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้” ซูเฉินเตือน [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] จากนั้นก็เข้าร่วมการไล่ล่าด้วย

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] สามารถยกระดับได้โดยการดูดเลือด และในสนามรบแห่งนี้ มีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 อยู่เช่นกัน

ซูเฉินต้องการให้มันดูดเลือดแล้วยกระดับขึ้นเป็นเลเวล 8

โอกาสทองแบบนี้ เป็นธรรมดาที่เขาไม่อยากให้มันพลาด

8/10

Ep.598

สิบนาทีให้หลัง ซูเฉินกลับมาพร้อมหิ้วทหารราชวงศ์อสูรเลเวล 8 ติดมือมาด้วย

สำหรับชาวราชวงศ์อสูรตนอื่นๆ ทั้งหมดถูกสังหารสิ้น

เขาโยนชาวราชวงศ์อสูรตนนี้ลงกับพื้น เริ่มรวบรวมชิ้นส่วน ยกกระบี่สีน้ำตาลดินเล่มใหญ่ขึ้นมาไว้ในมือแล้วสำรวจมันดู

เขาพบว่ากระบี่ยักษ์คือสิ่งประดิษฐ์เทวะอย่างแน่นอน มูลค่าของมันนั้นชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ถึงอย่างไรอาวุธชิ้นนี้เป็นของคนอื่น ซูเฉินรู้สึกกระดากอายเล็กน้อย จึงไม่คิดเก็บเอาไว้ใช้เอง อย่างน้อยก็ขอนำไปปรับแต่งในภายหลัง ไม่ก็ใช้แลกเปลี่ยนกับสมบัติอย่างอื่น

ได้ข้อสรุปเช่นนี้ก็ใส่มันลงในถุงเก็บของ แล้วเริ่มค้นศพของชาวราชวงศ์อสูร

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 7 ขึ้นไป ล้วนมีผลึกศิลาแดงติดตัวกันทุกตน จะมากจะน้อยก็ว่ากันไป แต่รวมๆทั้งหมดแล้ว ได้มาถึง 50 ก้อน

ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรด [รถศึกอัจฉริยะ] ขึ้นเป็นเลเวล 7 หรือปรับแต่งอาวุธของเฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้ ล้วนเพียงพอแล้ว

สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือ มีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 แค่ตัวเดียวในสนามรบ ดังนั้นเขาจึงได้รับหินพลังงานเลเวล 8 มาเพียงก้อนเดียว

หากต้องการเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายและกลับไปยังทวีปมนุษย์ ซูเฉินจำเป็นต้องล่าสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 อีกสองตัว

อย่างไรก็ตาม ผลกอบโกยในครั้งนี้ ซูเฉินรู้สึกพอใจมาก

เพราะนอกจากดรอปชิ้นส่วนได้หลายพันชิ้นแล้ว เขายังได้ผลึกศิลาแดงที่ต้องการมาถึง 50 ก้อน ไหนจะกระบี่ยักษ์ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์เทวะอีก

ยังไม่พอ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] สามารถยกระดับขึ้นเป็นเลเวล 8 ได้อย่างราบรื่น

หลังเสร็จธุระ ซูเฉินหิ้วชาวราชวงศ์อสูรขึ้นรถ เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้ตามมาติดๆ

“พี่เฉิน ผลึกศิลาแดงเหล่านี้ ขอให้พวกคุณรับมันไว้”

ทันทีที่ขึ้นมา ซูเฉินหยิบผลึกศิลาแดง 20 ก้อนออกมาและยื่นใส่ในมือของเฉินเฟิง

“อาเฮียซู นี่มันมากเกินไป แค่ 15 ก้อนก็พอแล้ว”

สามารถรอดพ้นจากความตายมาได้ในครั้งนี้ เรียกได้ว่าต้องขอบคุณความแข็งแกร่งของซูเฉินที่สามารถกอบกู้สถานการณ์

ดังนั้นแค่ 15 ก้อน เฉินเฟิงก็พอใจแล้ว แต่นี่ซูเฉินให้มามากถึง 20 ก้อน ทำให้เขารู้สึกละอายเล็กน้อย

“ถือว่าฉันให้แล้วกัน เพราะเก็บไว้เยอะๆก็คงไม่มีประโยชน์อะไร”

ซูเฉินยิ้ม ยัดผลึกศิลาให้เฉินเฟิง

“ถ้างั้นก็ขอบคุณเฮียซู” เฉินเฟิงรีบกล่าวขอบคุณทันที แม้เขาจะรู้จักกับซูเฉินได้ไม่นาน แต่เขาพอเข้าใจนิสัยของซูเฉินไม่มากก็น้อย ดังนั้นเลิกปฏิเสธอีกต่อไป

หลังจากมอบผลึกศิลาแดง ซูเฉินก็หันมาหาชาวราชวงศ์อสูร แล้วถามว่า “ทำไมพวกแกถึงได้มารวมตัวกันที่ริมทะเลสาบนั่น?”

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเป่ยยี่ปรากฏตัวขึ้นข้างทะเลสาบพร้อมพวกระดับสูง ย่อมไม่ได้มาเที่ยวเล่นอย่างแน่นอน น่าจะมีสมบัติบางอย่างอยู่ในทะเลสาบ

ชาวราชวงศ์อสูรรู้ดี ว่ามันตกอยู่ในกำมือของซูเฉิน ไม่อาจควบคุมชีวิตและความตายของตัวเองอีกต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทรมาน จึงอธิบายตามความจริงว่า “ผู้อาวุโส มีสัตว์กลายพันธุ์ขั้น 9 ซ่อนตัวอยู่ในทะเลสาบแห่งนั้น ท่านเทพศักดิ์สิทธิ์ต้องการรับมันเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของเขา”

‘ที่แท้ก็เป็นแบบนี้’

พอได้ฟัง ซูเฉินจมลงในห้วงความคิด

สัตว์กลายพันธุ์เลเวล 9 เป็นอะไรที่หาได้ยากมาก หากจับได้ ถือเป็นโชคก้อนใหญ่อย่างไม่ต้องสงสัย

ยังไงก็ตาม การกำราบสัตว์กลายพันธุ์ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วอีกอย่างเขากำลังรีบไปล่าสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 อีกสองตัว ดังนั้นเลิกสนใจเรื่องนี้อีกต่อไป

จากนั้น ซูเฉินยังคงถามต่อ “มีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 อยู่ในบริเวณนี้อีกไหม?”

ก่อนหน้านี้ เขาได้รู้ข้อมูลของสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 มากมายจากชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 7 ที่นำทางมา

อย่างไรก็ตาม ไอ้หมอนั่นมันเจ้าเล่ห์มาก จึงไม่มั่นใจว่าที่มันเอ่ยเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ด้วยเหตุนี้ เขาเลยต้องการคำยืนยันจากปากชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 8 ที่เพิ่งจับมา

“ผู้อาวุโส ในบริเวณใกล้เคียงมีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 อยู่ในเทือกเขาเฉินซิงและเมืองหลางหยา” ชาวราชวงศ์อสูรสารภาพตามตรง

“ดีมาก”

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย กล่าวเสียงขรึม “แกนำทางพวกเราไป แล้วอย่าคิดเล่นตุกติก ไม่งั้นก็เตรียมโดนถลกหนังได้เลย!”

“ผู้น้อยมิกล้า!”

ชาวราชวงศ์อสูรตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

จบบทที่ 597-598

คัดลอกลิงก์แล้ว