เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

589-590

589-590

589-590


9/10

Ep.589

เผ่าราชวงศ์อสูรเลเวล 7 นับแต่เข้ามายังทวีปนี้ ซูเฉินเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก

ยิ่งไปกว่านั้น ชาวราชวงศ์อสูรมักมีสัตว์ขี่ และเลเวลของพวกมันมักใกล้เคียงกับเจ้านาย

ในกรณีนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจเจอสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 7 ถึงสองตัว

หรือความหมายก็คือ หลังจากฆ่าพวกมัน นอกจากดรอปชิ้นส่วนแล้ว ยังสามารถได้เก็บเกี่ยวหินพลังงานเลเวล 7 ได้ถึสองก้อน

สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สามารถนำไปใช้กับ [อุปกรณ์เร่งเวลา] แต่ยังนำไปติดตั้งลงใน [นักรบจักรกล] หลังจากอัพเกรดเป็นเลเวล 7 ได้อีกด้วย

และอีกอย่างนึงก็คือ หาก [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ได้ดูดเลือดของพวกมัน ก็จะสามารถเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 7 ได้

ดังนั้นไม่ว่ายังไง ซูเฉินไม่มีทางปล่อยชาวราชวงศ์อสูรสองตนนี้ไป

“เสี่ยวจือ ล็อคเป้าพวกมัน แล้วเร่งความเร็วไล่ตาม”

ซูเฉินออกคำสั่งด้วยท่าทีตื่นเต้น

แต่พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้ก็เปลี่ยนไป

เพราะแม้ซูเฉินจะอยู่ในเลเวล 7 แต่ท้ายที่สุดแล้วเขามีเพียงลำพัง ขณะที่ชาวราชวงศ์อสูรสองตนนั้น อาจมีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 7 อยู่ด้วยถึงสองตัว

ในกรณีนี้ จะเท่ากับซูเฉินต้องสู้แบบ 1 ต่อ 4 และไม่แน่ว่าอาจถูกสังหารได้

หรือต่อให้เขาและเธอร่วมมือกันช่วยซูเฉิน ก็ไม่แน่ว่าจะชนะคู่ต่อสู้

“เฮียซู คิดดูดีๆอีกครั้งเถอะ ชาวราชวงศ์อสูรไม่ง่ายเลยที่จะยั่วยุ” เซี่ยจิงอี้พยายามเกลี้ยกล่อม

ซูเฉินรู้ว่าเซี่ยจิงอี้หวังดี แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก เพียงมอบรอยยิ้มที่ดูสบายๆ ผ่อนคลายให้เธอ

เซี่ยจิงอี้อึ้งไป ไม่รู้ว่าทำไมซูเฉินถึงได้มั่นใจขนาดนี้

แต่ในเวลานั้นเอง ตันหลินได้ก้าวเข้ามา กล่าวกับเซี่ยจิงอี้ด้วยรอยยิ้มว่า “พี่สาวเซี่ยไม่ต้องกังวล ถ้าซูเฉินเป็นแบบนี้ แสดงว่าเขามั่นใจว่าทำได้”

เฉาหรานที่อยู่ข้างๆเอ่ยสนับสนุน “พวกต่างเผ่าเลเวล 7 เป็นแค่มดปลวกในสายตาพี่เฉิน ขอแค่มือเดียวก็บี้พวกมันได้แล้ว”

พวกต่างเผ่าเลเวล 7 เป็นแค่มดปลวก?

ขอแค่มือเดียวก็บี้พวกมันได้?

เซี่ยจิงอี้มองเฉาหรานอย่างตกตะลึง สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นการแสดงออกที่ดูซับซ้อน

เธอรู้สึกว่าชายหนุ่มที่ชื่อเฉาหรานตรงหน้าพูดจาเวอร์วังเกินจริง คุยโวเรื่องซูเฉินมากเกินไปหน่อย

เฉินเมิ่งเฟยเหลือบมองเซี่ยจิงอี้ ในใจเธอลอบยิ้มเยาะ

เซี่ยจิงอี้ไม่เชื่อคำพูดของเฉาหรานอย่างไม่ต้องสงสัย แต่หลังจากได้เห็นความแข็งแกร่งของซูเฉินแล้วเธอจะรู้สึกอย่างไร? จะเป็นอารมณ์เดียวกับเธอในตอนนั้นรึเปล่านะ?

เฉินเมิ่งเฟยตั้งตารอเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นมัน

เฉินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมากระซิบกับเซี่ยจิงอี้ว่า “อีกเดี๋ยวพวกเราจะร่วมมือกันก่อกวนชาวราชวงศ์อสูรตนหนึ่ง ซื้อเวลาให้เฮียเฉินจัดการอีกตัว”

หลังจากได้รู้จักกับซูเฉินมาหลายวัน เขาคิดว่าพอเข้าใจอุปนิสัยของซูเฉินอยู่บ้าง ว่าเมื่อซูเฉินตัดสินใจจะทำอะไรไปแล้ว จะไม่มีใครสามารถหยุดได้

ในเมื่อหยุดไม่ได้ งั้นก็ทำได้เพียงช่วยเหลือซูเฉินอย่างสุดความสามารถ

แม้พวกเขาจะมีเลเวลแค่ 6 แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาเหนือกว่าเลเวลเดียวกันมาก ฉะนั้นน่าจะสามารถยื้อชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 7 และสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 7 ได้ในระยะเวลาสั้นๆ

เซี่ยจิงอี้ถอนหายใจ พยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้

ซูเฉินยืนกรานที่จะทำตามใจตนเอง มันทำให้เธอไม่อยากยอมรับและรู้สึกหดหู่มาก

แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเธอกับซูเฉินอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบร่วมมือกัน เธอไม่สามารถยืนดูซูเฉินพลาดพลั้งได้

จำต้องเลยตามเลย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อ [รถศึกอัจฉริยะ] อยู่ห่างจากชาวราชวงศ์อสูรทั้งสองไม่ถึง 1 กิโลเมตร ซูเฉินก็สั่งให้มันจอด

เพราะบนหน้าจอควบคุม ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าพวกต่างเผ่าสองตนนี้กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ซูเฉินนึกไม่ถึงจริงๆว่าสถานการณ์จะเป็นแบบนี้

10/10

Ep.590

เห็นภาพนี้ เฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้ผุดลุกขึ้นด้วยความปิติยินดี

แม้เขาและเธอจะไม่เข้าใจว่าทำไมชาวราชวงศ์อสูรทั้งสองถึงต่อสู้กันเอง แต่สถานการณ์เอื้ออำนวยต่อฝ่ายพวกเขามาก

เพราะหากรอจนกระทั่งหนึ่งในชาวราชวงศ์อสูรตาย หรือทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจะได้ฉวยโอกาสนั้นลงมือพร้อมกัน และค่อนข้างมั่นใจทีเดียวว่าจะสามารถฆ่าพวกมันได้

แต่ซูเฉินไม่ต้องการรอ เนื่องจากหากชาวราชวงศ์อสูรตาย เขาก็เสียโอกาสที่จะได้รับชิ้นส่วนไปน่ะสิ

ขณะที่เขากำลังก้าวลงจากรถ [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ร้องเตือนว่า “เจ้านาย พวกมันมีผลึกศิลาแดงอยู่กับตัว”

“ผลึกศิลาแดง!”

สีหน้าของซูเฉินเปลี่ยนไปทันที

เฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้เองก็ประหลาดใจเช่นกัน

“เสี่ยวจือ … รีบเปิดประตูเร็ว!”

ซูเฉินออกคำสั่ง ทันทีที่ประตูอ้าปาก เขาก็กระโจนออกจากรถอย่างรวดเร็ว

“อาเฮียซู …”

เฉินเฟิงพยายามหยุดเขา แต่ไม่มีโอกาสเลย

เมื่อไม่มีทางเลือก จึงทำได้เพียงวิ่งตามออกไปเท่านั้น

เซี่ยจิงอี้กัดฟัน และตามลงไปติดๆ

ตัวเธอในเวลานี้ดูหดหู่มาก ลอบตำหนิซูเฉินว่าไม่ควรหุนหันพลันแล่นเช่นนี้

แม้จะรู้ว่ามีผลึกศิลาแดง ก็แค่รอให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ มันก็คงไม่สายเกินไปหรอกใช่ไหม?

ทำไมต้องเป็นกังวล รีบไปถึงขนาดนี้ด้วย?

หลังจากที่ซูเฉินลงรถ เขาก็เปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ทะยานไปข้างหน้าทันที

“ว่องไวอะไรขนาดนี้!” เฉินเฟิงตกใจ

ในสายตาเขา เห็นแค่เพียงประกายพรั่งพราว จากนั้นก็สูญเสียร่องรอยของซูเฉินไป

ความเร็วที่น่าสะพรึงเช่นนี้ เขาเพิ่งเคยพบเคยเจอเป็นครั้งแรก

“อ้าว เฮียซูไปไหนแล้ว?”

เซี่ยจิงอี้ลงมาเป็นคนสุดท้าย แต่ก็ไม่พบซูเฉิน

เฉินเฟิงชี้ไปข้างหน้า กล่าวเสียงเบาราวกระซิบ “เขาไปทางนั้น พวกเราไล่ตามไปกันเถอะ”

ระยะทางหนึ่งกิโลเมตร สำหรับซูเฉิน พริบตาเดียวก็ถึงแล้ว

เมื่อชาวราชวงศ์อสูรเลเวล 7 ทั้งสองตนเห็นมนุษย์รุ่นเยาว์คนหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา พวกมันชะงักไปพักหนึ่ง ขณะเดียวกันหยุดการต่อสู้

ที่นี่คือทวีปของเผ่าราชวงศ์อสูร การที่จู่ๆมีเผ่าพันธุ์มนุษย์ปรากฏตัวขึ้น ถือเป็นเรื่องอุกอาจมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์ผู้นี้กำลังตรงเข้ามาหาพวกมัน นี่ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่

“มนุษย์ ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

หนึ่งในชาวราชวงศ์อสูรที่ขี่หมาป่าดำ จับจ้องซูเฉินไม่วางตา ตะโกนถามเสียงขรึม

“แน่นอน ว่าฉันมาที่นี่ก็เพื่อฆ่าพวกแก!”

ซูเฉินเบ้ปาก บนใบหน้าเผยท่าทีหยอกล้อ

ได้ยินแบบนั้น สองชาวราชวงศ์อสูรอึ้งไปเล็กน้อย

เผ่ามนุษย์คนหนึ่งกล้าขู่ว่าจะฆ่าพวกมัน?

ตั้งแต่เมื่อใดกันที่เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถอาละวาดเช่นนี้?

สมองของมันใช่โดนลาเตะมาหรือไม่?

ซูเฉินไม่พูดพล่ามทำเพลง ง้างแขนและซัด [หมัดดาวตก] โจมตีออกไปทันที

วินาทีถัดมา เงาหมัดทองคำผุดพรายขึ้นกลางอากาศ กลืนร่างสองชาวราชวงศ์อสูรหายเข้าไปอย่างสิ้นเชิง

ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก .. กร๊อบ …

ภายใต้เสียงปะทะดังต่อเนื่อง สองชาวราชวงศ์อสูรและสัตว์ขี่ของพวกมัน กระดูกทั่วร่างแหลกเป็นเสี่ยงๆ นอนกองเป็นเนื้อเหลว

แม้ยังไม่ถึงตาย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง

ในเวลาเดียวกัน เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้ก็มาถึง

แต่เมื่อเห็นฉากตรงหน้า ทั้งสองก็ต้องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก สีหน้าท่าทีกลายเป็นเหม่อลอย

ซูเฉินหรี่ตากวาดมอง เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัย ก็เรียก [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ออกมา เอ่ยกับมันว่า “เสี่ยวจิน สัตว์กลายพันธุ์เลเวล 7 สองตัวนี้มอบให้นาย”

“ขอบพระคุณเจ้านาย!”

[จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ตื่นเต้นดีใจมาก บินเข้าไป ในชั่วพริบตาเดียว สัตว์กลายพันธุ์เลเวล 7 ทั้งสองตัวก็ถูกดูดเลือดจนแห้ง

ขณะเดียวกัน กลิ่นอายของเสี่ยวจินก็ค่อยๆเลื่อนขั้นกลายเป็นเลเวล 7

“เฮียซูมีแมลงสัตว์ร้ายเลเวล 6 เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณด้วยหรือนี่!” เซี่ยจิงอี้อ้าปากค้างไปถึงใบหู

เฉินเฟิงเดาะลิ้นเขา เอ่ยเสริมว่า “ตอนนี้มันกลายเป็นแมลงสัตว์ร้ายเลเวล 7 แล้ว!”

จบบทที่ 589-590

คัดลอกลิงก์แล้ว