เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

585-586

585-586

585-586


5/10

Ep.585

ซูเฉินเพิ่งลงจากรถ ในสายตาเขาก็เห็นแต่เงากระบี่ยักษ์กำลังฟาดฟันลงมา

เจ้าตัวเปิดใช้งาน [เกล็ดแขนทองคำ] อย่างไม่ลังเล ทะยานสู่ฟากฟ้า ชกหนึ่งหมัดซัดออกไป

ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง

เห็นแค่เพียงเงากระบี่แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในหมัดเดียว บังเกิดระลอกคลื่นทอประกายระยิบระยับในชั้นอากาศ

“นี่นายเป็นมนุษย์?”

ชายผิวเข้มเบิกตากว้าง อุทานด้วยความตกใจ

เขาไม่เพียงประหลาดใจที่ได้พบกับมนุษย์ที่นี่ แต่ยังตกใจในความแข็งแกร่งของซูเฉินด้วย

ต้องรู้นะว่า เงากระบี่ที่เขาเพิ่งฟันออกไป มันเพียงพอแล้วที่จะสร้างความเสียหายแก่ผู้ฝึกตนเลเวล 7 แต่ซูเฉินกลับใช้กำปั้นทำลายมันได้อย่างง่ายดาย

มองจากจุดนี้  แสดงว่าความแข็งแกร่งของซูเฉินต้องอยู่ในเลเวล 7 เป็นอย่างน้อย

“ว่าแต่ทำไมเขาถึงยังดูเด็กนัก?”

หญิงสาวที่อยู่ข้างๆตกใจไม่แพ้กัน

ซูเฉินดูยังไงก็ไม่เหมือนคนอายุเกิน 20 ปี แต่ระดับฐานฝึกตนมาถึงเลเวล 7 แล้ว นี่ทำให้เธอรู้สึกเหลือเชื่อมาก

“พวกแกสองคนโจมตีรถฐานทัพของฉันโดยไม่มีเหตุผล มันจะดีกว่าไหมถ้ามอบคำอธิบายดีๆมา ไม่งั้นก็อย่าหาว่าฉันหยาบคาย”

สีหน้าของซูเฉินมืดมนลง น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

หากไม่ใช่เพราะเขาตอบโต้ได้ทันเวลา เกรงว่าตอนนี้ [รถศึกอัจฉริยะ] คงได้รับความเสียหายอย่างหนัก

“เมื่อครู่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ขอยอมรับว่าฉันบุ่มบ่ามไป ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย”

ชายผิวเข้มไม่ถือตัว ขอโทษก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นอธิบายว่า “แต่นายก็น่าจะรู้ ที่นี่คือทวีปเผ่าราชวงศ์อสูร จู่ๆก็มีรถฐานทัพโผล่มา ฉันก็นึกว่าเป็นรถของพวกราชวงศ์อสูร เลยชิงลงมือ”

“ยังไงก็ตาม โชคดีที่นายแข็งแกร่ง ไม่งั้นฉันคงต้องทำผิดร้ายแรงแล้ว”

เมื่อเห็นทัศนคติและท่าทีที่ดูจริงใจของอีกฝ่าย สีหน้าของซูเฉินก็คลายลง กล่าวด้วยน้ำเสียงเบาลงว่า “พวกนายคือคนของวังสุริยันจันทราใช่ไหม?”

ทุกคนในวังสุริยันจันทราต่างแต่งกายด้วยชุดพิเศษ​ เป็นเรื่องง่ายที่จะระบุตัวตน การที่ซูเฉินทราบที่มาของพวกเขา ชายผิวเข้มไม่แปลกใจเลย

“ฉันชื่อเฉินเฟิง ส่วนนี่ศิษย์น้องหญิง เซี่ยจิงอี้ พวกเรามาจากวังสุริยันจันทราจริงๆ … ไม่ทราบว่าฉันควรเรียกนายว่าอะไรดี?” ชายผิวเข้มแนะนำตัวก่อน แล้วค่อยเป็นฝ่ายถาม

มุมปากของซูเฉินยกโค้งเป็นรอยยิ้มน้อยๆ “ฉันชื่อซูเฉิน”

“ที่แท้ก็อาเฮียซู”

เซี่ยจิงอี้กล่าวทักทาย ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาเฮียซู เฮียเข้ามาในทวีปเผ่าราชวงศ์อสูรได้ยังไง?”

“ระหว่างกำลังข้ามค่ายกลเคลื่อนย้าย พอดีเกิดอุบัติเหตุขึ้นนิดหน่อย เลยถูกส่งมาที่นี่ แล้วพวกเธอล่ะ มาที่นี่ได้ยังไง?”

ซูเฉินตอบแบบไม่ได้ลงรายละเอียดนัก พร้อมถามกลับไป

“พวกเรามาที่นี่ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย หรือก็คือเต็มใจมาด้วยตัวเอง” เฉินเฟิงกล่าวอย่างไม่ปิดบัง

ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของซูเฉินสว่างไสวขึ้นทันที

เนื่องจากอีกฝ่ายมาที่นี่ด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้กลับไปยังทวีปมนุษย์ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้าย

“ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั่นยังใช้งานได้ใช่ไหม?” ซูเฉินถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

เฉินเฟิงพอจะคาดเดาความคิดของซูเฉิน เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาเฮียซู ค่ายกลเคลื่อนย้ายยังใช้งานได้ปกติ แต่พลังงานมันหมดแล้ว หากต้องการเปิดใหม่อีกครั้ง จำเป็นต้องติดตั้งหินพลังงานหรือหินต้นกำเนิดพลังงานเลเวล 8 ขึ้นไป ถึงจะสามารถเปิดได้”

หินพลังงานเลเวล 8 … ซูเฉินไม่มีมันติดตัวในตอนนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่ขาดเหลือในทวีปเผ่าราชวงศ์อสูร ก็คือสัตว์กลายพันธุ์ และสมาชิกของเผ่าราชวงศ์อสูรเกือบทุกตนล้วนมีสัตว์กลายพันธุ์อยู่ใต้อาณัติ

ตราบใดที่หาเผ่าราชวงศ์เลเวล 8 พบ ปัญหานี้น่าจะแก้ไม่ยาก

“ต้องใช้หินพลังงานเลเวล 8 ประมาณกี่ก้อน?” ซูเฉินถามหยั่งเชิง

“สามก้อนก็น่าจะพอแล้ว” เฉินเฟิงตอบกลับ

หินพลังงานเลเวล 8 จำนวนสามก้อน เท่ากับต้องล่าสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 8 สามตัว ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ซูเฉินครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “มาเถอะ ขึ้นรถก่อนแล้วค่อยว่ากัน”

ว่าจบ เขาก็เดินเข้าไปในรถ

เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้มองหน้ากัน เดินตามหลังซูเฉินไป ก้าวขึ้น [รถศึกอัจฉริยะ]

6/10

Ep.586

กลับมาที่ [รถศึกอัจฉริยะ] ซูเฉินแนะนำตัวทั้งสองฝ่าย แล้วหันมาพูดกับเฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้อย่างเป็นกันเอง

“พี่ชายเฉิน พี่สาวเซี่ย ทำไมพวกคุณถึงเข้ามาที่นี่?”

การเข้ามายังทวีปเผ่าราชวงศ์อสูรเป็นเรื่องอันตรายมาก ต่อให้เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้แข็งแกร่ง แต่ก็มีโอกาสสูงที่จะตาย

แล้วแบบนี้ทำไมพวกเขาถึงยังเข้ามา?

นี่คือสิ่งที่ซูเฉินรู้สึกสนใจ

“เฮียซูเคยได้ยินเรื่องผลึกศิลาแดงไหม?” เฉินเฟิงถามแทนคำตอบ

ซูเฉินส่ายหัว รอเฉินเฟิงพูดต่อ

“ผลึกศิลาแดงคือแร่ที่มีค่ามาก มีบทบาทสำคัญในการใช้ปรับแต่งคุณภาพของอาวุธหรือเสริมการป้องกันของเกราะ” เฉินเฟิงอธิบาย

“งั้นพวกคุณคงเข้ามาที่นี่เพื่อผลึกศิลาแดง? ดูท่าแล้ว ผลึกศิลาแดงคงไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาจริงๆ”

ซูเฉินแอบคาดเดา หันมาพูดกับ [รถศึกอัจฉริยะ] “เสี่ยวจือ นายรู้จักผลึกศิลาแดงไหม?”

[รถศึกอัจฉริยะ] คือผู้เชี่ยวชาญในการจำแนกแร่ หากผลึกศิลาแดงมีค่า  มันสมควรมีข้อมูลบ้างไม่มากก็น้อย

“เจ้านาย ผลึกศิลาแดงสามารถช่วยให้ฉันอัพเกรดเป็นเลเวล 7 ได้” [รถศึกอัจฉริยะ] ตอบทันที

ซูเฉินเริม่ตื่นตัวขึ้นมาทันที

เพราะหาก [รถศึกอัจฉริยะ] เลื่อนขั้นเป็นเลเวล 7 ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่น เอาแค่ความสามารถในการป้องกันการโจมตีของผู้ฝึกตนเลเวล 7  ก็เพียงพอที่จะทำให้เขารู้สึกหวั่นไหวแล้ว

เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้ ได้ยินเสียง [รถศึกอัจฉริยะ] สนทนาตอบโต้กับซูเฉิน ก็ต้องตะลึงงัน

เซี่ยจิงอี้กลืนน้ำลาย ลองเลียบเคียงถาม “อาเฮียซู รถฐานทัพของเฮียสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ด้วยหรอ?”

ซูเฉินยิ้ม อธิบายว่า “เสี่ยวจือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสติปัญญา มันไม่ใช่แค่พูดได้ แต่ยังมีความคิดเป็นอิสระ เอาไว้พวกคุณได้คุยกับมันในภายหลัง ก็จะเข้าใจเอง”

ได้ยินคำตอบนี้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองถึงกับอ้าปากค้าง ลอบร้องในใจว่าซูเฉินช่างเป็นคนที่มหัศจรรย์จริงๆ

ไม่เพียงครอบครองกำลังรบอันไร้เทียมทาน กระทั่งรถฐานทัพก็ยังไม่เหมือนใคร

“อาเฮียซู เฮียเป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 ใช่ไหม?”

เซี่ยจิงอี้ค่อยๆผ่อนลมหายใจอย่างช้าๆ แล้วถามต่อ

เธออยากจะถามคำนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้โอกาสเหมาะๆซักที

“ใช่” ซูเฉินพยักหน้า

เขาคือผู้ฝึกตนทุกอาชีพเลเวล 7 แต่อีกฝ่ายถามแค่เป็นผู้วิวัฒนาการใช่ไหม เขาก็ตอบว่าใช่ ก็ไม่ได้โกหกซักหน่อยนี่?

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆด้วย”

เซี่ยจิงอี้พูดในใจ จากนั้นถามว่า “ปีนี้อาเฮียซูอายุเท่าไหร่?”

ซูเฉินดูยังไงก็อายุไม่ถึง 20 ปี แต่ก็มีบางคนที่หน้าตาดี แล้วเกิดมาดูอ่อนกว่าวัยอยู่เหมือนกัน

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 แต่อายุน้อยกว่า 20 ปี มันน่าเหลือเชื่อเกินไป

พวกเขาจึงคิดว่า ซูเฉินแค่หน้าเด็ก แต่อายุมากกว่า 20 ปีอย่างแน่นอน

เฉินเมิ่งเฟยที่อยู่ข้างๆ เงี่ยหู ตั้งใจฟังอย่างเงียบๆ

แม้เธอจะอยู่กับซูเฉินมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่รู้เลย ว่าซูเฉินอายุเท่าไหร่

ซูเฉินปาดจมูก กล่าวเสียงเรียบ “17 ปี”

“นี่เฮียอายุแค่ 17 ปีหรอ!?”

เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้อ้าปากค้าง ตกใจจนกรามแทบร่วงกระแทกกับพื้น

แต่เฉินเมิ่งเฟยที่อยู่ข้างๆตกใจยิ่งกว่าซะอีก

เพราะเมื่อเทียบกับเฉินเฟิงและเซี่ยจิงอี้แล้ว เธอรู้จักซูเฉินมานานกว่าทั้งคู่–

–ซูเฉินไม่ได้เป็นแค่ผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 เท่านั้น  แต่เขายังเป็นปรมาจารย์พลังจิต และปรมาจารย์มนตราที่เชี่ยวชาญทุกธาตุในเลเวล 7 อีกด้วย!

เมื่อมาคิดดูว่าซูเฉินในวัย 17 ปี แต่กลับมาถึงจุดสูงสุดขนาดนี้แล้ว สมองของเฉินเมิ่งเฟยคล้ายเกิดเสียงหึ่ง หึ่ง

ใช้เวลาอยู่นาน เฉินเฟิงค่อยได้สติขึ้นมา ทอดถอนหายใจด้วยอารมณ์จากก้นบึ้งของหัวใจ “อาเฮียซูคืออัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งบนโลกใบนี้จริงๆ พรสวรรค์ของเฮีย ยากที่ฉันจะไล่ตามทัน!”

ต้องรู้นะว่าตัวเขาเองก็เป็นอัจฉริยะเช่นกัน ไม่งั้นวังสุริยันจันทราคงไม่รับเข้ามาเป็นศิษย์

แต่เมื่อเทียบกับซูเฉิน กลับห่างชั้นกันชนิดเมฆบนฟ้ากับโคลนตม

ใบหน้าของซูเฉินเริ่มแดง รู้สึกเก้อเขินเล็กน้อย

เพราะสำหรับตัวเขา คงไม่อาจนับว่าเป็นอัจฉริยะในการฝึกตนได้ ที่แข็งแกร่งแบบนี้ ก็แค่เพราะสามารถเก็บชิ้นส่วนได้เท่านั้นเอง

แต่แน่นอน ว่าซูเฉินจะไม่พูดเรื่องนี้ออกไป

จบบทที่ 585-586

คัดลอกลิงก์แล้ว