เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

569-570

569-570

569-570


9/10

Ep.569

“ว่าต่อสิ แต่ห้ามปิดบัง ไม่งั้นแกจะเสียใจ”

ซูเฉินหรี่ตา จับจ้องเผ่าอมตะไม่วางตา กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ผู้อาวุโส หลี่เหลียงถูกคนของพวกเราค้นพบบนเกาะเฉียนหยู” เผ่าอมตะรีบตอบอย่างรวดเร็ว

“พูดต่อไป” ซูเฉินแค่นเสียงฮึ่มเบาๆ

หลี่เหลียงถูกเขาทำให้กลายเป็นซอมบี้ตอนอยู่เกาะเฉียนหยูจริงๆ แสดงว่าเผ่าอมตะตนนี้ไม่ได้โกหก

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ซูเฉินสนใจไม่ใช่เรื่องนี้ เขาต้องการรู้ว่าทำไมหลี่เหลียงถึงกลายเป็นคนมีความสามารถในการรักษา และได้รับพลังฟื้นคืนชีพอันน่าตกตะลึง

“หลี่เหลียงครอบครองกายรักษา ทั้งยังทรงพลังเป็นพิเศษอีกด้วย แขนขาของเขาสามารถงอกใหม่ได้ ตรงจุดนี้ดึงดูดความสนใจของผู้ยิ่งใหญ่จากเผ่าพันธุ์เรา”

“ต่อมา มีข่าวลือว่า หนึ่งในตัวตนที่อยู่เหนือเลเวล 10 ได้นำเขาเข้าสู่มิติท้ารบ ช่วยให้เขาปลุกพลังพิเศษในการฟื้นคืนชีพที่ท้าทายสวรรค์แบบนี้ขึ้นมาได้ สถานะของหลี่เหลียงจึงพุ่งสูงขึ้น” เผ่าอมตะอธิบาย

“ที่แท้ก็เพราะได้เข้าสู่มิติท้ารบนี่เอง” ซูเฉินกระจ่างในทันที

การเข้าสู่มิติท้ารบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถปลุกพลังพิเศษบางอย่าง

ยกตัวอย่างเช่นอำนาจกฏเกณฑ์แห่งไฟของหงส์เพลิง กับวิชากระบี่รวมจิตของเป่ยไห่

“แล้วทำไมหลี่เหลียงถึงมาที่เกาะหวังซวี่?” ซูเฉินยังคงสอบปากคำต่อ

ตามหลักเหตุผลแล้ว เมื่อหลี่เหลียงมีพลังพิเศษในการฟื้นคืนชีพแบบเป็นวงกว้าง เขาย่อมต้องถูกมองว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าอมตะ ไม่น่าจะถูกปล่อยให้ออกมาเสี่ยงชีวิตโดยง่ายเช่นนี้

“มีสองเหตุผล”

เผ่าอมตะถอนหายใจยาว กล่าวว่า “เหตุผลแรกก็คือเผ่าพันธุ์ของข้าต้องการเข้าควบคุมเกาะหวังซวี่ เลยจำเป็นต้องมีผู้แข็งแกร่งประจำการอยู่ที่นี่ อีกเหตุผลก็คือ พวกเราค้นพบร่องรอยของผู้อาวุโส และคาดการณ์ว่าผู้อาวุโสจะต้องไปยังทวีปเสวียนเทียนอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงหมายจะดักเจอผู้อาวุโสบนเกาะหวังซวี่ แล้วสังหารเสีย”

“หลังจากที่หลี่เหลียงได้รับข่าวนี้ เขาขออาสาลงมือด้วยตัวเอง ทั้งยังรับประกัน ว่าเขาจะสามารถสังหารผู้อาวุโสลงที่นี่ได้อย่างแน่นอน”

ได้ยินแบบนี้ ซูเฉินหรี่ตาลง ใคร่ครวญกับตัวเอง

เป็นความจริงที่เถียงไม่ได้ว่าหลี่เหลียงนั้นเกลียดเขาอย่างสุดซึ้ง ก็สมเหตุสมผลแล้วที่จะมายังเกาะหวังซวี่เพื่อดักสังหารเขา

อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าหลี่เหลียงจองหองไปหน่อย ประเมินความแข็งแกร่งของซูเฉินต่ำไป สุดท้ายเลยเป็นฝ่ายถูกฆ่าซะเอง

เมื่อทราบต้นสายปลายเหตุของเรื่อง ซูเฉินก็สังหารเผ่าอมตะตนสุดท้ายในหมัดเดียว แล้วกวาดตามอง สำรวจไปรอบๆ

พบว่าในขณะนี้ จำนวนซอมบี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ เหลือไม่ถึงหนึ่งส่วนสี่ของในตอนแรก และบนพื้นดินก็สะท้อนไปด้วยแสงระยิบระยับของชิ้นส่วนหลายพันชิ้น

เห็นภาพนี้ มุมปากของซูเฉินยกยิ้มโดยไม่รู้ตัว เปิดใช้งาน [ฟังก์ชั่นเก็บอัตโนมัติ] เริ่มรวบรวมชิ้นส่วน

แต่รวบรวมมาได้เพียงครึ่งเดียว หงส์เพลิงก็บินเข้ามา ร่อนลงข้างกายซูเฉิน เอ่ยถามเสียงเบาว่า “เจ้านาย ด้วงเขมือบทองคำตนนั้น เป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณตัวใหม่ของท่านใช่หรือไม่?”

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย อุทานออกมาเบาๆ “ทำไม? นายรู้จักด้วงเขมือบทองคำด้วยหรอ?”

ระหว่างทางบินกลับ ซูเฉินได้พูดคุยกับด้วงเขมือบทองคำ และได้รู้ว่าจำนวนของด้วงเขมือบทองคำในโลกใบนี้นั้นมีอยู่น้อยมาก หากไม่นับในชั้นสสารพิษ ส่วนที่เหลือยากนักจะพบเจอ

การที่หงส์เพลิงรู้จักด้วงเขมือบทองคำ เรื่องนี้ทำให้ซูเฉินค่อนข้างประหลาดใจมาก

“ข้ารู้จักมัน เพราะเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ของเราก็มีด้วงเขมือบทองคำระดับเทวะอยู่เช่นกัน” หงส์เพลิงอธิบาย

“เป็นระดับเทวะขั้นไหน?”

หนังตาของซูเฉินกระตุกขึ้นทันใด เร่งเอ่ยถาม

ความสามารถในการต่อสู้ของด้วงเขมือบทองคำนั้นทรงพลังมาก มันถึงขั้นต้านทานการโจมตีของ [กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล] ด้วยร่างกายเพียวๆได้

ฉะนั้นสามารถกล่าวได้เลย ว่ามันคือตัวตนคงกระพันในเลเวลเดียวกัน

ขณะที่ด้วงเขมือบทองคำที่หงส์เพลิงกล่าวถึง อยู่ในระดับเทวะ กำลังรบของมันไม่ทราบว่ามหาศาลยิ่งกว่าเสี่ยวฉงกี่เท่า เรื่องนี้น่าสนใจมากพอที่จะดึงดูดใจเขา

“ระดับเทวะเองก็มีการแบ่งขั้นด้วยหรือ?” หงส์เพลิงบังเกิดความสับสนเล็กน้อย

เพราะตัวมันเคยได้ยินแค่ระดับเทวะ แต่ไม่ล่วงรู้ว่าในระดับเทวะจะมีการแบ่งขั้นกันด้วย

“ระดับเทวะเองก็มีการแบ่งชนชั้นออกเป็น 10 ขั้น”

ซูเฉินอธิบาย จากนั้นเอ่ยถามว่า “แล้วทำไมจู่ๆนายถึงพูดเรื่องด้วงเขมือบทองคำขึ้นมา?”

10/10

Ep.570

สีหน้าของหงส์เพลิงอึมครึมลงเล็กน้อย กล่าวเตือนเสียงต่ำว่า “เจ้านาย ท่านไม่ควรเปิดเผยตัวตนของด้วงเขมือบทองคำตามใจชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เผชิญหน้ากับเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา”

“หือ?”

ซูเฉินชะงักไปเล็กน้อย เฝ้ารอให้หงส์เพลิงอธิบายต่ออย่างเงียบๆ

หงส์เพลิงเล่าต่อว่า “สำหรับด้วงเขมือบทองคำแล้ว การเลื่อนขั้นของมันเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในระดับสูง มันยากยิ่งกว่าการปีนป่ายขึ้นสู่สวรรค์ อย่างไรก็ตาม มีหนทางลัดอยู่ นั่นคือการกลืนกินพวกเดียวกัน”

“ด้วงเขมือบทองคำระดับเทวะของเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์เรา มีข่าวลือว่ามันกลืนกินเผ่าพันธุ์เดียวกันเพื่อฝึกตนให้ไปถึงระดับนี้  และมีด้วงเขมือบทองคำที่ตายภายใต้เงื้อมมือมันนับหมื่นตัว”

ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของซูเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย สามารถคาดการณ์ได้เลย หากมันทราบว่าซูเฉินมีด้วงเขมือบทองคำเลเวล 8 อยู่ข้างกาย มันจะต้องพยายามาช่วงชิงไปจากเขาแน่ๆ

และด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ย่อมยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของด้วงเขมือบทองคำระดับเทวะ

ถึงเวลานั้น ไม่เพียงแต่ไม่สามารถปกป้องเสี่ยวฉงเอาไว้ได้ แต่ยังเป็นไปได้สูงที่เขาจะถูกฆ่าตายเพราะสาเหตุนี้

“ดูเหมือนว่าก่อนจะเลื่อนขั้นเป็นระดับเทวะ ฉันคงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของด้วงเขมือบทองคำได้ตามใจชอบ” ซูเฉินลอบพึมพำกับตัวเอง

เพื่อป้องกันไว้ก่อน เขารีบเก็บด้วงเขมือบทองคำเข้าไปใน [พื้นที่เลี้ยงสัตว์] จากนั้นเข้าร่วมเข่นฆ่าซอมบี้ด้วยเช่นกัน

ใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมง ซอมบี้ทั้งหมดก็ถูกสังหารลง

ซูเฉินเก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมด แล้วกลับขึ้นไปบน [รถศึกอัจฉริยะ] โดยลำพัง ปล่อยให้หวู่หยางและคนอื่นๆขุดหินพลังงาน

ทันทีที่ก้าวขึ้นมา ซูเฉินเปิด [พื้นที่เพาะปลูก] แล้วนำแก่นผลึกที่อยู่ในหัวหลี่เหลียงออกมา สนทนากับต้นผลอายุวัฒนะ

“เสี่ยวโซ่ว นายรู้จักแก่นผลึกชนิดนี้ไหม?”

ต้นผลอายุวัฒนะมองสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนอยู่ครู่หนึ่ง ก็ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจว่า “เจ้านาย ดูเหมือนว่ามันจะก่อตัวขึ้นหลังจากการกลายพันธุ์ของหินพลังงานของซอมบี้ แต่พลังชีวิตที่อยู่ข้างในนี้หนาแน่นเกินไปหรือเปล่า? แทบจะคล้ายกับผลแห่งชีวิตเลย”

“แก่นผลึกนี้สามารถใช้ทำอะไรได้บ้าง?” ซูเฉินถาม

ไม่ว่าเจ้าสิ่งนี้จะฟังดูดีแค่ไหน แต่หากได้แค่ต้องเก็บไว้ในมือ ก็ไม่ต่างจากขยะ

มีแต่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น จึงจะถือว่าคุ้มค่า

“แก่นผลึกชนิดนี้เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิต จึงมีความสามารถหลากหลาย หากนำมันไปใช้กับรถฐานทัพ , หุ่นเชิด หรือซอมบี้ ที่กล่าวมาจะได้รับพลังพิเศษในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการโจมตีถึงตายในครั้งเดียว ก็แทบจะกลายเป็นการดำรงอยู่ที่ฆ่าไม่ตาย” ต้นผลอายุวัฒนะอธิบาย

ได้ยินแบบนั้น หัวใจของซูเฉินเริ่มเต้นแรง

ตามคำบอกเล่าของต้นผลอายุวัฒนะ [รถศึกอัจฉริยะ] , [นักรบจักรกล] และต้นหลิววัชระล้วนสามารถใช้งานมันได้ทั้งสิ้น

แต่ [รถศึกอัจฉริยะ] มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นเขาต้องเลือกระหว่าง [นักรบจักรกล] กับต้นหลิววัชระ

ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของ [นักรบจักรกล] เองก็ไม่เลว หากได้รับพลังพิเศษในการซ่อมแซมตัวเอง ต่อให้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าหนึ่งขั้น ก็ยังมีโอกาสชนะ

ส่วนต้นหลิววัชระ หากได้รับพลังในการฟื้นฟูตัวเอง มันจะยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่

เดิมก็ครอบครองกายวัชระไม่อาจทำลายอยู่แล้ว เมื่อเสริมพลังพิเศษนี้เข้าไป การป้องกันจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น สามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น เป็นแบบนี้ต่อให้ซูเฉินเป็นคู่ต่อสู้กับมัน ก็ไม่แน่ว่าจะชนะได้

ซูเฉินกำลังสับสนว่าจะใช้มันกับใครดี ต้นผลอายุวัฒนะก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เจ้านาย คุณควรเก็บแก่นผลึกนี้ไว้ใช้ในภายหลัง”

“อ้าว ทำไมล่ะ?”

ซูเฉินไม่เข้าใจ

ต้นผลอายุวัฒนะอธิบายว่า “ไม่ใช่ว่าเจ้านายกำลังมองหาต้นไม้แห่งชีวิตอยู่หรอกหรือ? แล้วหากต้นไม้แห่งชีวิตตายไปแล้วเล่า? เจ้าสิ่งนี้จะสามารถช่วยฟื้นคืนชีพมันได้”

ดวงตาของซูเฉินเปล่งประกายขึ้นทันใด

เขาปรารถนาที่จะได้ครอบครองต้นไม้แห่งชีวิต เพราะต้นไม้แห่งชีวิตสามารถชุบชีวิตต้นผลพละกำลังและต้นผลสายฟ้าห้าสายได้

แต่ก็อย่างที่ต้นผลอายุวัฒนะกล่าวไว้ หากต้นไม้แห่งชีวิตตาย ต้นผลพละกำลังและต้นผลสายฟ้าห้าสายจะไม่มีทางได้รับการช่วยชีวิต

เมื่อยังไม่แน่ใจว่าต้นไม้แห่งชีวิตยังมีอยู่รอดหรือไม่ จึงจำเป็นต้องเก็บแก่นผลึกนี้ไว้ก่อน ไม่อาจใช้งาน

จบบทที่ 569-570

คัดลอกลิงก์แล้ว