เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

551-552

551-552

551-552


1/10

Ep.551

ซูเฉินส่ายหัว ใส่แก่นอสูรกับศิลาวิญญาณวายุลงในถุงเก็บของ ทิ้งตัวลงเก้าอี้คนขับ เบนสายตามองหน้าจอควบคุมส่วนกลาง

หลังจากสำรวจดูแล้ว เขาก็หันไปเรียกเฉินเมิ่งเฟยให้เข้ามาหา เอ่ยถามว่า “บนเกาะหวังซวี่ สถานที่ไหนอยู่ใกล้ชั้นสสารพิษมากที่สุด?”

เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเฉินเมิ่งเฟยเคยได้รับผลสายฟ้าห้าสาย เขาเลยตั้งข้อสันนิษฐานว่าไป่เจ๋อเองก็น่าจะเคยเข้าสู่ชั้นสสารพิษเช่นกัน

ขณะที่บนเกาะหวังซวี่มีสถานที่แห่งหนึ่งเชื่อมต่อกับชั้นสสารพิษ ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆก็คือ หากใครก็ตามต้องการเข้าสู่ชั้นสสารพิษจากบนเกาะ เขาจะต้องไปที่นั่น

“ผู้อาวุโส ชั้นสสารพิษอยู่ในทิศทางมุมตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะหวังซวี่ เมืองชางหมิงตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่นั่น แต่มันเป็นเขตอิทธิพลของซอมบี้กับเผ่าอมตะ” เฉินเมิ่งเฟยตอบ

เดิมซูเฉินมีแผนจะฆ่าพวกต่างเผ่ากับซอมบี้บนเกาะหวังซวี่อยู่แล้ว เช่นนั้นการเดินทางในครั้งนี้ ไม่เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรือ?

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ขอบใจ”

ซูเฉินพยักหน้า เริ่มหลับตาพักผ่อน

เมื่อ [รถศึกอัจฉริยะ] กลับมาถึงเกาะหวังซวี่ ซูเฉินมองไปยังหน้าจอควบคุมส่วนกลางอีกครั้ง

หลังจากระบุตำแหน่งที่แน่นอนของเมืองชางหมิงได้แล้ว เขาก็สั่งการให้รถศึกแล่นตรงไปด้วยความเร็วสูงสูด

ระหว่างทาง ซูเฉินก็ไม่ได้เกียจคร้านอยู่เฉย สายตายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอควบคุม

หากมีรังของพวกต่างเผ่าอยู่ระหว่างทาง เขาจะไล่เก็บกวาดพวกมันให้หมด!

[รถศึกอัจฉริยะ] มุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้ามาถึงพื้นที่ที่เรียกว่าภูเขาจิ่วเว่ย หลายร้อยจุดสีดำก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอควบคุมส่วนกลาง

เห็นภาพนี้ ซูเฉินเริ่มตื่นตัวเล็กน้อย หันมาถามเฉินเมิ่งเฟย “ในภูเขาจิ่วเว่ย เป็นรังของพวกต่างเผ่าสายพันธุ์ไหน?”

“น่าจะเป็นที่อยู่ของเผ่าระฆังศิลา” เฉินเมิ่งเฟยครุ่นคิดสักพัก แล้วตอบกลับ

“เผ่าระฆังศิลา …”

ซูเฉินพึมพำ ในดวงตาทอประกายเย็นยะเยือก

เมื่อหลายวันก่อน มีผู้วิวัฒนาการเลเวล 8 จากเผ่าระฆังศิลาตามไล่ล่าเขา สุดท้ายถูกฆ่าตาย

ต่อมา ในคฤหาสน์ของหานซานเฉียน ซูเฉินก็ได้ฆ่าชาวเผ่าระฆังศิลาไปเช่นกัน

อาจกล่าวได้เลยว่า ความบาดหมางระหว่างเขากับเผ่าระฆังศิลานั้นค่อนข้างลึกล้ำ และในเมื่อพวกมันอยู่ระหว่างทางพอดี จึงถือโอกาสกวาดล้างในคราวเดียว

“เสี่ยวจือ ล็อคเป้าพวกชาวเผ่าระฆังศิลา แล้วตรวจสอบฐานฝึกตนของพวกมัน” ซูเฉินสั่ง

“เจ้านาย ในบรรดาพวกเขา ผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในเลเวล 5 มีทั้งสิ้นสี่ตน ส่วนที่เหลือเป็นผู้ฝึกตนเลเวลต่ำกว่า 4” [รถศึกอัจฉริยะ] ตอบ

“เสี่ยวจือ มุ่งหน้าไปภูเขาจิ่วเว่ย” ซูเฉินออกคำสั่ง

“รับทราบ”

รถศึกล็อคเป้าภูเขาจิ่วเว่ย หักเลี้ยวเล็กน้อย มุ่งหน้าไปอย่างรวดเร็ว

“พี่เฉิน ศัตรูแข็งแกร่งรึเปล่า พวกเราจะได้แสดงฝีมือไหม?”

หยางฮ่าวและสหายโน้มตัวลงมาถามซูเฉิน

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้ออกไปสู้เลย จึงรู้สึกคันไม้คันมือ

“ครั้งนี้พวกนายลงมือได้” ซูเฉินยิ้ม

นอกจากผู้ฝึกตนเลเวล 5 ไม่กี่คนจากเผ่าระฆังศิลาแล้ว ส่วนที่เหลือล้วนเป็นปลาซิวปลาสร้อย ให้หยางฮ่าวและคนอื่นๆออกกำลังกายกันบ้าง ก็ไม่เลว

ได้รับคำตอบจากซูเฉิน หยางฮ่าวและคนอื่นๆตื่นเต้นดีใจ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา [รถศึกอัจฉริยะ] ในที่สุดก็เข้ามาใกล้ภูเขาจิ่วเว่ย

มีเมืองขนาดเล็กสร้างอยู่ใต้ภูเขาจิ่วเว่ย คาดว่าพวกชาวเผ่าระฆังศิลาน่าจะรวมตัวกันอยู่ข้างใน

“เสี่ยวจือ ยิงปืนใหญ่ซัก 2-3 นัดให้มันออกมาต้อนรับพวกเราที”

เมื่อรถอยู่ห่างจากเมืองไม่ถึง 100 เมตร ซูเฉินสั่ง

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ควบคุม [ปืนใหญ่เพาส์] ยิงกระสุนห้าลูกติดต่อกัน

ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม!

เสียงระเบิดดังติดต่อกัน เกิดความโกลาหลขึ้นในเมือง ไม่นานชาวเผ่าระฆังศิลาจำนวนมากก็กรูกันออกมา

พริบตาเดียวมีจำนวนมากถึง 500 เรียกได้ว่าออกมากันเกือบทั้งเมือง

ซูเฉินมีความสุขมากที่ได้เห็นฉากนี้ อีกฝ่ายออกมาต้อนรับเขาทั้งหมด ทำให้ง่ายที่จะฆ่าทุกตนในคราวเดียว

2/10

Ep.552

“เฉินเมิ่งเฟยอยู่ข้างใน ส่วนคนที่เหลือออกไปกับฉัน”

ซูเฉินประกาศ ก้าวนำลงจากรถเป็นคนแรก

ซูเฉินคิดไว้แล้วว่าพบต้นผลจำลองจิตเมื่อไหร่ ค่อยปล่อยเฉินเมิ่งเฟยไป ดังนั้นจึงไม่ผูก [ระบบรับสมัครทหาร] กับเธอ

นั่นหมายความว่าหากเฉินเมิ่งเฟยฆ่าพวกต่างเผ่า จะไม่สามารถดรอปชิ้นส่วนได้

หยางฮ่าวและคนอื่นๆตามหลังซูเฉิน ทยอยกันลงจากรถ ส่วนเฉินเมิ่งเฟยยอมอยู่ข้างในอย่างว่าง่าย

“พวกเจ้าเป็นใคร? กล้าดียังไงถึงมาบุกดินแดนเผ่าระฆังศิลาของพวกเรา? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ?”

ชายร่างสูงเผ่าระฆังศิลาก้าวออกมาข้างหน้า กวาดสายตามองซูเฉินและคนอื่นๆ ขึ้นเสียงตะโกนลั่น

ซูเฉินยังไม่ทันได้ปะทะวาจากลับไป เห็นแค่เพียงชายร่างผอมของเผ่าระฆังศิลา ก้าวออกมากระซิบข้างหูชายร่างสูงที่ตะโกนในตอนแรก

หลังจากได้ยินข่าวนี้ สีหน้าของชายร่างสูงแปรเปลี่ยนไป แทบจะในทันทีหลังจากนั้น เขาประสานมือคารวะซูเฉิน กล่าวน้ำเสียงนอบน้อมว่า

“ผู้อาวุโส พวกเราเผ่าระฆังศิลาไม่เคยล่วงเกินท่าน!”

ข่าวที่เขาเพิ่งได้รับมาก็คือ เมื่อไม่กี่วันก่อนในเมืองเทียนหวัง เหล่าผู้แข็งแกร่งเลเวล 6 ที่เป็นพวกต่างเผ่า ทั้งหมดถูกสังหารสิ้น

และผู้ร้ายก็คือชายหนุ่มเบื้องหน้าเขานั่นเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการดำรงอยู่อันน่าสะพรึงเช่นซูเฉิน ความคิดต่อต้านเมื่อครู่มลายหายไป ทำได้เพียงลดท่าทีลง กล่าวกับซูเฉินดีๆ

ซูเฉินเบ้ปาก “มีผู้วิวัฒนาการเลเวล 8 จากเผ่าระฆังศิลาของพวกแกเคยล่วงเกินฉัน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าพวกแกทุกตนในที่นี้ต้องตาย!”

สิ้นเสียง เขาเรียกเต่าทรราชปราณฟ้าและ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ออกมา เอื้อมมือชี้เบื้องหน้า เอ่ยปากสั่ง “ฆ่าพวกมัน!”

สัตว์เลี้ยงวิญญาณเลเวล 6 สองตัวได้รับคำสั่ง พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกัน

ในเวลาเดียวกัน [นักรบจักรกล] , หวู่หยางและคนอื่นๆก็โถมเข้าโจมตีเช่นกัน

ส่วนชาวเผ่าระฆังศิลา แน่นอนย่อมไม่นั่งรอความตายอยู่เฉยๆ ทั้งหมดรวบรวมความกล้า พุ่งสวนไปข้างหน้า ดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต

ซูเฉินยืนอยู่ที่เดิม ไม่มีแผนที่จะเคลื่อนไหวใดๆ

กำลังรบของศัตรูอ่อนแอเกินไป อาศัยแค่สัตว์เลี้ยงวิญญาณสองตนกับ [นักรบจักรกล] ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับพวกมัน

การต่อสู้ฆ่าฟันดำเนินไปอย่างดุเดือด ชาวเผ่าระฆังศิลาเสียชีวิตไปแล้วกว่าครึ่ง

ส่วนใหญ่ถูกสังหารโดยสัตว์เลี้ยงวิญญาณทั้งสอง แม้แต่สมาชิกเผ่าสี่ตนที่มีเลเวล 5 ก็ไม่รอด

ขณะที่ซูเฉินเตรียมสั่งการรวบรวมชิ้นส่วนผ่านความคิด ทันใดนั้นเอง จู่ๆเขาก็พบว่า [นักรบจักรกล] ถูกหมัดของชายร่างอ้วนต่อยกระเด็น ปลิวไกลกว่าสิบเมตร

“มีพวกทรงพลังปะปนอยู่ด้วย?” ซูเฉินเริ่มตื่นตัวเล็กน้อย

[นักรบจักรกล] คือหุ่นเชิดเลเวล 6 แม้เมื่อขึ้นมาบนเกาะ ฐานฝึกตนจะถูกปรับลดลง แต่มันก็ยังมีความแข็งแกร่งอยู่ในเลเวล 5

ด้วยความสามารถในการต่อสู้ของมัน ก็เพียงพอแล้วที่จะต่อกรกับผู้ฝึกตนเลเวล 6 ทั่วๆไป

ทว่าตรงกันข้ามกับชายร่างอ้วนผู้นี้ อีกฝ่ายเป็นแค่ผู้วิวัฒนาการเลเวล 5 เท่านั้น แต่พละกำลังกลับมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ

ซูเฉินสังเกตจากคลื่นความผันผวนได้ว่า พละกำลังของชายอ้วน สูงกว่าของผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 ซะอีก

นี่มันผิดปกติเกินไป

หลังจากชายร่างอ้วนต่อย [นักรบจักรกล] ปลิวกระเด็น อีกฝ่ายก็ไม่คิดต่อสู้อีก แต่พยายามลอบหนีไปจากสถานที่แห่งนี้

ทว่าตั้งแต่ที่ถูกซูเฉินค้นพบ เขาจะปล่อยให้มันหนีไปได้อย่างไร?

วูซซซซ!

ซูเฉินเปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ทั้งคนทั้งร่างกลายเป็นพร่ามัว หายวับไปจากที่เดิมในพริบตา

ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็มาอยู่เบื้องหน้าของชายร่างอ้วนแล้ว เจ้าตัวไม่รอช้า ปลดปล่อยพลังจิตออกไปทันที

ชายร่างอ้วนสัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นกดทับลงมา สีหน้าเขาหมองลงเล็กน้อย  ตัดสินใจระเบิดพละกำลังอันบ้าคลั่งเข้าต่อต้าน

เห็นแค่เพียงมือข้างหนึ่งยื่นออกไป โดยไม่ทันคาดคิด มือข้างนั้นคว้าพลังจิตของซูเฉิน แล้วฉีกระชากเป็นเสี่ยงๆได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

“หืม~”

ซูเฉินขมวดคิ้ว อุทานออกมาเบาๆ

จุดแข็งของอีกฝ่ายคือพละกำลัง และมันเหนือกว่าที่ซูเฉินคาดคิดไว้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์นี้ยิ่งกระตุ้นความสนใจของเขามากขึ้น

เห็นแค่เพียงซูเฉินกระโจนออกไปข้างหน้า เริ่มโคจร [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] เอื้อมมือคว้าชายร่างอ้วน

จบบทที่ 551-552

คัดลอกลิงก์แล้ว