เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

491-492

491-492

491-492


Ep.491

“เฉินเมิ่งเฟย มีขุมกำลังไหนบ้างที่อยู่บนเกาะหวังซวี่? แล้วที่นั่นมีพวกซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์รึเปล่า?”

ระหว่างทาง ซูเฉินเอ่ยถามเฉินเมิ่งเฟย

การสังหารซอมบี้และดรอปชิ้นส่วน คือภารกิจหลักของเขา หากมีซอมบี้จำนวนมากบนเกาะหวังซวี่ เขาจะได้รวดฆ่าพวกมันทีเดียวเลย

“บนเกาะหวังซวี่มีซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์อยู่แค่ไม่กี่ตัว อย่างไรก็ตาม พวกมันทั้งหมดล้วนแข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ยังมีขุมกำลังมากมายอยู่บนเกาะหวังซวี่ แต่พวกเขาบรรลุข้อตกลงร่วมกันมาเนิ่นนานแล้ว หากมีผู้ใดยุยงปลุกปั่นให้เกิดการต่อสู้ ก็จะถูกกองกำลังอื่นๆโจมตี”

ใบหน้าของเฉินเมิ่งเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เอาจริงๆประโยคเมื่อกี้เธอกระตุ้นเตือนเขา

เธอกระจ่างแก่ใจ ว่าซูเฉินให้ความสนใจที่จะสังหารซอมบี้และสตัว์กลายพันธุ์

อย่างไรก็ตาม ผู้แข็งแกร่งบนเกาะหวังซวี่ก็เหมือนกับก้อนเมฆที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ หากดึงขนเส้นเดียว ก็จะกระเทือนไปทั้งตัว

ต่อให้ซูเฉินแข็งแกร่ง แต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งมากมาย ย่อมไม่มีผลดีตามมา

พอได้ยินเรื่องนี้ ซูเฉินก็หรี่ตาลงเริ่มขบคิด

สถานการณ์บนเกาะหวังซวี่ แทบไม่ต่างจากเขตหยูหลินของเกาะเฉียนหยู ซึ่งมีขุมกำลังหลากหลายคอยถ่วงสมดุลกัน

และเมื่อมีคนนอกคิดทำลายสมดุลนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะปลุกเร้าความขุ่นเคืองของผู้คนบนเกาะ และถูกรุมล้อมโจมตีได้

ยังไงก็ตาม ซูเฉินไม่ได้เก็บเรื่องนี้มากังวลใจ

ตอนอยู่เขตหยูหลิน ไม่ใช่ว่าเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการรุมล้อมของผู้แข็งแกร่งมากมายหรอกหรือ?

แต่สุดท้าย ก็เป็นเขานี่ที่ทำลายพวกมันจนสิ้น

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมซูเฉินจะไม่ยอมปล่อยซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์บนเกาะหวังซวี่ไป

ส่วนเรื่องขุมกำลังอื่นๆ ใครก็ตามที่กล้ายั่วโมโหเขา พวกมันจักต้องถูกทำลาย และไม่เหลือที่ว่างสำหรับการเจรจาใดๆทั้งนั้น

“มีขุมกำลังอะไรบ้างบนเกาะหวังซวี่?” ซูเฉินถามอีกครั้งอย่างใจเย็น

เนื่องจากตัดสินใจว่าจะสังหารซอมบี้กับพวกสัตว์กลายพันธุ์แน่นอนแล้ว ก่อนหน้านั้น เป็นเรื่องปกติที่จะหาข้อมูลของเกาะหวังซวี่ จะได้เตรียมพร้อมรับมือปัญหาที่จะตามมา

“ขุมกำลังใหญ่ที่สุดของเกาะหวังซวี่ สามารถแบ่งออกคร่าวๆได้เป็นเจ็ดกลุ่ม หากไม่นับเมืองเทียนหวางซึ่งเป็นขุมกำลังฝ่ายมนุษย์ ขุมกำลังอื่นๆล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าทั้งสิ้น” เฉินเมิ่งเฟยกล่าว

“พูดให้มันชัดเจนกว่านี้” หัวใจของซูเฉินเริ่มเต้นแรง ถามต่อทันที

บนเกาะหวังซวี่ที่แท้ยังมีพวกต่างเผ่าอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้เขาไม่ทันคาดคิดมาก่อน หากสังหารพวกมันทั้งหมด จะดรอปชิ้นส่วนได้กี่ชิ้นกัน?

“เหล่าซอมบี้อยู่ภายใต้การควบคุมของเผ่าอมตะ , เบื้องหลังพวกสัตว์กลายพันธุ์คือเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ ที่เหลือก็จะเป็นขุมกำลังของเผ่าเทพ ,  เผ่าระฆังศิลา , เผ่าหนามหยก , และเผ่าหินผา”

“มีเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ด้วยหรอ?” ซูเฉินเริ่มตื่นตัวเล็กน้อย

ในบรรดาสุดยอดห้าเผ่าพันธุ์ นอกจากเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ ที่เหลือเขาเคยเผชิญหน้ากับพวกมันมาแล้วทั้งสิ้น แถมยังสังหารไปไม่น้อย

หากครั้งนี้เขาต้องการโจมตีพวกสัตว์กลายพันนธุ์ คงหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้

ในกรณีนี้ นั่นหมายความวว่าเขาได้ล่วงเกินครบทั้งสุดยอดห้าเผ่าพันธุ์แล้ว

ปัจจุบันเขาเป็นเพียงผู้ฝึกตนเลเวล 6 เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันกลับกล้าหาเรื่องทั้งสุดยอดห้าเผ่าพันธุ์ หากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป เกรงว่าคงทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องตกตะลึง

“งั้นบนเกาะหวังซวี่ก็น่าจะมีทางผ่านเขตแดนสำหรับพวกสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าถูกไหม?” ซูเฉินยังคงถามต่อ

“ไม่พวกต่างเผ่าล้วนมาจากที่อื่น แต่ทุกตนต่างมีอาณาเขตของตัวเองบนเกาะหวังซวี่” เฉินเมิ่งเฟยอธิบาย

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาขุมกำลังที่พูดมานี้ อยู่ในเลเวลไหน?”

“แต่ละขุมกำลังล้วนมีผู้ฝึกตนขั้น 6 คอยปกครองอยู่” เฉินเมิ่งเฟยตอบอย่างมั่นใจ

“อะไรกัน แค่เลเวล 6 เองหรอ?” ซูเฉินแสดงท่าทีเหยียดหยามเล็กน้อย

ผู้ฝึกตนเลเวล 6 ในสายตาเขาสามารถทำลายได้ด้วยมือเดียว

นั่นไม่ได้หมายความว่า เขาสามารถอาละวาดไปทั้งเกาะหวังซวี่ได้หรอกหรือ?

ซอมบี้อันใด? สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าอันใด? ฆ่าแม่งให้หมด ใครก็ไม่สามารถหยุดเขาได้

เฉินเมิ่งเฟยขบคิดอะไรบางอย่าง แล้วกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ผู้อาวุโส มีเรื่องสำคัญมากที่จำเป็นต้องเตือนคุณ”

“ว่ามา”

ซูเฉินไม่ใส่ใจ

“หากคนนอกอย่างเราเข้าไปในเกาะหวังซวี่ ระดับฐานฝึกตนจะถูกปรับลดลงหนึ่งขั้น”

Ep.492

“หืม? มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ?”

ซูเฉินค่อนข้างประหลาดใจมาก กล่าวเสริมว่า “แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ?”

“ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มีข่าวลือว่าบนเกาะหวังซวี่มีมนต์ธรรมชาติซ่อนอยู่ มันสามารถลดทอนกำลังรบขอบุคคลภายนอกได้” เฉินเมิ่งเฟยอธิบาย

ซูเฉินคือจ้าวแห่งการล่าสังหารในทุกที่ที่เขาไป เธอกังวลมากว่าซูเฉินจะอาละวาดบนเกาะหวังซวี่

นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า เธอจึงต้องชี้แจงซูเฉินล่วงหน้า

“ถ้าพูดแบบนั้น สรุปก็คือผู้ฝึกตนเลเวล 6 บนหวังซวี่ เดิมล้วนอยู่ในเลเวล 7 ถูกต้องไหม?” ซูเฉินถูจมูกเขาและถาม

“ไม่ใช่แบบนั้น เพราะตราบใดที่คุณเข้าไปในเกาะหวังซวี่ แล้วใช้เวลาอาศัยอยู่ไม่มากก็น้อย ระดับฐานฝึกตนก็จะกลับคืนมาดังเดิมตามธรรมชาติ” เฉินเมิ่งเฟยตอบ

“เกาะหวังซวี่นี่ค่อนข้างแปลกซะจริง” ซูเฉินหัวเราะเบาๆ

แม้เขาจะถูกลดระดับลงหนึ่งขั้น แต่เขาก็ยังเป็นผู้ฝึกตนเลเวล 5

และด้วยความสามารถในการสังหารศัตรูข้ามขั้นของเขา สุดท้ายซูเฉินก็ยังสามารถอาละวาดไปทั่วทุกสารทิศบนเกาะได้อยู่ดี

ดังนั้นเรื่องนี้เขาไม่กังวลเกี่ยวกับมันเลย

เมื่อเห็นว่าซูเฉินไม่มีท่าทีกังวลใดๆ เฉินเมิ่งเฟยก็ส่ายหัวและหยุดพูด

“เจ้านาย พวกเรากำลังจะไปถึงเกาะหวังซวี่แล้ว”

ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ [รถศึกอัจฉริยะ] ก็แจ้งเตือน

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินหรี่ตาลง เพ่งมองไกลออกไป

ไม่ไกลนัก ปรากฏท่าเรือขนาดใหญ่ และมีเรือจำนวนมากกำลังเข้าออกในเวลานี้

ตามแนวชายฝั่งของเกาะหวังซวี่เต็มไปด้วยแนวปะการังสูงชันหนาแน่น แน่นอน การเลือกข้ามแนวปะการังบุกเข้าไปบนเกาะ ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่มันยากลำบากมาก

แล้วอีกอย่าง การเข้าโดยผ่านทางท่าเรือ แต่ละคนต้องจ่ายแค่คนละ 10 หินพลังงานธรรมดาเท่านั้นเอง

ซึ่งผู้ที่สามารถเข้าหรือออกจากเกาะหวังซวี่ได้ ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา แล้วพวกเขาจะเสียดายหินพลังงานเล็กๆน้อยๆพวกนี้ไปทำไม?

ในฐานะเศรษฐีผู้ร่ำรวย ซูเฉินไม่เห็นหินพลังงานพวกนี้อยู่ในสายตาด้วยซ้ำ

เนื่องจากมีเรือเข้าออกค่อนข้างมาก จึงมีคิวยาวล้นออกมานอกท่าเรือในเวลานี้

ซูเฉินไม่คิดอวดเบ่งใดๆ ปล่อยให้ [รถศึกอัจฉริยะ] เข้าแถวตามลำดับ

แต่หลังจากรอสักพัก และเห็นว่าชักช้าไม่ถึงตาตัวเองซักที ซูเฉินจึงเดินออกจากห้องโดยสาร

“สหาย นายก็กำลังจะเข้าไปบนเกาะหวังซวี่เหมือนกันใช่ไหม?”

ในตอนนั้นเอง เรือลำใหญ่ที่อยู่ข้างหน้าเขา ชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อคลุมสีเทา และมีใบหน้าหยาบกร้านเอ่ยถามซูเฉิน

ซูเฉินรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังถามเรื่องไร้สาระ ก็ถ้าไม่เข้าเกาะ แล้วจะต่อแถวทำซากอะไร?

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ด่าอะไรออกไป เพียงพยักหน้าเล็กน้อย

เห็นแบบนั้น สีหน้าท่าทีของชายหยาบกร้านก็เปลี่ยนไป รีบถามว่า “งั้นนายพอจะขายเรือลำนี้ให้ฉันได้รึเปล่า?”

[รถศึกอัจฉริยะ] เวลานี้มีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากเรือยอทช์ ลักษณะของมันดั่งเทพนิยาย มีสไตล์และเพรียวลม เขาไม่เคยเห็นเรือเหล็กที่งดงามเช่นนี้มาก่อน จึงเกิดความคิดที่จะซื้อมัน

“ไม่ขาย” ซูเฉินเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา

อีกฝ่ายต้องการซื้อ [รถศึกอัจฉริยะ] ขอบอกเลยว่าฝันเถอะ!

“นายช่วยลองคิดดูดีๆก่อนเถอะน่า เพราะยังไงซะ นายก็จะเข้าเกาะหวังซวี่อยู่แล้ว เรือลำนี้ไม่สามารถตามนายไปได้ตลอดหรอก พวกเรามาต่อรองราคากันดีกว่า” ชายหยาบกร้านยังไม่ยอมแพ้

“ฉันจะบอกแกอีกครั้ง ‘ไม่ขาย’ อย่ามารบกวนฉัน!” ซูเฉินแค่นเสียงเย็น

ได้ยินแบบนั้น ใบหน้าของชายหยาบกร้านมืดมนลงทันที ดวงตาของเขาทอประกายเย็นเยียบ หลังจากกวาดมองสำรวจซูเฉิน ก็ไม่ได้เอ่ยคำใดอีก

ชายหนุ่มใบหน้าผอมบางที่อยู่ข้างๆเขารู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย ขึ้นเสียงตำหนิว่า “ไอ้หนู อย่ารั้นนักเลย ความจริงแกควรจะรู้สึกยินดีด้วยซ้ำที่ถูกซื้อเรือลำนั้น รู้ไหมว่าพวกเราเป็นใคร?”

ซูเฉินเม้มปาก มุมปากเขายกโค้งเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมาย “ฉันไม่รู้ว่าพวกแกเป็นใคร แต่รู้แค่ว่าแกกำลังจะตาย!”

โผล๊ะ!

ทันทีที่เสียงของซูเฉินเบาลง หัวของชายหนุ่มก็ระเบิดแหลกเป็นชิ้นๆอย่างไม่ทันตั้งตัว

จบบทที่ 491-492

คัดลอกลิงก์แล้ว