เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

389-390

389-390

389-390


5/6

Ep.389

ใช้เวลาสักพัก ซูเฉินก็ปิด [พื้นที่เพาะปลูก] แล้วเริ่มหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

แต่ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา [รถศึกอัจฉริยะ] จู่ๆก็แจ้งเตือนเขา “เจ้านาย ปรากฏร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าและพวกซอมบี้อยู่ข้างหน้าเรา”

หัวใจของซูเฉินเต้นแรง ลืมตาขึ้น และมองไปยังหน้าจอควบคุมส่วนกลาง

พบว่าในตำแหน่งที่เรียกว่าเทือกเขาฉางกู่ มีจุดสีแดง , สีน้ำเงิน และสีดำจำนวนมากกำลังรวมตัวกัน เป็นจำนวนนับหมื่น

มนุษย์ ซอมบี้ และพวกต่างเผ่ามารวมตัวกันเช่นนี้ คาดว่าจะต้องมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในเทือกเขาฉางกู่อย่างแน่นอน

“เสี่ยวจือ ไปที่เทือกเขาฉางกู่” ซูเฉินสั่ง

จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นั่นก็ช่างเถอะ ขอแค่มีซอมบี้และพวกต่างเผ่าอยู่เป็นจำนวนมากก็พอ เพราะเขาจะได้กำจัดพวกมันให้หมด! แล้วดรอปชิ้นส่วนเยอะๆ

[รถศึกอัจฉริยะ] พอได้รับคำสั่ง ก็เร่งเครื่องไปยังเทือกเขาฉางกู่

ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกซูเฉินก็มาถึงที่หมาย

ในเวลานี้ บนเชิงเขา มีกองกำลังจำนวนมากรวมตัวกันอยู่

ไม่ว่าจะมนุษย์ ซอมบี้ หรือสิ่งมีชีวิตต่างเผ่า กระทั่งสัตว์กลายพันธุ์ฝูงใหญ่ก็ยังมารวมกันอยู่ที่นั่น

แล้วอีกอย่าง ดูจากอิริยาบถของกันและกันแล้ว คล้ายต่างฝ่ายเหมือนกำลังอยู่ในสถานการณ์เผชิญหน้า

ขณะที่ซูเฉินตั้งใจจะแวะเข้าไปดู เขาก็พบว่ามีรถฐานทัพคันหนึ่งวิ่งสวนเข้ามา

“เสี่ยวจือ หยุดรถฐานทัพคันนั้นไว้”

ซูเฉินเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ารถฐานทัพคันนี้แยกตัวออกมาจากกองกำลังเหล่านั้น เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงคิดเอ่ยถาม

เอี๊ยดดดด!

รถฐานทัพที่กำลังเร่งความเร็วถูก [รถศึกอัจฉริยะ] ขวางไว้ เพื่อไม่ให้ปะทะ จำต้องเบรกกะทันหัน

ต่อมา ชายวัยกลางคนที่มีเคราสีแดงได้ก้าวลงจากรถ

พอเท้าแตะพื้น เขาก็ตะโกนมาทาง [รถศึกอัจฉริยะ] ด้วยความโกรธเคือง “แกเป็นใคร ทำไมถึงขวางทางพวกเรา?”

“ขอโทษครับคุณลุง”

ซูเฉินก้าวลงจากรถ เอ่ยทักทายชายเคราแดง จากนั้นอธิบายว่า “ผมแค่มีเรื่องจะถามคุณ พวกเราพอจะคุยกันได้ไหม?”

เนื่องจากเขาเป็นคนเริ่มขวางอีกฝ่าย พฤติกรรมเช่นนี้ออกจะไร้มารยาทไปหน่อย เลยจำเป็นต้องใช้น้ำเสียงที่สุภาพเป็นพิเศษ

เมื่อเห็นทัศนคติของซูเฉินค่อนข้างดี ชายเคราแดงก็ถอนหายใจ แล้วถามว่า “ฉันกำลังยุ่ง มีเรื่องอะไร รีบๆว่ามา”

“เกิดอะไรขึ้นข้างหน้าหรอครับ? ทำไมกองกำลังมากมายถึงมารวมตัวกันที่นี่?” ซูเฉินถามตรงเข้าประเด็น

ชายเคราแดงลังเลเล็กน้อย ในที่สุดก็ยอมบอกว่า “บนยอดเขาของเทือกเขาฉางกู่  มีหินต้นกำเนิดพลังงานเลเวล 5 ปรากฏขึ้น คนจากหลายขุมกำลังใหญ่เลยกำลังโต้เถียงกัน ว่าจะแบ่งมันอย่างไร?”

“หินต้นกำเนิดพลังงานเลเวล 5 !” ดวงตาของซูเฉินเป็นประกายขึ้นในทันใด

หินต้นกำเนิดพลังงานเลเวล 5 ยากนักที่จะเจอ และมันมีค่ามหาศาล ทั้งยังเป็นสิ่งที่ซูเฉินต้องการมากในตอนนี้

[รถศึกอัจฉริยะ] ปัจจุบันอยู่ในเลเวล 4 และหากต้องการอัพเกรดมันเป็นเลเวล 5 นั่นหมายความว่าต้องมีหินเลเวล 5 เตรียมพร้อมไว้ติดตั้งให้มัน

ดังนั้น เมื่อรู้ว่ามีหินต้นกำเนิดพลังงานเลเวล 5 อยู่ข้างหน้า ซูเฉินก็ตัดสินใจได้ทันที ว่าหินพวกนั้นจะต้องเป็นของเขา!

ส่วนไอ้พวกที่กำลังโต้เถียงกัน ไม่ว่าจะมาจากขุมกำลังใด มีผู้แข็งแกร่งอยู่ซักแค่ไหน หากใครดื้อด้านไม่รู้จักดีชั่ว ก็ฆ่ามันซะเลย

ซูเฉินพยายามระงับความตื่นเต้น ถามต่อว่า “คุณลุง มีกองกำลังไหนอยู่ข้างหน้าบ้าง?”

สีหน้าของชายเคราแดงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ลดเสียงลง “มีหลายขุมกำลัง หลักๆก็นิกายวูหยิน , เมืองซางเทียน(สุสานสวรรค์) และเทือกเขาคงถง”

กล่าวถึงจุดนี้ เขาแอบชำเลืองมองซูเฉินอย่างลับๆ เมื่อเห็นใบหน้าของซูเฉินคล้ายไม่สนใจ เขาจึงเอ่ยเตือนด้วยความปรารถนาดี “ข้างหน้ามันอันตรายมาก ถ้านายยังอยากมีชีวิตอยู่ อย่าไปที่นั่นโดยเด็ดขาด”

“ขอบคุณคุณลุงสำหรับคำเตือน” ซูเฉินเผยยิ้มบาง จากนั้นถามว่า “ว่าแต่เมืองซางเทียนเป็นของกองกำลังไหนกัน?”

เขารู้จักนิกายวูหยินกับเทือกเขาคงถง แต่มีเพียงเมืองซางเทียนเท่านั้นที่เคยได้ยินเป็นครั้งแรก

“เมืองซางเทียนคือกองกำลังของพวกซอมบี้ ภายในกลุ่มมีซอมบี้ที่ทรงพลังอยู่มากมาย และผู้บัญชาการของพวกมัน คือซอมบี้ที่สามารถควบคุมกองทัพซอมบี้นับล้านในเขตหยูหลิน”

6/6

Ep.390

ในเขตหยูหลิน มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถสั่งการซอมบี้ได้นับล้านได้ นั่นคือ มหาจักรพรรดิเฮยหยุน

ข้อมูลนี้ ซูเฉินได้มาจากปากโต้วหวู่ฉางในเมืองจินอา

พอทราบว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น ซูเฉินก็ขอบคุณและร่ำลาชายเคราแดง แล้วกลับมายัง [รถศึกอัจฉริยะ] เคลื่อนตัวต่อไปข้างหน้า

“อุตส่าห์เตือนแล้วแท้ๆ ทำไมเขายังกล้าไปอีก?”

เมื่อเห็นว่าซูเฉินไม่ฟังคำห้ามปราม ยังคงมุ่งหน้าตรงไปยังเทือกเขาฉางกู่ ชายเคราแดงก็แสดงท่าทีตกตะลึงเล็กน้อย

ในความเห็นเขา มีกองกำลังใหญ่มากมายรวมตัวกันอยู่ที่นั่น หากเวลานี้คิดเข้าไปสอด มิเท่ากับเป็นการเคาะประตูนรกหรอกหรือ?

“วัยรุ่นใจร้อนก็เป็นซะแบบนี้”

ชายเคราแดงส่ายหัวและถอนหายใจ กลับมาที่รถฐานทัพของตัวเอง เตรียมขับจากไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนจะทันได้สตาร์ทเครื่อง ชายชราหน้าแดงบนรถก็เอ่ยขึ้นว่า “หลิวหยวน อย่าเพิ่งรีบร้อน อยู่นิ่งๆแล้วคอยรับชมความสนุกกันดีกว่า”

“อ๋า? รับชมความสนุกอะไร?”

ชายเคราแดงที่ชื่อหลิวหยวนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถามว่า “ผู้เฒ่าหยู ที่ว่ารับชมความสนุกหมายความว่ายังไง?”

“ฉันพนันได้เลย ว่าอีกเดี๋ยวต้องเกิดการต่อสู้กันขึ้นในจุดรวมตัวแน่ๆ ฉันอยากจะเห็นความแข็งแกร่งของยอดฝีมือรุ่นเยาว์คนนั้นมานานแล้ว!” ผู้เฒ่าหยูกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหมายลึกล้ำ

“ยอดฝีมือรุ่นเยาว์? ใครกัน?” หลิวหยวนสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่นานก็ฉุกคิดได้ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คงไม่ใช่ชายหนุ่มที่เพิ่งถามข่าวจากพวกเราหรอกกระมัง?”

ผู้เฒ่าหยูพยักหน้ายืนยัน

ซู๊ดดดด!

หลิวหยวนสูดหายใจลึก อดไม่ได้ที่จะเบนสายตาไปยัง [รถศึกอัจฉริยะ] ที่ค่อยๆไกลออกไป

ช่วงหลังๆมานี้ หนึ่งในสิ่งที่อันตรายที่สุด และเป็นที่เล่าลือกันอย่างแพร่หลายในเขตหยูหลิน คือการถือกำเนิดของผู้แข็งแกร่งที่หาผู้ใดเทียบ จนถูกยกย่องเป็น ‘เทพสังหาร’

ชายผู้แข็งแกร่งผู้นั้น ยามเดินเหินไปแห่งหนใด แห่งหนนั้นมักเกิดพายุนองเลือดตามมาเสมอ

ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีผู้แข็งแกร่งกี่คนแล้วที่ตายภายใต้เงื้อมมือเขา แถมหลายคนในนั้นยังเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงใหญ่โต เป็นถึงเจ้าคนนายคน

ไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจอย่างเมืองทงเทียน , นิกายวูหยิน หรือนิกายขวงฉี ผู้แข็งแกร่งจากที่กล่าวมาล้วนตายด้วยน้ำมือเขา

แล้วอีกอย่าง ยังได้ยินมาว่าโต้วหวู่ฉางที่เป็นซอมบี้เลเวล 5 ของเมืองจินอา ก็ถูกชายหนุ่มผู้นี้ปลิดชีพเช่นกัน

ในชั่วพริบตา ชื่อเสียงของชายผู้แข็งแกร่งคนนี้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเขตหยูหลิน กลายเป็นหัวข้อร้อนแรงที่สุดในขณะนี้

“เป็นเขาจริงๆงั้นหรือ?”

หลิวหยวนกลืนน้ำลาย สัมผัสได้ถึงความเหนียวหนืดในลำคอ

เมื่อครู่ เขาได้สนทนากับเทพสังหารในข่าวลือคนนั้นแบบใกล้ชิด พอมาลองคิดดูตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งเฉียดผ่านประตูผีมาเลย

“ผู้เฒ่าหยู ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นเขา?” หลิวหยวนงงงวยเล็กน้อย

เพราะตอนที่คุยกับซูเฉินเมื่อครู่ คำพูดคำจาของอีกฝ่ายดูสุภาพมาก ตรงกันข้ามกับความโหดร้ายที่เล่าลือกันอย่างสิ้นเชิง

เฒ่าหยูสูดหายใจลึก อธิบายว่า “มีข่าวลือว่าผู้แข็งแกร่งคนนั้น เป็นชายหนุ่มหล่อเหลา นอกจากนี้ยังขับรถฐานทัพสีเงิน ลองมองไปทั่วทั้งเขตหยูหลินดูซี ว่ามีซักกี่คนที่มีรถฐานทัพแบบนี้ เกรงว่าคงมีแค่เขาเท่านั้น”

“ที่แท้ก็เป็นเขาจริงๆ!” หลิวหยวนถึงกับอ้าปากค้าง

หลังจากได้รู้ตัวจริงของซูเฉิน เขาก็ไม่อยากจากไปเช่นกัน ต้องการเห็นพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้แข็งแกร่งที่เล่าลือกับตาตนเอง

อีกด้านหนึ่ง [รถศึกอัจฉริยะ] ค่อยๆขับเข้าไปยังสถานที่ที่กองกำลังต่างๆมารวมตัวกัน

เนื่องจากเป็นรถฐานทัพ จึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของกองกำลังเหล่านี้

ซูเฉินกวาดสายตามองออกไปข้างนอก และก้าวลงจากรถเพียงลำพัง

ณ ขณะนี้ บนที่โล่งว่างตรงเชิงเขา มีมนุษย์ ซอมบี้ และสัตว์กลายพันธุ์ รวมทั้งสิ้นเกินสิบกำลังรวมตัวกัน

ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังพูดคุยอะไรบางอย่าง และบางครั้งก็เกิดการโต้เถียงรุนแรง

ซูเฉินไม่รีบร้อนลงมือ เลือกเดินไปรวมกับกลุ่มมนุษย์ สิ่งแรกที่ทำคือตั้งใจฟังบทสนทนาอย่างสงบ

ในเวลานี้ ชายชราที่มีผมสีเงิน เคราขาว ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเซียนองค์หนึ่งเริ่มขึ้นเสียงและกล่าวว่า “เราผู้เฒ่าไม่สนหรอกว่าที่นี่จะมีหินต้นกำเนิดพลังงานมากแค่ไหน แต่นิกายวูหยินของเราต้องได้รับส่วนแบ่ง 40%!”

“ฮึ่ม!”

ชายชราผมเงินเพิ่งพูดจบ ซอมบี้ร่างกำยำที่อยู่ข้างๆเขาก็แค่นเสียงเย็นชา กล่าวหยามเหยียดว่า

“ท่านเตียวหลง นิกายวูหยินปฏิบัติดั่งสิงโตตะกละเช่นนี้ คิดว่าพวกเราที่เหลือเป็นแค่เครื่องประดับ ไร้ราคา มิกล้าลุกขึ้นสู้หรือไร?”

จบบทที่ 389-390

คัดลอกลิงก์แล้ว