เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

385-386

385-386

385-386


1/6

Ep.385

“อ๊าาาา!”

ไม่นาน เสียงกรีดร้องน่าสังเวชก็ดังขึ้น

เห็นแค่เพียง [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] พุ่งชนปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 5 กดอีกฝ่ายลงกับพื้น จากนั้นยื่นปากยาวที่เหมือนเข็มแหลมทิ่มลงบนคอ แล้วเจาะลึกลงไปถึงชั้นเนื้อ เริ่มดูดดื่มอย่างเมามัน

“พี่เฉินมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณที่เป็นยุง แถมยังทรงพลังขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” สีหน้าของหยางฮ่าวแปรเปลี่ยนไป

หวู่หยางและคนอื่นๆก็อ้าปากค้างเช่นกัน

แม้สัตว์เลี้ยงของซูเฉินจะเป็นแค่ยุง แต่เห็นได้ชัดว่ากำลังรบของมันแข็งแกร่งมาก แม้อยู่ไกล แต่ทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“ช่างเป็นแมลงสัตว์ร้ายที่น่าหวาดกลัวอะไรเช่นนี้!”

เมื่อเห็นว่าแค่ยุงตัวเดียว ก็สามารถสังหารปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 5 ได้ จิตใจของนักรบเผ่าราชวงศ์อสูรที่เหลือก็พังทลายลง วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปทุกทิศทาง

“ฆ่า!”

ซูเฉินตะโกนเสียงเย็น สับฝีเท้าไล่สังหารพวกมันเป็นคนแรก

เต่าทรราชปราณฟ้า , [นักรบจักรกล] และ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน  ไล่ตามหลังซูเฉินไปติดๆ

ใช้เวลาไม่ถึงนาที นักรบเผ่าราชวงศ์อสูรที่เหลือทั้งหมดก็ถูกกำจัด

เห็นผู้ใต้บังคับบัญชาถูกสังหารหมู่ เทพศักดิ์สิทธิ์เผ่าราชวงศ์อสูรที่อยู่อีกฝ่ายของทางผ่านเขตเดิน ทั้งตนทั้งร่างสั่นสะท้านเล็กน้อย สีหน้าของมันกลายเป็นซับซ้อนอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน

นักรบเลเวล 5 ทั้งหมด 20 ตน ถูกสังหารลงอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร?

แม้จะได้เห็นกับตาตัวเอง แต่ในสมองก็ยังรู้สึกอึงอลไม่หาย

ใช้เวลาสักพักเลย กว่าเทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าราชวงศ์อสูรจะได้สติกลับมา มันขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ลอบร้องในใจว่า ‘หากไม่กำจัดเจ้าเด็กนี่ มันคงกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของทุกเผ่าพันธุ์อย่างแน่นอน’

พรสวรรค์และความแข็งแกร่งที่ซูเฉินแสดงให้เห็น ต่อให้เรียกเขาว่า ‘สัตว์ประหลาด’ มันก็ยังไม่มากพอ

ซูเฉินอายุน้อยกว่า 20 ปี แต่เป็นถึงผู้ฝึกตนทุกอาชีพในเลเวล 4 แล้ว แถมในส่วนของมนตรา ยังเชี่ยวชาญทุกธาตุ

นอกจากนี้ เวทย์แต่ละธาตุของเขา ยังมีพลังทำลายร้ายแรงยิ่งกว่าเวทย์ชนิดเดียวกัน ในเลเวลเดียวกัน ไหนจะร่างกายที่แข็งแกร่ง , เทคนิคหมัดอันสูงส่ง ,  ความแข็งแกร่งทางกายภาพที่ไม่อาจประเมินได้ และสัตว์เลี้ยงวิญญาณที่ทรงพลังอยู่ในครอบครอง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ล้วนอยู่ในครอบครองของคนๆเดียว

ส่วนเรื่องที่ว่าซูเฉินยังเก็บงำความแข็งแกร่งเอาไว้อีกหรือไม่ เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าราชวงศ์อสูรไม่ต้องการคาดเดาอีกต่อไป

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความอดทนของคนๆหนึ่งย่อมมีขีดจำกัด

ต่อให้เป็นผู้ที่มีระดับฝึกตนถึงเลเวล 9 ก็ยังไม่อาจหลีกเลี่ยงความจริงข้อนี้ได้

อีกด้านหนึ่ง ซูเฉินนำเต่าทรราช และ [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] กลับเข้าไปใน [พื้นที่เลี้ยงสัตซ์] จากนั้นเริ่มเก็บชิ้นส่วน

มีนักรบเผ่าราชวงศ์อสูรตายทั้งหมด 20 ตน แต่กลับมีชิ้นส่วนดรอปถึง 50 ชิ้น

นี่แสดงให้เห็นว่า ยิ่งสังหารพวกต่างเผ่าที่เลเวลสูงเท่าไหร่ โอกาสที่จะดรอปชิ้นส่วนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

ชิ้นส่วนแรกที่ซูเฉินหยิบขึ้นมา เป็นชิ้นส่วนสีม่วง

“คุณได้รับ [เทคนิคปลุกศูนย์รวมวิญญาณสวรรค์] *1 , ชิ้นส่วนที่ต้องการ (1/100)  , จำนวนองค์ประกอบยังไม่ครบ ไม่สามารถปลดล็อคได้ ต้องการแลกเปลี่ยนเป็นแต้มพลังงานหรือไม่?”

“ไม่แลก”

สิ้นเสียง ซูเฉินเปิด [ร้านค้าวันสิ้นโลก] เพื่อตรวจสอบแต้มพลังงานของชิ้นส่วนใหม่

เมื่อพบว่ามันต้องใช้ 10,00 แต้มในการแลก หัวใจเขาก็เริ่มสั่นสะท้าน

เพราะแต้มของมันเท่ากับ [กายาเทพอสูรนิรันดร์] ดังนั้นคุณสมบัติย่อมไม่ด้อยไปกว่ากัน

ซูเฉินตั้งตารอที่จะปลดล็อค [เทคนิคปลุกศูนย์รวมวิญญาณสวรรค์]

อย่างไรก็ตาม มีหลายสิ่งรอคิวอยู่ข้างหน้าเยอะเกินไป จนตอนนี้เขาไม่รู้แล้วว่าจะแลกเปลี่ยนอะไรก่อนดี

จนถึงตอนนี้ ที่ต้องใช้ 10,000 แต้มพลังงานเพื่อแลกเปลี่ยน ก็มี [ทักษะต่อสู้หมื่นแสงสิบเงาสะท้อน] , [มังกรศักดิ์สิทธิ์ขนเพลิงมายา] , [ค่ายกลอเวจีสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ห้าธาตุ] , [กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล] และ [อุปกรณ์เร่งเวลา]

ส่วนรายการที่ใช้ 5,000 แต้มพลังงานในการแลก มีเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว

ซูเฉินจมอยู่ในห้วงภวังค์พักหนึ่ง สุดท้ายหยุดดิ้นรนกับเรื่องนี้

เพราะอย่างไรเสีย แต้มพลังงานที่มีก็ยังรวบรวมได้ไม่ถึง 10,000 แต้ม ฉะนั้นเอาไว้รอสะสมให้ครบก่อน แล้วค่อยคิดใหม่ก็ยังไม่สาย

2/6

Ep.386

จากนั้น ซูเฉินยังคงเก็บชิ้นส่วนต่อ

มูลค่าของชิ้นส่วนที่เหลือไม่สูงอะไร ทั้งหมดจึงถูกนำไปแปลงเป็นแต้มพลังงาน

หลังจากเก็บชิ้นส่วนครบ ซูเฉินก็ใช้ [อัญมณีอัพเกรด] เพิ่มระดับ [นักรบจักรกล] เป็นเลเวล 5

หินพลังงานเลเวล 5 หลายก้อนที่เพิ่งได้รับมา ถูกติดตั้งให้แก่มัน

ณ จุดนี้ กล่าวได้ว่านอกจากหมาป่ากลายพันธุ์ทั้งสามตัวแล้ว สัตว์เลี้ยงวิญญาณอีกสองตัว และ [นักรบจักรกล] ล้วนมีเลเวลสูงกว่าเขา

อย่างไรก็ตาม ในแง่ของกำลังรบที่แท้จริง ต่อให้ศัตรูคือเต่าทรราชปราณฟ้าเลเวล 6 ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา

ซูเฉินมั่นใจในเรื่องนี้มาก

หลังจากนั้น เขาก็กลับไปย่างเนื้ออีกครั้ง

สาเหตุที่ทำแบบนี้ ไม่ใช่เพราะหิว แต่เพราะเขาต้องการยั่วให้เทพศักดิ์สิทธิ์เผ่าราชวงศ์อสูรโกรธ จะได้ส่งนักรบของเผ่าออกมาอีกรอบ

แต่น่าเสียดาย ที่กลยุทธ์เดิมไม่สามารถใช้ซ้ำสอง

นักรบเลเวล 5 จำนวน 20 ตนจบชีวิตลงในคราวเดียว แม้รากฐานกำลังรบของเผ่าราชวงศ์อสูรจะแข็งแกร่ง แต่การศึกนี้ พวกมันสูญเสียไปไม่น้อยเช่นกัน

เทพศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าราชวงศ์อสูร ประสบความสูญเสียมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้ถึงกับยอมเพิกเฉย หันหลังและจากไปทันที

ต่อให้อยู่ที่นี่ต่อไป มันก็ไม่สามารถทำอะไรซูเฉินได้ ตรงกันข้าม มีแต่จะถูกซูเฉินปั่นประสาท แล้วจะโกรธจนปวดท้องเอาซะเปล่าๆ

เมื่อไม่มีเทพศักดิ์สิทธิ์ เผ่าราชวงศ์อสูรก็ไม่มีเหตุผลต้องรุกราน ไม่โผล่หัวออกมาอีกเลย

หลังจากย่างเนื้อจนกลิ่นหอมตลบอบอวล และกินจนอิ่มหนำ ซูเฉินก็ตัดสินใจว่าจะออกไปจากที่นี่

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นทางผ่านเขตแดนจะต้องถูกระเบิด

ครั้งหนึ่งเขาเคยระเบิดทางผ่านเขตแดนของเผ่าครึ่งออร์คในเมืองอี้เถียน และผลพวงที่เกิดจากการพังทลายในครั้งนั้น กระทั่งภูเขาลูกใหญ่ยังราบเป็นหน้ากลอง

ซึ่งถ้าทางผ่านเขตแดนนี้ล่มสลายลง เกรงว่ามันจะทำลายเมืองทงเทียนไปครึ่งหนึ่ง

ซูเฉินลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจระเบิดทางผ่าน

เพราะตัวเขาไม่สามารถอยู่เฝ้าที่นี่ได้ตลอดไป ขณะเดียวกันหากเขาจากไปแล้ว สมาชิกเผ่าราชวงศ์อสูรย่อมออกมาอีกครั้งอย่างแน่นอน

เผ่าราชวงศ์อสูรกระหายเลือดมาก ถึงเวลานั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าเมืองทงเทียนพังทลายลงครึ่งหนึ่งไม่รู้กี่เท่า

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซูเฉินก็บอกให้หวู่หยางและคนอื่นๆขึ้นรถศึก และขับออกจากเมืองทงเทียน

รอจนผ่านมาครึ่งชั่วโมง และคาดว่า [รถศึกอัจฉริยะ] น่าจะออกจากเมืองแล้ว ซูเฉินก็เริ่มปลดปล่อยเทคนิคพายุสายฟ้า เพื่อทำลายทางผ่านเขตแดน

หลังจากถูกถล่มโจมตีไป 7-8 ครั้ง อุโมงค์ทางผ่านเขตแดนก็พังทลายลง

บังเกิดเสียงระเบิดดังกึกก้อง

เสมือนดั่งนิวเคลียร์ถูกจุดชนวน ความผันผวนจากคลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกวาดกระจายไปทุกทิศทาง อาคารบ้านใกล้เรือนเคียงบางแห่งกลายเป็นฝุ่นในพริบตา

เห็นภาพนี้ ซูเฉินก็รีบเปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ทะยานออกจากเมืองทงเทียนราวกับเหินบิน

สิบนาทีต่อมา ซูเฉินหนีออกมานอกเมืองได้สำเร็จ

ภายนอกเมือง มนุษย์นับหลายหมื่นคนกำลังหลบหนีด้วยความสิ้นหวัง มองไปเหมือนฝูงมดกระจุกตัวกันแน่น

ซูเฉินสามารถจินตนาการได้เลย ว่าหากไม่มีการปกป้องจากเมืองทงเทียน ผู้คนนับหมื่นในที่นี้ คงมีแค่ไม่กี่คนที่สามารถเอาชีวิตรอดได้

ในวันสิ้นโลก กฏแห่งการเอาชีวิตรอดนั้นโหดร้ายเสมอ จงอย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วย คุณจำเป็นต้องแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะมีโอกาสรอดชีวิต

ซูเฉินเพียงกวาดสายตามอง แต่ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ หลังจากพบ [รถศึกอัจฉริยะ] เขาก็ก้าวขึ้นไปและขับออกจากที่นี่

ตั้งแต่ออกจากเมืองทงเทียน ซูเฉินไม่ละสายตาไปจากหน้าจอควบคุมส่วนกลางเลย ยังคงค้นหาที่อยู่ของซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง

แต่น่าเสียดาย ที่ไม่พบจุดสีแดงบนหน้าจอควบคุมเลย

ตรงกันข้าม ซูเฉินกลับพบจุดสีน้ำเงินนับสิบปรากฏขึ้น ห่างจากที่นี่ออกไปไม่ถึง 20 ไมล์

“เสี่ยวจือ ขับไปหามนุษย์กลุ่มนั้น” ซูเฉินสั่ง

ในเมื่อไม่พบร่องรอยของซอมบี้อยู่ใกล้ๆ เขาจึงวางแผนที่จะไปขอข้อมูลจากมนุษย์ เผื่อจะได้ข่าวดีๆมาบ้าง

ด้วยความเร็วในปัจจุบันของ [รถศึกอัจฉริยะ] ระยะทาง 20 ไมล์ใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ถึงที่หมาย

จบบทที่ 385-386

คัดลอกลิงก์แล้ว