เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

367-368

367-368

367-368


3/10

Ep.367

พวกต่างเผ่าและมนุษย์ใกล้เข้ามาถึงระดับหนึ่งก็หยุดลง

“พวกแกมาหาฉันหรอ?” ซูเฉินปาดจมูก เอ่ยถามอย่างเฉยชา

ดูจากท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกมันมาที่นี่เพราะเขา

ยกโขยงมากันขนาดนี้ คงไม่พ้นมาถามปัญหาเรื่องที่เขาสังหารนิกายวูหยินและภูเขาชิงเฉิงไปก่อนหน้านี้

แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ได้นี่?

มนุษย์กับพวกต่างเผ่าร่วมมือกัน เตรียมพร้อมเปิดสมรภูมิครั้งใหญ่!

ณ เวลานี้ ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวก้าวออกมาจากกลุ่มฝั่งตรงข้าม รูปร่างของเขาสง่าผ่าเผย เจ้าตัวกวาดมองซูเฉิน กล่าวเย้ยหยัน “ซูเฉิน! หลายวันมานี้ แกฆ่าคนไปมากมาย อาละวาดหนักข้อจนเกินไปแล้ว วันนี้มาดูกันว่าแกจะหนีไปได้อย่างไร?”

ซูเฉินงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยถามว่า “แกรู้จักชื่อฉันได้ยังไง?”

นับแต่เข้ามาในเขตหยูหลิน เกือบทุกที่ที่เขาผ่าน ฆ่าล้างอย่างเมามัน ไอ้เรื่องข่าวเล่าข่าวลือเกี่ยวกับเขาน่ะเข้าใจได้

แต่ประเด็นก็คือ ทุกครั้งเขามักประกาศชื่อโม่เฉิงกงแห่งภูเขาฉีหลินออกไป แล้วอีกฝ่ายรู้ชื่อเขาได้อย่างไร?

ชายวัยกลางคนฉีกยิ้มมืดมน “นั่นเพราะพวกเราจับตาดูแกมาตั้งนานแล้ว เริ่มตั้งแต่เทือกเขาฮวงเจ๋อ ตลอดทางนั้นแกฆ่าสมาชิกเมืองทงเทียนของพวกเราไปมากมาย แต่ก็ยังกล้ามาเหยียบที่นี่!”

ซูเฉินค่อยเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นในเทือกเขาฮวงเจ๋อ , สถานชุมชนฮั่วหลาง หรือเมืองหวังเยว่ เขาล้วนสังหารคนจากเมืองทงเทียน ดูเหมือนว่าเขาจะดึงดูดความสนใจของอีกฝ่ายมาตั้งนานแล้ว

ส่วนสาเหตุที่อีกฝ่ายไม่ยอมลงมือ อาจเป็นเพราะหวาดกลัวในความแข็งแกร่งของเขา

การที่ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม จนเลือกตัดสินใจลงมือในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะได้พวกต่างเผ่ามาเป็นกำลังเสริม เลยคิดว่าจะเอาชนะเขาได้

“ในเมื่อรู้ถึงที่มาที่ไปของฉัน แต่ยังกล้าบุกเข้ามาสร้างปัญหา พวกแกไม่กลัวตายหรอ?”

ท่าทีของซูเฉินยังคงดูผ่อนคลาย แต่ในแววตาทอประกายหยามเหยียด

ฝ่ายตรงข้ามกำลังคุกคามเขา ยกพลมาเป็นโขยง แค่กลิ่นอายก็สามารถกดดันผู้คนจนหายใจไม่ออกแล้ว

หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น ต่อให้เป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 5 เกรงว่าคงหวาดกลัวจนหันต้องหลังหนีไปนานแล้ว

แต่ซูเฉินคือใคร? ต่อให้มีลมพายุหรือคลื่นยักษ์โถมเข้ามา เขาก็ไม่เคยเห็นพวกมันอยู่ในสายตา

นับตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง เขาได้ต่อกรกับสุดยอดผู้แข็งแกร่งมาแล้วไม่ต่ำกว่าหลักสิบคน กระทั่งผู้วิวัฒนาการเลเวล 5 ก็ยังสามารถสังหารได้ในไม่กี่วินาที

ฉะนั้นสมรภูมิเล็กจ้อยตรงหน้าก็ไม่ต่างจากสมรภูมิอื่นๆ ไม่นับเป็นสิ่งใดในสายตาเขา

“ไอ้หนู เจ้ามันบ้าไปแล้ว!”

สิ่งมีชีวิตต่างเผ่าที่ขี่หมูดำทั้งตัวก้าวออกมา ใช้วาจาดูถูกซูเฉิน

“บิดาก็บ้าคลั่งเช่นนี้มาโดนตลอด แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครทำอะไรฉันได้ซักคน” ซูเฉินตอกกลับไป แล้วเอ่ยถาม “แกมาจากเผ่าพันธุ์ไหน?”

พวกต่างเผ่าตอนแรกกำลังโกรธเคือง แต่เมื่อได้ยินซูเฉินพูดภาษาของพวกมัน ก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยปากว่า

“เด็กน้อย เจ้ารู้จักภาษาเผ่าราชวงศ์อสูรของเราได้อย่างไร? หรือว่าเจ้าจะมาจากภูเขาฉีหลิน?”

ภาษาของเผ่าราชวงศ์อสูร ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถพูดได้

และสถานที่ที่เผ่าราชวงศ์อสูรอาศัยอยู่มาอย่างช้านาน มีแค่บนภูเขาฉีหลินเท่านั้น เฉพาะที่นั่นที่พวกมันสนทนาสื่อสารกับมนุษย์

พวกมันเลยสงสัยว่าซูเฉินอาจมาจากภูเขาฉีหลิน

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินก็ตกตะลึงไปเช่นกัน

เนื่องจากอีกฝ่ายเป็นเผ่าราชวงศ์อสูร สามารถเข้าออกภูเขาฉีหลินได้อยู่แล้ว งั้นทำไมถึงต้องมาเปิดทางผ่านเขตแดนแห่งใหม่เพิ่มอีก?

เพราะทำแบบนี้มันไม่ต่างจากทำอะไรซ้ำซ้อนจนเสียเปล่าหรอกหรือ?

“ภูเขาฉีหลินก็แค่มดในสายตาฉัน”

ซูเฉินหัวเราะเบาๆ กล่าวด้วยความรังเกียจ กวาดมองเผ่าราชวงศ์อสูร “บอกจุดประสงค์ที่เปิดทางผ่านเขตแดนในเมืองทงเทียนมา แล้วฉันจะยอมปล่อยให้ศพแกอยู่ในสภาพสมบูรณ์”

“ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”

พวกต่างเผ่าทุกตนระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง สายตาที่มองซูเฉินไม่ต่างจากกำลังมองคนโง่

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันเจอคนอวดโอ้แบบหน้าด้านๆเช่นซูเฉิน รู้สึกว่าประโยคเมื่อครู่ช่างน่าขันเสียจริง

4/10

Ep.368

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงหัวเราะก็หยุดลง

เผ่าราชวงศ์อสูรที่ขี่หมูดำกลายพันธุ์ หันไปส่งสายตาให้ชนเผ่าของมันที่อยู่เบื้องหลัง “ต้ารู่ โค่นมันเสีย แต่จงจำไว้ ว่าต้องจับมันมาแบบมีชีวิต”

“ขอรับนายท่าน”

ชาวเผ่าราชวงศ์อสูรที่ขี่กระทิงกลายพันธุ์ตอบกลับด้วยความเคารพ จากนั้นสั่งการสัตว์คู่กายจน ควบเข้าหาซูเฉินด้วยรอยยิ้มโหดเหี้ยม

ตึง ตึง ตึงง!

กระทิงกลายพันธุ์มีร่างกายที่ใหญ่โตมาก แข้งขาของมันทั้งหนาและแข็งแรง ทุกย่างก้าว เหยียบย่ำพื้นดินจนแตกร้าว แผ่นดินสั่นสะเทือนเลือนลั่น

“สัตว์กลายพันธุ์เลเวล 4 …”

ดวงตาของซูเฉินค่อยๆหรี่ลง มุมปากเขาโค้งมนเป็นรอยยิ้ม

สัตว์กลายพันธุ์เลเวล 4 นับว่าหาได้ยากและมีน้อยนิดยิ่ง การสังหารมันเท่ากับได้รับ หินพลังงานเลเวล 4 และโอกาสที่จะดรอปชิ้นส่วนก็สูงมากเช่นกัน

“เจ้าหนู จงลิ้มรสถึงความร้ายกาจของเผ่าราชวงศ์อสูรของพวกเรา!”

ในชั่วพริบตา เผ่าราชวงศ์อสูรควบกระทิงกลายพันธุ์เข้าประชิดถึงตัวซูเฉิน ยกแส้ยาวในมือมันฟาดออกไป

ซูเฉินเบ้ปาก ตวัดดาบสวนกลับไป

ชิ้ง … เปรี้ยง!

บังเกิดเสียงฟ้าคะนองดังกึกก้อง สายฟ้าสีฟ้าสาดประกายระยิบระยับบนใบดาบ พริบตาเดียวกวาดไปทางเผ่าราชวงศ์อสูร

เมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นอสนีบาตอันน่าสยดสยองฟาดลงมา สีหน้าของเผ่าราชวงศ์อสูรก็แปรเปลี่ยนไป ตบลงบนหัวกระทิงกลายพันธุ์ ตะโกนขึ้นอย่างร้อนรน “ปลดปล่อยโล่พสุธา!”

กระทิงกลายพันธุ์เองก็สัมผัสได้ถึงความตายที่ใกล้เข้ามา มันแหงนหน้ากู่ก้องฟ้า อ้าปากพ่นหมอกสีเหลือง

หมอกลอยขึ้นต่อหน้าต่อตามัน หลังกระเพื่อมเป็นคลื่นระลอกหนึ่ง พลันก่อตัวเป็นกำแพงดินหนาสูงหลายเมตร

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ซูเฉินได้พบกับสัตว์กลายพันธุ์ที่สามารถปลดปล่อยเวทย์ธาตุดินได้ อย่างไรก็ตาม เขายังคงมั่นใจในเวทย์สายฟ้าของตน ดังนั้นไม่พะวงว่าจะพ่ายแพ้

วินาทีถัดมา คลื่นสีฟ้าก็กระแทกเข้าใส่กำแพงดิน เพียงเสี้ยวเดียว กำแพงดินก็แหลกเป็นเสี่ยงๆทันที จากนั้นสายฟ้าก็โถมกลืนร่างของเผ่าราชวงศ์อสูรกับกระทิงกลายพันธุ์

ซี่ ซี่ …

หลังจากเกิดฟ้าร้องและฟ้าผ่าอย่างรุนแรง เผ่าราชวงศ์อสูรและกระทิงกลายพันธุ์ ทั้งสองกลายเป็นศพไม่เกรียม

ในเวลาเดียวกัน ลำแสงกว่าห้าสายสาดเข้ามาในสายตาเขา

“ชิ้นส่วน 5 ชิ้น!”

มุมปากของซูเฉินอดยกยิ้มขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ สายตาจับจ้องไปยังพวกต่างเผ่าตัวอื่นๆ นัยน์ตาฟุ้งไปด้วยความละโมบจนสังเกตเห็นได้ชัด

สังหารเผ่าราชวงศ์อสูรตัวเดียว สามารถดรอปชิ้นส่วนได้มากถึง 5 ชิ้น ฉะนั้นแล้วเขาจะดรอปชิ้นส่วนได้มากมายขนาดไหนกัน หากฆ่าพวกมันทั้งหมด?

ซูเฉินเริ่มจินตนาการถึงภาพที่มีชิ้นส่วนมหาศาลกองอยู่บนพื้น

ในเวลาเดียวกัน เผ่าราชวงศ์อสูรฝั่งตรงข้ามตะลึงลาน ในแววตาเริ่มปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัว

เผ่าราชวงศ์ที่ขี่หมูดำ เผลอกลืนน้ำลายลงอึกใหญ่ มุมปากของเขากระตุกโดยไม่รู้ตัว

ต้องรู้นะว่า ลูกน้องที่มันส่งไปเมื่อครู่คือผู้วิวัฒนาการเลเวล 4 และสัตว์กลายพันธุ์ก็เป็นเลเวล 4 เช่นกัน

ทว่ากลับถูกซูเฉินสังหารในพริบตา แม้ว่าจะเห็นกับตาตัวเอง แต่ก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อนัก

ความแข็งแกร่งของซูเฉินเกินความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง

กระทั่งตัวมันในฐานะผู้วิวัฒนาการเลเวล 5 ช่วงเวลานี้ยังอดคิดในใจไม่ได้ ว่าหากเป็นตน จักสามารถต่อกรกับซูเฉินได้หรือไม่?

ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคลุมขาวใกล้ๆมัน สีหน้าของอีกฝ่ายกลายเป็นปั้นยากอย่างถึงที่สุด

เขารู้อยู่แล้วว่าซูเฉินน่ะแข็งแกร่งมาก ดังนั้นจึงเฝ้ารอจนกว่าผู้แข็งแกร่งเผ่าราชวงศ์อสูรปรากฏตัว ถึงค่อยเข้ามาจัดการกับซูเฉิน

แต่ไม่เคยคิดเลย ว่าเขายังคงประเมินความแข็งแกร่งของซูเฉินต่ำไป

สังหารผู้วิวัฒนาการและสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 4 ลงได้ในดาบเดียว ผลลัพธ์นี้เกรงว่าแม้แต่ผู้วิวัฒนาการเลเวล 5 ก็ยังไม่สามารถทำได้

ณ ขณะนี้ เขาเริ่มสัมผัสได้ถึงลางไม่ดี ในใจเกิดความคิดว่าอยากจะหลบหนีไปในทันที

อย่างไรก็ตาม เขาจะสามารถหนีได้หรือไม่ ล้วนขึ้นอยู่กับความปรารถนาของเผ่าราชวงศ์อสูร เลยอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเผ่าราชวงศ์ที่ขี่หมูดำกลายพันธุ์

จบบทที่ 367-368

คัดลอกลิงก์แล้ว