เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

361-362

361-362

361-362


5/8

Ep.361

อย่างไรก็ตาม ราคาหยุดนิ่งอยู่ที่ 1,800 หินพลังงานได้ไม่นาน มันก็พุ่งขึ้นอีกเป็น 2,000 โดยห้องส่วนตัวหมายเลข 3

ซูเฉินเฝ้าดูอย่างเงียบๆ ไม่เสนอราคาเพิ่มต่อ

เพราะตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่ดีที่จะเสนอราคา เอาไว้รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม แล้วเขาค่อยทุ่มสุดตัว

การประมูลยังคงดำเนินต่อไป และราคาก็ค่อยๆโดดสูงขึ้นเรื่อยๆ

ห้องหมายเลข 1 เสนอ 2,500 หินพลังงาน ก่อนที่หมายเลข 7 จะเพิ่มเป็น 3,000 หินพลังงาน

ห้องที่ 3 ไม่ยอมแพ้ จัดหนักที่ 4,000 หินพลังงาน

ทันทีที่ราคานี้ถูกเสนอ ผู้คนจากชั้นล่างต่างร้องอุทาน

สำหรับพวกเขา ต่อให้ทำงานหนักตลอดชีวิต ก็ไม่มีทางได้ครอบครองหินพลังงานมากขนาดนี้

ห้องส่วนตัวหมายเลข 7 เงียบไป เหมือนว่าจะยอมแพ้แล้ว

ขณะที่หมายเลข 1 ลังเล แต่สุดท้ายตัดสินใจขึ้นราคาเป็น 4,500 หินพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ห้องที่ 3 เสนอราคาเกทับที่ 5,000 หินพลังงานทันที

และหลังจากที่เสนอราคานี้ เสียงชราภาพที่ฟังดูน่าเกรงขามก็ดังออกมาจากห้องๆนั้น

“เราผู้เฒ่าหวังเฉิงแห่งภูเขาชิงเฉิง หวังว่าเหล่าสหายในที่นี้จะเห็นแก่หน้าฉัน ขอสัญญาว่าจบงานนี้ จักตอบแทนพวกท่านในภายหลัง”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ชั้นล่างเกิดความโกลาหลขึ้นทันที

“ที่แท้ห้องหมายเลข 3 ก็คือประมุขหวังเฉิงแห่งนิกายชิงเฉิงนี่เอง! ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงรวยขนาดนี้”

“ฉันไม่รู้จัก ภูมิหลังของเขาเป็นมาอย่างไร ไหนช่วยอธิบายซิ”

“ภูเขาชิงเฉิง แม้จะเป็นขุมกำลังชั้นสองในเขตหยูหลิน แต่กำลังรบของพวกเขาแข็งแกร่งมาก ได้ยินมาว่าประมุขหวังเฉิงคือปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 4!”

“โอ้สวรรค์! ที่แท้เขาเป็นปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 4 นี่เอง มิน่าเล่าถึงสนใจพืชวิญญาณต้นนี้นัก”

“ในเมื่อหวังเฉิงได้ประกาศชื่อของตัวเองออกมา คงไม่มีใครกล้าเสนอราคาแข่งกับเขาอีกแล้วล่ะ”

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนก็อยากอายุยืนยาวกันทั้งนั้น ใครจะไปกล้าผิดใจกับปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 4 กัน”

ซูเฉินตระหนักดี ว่าที่หวังเฉิงประกาศชื่อตัวเองออกมา หลักๆก็เพราะหินพลังงานของเขาคงแทบไม่เหลือแล้ว

จุดประสงค์ก็ชัดเจนเช่นกัน นั่นคือกีดกันทุกคน ป้องกันไม่ให้คนอื่นเสนอราคาเพิ่มอีก

และหมากตานี้ของเขาได้ผลจริงๆ หลังจากทราบที่มาของหวังเฉิง ห้องส่วนตัวหมายเลข 1ที่แข่งกับเขา ดูท่าจะหวาดกลัวไม่น้อย เงียบเป็นเป่าสาก ไม่กล้าสู้ราคาอีกเลย

สีหน้าของพิธีกรสาวดูไม่ค่อยพอใจนัก หวังเฉิงทำเช่นนี้ เรียกได้ว่าเป็นการละเมิดกฏการประมูล ทำให้เสียโอกาสขึ้นราคา

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานะของหวังเฉิง เธอไม่อาจล่วงเกินเขา

หลังจากรอสักพัก ก็ไม่เห็นมีใครเสนอราคาอีก เธอจึงเริ่มประกาศนับถอยหลัง

“มีท่านไหนเสนอราคาสู้อีกหรือไม่ ถ้าไม่มีแล้ว พืชวิญญาณต้นนี้จะเป็นของแขกผู้มีเกียรติจากห้องส่วนตัวหมายเลข 3”

“3”

“2”

แต่ในเวลานั้นเอง ซูเฉินเคาะราคาลงอีกครั้ง

และราคานี้ มันแสดงขึ้นบนหน้าจอขนาดใหญ่ เพื่อให้ทุกคนสามารถมองเห็นได้

มองไปยังตัวเลขหน้าสุดที่ดีดขึ้นมาเป็นเลข 6  พิธีกรสาวผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น “ห้องส่วนตัวหมายเลข 7 เสนอราคาที่ 6,000 หินพลังงาน!”

พริบตานั้น ทุกคนคล้ายได้สติกลับมา ผู้ร่วมประมูลในห้องต่างตกอยู่ในความโกลาหล

ผู้คนส่วนใหญ่ในที่นี้ สามารถจดจำห้องหมายเลข 7 ได้เป็นอย่างดี

เพราะเขาคือคนที่เคยซื้อแร่สามชนิดในรายการประมูลไป เป็นเศรษฐีร่ำรวยคนหนึ่ง

แต่ในเวลานี้ พวกเขาก็ต้องตกใจกับการกระทำของห้องหมายเลข 7 อีกครั้ง

เนื่องจากเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก ที่ห้องหมายเลข 7 กล้าเสนอราคาในเวลานี้

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หวังเฉิงไม่ได้เป็นเพียงประมุขนิกายแห่งภูเขาชิงเฉิงเท่านั้น แต่เขายังเป็นปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 4 ที่ทรงพลังอีกด้วย

ด้วยสถานะนี้ ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งจากเมืองทงเทียน ก็ยังต้องสุภาพต่อเขา

ขณะที่คนในห้องหมายเลข 7 ไม่ไว้หน้ากันสักนิด นี่มันจะไม่ใจกล้าเกินไปหน่อยหรือ?

เขาไม่กลัวตายจริงๆ?

“ประเสริฐ ประเสริฐยิ่ง! เราหวังเฉิงจะจดจำเรื่องนี้ไว้” เสียงชราจากห้องหมายเลข 3 ดังขึ้นอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในประโยคนี้แฝงไปด้วยน้ำเสียงข่มขู่คุกคาม

ซูเฉินเบ้ปาก ตอบกลับไปว่า “ก็แค่นิกายขยะชั้นสอง อย่ามาทำเป็นอวดดีนักเลย ไม่ต้องสาระแนมาจดจำหรอก ถ้าไม่พอใจก็ออกมาข้างนอกซะ แล้วฉันจะบี้แกให้ตายในมือเดียว!”

ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ฝูงชนโดยรอบตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่ได้ยินแม้เสียงหายใจ

6/8

Ep.362

หลังจากนั้นไม่นาน น้ำเสียงเย็นชาชวนให้ขนลุกของหวังเฉิงก็ดังออกมาจากห้องหมายเลข 3 “ช่างกล้านัก! หวังว่าแกจะไม่ใช่คนที่ดีแต่ปาก เราผู้เฒ่าจะไปรอข้างนอก!”

สิ้นเสียง เขาก็เปิดประตูห้อง และเดินออกจากงานประมูลทันที

เมื่อเดินผ่านห้องส่วนตัวหมายเลข 7 ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนรอบๆตัวหวังเฉิงก็ตะโกนว่า “อย่าหนีซะล่ะไอ้ลูกเต่า!”

“แกสิลูกเต่า! อย่ามาทำเป็นเก่งหน่อยเลย เดี๋ยวพี่ใหญ่ฉันจะส่งนิกายชิงเฉิงของพวกแกไปสวรรค์ให้เอง!”

ซูเฉินไม่สนใจ แต่เฉาหรานอดไม่ได้ ตะโกนด่าสวนกลับไป

หวังเฉิงแค่นเสียงเย็น ไม่หยุดฝีเท้า เดินออกไปรอข้างนอก

เมื่อคนจากภูเขาชิงเฉิงออกจากห้องประมูล พื้นที่ชั้นหนึ่งก็เริ่มเดือดพล่าน

“ใครกันที่อยู่ในห้องหมายเลข 7 นี่เขาบ้าไปแล้วหรอ?”

“กล้าท้าหวังเฉิง ทำแบบนี้เหมือนยื่นคอเข้าบ่วง แขวนคอตายชัดๆ”

“พวกมันจะกล้าออกไปข้างนอกจริงๆหรอ? ฉันว่าสุดท้ายคงเป็นแค่เต่าหัวหดนั่นอย่างที่เขาพูดกันนั่นแหละ”

“ฉันท้าเดิมพันด้วยหินพลังงาน ว่าพวกมันไม่กล้าออกไปข้างนอก”

“ส่วนฉันพนัน 10 หินพลังงานเลย ว่าพวกมันต้องตายแน่ๆถ้าออกไป”

แม้เมืองทงเทียนจะมีข้อกำหนดชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้มีการสู้รบส่วนตัวภายในเมือง แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ฝ่าฝืน

หากเป็นผู้แข็งแกร่งเช่นหวังเฉิง ถ้าเขาคิดสู้ในเมืองทงเทียนจริงๆ ต่อให้ผิดกฏ แต่คนของเมืองทงเทียนก็จะหลับตาข้างหนึ่ง ทำเป็นมองไม่เห็น

ดังนั้น ทุกคนในที่นี้จึงคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตราบใดที่คนในห้องหมายเลข 7 กล้าก้าวออกจากงานแม้เพียงก้าว พวกเขาจะต้องตายด้วยน้ำมือของหวังเฉิง

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องนี้ ซูเฉินก็ได้รับต้นผลแก่นแท้ แล้วนำมันลงใน [พื้นที่เพาะปลูก]

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจมาก

ในเมื่อทั้งต้นผลแก่นแท้และต้นผลอายุวัฒนะล้วนเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของสายพันธุ์พืชปีศาจเหมือนกัน แต่เหตุใดจึงมีแค่ต้นผลอายุวัฒนะที่มีใบหน้ามนุษย์

ขณะที่ต้นผลแก่นแท้ ดูไม่ต่างจากพืชวิญญาณทั่วๆไป

“เสี่ยวโซ่ว นายแน่ใจนะว่านี่คือต้นผลแก่นแท้จริงๆ?” ซูเฉินถามด้วยความสงสัย

“เจ้านาย ไม่ผิดแน่ๆ มันคือต้นผลแก่นแท้จริงๆ เพียงแต่ว่ายังอยู่ในช่วงวัยเริ่มเจริญเติบโต ต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน มันถึงจะเหมือนกันกับฉัน” ต้นผลอายุวัฒนะอธิบาย

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนปิด [พื้นที่เพาะปลูก] แล้วเดินออกจากห้องส่วนตัวพร้อมกับหวู่หยางและคนอื่นๆ

ช่วงเวลาที่ซูเฉินปรากฏตัว ทุกคนต่างจับจ้องมาเป็นสายตาเดียว

แต่เมื่อเห็นว่าซูเฉินยังเด็ก ทั้งหมดก็ไม่สบอารมณ์นัก

“พระเจ้า ทำไมเขาถึงยังเด็กนัก!”

“ที่แท้ก็แค่เด็กอมมือ ดันกล้าไปท้าทายหวังเฉิง”

“คนหนุ่มสมัยนี้จองหองซะจริง ไม่น่าแสร้งทำเป็นเก่งเลย ไม่งั้นคงไม่ต้องได้รับบทเรียนแบบนี้!”

“เหอะ! บทรงบทเรียนอะไร คิดว่าเขาจะรอดไปได้อีกหรือ?”

ในความรู้ความเข้าใจของทุกคน ยอดฝีมือยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งแข็งแกร่ง

ขณะที่ซูเฉินอายุยังน้อยนัก ไม่มีทางเป็นคนแข็งแกร่งอย่างแน่นอน มากสุดแค่ผู้วิวัฒนาการเลเวล 2 เท่านั้น

และผู้วิวัฒนาการเลเวล 2 จะสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของปรมาจารย์พลังจิตเลเวล 4 ได้อย่างไร?

ไม่ต้องใช้สมองก็ได้คำตอบว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเห็นพ้องต้องกัน ว่าศึกนี้ซูเฉินคงตายอย่างไม่ต้องสงสัย

ซูเฉินไม่สนใจเรื่องนี้ ภายใต้สายตาของฝูงชน เขาเดินออกไปอย่างสบายๆ

เมื่อเขาก้าวออกจากประตูงานประมูล ก็พบว่าข้างนอกคราคร่ำไปด้วยผู้คน มุงดูกันเยอะแยะเต็มไปหมด อย่างน้อยก็หลักพัน

เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ทราบข่าวที่เกิดขึ้น และมารอรับชมความสนุก

“ในหมู่พวกแก ใครกันที่ท้าทายฉัน? ก้าวออกมา!”

ในตอนนั้นเอง ชายชราที่มีใบหน้าดุร้ายกวาดมองซูเฉินและคนอื่นๆ พ่นลมหายใจเย็นชา

“ฉันเป็นคนพูดเอง” ซูเฉินปาดจมูกเขา ก้าวไปข้างหน้า เหลือบมองชายชรา กล่าวอย่างไม่แยแส “ส่วนแกคงจะเป็นหวังเฉิงล่ะสิใช่ไหม?”

จบบทที่ 361-362

คัดลอกลิงก์แล้ว