- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้สู่เส้นทางเทพ ภูเขาเซียนกระเรียนโบยบินและฟาร์มไก่
- บทที่ 8 เสี่ยวชีถูกจับ
บทที่ 8 เสี่ยวชีถูกจับ
บทที่ 8 เสี่ยวชีถูกจับ
บทที่ 8 เสี่ยวชีถูกจับ
หลินเหยียนเซิงยิ้มแล้วตอบว่า "ใช่ ไม่ทราบว่าสองศิษย์พี่หญิงจะให้ข้าขึ้นเขาได้หรือไม่?"
หากไม่ใช่เพราะไข่มุกกำหนดทะเลกับคัมภีร์ลั่วซู เขาคงไม่เสียเวลาพูดจากับสองศิษย์หญิงนี่ให้เปลืองน้ำลาย
สองศิษย์หญิงส่ายหัวพร้อมกันแล้วพูดว่า "เราไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องถามพี่หญิงใหญ่ก่อน"
หลินเหยียนเซิงรู้สึกอยากสบถออกมา ถ้าไม่มีอำนาจตัดสินใจแล้วจะถามไปถามมาทำไมแต่แรก
อย่างไรก็ตาม เขายังอดกลั้นไว้ได้ เพราะรู้ว่หากทนเล็กไม่ไหวจะทำให้แผนใหญ่พังทลาย จึงยังคงยิ้มถามต่อไปว่า "แล้วพี่หญิงของพวกท่านอยู่ที่ไหนล่ะ?"
ศิษย์หญิงยิ้มตอบว่า "พี่หญิงไม่อยู่ ออกไปทำภารกิจแล้ว น่าจะกลับมาในอีกสามวัน เจ้ากลับมาใหม่วันนั้นแล้วกัน"
ยอดอวี้หนี่กำหนดไว้ชัดเจนว่าห้ามศิษย์ชายในสำนักขึ้นเขาโดยพลการ อย่างน้อยต้องได้รับอนุญาตจากศิษย์พี่หญิงใหญ่ก่อน
"ก็ได้ ศิษย์พี่หญิงทั้งสอง ข้าจะกลับมาใหม่ในอีกสามวัน ลาก่อน" หลินเหยียนเซิงพูดพลางหันหลังกลับทันที ไม่อิดออดแม้แต่น้อย
เขาเคยคิดจะแอบขึ้นเขา แต่ยอดอวี้หนี่มีศิษย์อยู่มากมาย โอกาสถูกจับได้มีสูง ถ้าโดนจับได้ตอนนี้ ไม่เพียงถูกไล่กลับลงมา ยังอาจไม่มีโอกาสขึ้นเขาอีกเลยในภายหน้า
ดังนั้นเขาจึงเลือกอดทน รอให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่กลับมา แล้วค่อยขึ้นเขาอย่างเปิดเผย เพื่อจะได้แอบขึ้นเขาหลังได้ง่ายขึ้น
เมื่อกลับมาถึงเชิงเขายอดอู๋เชวี่ย เขาก็เห็นเอ๋อร์ตั้นกับสือขุยพร้อมศิษย์ยอดอู๋เชวี่ยอีกหลายสิบคนเดินลงเขาด้วยสีหน้าดุดัน จึงร้องถามด้วยความสงสัยว่า "เอ๋อร์ตั้น พวกเจ้าจะไปมีเรื่องที่ไหนกันหรือ?"
พอเห็นหลินเหยียนเซิงกลับมา ทุกคนต่างแสดงสีหน้ายินดีโดยพร้อมเพรียง โดยเฉพาะเอ๋อร์ตั้นที่ถึงกับร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นว่า "ท่านพี่ใหญ่ ท่านกลับมาแล้ว ดีจริง ๆ!"
หลินเหยียนเซิงหัวเราะด่าเล่นว่า "ตื่นเต้นอะไรกันนักหนา เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ในยอดอู๋เชวี่ย นอกจากหนิงอู๋เชวี่ยที่เป็นเจ้าสำนักแล้ว คนที่สนิทกับเขาที่สุดก็คือเอ๋อร์ตั้น ซึ่งเสมือนน้องชาย เขาจึงไม่เคยถือท่าทีของพี่ใหญ่ต่อหน้าเอ๋อร์ตั้นเลย
เอ๋อร์ตั้นพูดอย่างระมัดระวังว่า "ท่านพี่ใหญ่ เมื่อครู่คนจากยอดหลิงเจี้ยนขึ้นมาที่นี่ บอกว่ามาหาท่าน พอไม่เจอที่พักของท่าน พวกมันก็จับสัตว์เลี้ยงของท่านไป บอกว่าจะเอาไปต้มซุปกิน"
เขากับสือขุยและคนอื่น ๆ กำลังจะไปช่วยเสี่ยวชี สัตว์เลี้ยงของหลินเหยียนเซิง
"ไอ้พวกบ้านั่น อยากตายแล้วใช่ไหม!" พลังกายวิญญาณสีดำพวยพุ่งจากตัวหลินเหยียนเซิง ขณะร่างของเขาทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ดั่งเงาดำพุ่งไปยังยอดหลิงเจี้ยนทันที
ไม่ต้องถามให้เสียเวลา เขาก็รู้ว่าที่ถูกจับไปคือตัวเสี่ยวชี ถึงแม้ว่าเสี่ยวชีจะโตขึ้นบ้างในเดือนนี้ แต่ยังไม่ตื่นรู้พลัง ต่อให้แข็งแกร่งขึ้นก็ยังไม่ใช่คู่มือของพวกยอดหลิงเจี้ยน
เขาทำได้แค่หวังว่า พวกยอดหลิงเจี้ยนจะยังไม่ลงมือเร็วเกินไป ไม่เช่นนั้นเขาคงต้องฆ่าทุกคนเพื่อแก้แค้นให้เสี่ยวชี แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเสี่ยวชีตายจริง เขาเองก็คงไม่รอด แม้จะมีระบบช่วยชีวิตก็ตาม
ระหว่างทางไปยอดหลิงเจี้ยน มีศิษย์หลายสิบคนกำลังหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ชายร่างกำยำคนหนึ่งถือไก่ตัวหนึ่งอยู่ในมือ ซึ่งก็คือฟีนิกซ์น้อยเสี่ยวชี
ชายคนหนึ่งมองไก่ในมือนั้นด้วยแววตาเยาะเย้ยแล้วพูดว่า "พี่หลี่ ไอ้โง่อย่างหลินเหยียนเซิงถึงกับให้ยาลมปราณไก่กิน ข้าขำจะตายอยู่แล้ว!"
ชายร่างกำยำชื่อหลี่เฉียงกล่าวอย่างดูถูกว่า "หลินเหยียนเซิงนั่นไม่รู้ใช้วิธีมารอะไร ถึงบรรลุระดับทงโยวได้ตั้งแต่อายุน้อย แต่ก็คงมีผลข้างเคียงจนเสียสติแล้ว ไม่งั้นคงไม่เอายาลมปราณไปเลี้ยงไก่หรอก"
ชายรูปร่างเล็กที่อยู่ข้าง ๆ ดูมีท่าทีไม่ค่อยมั่นใจ ถามขึ้นว่า "พี่หลี่ หลินเหยียนเซิงเป็นถึงพี่ใหญ่ของยอดอู๋เชวี่ย แถมยังชนะหลู่เทียน พวกเราจับสัตว์เลี้ยงเขามาแบบนี้ เขาจะไม่มาล้างแค้นเอาหรือ?"
ตอนนี้หลินเหยียนเซิงกำลังมาแรง เขาจึงหวั่นใจว่าหลินเหยียนเซิงอาจบุกยอดหลิงเจี้ยนจริง ๆ
หลี่เฉียงไม่ใส่ใจ ตอบว่า "กลัวอะไรล่ะ คนยอดอู๋เชวี่ยยังเป็นเบี้ยล่างเราอยู่เลย เราขึ้นไปหาเขา ไม่เจอตัวก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ต้มไก่กินสักตัวจะเป็นอะไรไป ถ้าเขาจะเอาคืนก็ให้ไปซื้อไก่บ้านเอา ข้าจะซื้อชดให้เขาเอง!"
ในสายตาของเขา ไก่ตัวหนึ่งไม่ได้มีค่ามากมายอะไรนัก ถ้าหลินเหยียนเซิงจะเอาคืน เขาก็แค่ไปซื้อไก่จากบ้านชาวบ้านมาชดใช้ให้ กินก่อนค่อยว่ากัน
ที่เชิงเขายอดหลิงเจี้ยน ศิษย์สองคนเห็นหลี่เฉียงกลับมาพร้อมไก่ ต่างมองด้วยสีหน้าแปลก ๆ แต่ก็ยังทักทายอย่างนอบน้อมว่า "พี่หลี่! พี่หลี่!"
หลี่เฉียงเป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงในยอดหลิงเจี้ยน มีพลังในระดับทงโยวขั้นต้น และฝึกวิชาคัมภีร์ดาบวิญญาณถึงขั้นที่สาม ถือเป็นหนึ่งในศิษย์ชั้นยอดของสำนักเทียนเวิ่น
คัมภีร์ดาบวิญญาณเป็นเคล็ดวิชาประจำยอดหลิงเจี้ยน ศิษย์ส่วนใหญ่ฝึกวิชานี้ แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่แค่ขั้นแรก จะมีไม่กี่คนที่ไปถึงขั้นสอง ส่วนผู้ที่ถึงขั้นสามนับได้ไม่กี่คน
หลี่เฉียงพยักหน้าให้ศิษย์ที่เฝ้าทางขึ้นเขา แล้วนำพวกพรรคพวกขึ้นเขาไปอย่างครึกครื้น
ไม่ถึงหนึ่งเค่อ หลินเหยียนเซิงก็ตามมาถึงยังเชิงเขา ไม่พูดพล่าม เขาปล่อยพลังวิญญาณสีดำออกมาอัดสองศิษย์ที่เฝ้าทางขึ้นเขาจนกระเด็น ก่อนจะพุ่งขึ้นยอดหลิงเจี้ยนทันที
เสี่ยวชีมีพันธะชีวิตร่วมกับเขา หากมันเป็นอะไรขึ้นมา ต่อให้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัส แม้มีระบบช่วยชีวิตก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
หลี่เฉียงและพรรคพวกเพิ่งจะถึงยอดเขา หลินเหยียนเซิงก็ไล่ตามทันแล้ว มีคนหนึ่งสังเกตเห็นเขาและร้องเตือนว่า "พี่หลี่ มีคนไล่ตามมาข้างหลัง!"
หลี่เฉียงกับคนอื่นหันไปมอง เห็นหลินเหยียนเซิงเข้ามาใกล้ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าเขาคือใคร ไม่รู้เลยว่านี่คือศิษย์พี่ใหญ่ของยอดอู๋เชวี่ยที่พวกเขาเพิ่งไปหา
"เจ้าเป็นใคร? จะทำอะไร?" ชายข้างกายหลี่เฉียงถามขึ้น
แต่คำตอบที่ได้ คือหมัดของหลินเหยียนเซิง!
หลินเหยียนเซิงพุ่งเข้ามาและชกใส่ชายที่ถามนั้นจนกระเด็น พลังกายวิญญาณกระจายกดดันไปทั่วบริเวณ
นอกจากหลี่เฉียงแล้ว ศิษย์ยอดหลิงเจี้ยนคนอื่น ๆ ล้วนทานแรงกดดันไม่ไหว กระเด็นกระดอนไปหมด
แม้แต่หลี่เฉียงก็ต้องปล่อยพลังต้านไว้เต็มที่ถึงจะยืนอยู่ได้ แต่ก็ยังรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล
เขามองหลินเหยียนเซิงอย่างหวั่นเกรง ถามด้วยความสงสัยว่า "เจ้าเป็นใคร? จะทำอะไร?"
หลินเหยียนเซิงไม่ตอบอะไร ยื่นมือไปบิดมือขวาของหลี่เฉียงจนเขาเจ็บและปล่อยเสี่ยวชี
เมื่อรับเสี่ยวชีมาแล้ววางไว้บนไหล่ เขาจึงปล่อยมือจากหลี่เฉียงแล้วพูดเย็นชา "พวกเจ้ากล้าดีขนาดนี้เลยหรือ? บุกขึ้นยอดอู๋เชวี่ย ลุกล้ำที่พักข้า แล้วยังคิดจะต้มเสี่ยวชี?"
ขณะนี้เขายังรู้สึกหวาดผวาอยู่ หากเสี่ยวชีถูกต้มไปแล้วจริง ๆ ผลลัพธ์คงเกินกว่าจะรับได้
หลี่เฉียงถอยหลังไปเล็กน้อย มองหลินเหยียนเซิงอย่างระแวดระวังแล้วถามว่า "เจ้าคือศิษย์พี่ใหญ่ของยอดอู๋เชวี่ย หลินเหยียนเซิงน่ะหรือ?"
เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลินเหยียนเซิงที่หาไม่เจอเมื่อครู่ จะตามมาถึงที่นี่รวดเร็วขนาดนี้