เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ep.10

Ep.10

Ep.10


Ep.10

“เปิดใช้งานเวทมนต์ …  เทคนิคพันธนาการ!”

หญิงเจ้าเสน่ห์เดิมกำลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง แต่จู่ๆคล้ายมีอะไรบางอย่างมาฉุดขา สะดุดล้มกับพื้น

หญิงเจ้าเสน่ห์รู้สึกว่ามีบางอย่างถ่วงเท้าเธอ พยายามดิ้นสักพักก็ยังสลัดไม่หลุด เธอก้มมองไปที่เท้าด้วยความร้อนรนและสิ้นหวัง

เมื่อเห็นว่าตรงข้อเท้ามีเถาวัลย์สีเขียวรัดพันอยู่ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

แม้ตัวเธอจะไม่ใช่คนแข็งแกร่งอะไร แต่เธอเคยเห็นพวกปรมาจารย์มนตราลงมือมาก่อน ดังนั้นแค่มองก็สามารถระบุได้ทันทีว่าที่พันธนาการเธออยู่คืออะไร --นี่มันการโจมตีด้วยเวทมนต์! เป็นฝีมือของปรมาจารย์มนตรา!

แตะ แตะ แตะ …

ซูเฉินก้าวเดินอย่างเชื่องช้ามาจากชั้นสาม ทุกก้าวที่ย่ำลง หัวใจของหญิงเจ้าเสน่ห์สั่นสะท้าน

“นี่นายเป็นทั้งผู้วิวัฒนาการ และปรมาจารย์มนตราเลยงั้นหรอ ...” หญิงเจ้าเสน่ห์หมอบกับพื้นด้วยดวงตาเบิกกว้าง สมองส่งเสียงหึ่งๆด้วยความสับสน

ไม่ว่าจะเป็นผู้วิวัฒนาการ หรือปรมาจารย์มนตรา ในโลกหายนะแห่งนี้ ล้วนเป็นตัวแทนของผู้แข็งแกร่ง เป็นตัวตนที่สร้างความตะลึงให้แก่ผู้คน

แต่การที่จะได้เป็นผู้วิวัฒนาการหรือปรมาจารย์มนตรามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เพราะนอกจากมีพรสวรรค์แล้ว ยังต้องใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมากอีกด้วย

หญิงเจ้าเสน่ห์อาศัยอยู่ในสถานชุมชนหลานไห่ ที่นั่นมีมนุษย์อยู่มากกว่าหมื่นคน แต่ท่ามกลางมนุษย์มากมายเหล่านั้น กลับมีผู้วิวัฒนาการเพียงเก้าคน และปรมาจารย์มนตราเพียงคนเดียวเท่านั้น

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าผู้วิวัฒนาการและปรมาจารย์มนตราหายากเพียงใด

ขณะที่ซูเฉินยังเด็กมาก แต่กลับสามารถเป็นได้ทั้งสองอาชีพในเวลาเดียวกัน มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

เมื่อตระหนักว่าตนได้ยั่วโมโหปีศาจร้ายเข้าให้แล้ว หญิงเจ้าเสน่ห์ก็เริ่มหวาดกลัวจนหน้าซีด สั่นสะท้านไปทั้งร่าง

ซูเฉินยิ้ม ไม่ปฏิเสธคำถามของเธอ มีดยาวในมือค่อยๆถูกยกขึ้นเหนือหัวอย่างช้าๆขึ้น

“ช้าก่อน! อย่าเพิ่งฆ่าฉัน ฉันยังมีประโยชน์อยู่!” เมื่อสัมผัสได้ถึงความตาย หญิงเจ้าเสน่ห์ก็ได้สติกลับคืนมา

“แกยังมีประโยชน์อะไรอีก?” ซูเฉินถาม ง้างคมมีดค้างไว้กลางอากาศ

หญิงเจ้าเสน่ห์ค่อยๆลุกขึ้น เธอคุกเข่าแทบเท้าซูเฉิน ในดวงตาสั่นเทาเป็นระลอกคลื่นคล้ายแอ่งน้ำยามฤดูใบไม้ร่วง ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ผุดยิ้มเย้ายวน “ร่างกายของฉันยังมีประโยชน์อยู่ ฉันสามารถปรนนิบัตินายได้ ตราบใดที่นายไม่ฆ่าฉัน ฉันยินดีรับหน้าที่อุ่นเตียงให้นายทุกคืน ช่วยให้นายเสพสุขไปจนตาย”

ระหว่างกล่าว หญิงเจ้าเสน่ห์ก็เริ่มถอดเสื้อ เปลื้องผ้าตัวเอง

ซูเฉินสะท้านไปทั้งร่าง บังเกิดความรู้สึกคลื่นไส้ผุดขึ้นมาในใจเขา

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าค่อนข้างมีเสน่ห์ รูปร่างของเธอก็ดีมาก แต่เมื่อลองคิดว่าเธอคงใช้วิธีนี้ขึ้นคร่อมผู้ชายมานับไม่ถ้วน ไม่ทราบว่ากี่พันคนแล้วที่มีเซ็กส์กับเธอ เขาก็รับไม่ได้

“นังสำส่อน! ตายซะ!”

ไม่รอให้อีกฝ่ายถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ซูเฉินกลัวจะระคายสายตา ตวัดมีดฟันอย่างไร้ปราณี

“นาย ..!”

หญิงเจ้าเสน่ห์จนตายก็ยังไม่อาจทำใจเชื่อ สาวงามหุ่นดินระเบิดแบบเธอมาอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่ทำไมซูเฉินถึงปฏิเสธ ทำลายดอกไม้งามเช่นเธอได้?

ได้ยินแค่เสียง กริ๊ก!

ศีรษะของหญิงเจ้าเสน่ห์ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน ของเหลวสีแดงผสมขาวเทกระจาดไปทั่วพื้น ดับสิ้นชีวิตโสมมของเธอ

“ถุด!”

ซูเฉินถ่มน้ำลายใส่ศพหญิงสาว หันหลังกลับขึ้นไปบนชั้นสาม

เขาไม่ได้ค้นศพของชายหนวดเฟิ้มหรือชายหม่นหมองในทันที แต่เลือกเข้าไปเก็บเสบียงก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนเรื่องที่ว่าบนศพหญิงเจ้าสน่ห์จะมีหินพลังงานอยู่หรือไม่ ซูเฉินไม่คิดค้นตัวเธอ เพราะมันโสมมเกินไป!

สิบนาทีต่อมา ซูเฉินกลับลงมาบนชั้นสอง อาหารกระป๋องถูกเขากวาดใส่ถุงเก็บของจนเกลี้ยง ส่วนบนศพชายหนวดเฟิ้มมีหินพลังงานอยู่สองก้อน ถือเป็นกำไรเสริมเล็กๆน้อยๆ

ภายในชั้นสองยังเหลือซอมบี้อีก 2 ตัวถูกขังไว้ในห้อง นับตั้งแต่ซูเฉินบังเอิญเก็บชิ้นส่วนองค์ประกอบมาได้ เขาก็มีความสนใจในตัวซอมบี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ปัง!

หนึ่งเท้ากวาดเตะเปิดประตู หนึ่งมือฟาดฟันคมมีด

ฟัฟ ฟัฟ!

ซูเฉินกวัดแกว่งมีดยาวสองครั้งติดต่อกัน เมื่อมีดถูกเก็บเข้าฝัก ซอมบี้สองตัวก็ตายลงอย่างหมดจด

แต่น่าเสียดาย ที่ครั้งนี้ไม่มีชิ้นส่วนให้เก็บ

ซูเฉินคว้านหินพลังงานสองก้อนออกมา เดินออกจากอาคารที่พักอาศัย

จบบทที่ Ep.10

คัดลอกลิงก์แล้ว