- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 584. [ด่านที่ 35] ทางออก (3)
◈บทที่ 584. [ด่านที่ 35] ทางออก (3)
◈บทที่ 584. [ด่านที่ 35] ทางออก (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์หรือกดถูกใจแฟนเพจ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวนกดถูกใจและ comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 584. [ด่านที่ 35] ทางออก (3)
การได้กลุ่มของลูคัสเข้าร่วมช่วยเสริมกำลังให้พวกเราอย่างรวดเร็ว ทว่า…
ปีศาจชั้นสูงนับร้อยล้อมรอบ ถึงแม้กลุ่มของลูคัสจะเก่งกล้าแค่ไหน หากต้องเผชิญหน้ากับสงครามอันแสนสาหัสที่ไม่มีวันสิ้นสุดเช่นนี้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ลงอย่างแน่นอน
‘หนีให้รอดก่อน!’
ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์หรือยุทธวิธีใด ๆ ก็ต้องรอดชีวิตออกจากที่นี่ให้ได้เสียก่อนถึงจะวางแผนอะไรต่อได้
ขณะนี้ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายกลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าไปแล้ว
พวกเราจึงจำเป็นต้องลองหนีด้วยวิธีทางกายภาพอีกครั้ง
“ชั้นล่างสุดใกล้พื้นที่สุด น่าจะต้องเจาะรูตรงนั้นแล้วหนีค่ะ”
จูเนียร์เอ่ยขึ้น
ตั้งแต่แรก เหล่าผู้รอดชีวิตที่ถูกจับตัวไปอย่างจูเนียร์ เคลลิเบย์ และเคลลิซอนต่างก็พยายามหนีออกทางนี้มาตลอด
และในสถานการณ์เช่นนี้ นี่ก็ยังคงเป็นวิธีการที่สมเหตุสมผลที่สุด
“ลงไป! ลงไป! ลงไป–!”
พวกเราวิ่งฝ่าทางที่กลุ่มของลูคัสเปิดเอาไว้ วิ่งหนีลงไปยังชั้นล่างอย่างไม่หยุดยั้ง
ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!
แมลงวันกลายพันธุ์จากชั้นบนพุ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ
ทอร์เคิลคอยคุ้มกันด้านหลังอย่างแข็งกร้าว เดียร์มิดินใช้เวทมนตร์อเนกประสงค์ปิดกั้นทางเดิน ยับยั้งการรุกคืบของเหล่าแมลงวันอย่างเด็ดขาด
เสียงปีกกระพือดังฉวัดเฉวียน บอดี้แบ็กขว้าง [เอ็กซ์คานนิบาล] ออกไป ทำลายแนวป้องกันของฝูงแมลงวันกลายพันธุ์ เบิร์นเอาท์ตามติดด้วยการปล่อยระเบิดสายฟ้า เสียงระเบิดดังตูม! ฉีดกระจายซากศพแมลงวันให้เละตุ้มเป๊ะ
ฉันโล่งใจถอนหายใจยาว มองดูฝูงแมลงวันค่อย ๆ ห่างออกไป
‘ถ้าเป็นอย่างนี้ คงหนีรอดไปได้อย่างราบรื่น…’
……คิดได้แค่นั้น ความเสียดายก็แล่นเข้ามาแทนที่
พวกมันนี่แหละ พอเราประมาทเมื่อไหร่ มักจะโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัวเสมอ……!
ฉัวะ!
อย่างที่คาดไว้
กำแพงด้านหนึ่งของห้องที่พวกเรากำลังวิ่งลงมา เปิดออกราวกับผ้าม่านถูกฉีก ฝูงแมลงวันกลายพันธุ์ที่บินวนอยู่ด้านบน พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว
เมื่อการไล่ล่าของพวกมันผ่านทางเดินช้าลง มันก็เลยเปิดประตูห้องฟาร์มเลี้ยงสัตว์ แล้วบินตรงเข้ามาในห้องพวกเรา
นี่มันความคล่องตัวของปีศาจบินได้ชัด ๆ
แซ่ด!
แมลงวันกลายพันธุ์บุกเข้ามาจากด้านข้าง การโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้ทุกคนตกตะลึง
ยกเว้นลูคัส เขาเตรียมรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดเสมออยู่แล้ว
“บอดี้แบ็ก ขอโทษด้วยนะ”
ลูคัสวิ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับแมลงวันกลายพันธุ์ที่พุ่งเข้ามา……แล้วคว้า [เอ็กซ์คานนิบาล] ที่บอดี้แบ็กควบคุมด้วยพลังจิตอยู่
เมื่อลูคัสกำด้ามดาบ พลังมืดก็ไหลทะลักออกมาจากดาบ ไต่ขึ้นไปตามแขนของเขาอย่างน่าสะพรึง
ฉันตกใจจนตัวแข็ง รีบตะโกนห้ามปราม
“ลูคัส อย่า……!”
“อย่าห่วงเลยครับ” ลูคัสยังคงเสียงเรียบ เย็นชา ตอบอย่างนิ่ง ๆ
“ผมไม่ถึงกับอ่อนแอจนโดนดาบกลืนกินหรอกนะครับ”
ฉับพลันนั้น ลูคัสและแมลงวันกลายพันธุ์ตัวนำพุ่งเข้าชนกันอย่างจัง
แคร้ง!
ปีศาจถูกฟันเป็นชิ้น ๆ ล้มลงไปกองกับพื้น
ลูคัสถือเอ็กซ์คานนิบาลไว้ในมือซ้าย และดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือขวา เขาใช้ดาบปีศาจสีดำแดงที่เปล่งพลังอำมหิต ฉีกทลายแนวป้องกันของปีศาจ ก่อนจะใช้ดาบแสงสีขาวฟันให้ขาดสะบั้น ราวกับตัดกระดาษ
ไม่ถึงกี่อึดใจ แมลงวันกลายพันธุ์ที่ทะลักเข้ามาจากประตูด้านข้างก็ถูกสังหารราบคาบ
“ฮืออออ…….” ลูคัสก้มตัวลง หายใจเข้าลึก ๆ พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ถ้ามีวิธีทำลายการป้องกันได้ พวกมันก็แค่นี้แหละ”
ทุกคนต่างอ้าปากค้าง มองด้วยความตกตะลึง กับฝีมืออันน่าทึ่งเหนือชั้นของชายผู้นี้
ลูคัสหมุนเอ็กซ์คานนิบาล แล้วหันมามองฉัน
“ผมขอใช้ดาบเล่มนี้สักหน่อยได้ไหมครับ ฝ่าบาท?”
“…….” ฉันลังเล ก่อนจะกัดฟันพยักหน้าเบา ๆ
“……ถ้ารู้สึกว่าอันตราย ให้หยุดใช้ทันทีนะ”
“แน่นอนครับ”
ฉันนึกภาพตอนลูคัสใช้พลังแปลงร่างอสูร ซ้อนทับกับภาพที่เขาก้มหน้าพยักหน้าอย่างร่าเริง ดาบเล่มนี้ อันตรายไม่แพ้พลังแปลงร่างอสูรเลยทีเดียว
แต่ในสถานการณ์คับขัน ถึงชีวิตเช่นนี้ พวกเราไม่มีเวลาลังเล แม้แต่น้อย
ลูคัสเอาชนะกิเลสของพลังแปลงร่างอสูรได้แล้ว ฉันเชื่อว่าเขาจะเอาชนะกิเลสแห่งการลุ่มหลงของดาบเล่มนี้ได้เช่นกัน
การหลบหนีใกล้จะจบลงแล้ว ชั้นล่างเต็มไปด้วยแมลงวันกลายพันธุ์ที่รอคอยอยู่
แชง-!
ลูคัสกระโดดลงไปชั้นล่าง ถือดาบไขว้เป็นรูปกากบาทไว้ตรงหน้า ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้าง จ้องมองไปข้างหน้า
“จะเปิดทางหนี……! ตามมาด้วย!”
[เอ็กซ์คานนิบาล]ราวกับได้พบเจอเจ้าของที่แท้จริง มันแสดงพลังที่เหนือกว่าตอนที่บอดี้แบ็กขว้างอย่างเห็นได้ชัด ฟัน ทุบ และกินปีศาจอย่างไม่หยุดยั้ง
ตัวเอกผมบลอนด์ เต้นระบำดาบสองเล่ม ฟันปีศาจอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
‘ถึงจะเป็นตัวเอก ก็ไม่ควรปล่อยให้เขาแบกรับภาระมากขนาดนี้…….’
ฉันกัดริมฝีปาก วิ่งตามหลังลูคัสไปอย่างไม่คิดชีวิต
ภาพอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ยอมให้ร่างกายครึ่งหนึ่งจมดิ่งลงสู่เงามืด เพื่อช่วยชีวิตฉัน เพื่อช่วยพวกเรา…… มันทิ่มแทงหัวใจฉันอย่างเจ็บปวด
***
แล้วในที่สุด
พวกเราก็มาถึงชั้นล่างสุดของฟาร์มเลี้ยง ใต้รังของราชาปีศาจแมลงวัน
ระหว่างทางที่หนีมาถึงนี่ ลูคัสฟันแมลงวันกลายพันธุ์ไปหลายสิบ หรืออาจจะหลายร้อยตัว จนหมดแรงไปแล้ว
อาจจะเหนื่อยล้ามากจากการใช้พลังของดาบปีศาจด้วย
“ถึงแล้ว!”
ฉันคว้า[เอ็กซ์คานนิบาล]จากมือลูคัสปุบปับ แล้วโยนมันลงในช่องเก็บของของฉันทันที
[เอ็กซ์คานนิบาล]สั่นสะท้านอย่างรุนแรง พยายามดิ้นกลับไปหาลูคัสสุดชีวิต แต่ฉันใช้แรงทั้งหมดดันมันไว้แน่นในช่องเก็บของ
“…….”
ลูคัสเหมือนมีอะไรติดคอ พยายามจะพูดอะไรสักอย่าง มองฉันด้วยดวงตาสีฟ้าหวานละมุนจากใต้ผมยุ่งเหยิง แต่แล้วเขาก็เงียบลง ก้มหน้าลงต่ำ หายใจหอบแรง
“งั้นก็รีบเจาะรูใหญ่ ๆ ซะหน่อยดีกว่า~”
โนบอดี้ชักดาบออกมา ฟันลงไปที่พื้นชั้นล่างสุดอย่างเด็ดขาด
ฉึก-!
เปลือกหนาแข็งแกร่งของราชาปีศาจแมลงวันแตกกระจาย ลมแรงพัดโกรกเข้ามาจากด้านล่าง
“อืม……”
พวกเรามองลงไปผ่านรูโหว่ที่เปิดออก กลืนน้ำลายลงคออย่างช่วยไม่ได้ ฉันพึมพำพลางเดาความสูง
“……สูงไปหน่อยนะ”
ถึงจะลงมาถึงด้านล่างสุดแล้ว แต่ก็ยังห่างจากพื้นดินมากเหลือเกิน
“บอดี้แบ็ก ใช้พลังจิตทำให้พวกเราลงได้ไหม?”
บอดี้แบ็กทำหน้าลำบากใจเล็กน้อย ก่อนจะตอบ
“สูงขนาดนี้ทำไม่ได้ค่ะ……แต่ถ้าใช้เวทมนตร์ลมช่วยลดความเร็ว ก็อาจจะทำได้……”
ฉันหันไปมองจูเนียร์ ผู้ใช้เวทมนตร์ลมเพียงคนเดียวในกลุ่ม
“จูเนียร์ ทำได้ไหม?”
จูเนียร์ที่ฟื้นฟูพลังเวทมนตร์ด้วยการกินยาเวทมนตร์มาตลอดทาง หัวเราะออกมาอย่างร่าเริงประหลาด ๆ
“ถ้าทำสำเร็จ ก็จะเป็นสถิติโลกใหม่ของการใช้เวทมนตร์ลม ในการช่วยคนลงจอดแล้วล่ะ!”
“ไม่รู้ว่ามีใครทำสถิติแบบนี้บ้างหรือเปล่า แต่ถ้ามีล่ะก็ คงเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยนะ……”
เดียร์มิดินพยักหน้าเบา ๆ ข้าง ๆ
“หอคอยงาช้างจะเป็นพยาน!”
อะไรนะ! จริงเหรอ? มากกว่านั้น มันมีอันดับแบบนี้จริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย?
“ฉันทนหอคอยงาช้างไม่ไหวแล้ว ฮือออ……!”
จูเนียร์หายใจเข้าลึก ๆ เริ่มรวบรวมพลังเวทมนตร์ลมไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง
ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!
เกือบพร้อมกันเป๊ะ แมลงวันกลายพันธุ์พุ่งเข้ามาจากด้านบนและด้านข้าง จูเนียร์ร้องเสียงหลง
“ทุกคน! กระโดดลงไป!”
จูเนียร์กระโจนลงไปก่อน
ถึงจะหวั่น ๆ กับความสูงที่น่ากลัว แต่เอาเข้าจริง อยู่ตรงนี้ก็ตายอยู่ดี ทุกคนหน้าตาเครียดจัด ไม่คิดชีวิต กระโดดลงตามกันไป
“อย่าาาาา!”
คูอิลันหน้าซีดเผือด อ้อนวอนฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผมบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าผมกลัวที่สูง…… วู๊ววววว!”
“เงียบ! รีบไป!”
ฉันเตะก้นปลาปักเป้าราชาแห่งมนุษย์สัตว์ แล้วกระโดดตามลงไป
ทอร์เคิลเป็นคนสุดท้าย ชูโล่ไว้ด้านหลัง แล้วกระโดดลงไปช้ากว่าคนอื่น
ฟุ้บ!
……
พวกเราหลุดพ้นจากท้องของราชาปีศาจแมลงวัน เริ่มต้นการตกอย่างอิสระ
จะว่ายังไงดีล่ะ
ฉันเคยฝันถึงการตกจากที่สูง แต่พอมาเจอของจริง มันกลับไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ขาอ่อนระอา รู้สึกเหมือนท้องว่างเปล่า น่ากลัวจนขนลุกซู่
ฉันไม่เคยเล่นสกายไดฟ์ แม้แต่บันจี้จัมพ์ก็ไม่เคยลอง การตกอย่างอิสระแบบนี้...มันท้าทายเกินกว่าที่ฉันจะรับไหวเสียแล้ว
แต่พื้นดินกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
ฉันกัดฟันแน่น พยายามควบคุมสติ พลางคิด
‘ฉันจะตายแล้วหรือเนี่ย?’
โชคดีที่ไม่ใช่
ฟู่ววว-!
เวทมนตร์ลมที่จูเนียร์ปลดปล่อยออกมา โอบอุ้มทุกคนไว้ในวงล้อม ความเร็วในการตกชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด
“อุ๊บ!”
บอดี้แบ็กหน้าแดงก่ำ ใช้เวทมนตร์จิตดึงพวกเราขึ้นอย่างสุดกำลัง
ด้วยความร่วมมือของสองนักเวท พวกเราจึงลงจอดอย่างนุ่มนวล ทุกคนยกเว้นคูอิลันที่สลบไปแล้ว ต่างโล่งอกโล่งใจ
บู้ววววว-
และในขณะนั้นเอง เสียงปีกกระพือที่น่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้น
พวกเรามองขึ้นไป แมลงวันกลายพันธุ์จำนวนมากพุ่งลงมา ห้อมล้อมพวกเรา ฉันสบถออกมา
“ไอ้พวกปีศาจบินได้นี่มัน…!”
แล้วก็
ตัง! ตัง! ปังงง-!
เสียงปืนคุ้นหูดังขึ้น หัวของแมลงวันกลายพันธุ์ที่กำลังล้อมเรา ระเบิดตูมตาม
“อะไรเนี่ย?!”
ฝีมือการยิงปืนที่โหดเหี้ยมขนาดนี้ มีเพียงคนเดียวในโลกนี้เท่านั้น ฉันตะโกนเรียกชื่อมือปืนคนสนิทของฉัน
“ดาเมียน……?!”
ดู๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ -!
ผ้าพรางถูกดึงออก เจอโรนิโมปรากฏตัวขึ้น เขาใช้[ศรัทธาเหล็กกล้า]อำพรางตัวอยู่
แล้วฉันก็เห็นดาเมียนนั่งอยู่บนประตูที่เปิดออกของเจอโรนิโม
ดาเมียนไม่ทันได้ทักทาย ฉันก็เห็นเขาคว้าปืนยาวขึ้นมาทั้งสองมือ กระหน่ำยิงอย่างรวดเร็ว
แซ่ด—
เปรี้ยง!
ก่อนที่แมลงวันกลายพันธุ์จะตั้งตัวได้ ดาเมียนก็จัดการพวกมันเรียบร้อย แมลงวันกลายพันธุ์ที่ไม่ทันตั้งรับ ร่วงหล่นลงไป
ด้วยฝีมือการยิงปืนของดาเมียน เราจึงลงจอดอย่างปลอดภัย
ทันทีที่แตะพื้น เราก็จัดแนวป้องกันเป็นวงกลม เตรียมพร้อมรับมือกับแมลงวันกลายพันธุ์ที่เหลืออยู่
แต่…
“อะ?”
ขณะที่เรากำลังตั้งรับ แมลงวันกลายพันธุ์กลับหยุดไล่ล่า หันหลังกลับไป
วิ่งกลับไปยังที่มั่นของพวกมัน ไปยังตัวของราชาปีศาจแมลงวัน
ฉันเตรียมจะชัก[เอ็กซ์คานนิบาล]ออกมา แต่ก็ชะงักมือไว้
“……อะไรกัน พวกมันไปไหนหมด?”
“เราไม่ต้องสู้กับพวกมันอีกแล้วเหรอ……?”
ราชาปีศาจแมลงวันอยู่ห่างออกไปมาก ด้วยขนาดตัวมหึมาของมัน ฉันจึงไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้ามองจากตรงนี้ มันเร็วอย่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ
ฉันมองราชาปีศาจแมลงวัน ที่กำลังบินห่างออกไป และแล้วก็เห็นแนวป้องกันของมนุษย์ ครอสโรด อยู่ปลายทางนั้น……
“……? รอเดี๋ยวนะ”
ฉันกระพริบตาปริบ ๆ
“ทำไมถึงเห็นกำแพงเนี่ย?”
ทำไมมันถึงอยู่ใกล้ครอสโรดขนาดที่มองเห็นด้วยตาเปล่าได้ล่ะ
นั่นสิ
ทำไมเจอโรนิโมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
“เจ้าชาย!”
เจอโรนิโมบังคับเครื่องบินลงจอดฉุกเฉิน ร่างของเขาพุ่งเข้ามาใกล้พลางตะโกนรายงาน ดาเมียนที่ยืนอยู่ที่ประตู ส่งเสียงดังลั่น
“รายงานสถานการณ์ด่วน! หลังจากฝ่าบาทท่านเริ่มปฏิบัติการ เวลาผ่านไปนานมากแล้ว และ…!”
ฉันกัดฟัน ฟังคำพูดของดาเมียนต่ออย่างตั้งใจ
“หลังจากฝ่าบาทท่านบุกเข้าไป ราชาปีศาจแมลงวันเร่งความเร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ! เหมือนกับตอนบุกแนวป้องกันที่สองเลยครับ!”
แม้เครื่องบินจะพุ่งทะยานด้วยความเร็วสูงปานสายฟ้า บรรยากาศภายในห้องโดยสารกลับสงบนิ่งผิดหูผิดตา
เราอยู่ในท้องเครื่อง จึงแทบไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใด ๆ แต่ราชาปีศาจแมลงวันกลับทะยานขึ้นไปทางเหนืออย่างรวดเร็วทันทีที่เราบุกเข้าไป
“เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก! ถ้าเป็นแบบนี้ ภายในหนึ่งชั่วโมง…”
ดาเมียนเข้ามาใกล้ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
“จะถึงครอสโรดแล้วครับ!”
ฉะนั้นเอง…
มันเลือกแล้ว…
แทนที่จะเสียเวลาไล่ล่าเราที่หลบหนีไปอย่างคล่องแคล่ว มันเลือกที่จะโจมตีฐานที่มั่นของเราที่อยู่ใกล้กว่า
มันจะกลืนกินม้าใหญ่ แล้วจบเกมนี้เสียก่อน
ติดตามผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจให้ได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ขอร้องล่ะนะ plsss