- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)
◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)
◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)
……ช่างเถอะ
ขณะที่ดวงตาขนาดมหึมาเบื้องบนปรากฏขึ้นและทำลายราชาปีศาจวิหคด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ฉันพยายามปลอบใจตัวเองเช่นนั้น
ช่างเถอะ แม้จะเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่รับมือไม่ได้เสียทีเดียว
ในเกม แพกยาก็เป็นบอสตัวแสบอยู่แล้ว
เพราะมันมีทักษะ ‘ตายทันที’ เพียงทักษะเดียวในเกมนี้ การปรากฏตัวกระพริบตาของดวงตาขนาดใหญ่เมื่อครู่นั่นเอง
แต่เนื่องจากพลังของทักษะนั้นเหลือเชื่อขนาดนั้น จึงย่อมมีข้อเสียหลายอย่างอย่างแน่นอน
จำนวนครั้งที่ใช้ได้มีจำกัด เวลารอการใช้งานครั้งต่อไปก็ยาวนาน และเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นทักษะที่ใช้กับเป้าหมายเดี่ยว
มันไม่สามารถทำให้เป้าหมายทั้งหมดในระยะตายได้ เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น เป้าหมายที่ถูกเลือกจะต้องตาย แต่ก็แค่ตัวเดียว
‘การใช้ทักษะอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่แค่นั้นเอง!’
ฉันจ้องมองดวงตาเบื้องบนที่เบิกกว้างอยู่บนท้องฟ้าพลางกัดฟันแน่น
ถึงยังไง มันก็เป็นปีศาจที่เคยต่อสู้ด้วยในเกมมาแล้ว
มันยังคงอยู่ในแผนการของฉัน……!
คิย้าาาาาาาาาค!
เมื่อราชาปีศาจวิหคพ่ายแพ้ กองทัพปีศาจวิหคที่เหลืออยู่ก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับตอบรับ
ฝูงนกปีศาจหลายพันตัวพุ่งเข้าหาแพกยาดุจขีปนาวุธ ฉับพลันนั้นเอง รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอ
《พวกที่บินโฉบเฉี่ยวบนท้องฟ้าโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว》
ชายแขนเสื้อของผีดิบลิชกระพือออกกว้างใหญ่
《ฉันจะให้พวกแกรู้จักความสุขของการตกสวรรค์》
จากในแขนเสื้อ เครื่องรางนับพันพุ่งทะยานออกมา
เครื่องรางเหล่านั้นพับตัวเองเป็นรูปทรงเครื่องบินกระดาษ แล้วก็โฉบเฉี่ยวไปหาเป้าหมายด้วยเส้นโค้งสง่างามราวขีปนาวุธนำวิถี
กว๊ากก!
ฝูงนกปีศาจหลายพันตัวปะทะกับเครื่องรางนับพัน
แล้ว…
กว๊าก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กวาง!
ท้องฟ้าสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน
ความร้อนแผดเผาและแสงสว่างเจิดจ้าสะท้านไปทั่ว ฉันยกมือขึ้นบังหน้าจากแสงและความร้อนโดยไม่รู้ตัว
ครู่ต่อมา เมื่อความร้อนและแสงจางลง ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความไม่แน่ใจ
บนท้องฟ้า กองทัพปีศาจวิหคหายไปสิ้น แทนที่ด้วย…
ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก
หูดูด ๆ ๆ ๆ ……
ซากศพของฝูงนกปีศาจ…ร่วงหล่นลงมาดุจหิมะตกหนัก
ชิ้นส่วนที่แหลกละเอียดกระหน่ำลงมาเหมือนลูกเห็บ เลือดกระจายลงมาเป็นสายฝน ขนนกไหม้เกรียมล่องลอยอยู่บนอากาศดุจหิมะ
เหนือทิวทัศน์เหนือจริงนั้น แพกยายังคงลอยอยู่บนท้องฟ้า
เหนือศีรษะของเธอคือดวงตาขนาดมหึมาเบิกโพลงอย่างน่าสะพรึงกลัว
“…….”
ช่างเถอะ ช่างเถอะ ช่างเถอะ……
“บ้าจริง!”
ฉันสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะพึมพำอยู่ในใจอย่างเคย
ไอ้พวกนี้…ฉันจะเอาชนะมันได้ยังไงกัน?
นี่คือผู้บัญชาการกองทัพปีศาจลำดับที่สาม
ถึงจะเป็นนักเวทระดับเครื่องบินรบ แถมยังได้รับการเสริมพลังจากบอสอีก ถ้าเทียบแค่กำลังทำลายล้าง มันอาจจะเหนือกว่ามังกรปีศาจเสียอีก……ฉันถึงกับอึ้งไปเลยกับพลังของมหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่
และแล้ว ดวงตาขนาดมหึมาบนท้องฟ้าที่เคยเบิกโพลงไร้จุดโฟกัสก็ขยับขึ้นมา
บิ้งกรื๊ร-
ตุ๊บ!
ดวงตาสีแดงที่หมุนวนอย่างประหลาดจ้องมองตรงมาที่กำแพงเมืองแห่งนี้
ตรงมายังที่ฉันยืนอยู่
《ฮื้อ》
แพกยารอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะเตรียมใช้ทักษะสังหารทันทีใส่ฉัน
……ฉันไม่ถอยหนี
ฉันรู้ว่าในเวลานี้ ถ้าแพกยาต้องการ และถ้าดวงตาขนาดมหึมาเหล่านั้นปิดลงแล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ฉันอาจจะตายได้ แต่ฉันไม่ถอยหนี ฉันจ้องมองเธออย่างไม่หวั่นไหว
เพราะฉันรู้
ว่าเธอต้องการฉัน ว่านี่เป็นเพียงการขู่เท่านั้น
《ดูเหมือนจะมีความกล้าหาญมากเลยนะ》
แพกยาโบกมือ ดวงตาคมกริบค่อย ๆ ปิดลง
ยกมือขึ้นพลางใช้ดวงตาเป็นฉากหลัง แพกยาเอ่ยขึ้น
《ฉันทำตามสัญญาแล้ว ผู้เล่น ฉันแสดงความจริงใจแล้ว ถึงตาที่นายจะทำตามสัญญาบ้าง》
“…….”
《ฆ่าฉันอีกคน กำหนดเวลาคือวันเริ่มการโจมตีครั้งต่อไป》
แพกยาหัวเราะคิกคัก พลางใช้ชายแขนเสื้อยาวปิดบังใบหน้า
《ถ้าฆ่าฉันอีกคนได้ภายในเวลานั้น ฉันจะเป็นพันธมิตรของนาย》
“…….”
《แต่ถ้าทำไม่ได้ ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง……แล้วเหยียบย่ำแนวหน้าสำคัญของนาย พร้อมกับคนที่นายรัก》
ร่างกายของเธอค่อย ๆ ละลายหายไปราวกับถูกความมืดกลืนกิน
《ฉันรออยู่ ผู้เล่น หวังว่าเราจะคงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป》
แล้วแพกยาก็จางหายไปอย่างสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในความมืดมิดของโลกอื่นที่ปกคลุมท้องฟ้า
ความมืดค่อย ๆ จางหายไป……และหิมะก็เริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง
ซากศพของกองทัพปีศาจวิหคที่นอนกองอยู่บนทุ่งทางใต้ ขนนกที่ร่วงหล่น และหิมะ……
ฉันจ้องมองทิวทัศน์อันหนาวเหน็บและเงียบสงัดนี้อย่างเงียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังกลับ
ฉันเห็นเหล่าทหารของฉันที่ยังคงก้มหน้าอยู่ตามคำสั่ง
ท่ามกลางเหล่าทหารนั้น ฉันเห็นพวกเขา ผู้กล้าของฉัน จ้องมองมาด้วยใบหน้าซีดเผือด
“……อืม”
โดยเฉพาะจูเนียร์ เธอดูตกตะลึงสุดขีด
“จะรับมือกับมันได้อย่างไรคะ……?”
“…….”
“เวทมนต์แบบนั้น……ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แม้แต่พระราชาแวมไพร์ก็ไม่มีเวทมนต์ระดับนั้น…….”
“…….”
“เรามีวิธีรับมือกับนักเวทโหดเหี้ยมแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่าคะ ฝ่าบาท?”
“แน่นอน”
ฉันตอบเสียงราบเรียบ
“มีวิธีอยู่”
เหมือนอย่างที่ผ่านมา เกมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถเอาชนะได้
แม้เส้นทางสู่ชัยชนะจะแคบและยากลำบาก ราวกับการลอดเข็ม แต่ก็มีอยู่จริง
ฉันใช้มือปัดหิมะที่เกาะอยู่บนบ่าทหารตรงหน้า แล้วออกคำสั่งเสียงหนักแน่น
“ทุกคนเงยหน้าขึ้น!”
เหล่าทหารต่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
ใบหน้าของทุกคนเคร่งเครียด เมื่อมองเห็นซากศพและขนนกของปีศาจที่ตกลงมา แต่ฉันก็ยิ้มให้พวกเขาอย่างอ่อนโยน
เวทมนต์ที่แพกยาแสดงให้เห็นเมื่อครู่คงน่าสะพรึงกลัวมาก
ทว่า ในอนาคต ครอสโรด แนวหน้าของเหล่าปีศาจ จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดร้ายและน่ากลัวยิ่งกว่านี้
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปีที่ 3 เท่านั้น
เราไม่ควรท้อแท้เพียงแค่นี้
“ทำไมหน้าตาแบบนั้นกัน! นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ได้มาฟรี ๆ นะ ดีใจมากกว่านี้ได้!”
อาหารอร่อยที่สุดในโลก คืออาหารที่คนอื่นทำให้ ใช่ไหม?
กองทัพปีศาจวิหคที่น่าจะสร้างความยากลำบากมากกว่านี้ กลับพ่ายแพ้ไปเองเสียอย่างนั้น ไม่ใช่เวลาที่จะมัวเศร้าหมอง
“ยิ่งกว่านั้น ศัตรูของเรายังเปิดไพ่ตัวเองให้เราเห็นแล้วด้วย”
เรียกว่าเปิดไพ่มากกว่าโชว์เสียอีก อย่างไรก็ตาม…
ฉันตะโกนเสียงดังลั่น
“หน้าที่ของเราไม่เปลี่ยนแปลง! สู้ต่อไป!”
เรื่องราวเบื้องหลังที่ยังไม่กระจ่าง ศัตรูที่แข็งแกร่ง เส้นทางสู่จุดจบที่ยังไม่ปรากฏ…
ไม่สำคัญ
ฉันกำหมัดแน่น แล้วก้าวเดินต่อไปทีละก้าว เริ่มจากศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน
ฉันหันไปทางกำแพงเมือง จ้องมองที่ราบที่ขนนกและหิมะปลิวว่อนปะปนกันอย่างอลหม่าน ก่อนจะเอ่ยคำสั่ง
“เตรียมการป้องกันรอบต่อไป!”
***
[ด่าน 24 – กวาดล้างเสร็จสิ้น]
[ตัวละครเลเวลอัป]
- ไม่มี
[ตัวละครที่เสียชีวิต]
- ไม่มี
[ตัวละครที่บาดเจ็บ]
- ไม่มี
[ไอเท็มที่ได้รับ]
- แกนพลังเวทย์ราชาปีศาจวิหค (SSR)
- อัญมณีเวทย์มนตร์กองทัพปีศาจวิหค : 554 ชิ้น
[ได้รับรางวัลการเคลียร์ด่านแล้ว โปรดตรวจสอบช่องเก็บของ]
- กล่องรางวัลระดับ SR : 5 ชิ้น
>> เตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไป
>> [ด่านต่อไป : พรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็จะขึ้น]
***
หลังจากการต่อสู้จบลง รุ่งอรุณก็ค่อย ๆ สาดแสงส่องมาจากขอบฟ้า
เหล่าผู้กล้าต่างมารวมตัวกัน ณ คฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง ฉันเรียกพวกเขามาเพื่อวางแผนอนาคต
ทุกคนดูอ่อนล้า เพราะนอนไม่หลับมาทั้งคืน ทว่าแววตาของพวกเขากลับไม่แสดงความง่วงนอนแม้แต่น้อย
เพราะ...พวกเขาเพิ่งได้เห็นพลังของผู้บัญชาการกองทัพปีศาจแห่งฝันร้ายด้วยตาตนเอง
มันสังหารกองทัพปีศาจวิหคทั้งหมดเพียงลำพัง แพกยา แตกต่างจากปีศาจตนอื่นอย่างสิ้นเชิง
‘นี่แหละ...คือเวทมนตร์’
ถึงแม้จะมีศัตรูที่ใช้เวทมนตร์มาก่อน แต่แพกยายังคงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
มันเป็นนักเวทแบบดั้งเดิม หมกมุ่นอยู่กับเวทมนตร์เพียงอย่างเดียว ไม่สนใจทักษะการต่อสู้รูปแบบอื่น
ดังนั้น ฝีมือการต่อสู้จึงแทบเป็นศูนย์ แต่พลังเวทมนตร์กลับสูงเสียจนน่าตกตะลึง
‘ถึงขั้นเปิดท้องฟ้าได้เลย’
ฉันพยายามลบภาพดวงตาหวานฉ่ำเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วเริ่มอธิบายให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง
เริ่มจากเหตุผลที่แพกยาออกมาจัดการกองทัพปีศาจวิหคในวันนี้
ฉันเล่าเรื่องไปจนถึงตรงนั้น เอวานเจลีนก็เด้งตัวขึ้นพร้อมเสียงฮึดฮัด
“หมายความว่าจะทรยศท่านจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยารึคะ?!”
“ทรยศเหรอ…พูดแรงไปหน่อยนะ ยิ่งกว่านั้น ทำไมเรียกท่านแบบนั้นล่ะ แพกยา ‘ท่าน’ เนี่ยนะ?”
“แน่นอนว่าต้องใช้คำว่า ‘ท่าน’ สิคะ ถ้าท่านให้เกราะดีขนาดนี้!”
เอวานเจลีนที่ได้รับ [สโนว์ไวท์] จากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยา ดูเหมือนจะเข้าข้างเธอเสียแล้ว
เบอร์ดันดี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เช่นกัน
“จ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาได้มอบ จอกศักดิ์สิทธิ์…ต้นกล้าไม้โลก ที่ท่านเก็บรักษาเอาไว้ให้พวกเรา การทรยศท่านคงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ……”
มีของกินให้เยอะแล้วสินะ สองคนนี้เข้าข้างจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ไปเสียแล้ว
ฉันบ่นพึมพำในใจ ที่จริงแล้วฉันเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยามากมาย เธอช่วยสร้างไม้เท้าเอเวอร์แบล็กขนาดเล็กให้ ฉันจึงใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพในการยึดครองเมืองหลวง
“แต่…”
ลูคัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเย็นขณะฟังอยู่
“ผู้บัญชาการแพกยามีประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”
“หลักฐานที่ทำให้นายคิดเช่นนั้นคืออะไร?”
“จ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาไม่ได้ทำอะไรนอกจากกักตัวอยู่ในหอคอยของตนเอง ขณะที่ผู้บัญชาการแพกยานั้นสามารถนำกองทัพเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และถึงขั้นประกาศต่อต้านราชาปีศาจด้วย”
ลูคัสพยายามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผล โดยไม่สนใจสิ่งที่ได้รับมาแล้ว
“ถึงอย่างนั้น เราก็ใช้ประโยชน์จากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาอย่างเต็มที่แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ต่อไปอีกแล้ว ในขณะที่พลังที่ผู้บัญชาการแพกยาแสดงให้เห็นในวันนี้ยิ่งใหญ่มาก หากเรามีเธอเป็นพันธมิตร……”
“ไม่ใช่ค่ะ ลุงลูคัส! พูดอย่างนั้นแรงไปหน่อย! จิตวิญญาณแห่งอัศวินที่เรียนมาจากสถาบันล่ะคะ!”
“ฉันคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้หลักการของมนุษย์กับปีศาจหรอก”
ห้องรับแขกพลันวุ่นวาย เหล่าผู้กล้าเริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าควรเลือกฝ่ายใดระหว่างแพกยาทั้งสอง
ไม่นานนัก เอวานเจลีนร้องออกมาพลางกุมศีรษะ
“ปวดหัวจัง! ใช้ชื่อเดียวกันเลย แยกแยะไม่ออกเลย! เปลี่ยนชื่อกันบ้างเถอะ!”
“ได้เลย”
ฉันปรบมือ
[โซยะ=ของกินเล่นในเกาหลีนะครับ]
“งั้น เรียกผีดิบที่แสดงเวทมนตร์เมื่อครู่ว่า เฮียวกะ ส่วนหุ่นยนต์ที่เคยเจอในหอคอยเวทย์มนตร์เรียกว่า โซยะ”
“ชื่อแพกยาหายไปเลย……แล้วโซยะคืออะไรคะ?”
“มีอยู่ อร่อยด้วย เดี๋ยวจะทำให้นะ”
ฉันขอโทษจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยา……หรือ โซยะ ที่กลายเป็นไส้กรอกผัดผักโดยไม่ตั้งใจ
ฉันจึงจัดการกับบรรยากาศที่วุ่นวาย
“ความจริงแล้ว การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็เป็นเรื่องยาก พลังเวทย์ของเฮียวกะก็รู้กันอยู่ โซยะก็เช่นกัน ถ้าโซยะเสริมหอคอยเวทย์มนต์ให้แข็งแกร่ง การจัดการคงไม่ง่าย”
เงื่อนไขของภารกิจในภาคนี้คือ ‘ฆ่าแพกยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยมือของเราเอง’
นี่แหละคือปัญหา
ถ้าทำตามเฮียวกะ เราต้องทำลายหอคอยเวทย์มนตร์ของโซยะ แต่การตีเมืองที่เป็นป้อมปราการเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องยากเสียยิ่งกว่าขึ้นเขาควาย
ถ้าทำตามโซยะ เราต้องกำจัดเฮียวกะและกองทัพลิช แต่ถ้าเผชิญหน้ากับนักเวทเก่งกาจเช่นนั้นบนแนวหน้า คงเดาไม่ได้ว่าเราจะได้รับความเสียหายมากมายเพียงใด
“แม้แต่การทำตามคำขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ยังเป็นเรื่องยาก”
“ใช่”
เพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพันธมิตร เราต้องยอมรับความเสียหายครั้งใหญ่ ทว่า
“ลองคิดดูสิ เหตุผลที่พวกนั้นพยายามโน้มน้าวเราก็เพราะพวกเธอไม่สามารถฆ่ากันเองได้ เลยใช้เราเป็นเครื่องมือฆ่ากันไง แต่ถ้าฆ่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แล้วล่ะก็…”
ฉันหัวเราะเบา ๆ แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง
“จะมีประโยชน์อะไรกับพวกเธออีก?”
ลูคัสขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิด
“……พวกเธอก็จะทรยศเราสินะ?”
“ความจริงแล้ว ถ้าไม่ทรยศถึงจะแปลกกว่านะ?”
ไม่ว่าจะเป็นเฮียวกะหรือโซยะ หลังจากกำจัดอีกฝ่ายและได้ครองตำแหน่งแพกยาตัวจริง พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับเราอีกต่อไปแล้ว
ในเกมมันเป็นแบบนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพลิชหรือหอคอยเวทย์มนตร์ พวกเธอจะอยู่ข้างเราในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายก็จะหันมาทรยศเราทุกครั้งไป
สุดท้ายแล้ว พวกเธอก็ต้องมาต่อสู้และฆ่ากันเองอยู่ดี
นี่คือความเสี่ยงของการมีพันธมิตรที่ฉันพูดถึงไปก่อนหน้านี้ และเป็นเหตุผลที่ฉันลังเลมาตลอด
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน พวกเธอก็จะใช้ประโยชน์จากเราในช่วงที่เป็นพันธมิตร
แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องกำจัดทั้งสองฝ่ายอยู่ดี
“แล้วฝ่าบาทจะจัดการกับสองคนนั้นอย่างไรคะ?”
ฉันยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“ฉันจะตอบแทนในสิ่งที่พวกเธอให้มา”
ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความจริงใจต่อฉันอย่างเพียงพอแล้ว
ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะตอบแทนด้วยการก่อความวุ่นวายบ้าง
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_