เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)

◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)

◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)

……ช่างเถอะ

ขณะที่ดวงตาขนาดมหึมาเบื้องบนปรากฏขึ้นและทำลายราชาปีศาจวิหคด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ฉันพยายามปลอบใจตัวเองเช่นนั้น

ช่างเถอะ แม้จะเป็นพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่รับมือไม่ได้เสียทีเดียว

ในเกม แพกยาก็เป็นบอสตัวแสบอยู่แล้ว

เพราะมันมีทักษะ ‘ตายทันที’ เพียงทักษะเดียวในเกมนี้ การปรากฏตัวกระพริบตาของดวงตาขนาดใหญ่เมื่อครู่นั่นเอง

แต่เนื่องจากพลังของทักษะนั้นเหลือเชื่อขนาดนั้น จึงย่อมมีข้อเสียหลายอย่างอย่างแน่นอน

จำนวนครั้งที่ใช้ได้มีจำกัด เวลารอการใช้งานครั้งต่อไปก็ยาวนาน และเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นทักษะที่ใช้กับเป้าหมายเดี่ยว

มันไม่สามารถทำให้เป้าหมายทั้งหมดในระยะตายได้ เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น เป้าหมายที่ถูกเลือกจะต้องตาย แต่ก็แค่ตัวเดียว

‘การใช้ทักษะอาจจะดูน่ากลัวไปหน่อย แต่แค่นั้นเอง!’

ฉันจ้องมองดวงตาเบื้องบนที่เบิกกว้างอยู่บนท้องฟ้าพลางกัดฟันแน่น

ถึงยังไง มันก็เป็นปีศาจที่เคยต่อสู้ด้วยในเกมมาแล้ว

มันยังคงอยู่ในแผนการของฉัน……!

คิย้าาาาาาาาาค!

เมื่อราชาปีศาจวิหคพ่ายแพ้ กองทัพปีศาจวิหคที่เหลืออยู่ก็ส่งเสียงคำรามกึกก้องราวกับตอบรับ

ฝูงนกปีศาจหลายพันตัวพุ่งเข้าหาแพกยาดุจขีปนาวุธ ฉับพลันนั้นเอง รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธอ

《พวกที่บินโฉบเฉี่ยวบนท้องฟ้าโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาว》

ชายแขนเสื้อของผีดิบลิชกระพือออกกว้างใหญ่

《ฉันจะให้พวกแกรู้จักความสุขของการตกสวรรค์》

จากในแขนเสื้อ เครื่องรางนับพันพุ่งทะยานออกมา

เครื่องรางเหล่านั้นพับตัวเองเป็นรูปทรงเครื่องบินกระดาษ แล้วก็โฉบเฉี่ยวไปหาเป้าหมายด้วยเส้นโค้งสง่างามราวขีปนาวุธนำวิถี

กว๊ากก!

ฝูงนกปีศาจหลายพันตัวปะทะกับเครื่องรางนับพัน

แล้ว…

กว๊าก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ กวาง!

ท้องฟ้าสว่างวาบเป็นสีขาวโพลน

ความร้อนแผดเผาและแสงสว่างเจิดจ้าสะท้านไปทั่ว ฉันยกมือขึ้นบังหน้าจากแสงและความร้อนโดยไม่รู้ตัว

ครู่ต่อมา เมื่อความร้อนและแสงจางลง ฉันแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความไม่แน่ใจ

บนท้องฟ้า กองทัพปีศาจวิหคหายไปสิ้น แทนที่ด้วย…

ตุ๊ก ตุ๊ก ตุ๊ก

หูดูด ๆ ๆ ๆ ……

ซากศพของฝูงนกปีศาจ…ร่วงหล่นลงมาดุจหิมะตกหนัก

ชิ้นส่วนที่แหลกละเอียดกระหน่ำลงมาเหมือนลูกเห็บ เลือดกระจายลงมาเป็นสายฝน ขนนกไหม้เกรียมล่องลอยอยู่บนอากาศดุจหิมะ

เหนือทิวทัศน์เหนือจริงนั้น แพกยายังคงลอยอยู่บนท้องฟ้า

เหนือศีรษะของเธอคือดวงตาขนาดมหึมาเบิกโพลงอย่างน่าสะพรึงกลัว

“…….”

ช่างเถอะ ช่างเถอะ ช่างเถอะ……

“บ้าจริง!”

ฉันสบถออกมาโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะพึมพำอยู่ในใจอย่างเคย

ไอ้พวกนี้…ฉันจะเอาชนะมันได้ยังไงกัน?

นี่คือผู้บัญชาการกองทัพปีศาจลำดับที่สาม

ถึงจะเป็นนักเวทระดับเครื่องบินรบ แถมยังได้รับการเสริมพลังจากบอสอีก ถ้าเทียบแค่กำลังทำลายล้าง มันอาจจะเหนือกว่ามังกรปีศาจเสียอีก……ฉันถึงกับอึ้งไปเลยกับพลังของมหาจอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่

และแล้ว ดวงตาขนาดมหึมาบนท้องฟ้าที่เคยเบิกโพลงไร้จุดโฟกัสก็ขยับขึ้นมา

บิ้งกรื๊ร-

ตุ๊บ!

ดวงตาสีแดงที่หมุนวนอย่างประหลาดจ้องมองตรงมาที่กำแพงเมืองแห่งนี้

ตรงมายังที่ฉันยืนอยู่

《ฮื้อ》

แพกยารอยยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่สะทกสะท้าน ขณะเตรียมใช้ทักษะสังหารทันทีใส่ฉัน

……ฉันไม่ถอยหนี

ฉันรู้ว่าในเวลานี้ ถ้าแพกยาต้องการ และถ้าดวงตาขนาดมหึมาเหล่านั้นปิดลงแล้วเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ฉันอาจจะตายได้ แต่ฉันไม่ถอยหนี ฉันจ้องมองเธออย่างไม่หวั่นไหว

เพราะฉันรู้

ว่าเธอต้องการฉัน ว่านี่เป็นเพียงการขู่เท่านั้น

《ดูเหมือนจะมีความกล้าหาญมากเลยนะ》

แพกยาโบกมือ ดวงตาคมกริบค่อย ๆ ปิดลง

ยกมือขึ้นพลางใช้ดวงตาเป็นฉากหลัง แพกยาเอ่ยขึ้น

《ฉันทำตามสัญญาแล้ว ผู้เล่น ฉันแสดงความจริงใจแล้ว ถึงตาที่นายจะทำตามสัญญาบ้าง》

“…….”

《ฆ่าฉันอีกคน กำหนดเวลาคือวันเริ่มการโจมตีครั้งต่อไป》

แพกยาหัวเราะคิกคัก พลางใช้ชายแขนเสื้อยาวปิดบังใบหน้า

《ถ้าฆ่าฉันอีกคนได้ภายในเวลานั้น ฉันจะเป็นพันธมิตรของนาย》

“…….”

《แต่ถ้าทำไม่ได้ ฉันจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง……แล้วเหยียบย่ำแนวหน้าสำคัญของนาย พร้อมกับคนที่นายรัก》

ร่างกายของเธอค่อย ๆ ละลายหายไปราวกับถูกความมืดกลืนกิน

《ฉันรออยู่ ผู้เล่น หวังว่าเราจะคงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันต่อไป》

แล้วแพกยาก็จางหายไปอย่างสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบนั้นก็ค่อย ๆ หายไปในความมืดมิดของโลกอื่นที่ปกคลุมท้องฟ้า

ความมืดค่อย ๆ จางหายไป……และหิมะก็เริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอีกครั้ง

ซากศพของกองทัพปีศาจวิหคที่นอนกองอยู่บนทุ่งทางใต้ ขนนกที่ร่วงหล่น และหิมะ……

ฉันจ้องมองทิวทัศน์อันหนาวเหน็บและเงียบสงัดนี้อย่างเงียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังกลับ

ฉันเห็นเหล่าทหารของฉันที่ยังคงก้มหน้าอยู่ตามคำสั่ง

ท่ามกลางเหล่าทหารนั้น ฉันเห็นพวกเขา ผู้กล้าของฉัน จ้องมองมาด้วยใบหน้าซีดเผือด

“……อืม”

โดยเฉพาะจูเนียร์ เธอดูตกตะลึงสุดขีด

“จะรับมือกับมันได้อย่างไรคะ……?”

“…….”

“เวทมนต์แบบนั้น……ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แม้แต่พระราชาแวมไพร์ก็ไม่มีเวทมนต์ระดับนั้น…….”

“…….”

“เรามีวิธีรับมือกับนักเวทโหดเหี้ยมแบบนั้นจริง ๆ หรือเปล่าคะ ฝ่าบาท?”

“แน่นอน”

ฉันตอบเสียงราบเรียบ

“มีวิธีอยู่”

เหมือนอย่างที่ผ่านมา เกมนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้สามารถเอาชนะได้

แม้เส้นทางสู่ชัยชนะจะแคบและยากลำบาก ราวกับการลอดเข็ม แต่ก็มีอยู่จริง

ฉันใช้มือปัดหิมะที่เกาะอยู่บนบ่าทหารตรงหน้า แล้วออกคำสั่งเสียงหนักแน่น

“ทุกคนเงยหน้าขึ้น!”

เหล่าทหารต่างเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

ใบหน้าของทุกคนเคร่งเครียด เมื่อมองเห็นซากศพและขนนกของปีศาจที่ตกลงมา แต่ฉันก็ยิ้มให้พวกเขาอย่างอ่อนโยน

เวทมนต์ที่แพกยาแสดงให้เห็นเมื่อครู่คงน่าสะพรึงกลัวมาก

ทว่า ในอนาคต ครอสโรด แนวหน้าของเหล่าปีศาจ จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โหดร้ายและน่ากลัวยิ่งกว่านี้

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปีที่ 3 เท่านั้น

เราไม่ควรท้อแท้เพียงแค่นี้

“ทำไมหน้าตาแบบนั้นกัน! นี่ไม่ใช่ชัยชนะที่ได้มาฟรี ๆ นะ ดีใจมากกว่านี้ได้!”

อาหารอร่อยที่สุดในโลก คืออาหารที่คนอื่นทำให้ ใช่ไหม?

กองทัพปีศาจวิหคที่น่าจะสร้างความยากลำบากมากกว่านี้ กลับพ่ายแพ้ไปเองเสียอย่างนั้น ไม่ใช่เวลาที่จะมัวเศร้าหมอง

“ยิ่งกว่านั้น ศัตรูของเรายังเปิดไพ่ตัวเองให้เราเห็นแล้วด้วย”

เรียกว่าเปิดไพ่มากกว่าโชว์เสียอีก อย่างไรก็ตาม…

ฉันตะโกนเสียงดังลั่น

“หน้าที่ของเราไม่เปลี่ยนแปลง! สู้ต่อไป!”

เรื่องราวเบื้องหลังที่ยังไม่กระจ่าง ศัตรูที่แข็งแกร่ง เส้นทางสู่จุดจบที่ยังไม่ปรากฏ…

ไม่สำคัญ

ฉันกำหมัดแน่น แล้วก้าวเดินต่อไปทีละก้าว เริ่มจากศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อน

ฉันหันไปทางกำแพงเมือง จ้องมองที่ราบที่ขนนกและหิมะปลิวว่อนปะปนกันอย่างอลหม่าน ก่อนจะเอ่ยคำสั่ง

“เตรียมการป้องกันรอบต่อไป!”

***

[ด่าน 24 – กวาดล้างเสร็จสิ้น]

[ตัวละครเลเวลอัป]

- ไม่มี

[ตัวละครที่เสียชีวิต]

- ไม่มี

[ตัวละครที่บาดเจ็บ]

- ไม่มี

[ไอเท็มที่ได้รับ]

- แกนพลังเวทย์ราชาปีศาจวิหค (SSR)

- อัญมณีเวทย์มนตร์กองทัพปีศาจวิหค : 554 ชิ้น

[ได้รับรางวัลการเคลียร์ด่านแล้ว โปรดตรวจสอบช่องเก็บของ]

- กล่องรางวัลระดับ SR : 5 ชิ้น

>> เตรียมพร้อมสำหรับด่านต่อไป

>> [ด่านต่อไป : พรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็จะขึ้น]

***

หลังจากการต่อสู้จบลง รุ่งอรุณก็ค่อย ๆ สาดแสงส่องมาจากขอบฟ้า

เหล่าผู้กล้าต่างมารวมตัวกัน ณ คฤหาสน์ของท่านเจ้าเมือง ฉันเรียกพวกเขามาเพื่อวางแผนอนาคต

ทุกคนดูอ่อนล้า เพราะนอนไม่หลับมาทั้งคืน ทว่าแววตาของพวกเขากลับไม่แสดงความง่วงนอนแม้แต่น้อย

เพราะ...พวกเขาเพิ่งได้เห็นพลังของผู้บัญชาการกองทัพปีศาจแห่งฝันร้ายด้วยตาตนเอง

มันสังหารกองทัพปีศาจวิหคทั้งหมดเพียงลำพัง แพกยา แตกต่างจากปีศาจตนอื่นอย่างสิ้นเชิง

‘นี่แหละ...คือเวทมนตร์’

ถึงแม้จะมีศัตรูที่ใช้เวทมนตร์มาก่อน แต่แพกยายังคงเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย

มันเป็นนักเวทแบบดั้งเดิม หมกมุ่นอยู่กับเวทมนตร์เพียงอย่างเดียว ไม่สนใจทักษะการต่อสู้รูปแบบอื่น

ดังนั้น ฝีมือการต่อสู้จึงแทบเป็นศูนย์ แต่พลังเวทมนตร์กลับสูงเสียจนน่าตกตะลึง

‘ถึงขั้นเปิดท้องฟ้าได้เลย’

ฉันพยายามลบภาพดวงตาหวานฉ่ำเมื่อครู่ทิ้งไป แล้วเริ่มอธิบายให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง

เริ่มจากเหตุผลที่แพกยาออกมาจัดการกองทัพปีศาจวิหคในวันนี้

ฉันเล่าเรื่องไปจนถึงตรงนั้น เอวานเจลีนก็เด้งตัวขึ้นพร้อมเสียงฮึดฮัด

“หมายความว่าจะทรยศท่านจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยารึคะ?!”

“ทรยศเหรอ…พูดแรงไปหน่อยนะ ยิ่งกว่านั้น ทำไมเรียกท่านแบบนั้นล่ะ แพกยา ‘ท่าน’ เนี่ยนะ?”

“แน่นอนว่าต้องใช้คำว่า ‘ท่าน’ สิคะ ถ้าท่านให้เกราะดีขนาดนี้!”

เอวานเจลีนที่ได้รับ [สโนว์ไวท์] จากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยา ดูเหมือนจะเข้าข้างเธอเสียแล้ว

เบอร์ดันดี้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็เช่นกัน

“จ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาได้มอบ จอกศักดิ์สิทธิ์…ต้นกล้าไม้โลก ที่ท่านเก็บรักษาเอาไว้ให้พวกเรา การทรยศท่านคงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจ……”

มีของกินให้เยอะแล้วสินะ สองคนนี้เข้าข้างจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ไปเสียแล้ว

ฉันบ่นพึมพำในใจ ที่จริงแล้วฉันเองก็ได้รับความช่วยเหลือจากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยามากมาย เธอช่วยสร้างไม้เท้าเอเวอร์แบล็กขนาดเล็กให้ ฉันจึงใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพในการยึดครองเมืองหลวง

“แต่…”

ลูคัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบเย็นขณะฟังอยู่

“ผู้บัญชาการแพกยามีประโยชน์ใช้สอยมากกว่า ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น”

“หลักฐานที่ทำให้นายคิดเช่นนั้นคืออะไร?”

“จ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาไม่ได้ทำอะไรนอกจากกักตัวอยู่ในหอคอยของตนเอง ขณะที่ผู้บัญชาการแพกยานั้นสามารถนำกองทัพเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และถึงขั้นประกาศต่อต้านราชาปีศาจด้วย”

ลูคัสพยายามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผล โดยไม่สนใจสิ่งที่ได้รับมาแล้ว

“ถึงอย่างนั้น เราก็ใช้ประโยชน์จากจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยาอย่างเต็มที่แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ต่อไปอีกแล้ว ในขณะที่พลังที่ผู้บัญชาการแพกยาแสดงให้เห็นในวันนี้ยิ่งใหญ่มาก หากเรามีเธอเป็นพันธมิตร……”

“ไม่ใช่ค่ะ ลุงลูคัส! พูดอย่างนั้นแรงไปหน่อย! จิตวิญญาณแห่งอัศวินที่เรียนมาจากสถาบันล่ะคะ!”

“ฉันคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้หลักการของมนุษย์กับปีศาจหรอก”

ห้องรับแขกพลันวุ่นวาย เหล่าผู้กล้าเริ่มถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าควรเลือกฝ่ายใดระหว่างแพกยาทั้งสอง

ไม่นานนัก เอวานเจลีนร้องออกมาพลางกุมศีรษะ

“ปวดหัวจัง! ใช้ชื่อเดียวกันเลย แยกแยะไม่ออกเลย! เปลี่ยนชื่อกันบ้างเถอะ!”

“ได้เลย”

ฉันปรบมือ

[โซยะ=ของกินเล่นในเกาหลีนะครับ]

“งั้น เรียกผีดิบที่แสดงเวทมนตร์เมื่อครู่ว่า เฮียวกะ ส่วนหุ่นยนต์ที่เคยเจอในหอคอยเวทย์มนตร์เรียกว่า โซยะ”

“ชื่อแพกยาหายไปเลย……แล้วโซยะคืออะไรคะ?”

“มีอยู่ อร่อยด้วย เดี๋ยวจะทำให้นะ”

ฉันขอโทษจ้าวแห่งหอคอยเวทย์มนตร์ แพกยา……หรือ โซยะ ที่กลายเป็นไส้กรอกผัดผักโดยไม่ตั้งใจ

ฉันจึงจัดการกับบรรยากาศที่วุ่นวาย

“ความจริงแล้ว การเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็เป็นเรื่องยาก พลังเวทย์ของเฮียวกะก็รู้กันอยู่ โซยะก็เช่นกัน ถ้าโซยะเสริมหอคอยเวทย์มนต์ให้แข็งแกร่ง การจัดการคงไม่ง่าย”

เงื่อนไขของภารกิจในภาคนี้คือ ‘ฆ่าแพกยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งด้วยมือของเราเอง’

นี่แหละคือปัญหา

ถ้าทำตามเฮียวกะ เราต้องทำลายหอคอยเวทย์มนตร์ของโซยะ แต่การตีเมืองที่เป็นป้อมปราการเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่งนั้นเป็นเรื่องยากเสียยิ่งกว่าขึ้นเขาควาย

ถ้าทำตามโซยะ เราต้องกำจัดเฮียวกะและกองทัพลิช แต่ถ้าเผชิญหน้ากับนักเวทเก่งกาจเช่นนั้นบนแนวหน้า คงเดาไม่ได้ว่าเราจะได้รับความเสียหายมากมายเพียงใด

“แม้แต่การทำตามคำขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ยังเป็นเรื่องยาก”

“ใช่”

เพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพันธมิตร เราต้องยอมรับความเสียหายครั้งใหญ่ ทว่า

“ลองคิดดูสิ เหตุผลที่พวกนั้นพยายามโน้มน้าวเราก็เพราะพวกเธอไม่สามารถฆ่ากันเองได้ เลยใช้เราเป็นเครื่องมือฆ่ากันไง แต่ถ้าฆ่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้แล้วล่ะก็…”

ฉันหัวเราะเบา ๆ แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง

“จะมีประโยชน์อะไรกับพวกเธออีก?”

ลูคัสขมวดคิ้ว พลางครุ่นคิด

“……พวกเธอก็จะทรยศเราสินะ?”

“ความจริงแล้ว ถ้าไม่ทรยศถึงจะแปลกกว่านะ?”

ไม่ว่าจะเป็นเฮียวกะหรือโซยะ หลังจากกำจัดอีกฝ่ายและได้ครองตำแหน่งแพกยาตัวจริง พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับเราอีกต่อไปแล้ว

ในเกมมันเป็นแบบนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพลิชหรือหอคอยเวทย์มนตร์ พวกเธอจะอยู่ข้างเราในช่วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายก็จะหันมาทรยศเราทุกครั้งไป

สุดท้ายแล้ว พวกเธอก็ต้องมาต่อสู้และฆ่ากันเองอยู่ดี

นี่คือความเสี่ยงของการมีพันธมิตรที่ฉันพูดถึงไปก่อนหน้านี้ และเป็นเหตุผลที่ฉันลังเลมาตลอด

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน พวกเธอก็จะใช้ประโยชน์จากเราในช่วงที่เป็นพันธมิตร

แต่สุดท้ายแล้ว เราต้องกำจัดทั้งสองฝ่ายอยู่ดี

“แล้วฝ่าบาทจะจัดการกับสองคนนั้นอย่างไรคะ?”

ฉันยิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

“ฉันจะตอบแทนในสิ่งที่พวกเธอให้มา”

ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงความจริงใจต่อฉันอย่างเพียงพอแล้ว

ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะตอบแทนด้วยการก่อความวุ่นวายบ้าง

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 508. [ด่านที่ 24] คืนสีขาว (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว