เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 มอบชีวิตของเจ้ามา!

ตอนที่ 14 มอบชีวิตของเจ้ามา!

ตอนที่ 14 มอบชีวิตของเจ้ามา!


หลี่ ฉิงชานได้ถามคำถามไปมากมาย เด็กน้อยก็ตอบทุกคำถามราวกับว่าโกหกไม่เป็น ทั้งพยักหน้าและส่ายหน้า แต่เขาตอบได้เพียงคำถามง่ายๆเท่านั้นหากเขาเจอคำถามที่ยากๆเขาก็จะยืนหน้านิ่งไปเลย

 

เมื่อหลี่ฉิงชานถามว่าชื่ออะไรมาจากไหน เด็กน้อยได้แต่ส่ายหน้าแรงๆเพียงอย่างเดียวและเมื่อเขาถามว่าแม่มดจะมีเลห์กลอะไรอีกหรือไม่ เด็กน้อยก็เพียงทำหน้านิ่งๆยืนเฉยๆอยู่ที่เดิม

 

แต่เพียงเท่านี้ หลี่ฉิงชานก็เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น เด็กคนนี้ถูกแม่มดทำร้ายจนตายจริงๆและได้ถูกทำให้แปรเปลี่ยนเป็นภูติผีใต้คำสั่งของเธอ เดิมทีเขาควรจะพูดได้ แต่แม่มดได้ให้เด็กน้อยดื่มยาบางอย่างเข้าไปทำให้ไม่สามารถพูดได้

 

หลี่ ฉิงชานเดาว่า แม่มดคงลักพาตัวเด็กคนนี้และกลัวว่าเด็กคนนี้จะเอาเรื่องพวกนี้ไปพูดเธอจึงเอายาพิษที่ทำให้เป็นใบ้ให้เด็กกิน เมื่อใดก็ตามที่เขาพูดถึงแม่มดสีหน้าเด็กน้อยพลันเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที

 

 

หลี่ฉิงชานกล่าวเบาๆ"ไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ทำร้ายเจ้า ข้าจะไปฆ่ายัยแก่แม่มดนั้นและปลดปล่อยเจ้าเอง"

 

 

เด็กน้อยเข้ามาใกล้ๆหลี่ฉิงชานโดยไม่รู้ตัว เมื่อเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสีหน้าที่แสดงออกมานั้นราวกับสนิทสนมกับหลี่ฉิงชานแล้ว

 

 

หลี่ฉิงชานยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับลูบหัวแต่หลังจากที่ลูบไปมือของเขาก็ทะลุร่างเด็กน้อย....เขาตัวแข็งทื่อไปทันที

 

 

สีหน้าเด็กน้อยพลันมืดมนลง เขาก้มหัวลงพร้อมกับน้ำตาค่อยๆไหลออกมา

 

 

หลี่ฉิงชานรู้สึกเศร้าจริงๆจากใจและเขาเงยหน้าเย้ยหยันผืนนภาอันกว้างใหญ่ทันที เหตุใดความยุติธรรมมักจะไม่มีอยู่เสมอในโลกนี้ ? มนุษย์ต่างทำร้ายกันและกันโหดร้ายเสียยิ่งกว่า วิญญาณร้าย ภูติผี ปีศาจหรือสัตว์ประหลาดเสียอีก

 

เด็กน้อยที่จ้องมองหลี่ฉิงชาน เต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

ภายใต้แสงจันทร์อันงดงาม มีน้ำตาหยดเล็กๆอยู่ตรงขอบตาของชายหนุ่มที่มีความตั้งใจแน่วแน่

 

หลี่ฉิงชานกล่าวเยาะเย้ยตนเอง"อันที่จริงแล้วเหตุผลที่ผู้ชายไม่ยอมให้น้ำตาไหลออกมาได้ง่ายๆนั้นเพราะพวกเขายังไม่เคยพบกับความโศกเศร้าเท่านั้นเอง... ข้าแค่จะทำให้เจ้าขำ"

 

เด็กน้อยเขย่งเท้า เพื่อจะเอามือไปปาดน้ำตาหลี่ฉิงชานและเก็บหยดน้ำตาอย่างระมัดระวังไว้ในฝ่ามือของเขาราวกับว่ามันหนักมาก

 

"อย่าเก็บมัน!"หลี่ฉิงชานหน้าแดงขึ้นมาทันทีและเขาเข้าใจความอึดอัดของวัวสีเขียวแล้ว น้ำตาของบุรุษจะเอาไปให้คนอื่นได้ง่ายๆได้เช่นไร

 

จากนั้นเขาก็จำได้ว่าวัวสีเขียวเคยพูดว่าภูติผีที่อ่อนแอนั้นจะไม่มีกายเนื้อ พวกเขาจะเปลี่ยนเป็นกายเนื้อและจับต้องวัตถุต่างๆได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาบ่มเพาะพลังไปได้ไปสักระดับหนึ่ง  เจ้าเด็กนี้ทั้งตัวเล็กและอ่อนแอ เด็กนี้คงจะถือได้แค่ของที่เบามากๆเพียงเท่านั้น

 

เด็กน้อยกำลังมองดูของเหลวใสๆในมือเขา

 

มันช่วยไม่ได้ที่หลี่ฉิงชานต้องหันไปมองทางอื่นพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆเล็กน้อย...

 

เหตุใดวันนี้ท้องฟ้าถึงมืดช้าเช่นนี้? แม้ว่าทัศนียภาพรอบๆบ้านเล็กนี้ยังสลั่วๆแต่มันก็ยังมองเห็นได้ชัดเจนอยู่ แต่เมื่อเขาเงยศีรษะขึ้นและเห็นดวงจันทร์ เขาก็เข้าใจทันทีว่ามันไม่ใช่ท้องฟ้ามืดช้าแต่อย่างใด แต่เป็นสายตาของเขาที่มันเปลี่ยนไปทุกอย่างมันสว่างขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องกลัวความมืดมิดยามค่ำคืนอีกแล้ว เขามองเห็นได้ชัดเจนมากกว่าเดิมมากราวกับกระจกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรกแล้วถูกเช็ดออก

 

หลี่ ฉิงชานพึมพำกับตัวเอง"พี่วัวเป็นสัตว์วิญญานอย่างแท้จริง แม้เป็นแค่น้ำตายังมีความสามารถที่มหัศจรรย์เช่นนี้"

 

"นี้มันก็ดึกแล้ว ข้าคงต้องไปนอนแล้ว เมื่อวานข้าไม่สามารถพักผ่อนได้เพราะเจ้าและพรุ่งนี้ข้ามีสิ่งที่ต้องทำ ข้าต้องเติมแรงกายแรงใจให้พร้อม" หลี่ฉิงชานเดินกลับไปที่ห้องของเขาแล้วนอนลง

 

เด็กน้อยนั่งอยู่ที่หน้าประตู เงาโปร่งแสงอยู่ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาราวกับน้ำตาที่อยู่บนฝ่ามือของเขา

 

หลี่ฉิงชานหลับลึกมากเขาตื่นมาอีกทีในตอนที่แสงสว่างเต็มท้องฟ้าเขารู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างมาก....

 

เด็กน้อยไม่อยู่แล้ว บางที่เขาคงไม่กล้าอยู่ในตอนกลางวัน

 

หลี่ฉิงชานไปล้างเนื้อล้างตัวและฝึกหมัดวัวอสูรเป็นครั้งคราว เขาหยิบดาบเหล็กเล่มหนาที่เขาได้มาจากหลี่ผู้มั่งคั่งขึ้นมาหลังจากที่พิจารณาเล็กน้อยแล้วเขาก็หยิบเนื้อกวางสองสามชิ้นก่อนจะออกไป

 

อันธพาลทั้งสามกำลังนั่งมองหน้ากันด้วยท่าทางทุกข์ทน หลังจากหัวล้านหลิวตายกลุ่มเล็กๆของเขาที่ขาดผู้นำไปนั้นมันทำให้พวกเขาใช่ชีวิตในหมู่บ้านได้ยากขึ้น  มันเป็นเรื่องจริง"เมื่อหนูข้ามถนนผู้คนต่างตะโกนด่าและทุบตีมัน"(น่าจะเปรียบเปรยว่าเป็นหนู)

 

พวกเขาจะเรียนรู้ความเลวของหัวล้านหลิวหรือความโหดร้ายของหลี่ฉิงชานได้อย่างไร ในตอนนี้เรื่องอาหารการกินก็กลับกลายเป็นปัญหาไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่จะได้กินเนื้อหรือเหล้าเลย พวกเขาได้งานที่บ้านของพ่อบ้านหลิวแต่ก็แทบจะไม่ได้อาหารอะไรเลย พวกเขาจะทำอย่างไรถึงจะทำให้มันง่ายแบบเมื่อก่อน

 

ในตอนนั้นเอง หลี่ ฉิงชานก็เดินเข้ามา อันธพาลทั้งสามรีบทักทายเขา พวกเขาทำท่าทางราวกับเห็นหลุมศพตนเอง ในมือข้างหนึ่งถือดาบอีกข้างถือเนื้อ พร้อมกับกลิ่นอายที่ดูทรงพลังและสูงส่งไม่มีใครกล้าที่จะดูถูกเขาเพียงเพราะเขายังเป็นเด็ก

 

เสียงของอันธพาลทั้งสามพลันแปรเปลี่ยนเป็นสุภาพมากขึ้นเท่าที่พวกเขาจะประจบการกระทำของหลี่ฉิงชานในวันก่อนได้

 

หลี่ฉิงชานไม่สนใจคำพูดประจบเหล่านั้นและวางเนื้อลง“ข้ามีเรื่องบางอย่างให้เจ้าทำเป็นครั้งสุดท้าย เนื้อนี้คือรางวัล”

 

“พวกเราไร้ซึ้งความกลัวใดๆ หลี่เอ๋อร์เพียงแค่เจ้าพูดออกมาพวกเราพี่น้องจะจัดการให้แม้ว่าจะตัดแหวกภูเขาหรือเผาทะเลก็ย่อมได้” ทั้งสามพูดเช่นนี้ ขณะที่มือพวกเขาก็ไม่ได้ที่จะรีบร้อนคว้าเนื้อไปแต่อย่างใด

 

เช่นเดียวกับหลี่ฉิงชานได้กล่าวครั้งสุดท้าย “ตามข้ามา!” แล้วเขาก็หันหลังเดินออกไป อย่างไรก็ตามครั้งนี้ไม่ใช้การวางก้ามโอ้อวดที่เกินจริงแต่อย่างใด แต่เป็นคำสั่งที่เด็ดขาดอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ทั้งสามไม่กล้าที่จะลังเลแม้แต่น้อยและเดินตามหลังเขาไปอย่างเชิ่อฟัง

 

หลี่ ฉิงชานยืมจอบและพลั่วจากครอบครัวชาวนาที่อยู่ใกล้ ๆและกลับไปที่บ้านของหลี่ผู้มั่งคั่ง

 

นี่ก็เที่ยงแล้ว ชาวบ้านต่างทำงานยุ่งๆตอนเช้าในฟาร์มเสร็จและมันเป็นเวลาที่พวกเขากลับบ้านไปกินอาหารกลางวัน พวกเขาเห็นหลี่เอ๋อร์ที่มีชื่อเสียงเมื่อไม่นานมานี้กำลังถือเครื่องมือและเดินนำอันธพาลทั้งสาม พวกเขาไม่รู้ว่าทั้งสี่จะทำอะไร พวกเขาอยากรู้อยากเห็นเลยเดินตามไป ในครานี้ต่างดึงดูดทุกคนในหมู่บ้าน

 

ชาวบ้านเห็นพวกเขาเดินไปหน้าบ้านหลี่ผู้มั่งคั่งและคิดว่าเขากำลังสั่งสอนบทเรียนให้กับผีขี้เมาในครั้งนี้? ข้าไม่รู้ว่าเจ้าผีขี้เมานั้นไปทำอะไรให้เขา?ชาวบ้านรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย

 

การที่พาคนมากมายมารังแกคนที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างน่าสงสารนั้นมันเป็นการกระทำตรงข้ามเลยเมื่อเทียบกับการที่เขาไปตะโกนใสพ่อบ้านหลิวและหัวหน้าหมู่บ้านหลี่ในลานบ้านที่ยิ่งใหญ่ของพ่อบ้านหลิว หนึ่งคือสีหน้าคุกคามที่มั่นคงและกดดัน สองใช่ความแข็งแกร่งของตัวเองรังแกคนอ่อนแอ

 

แต่อันธพาลทั้งสามมีความสุขมาก“ข้ารู้มานานแล้วว่าเจ้ามีแก่ขี้เมานี้มันคนไร้ค่า”พวกเขาตบหน้าอกอาสา“ข้าจะลากเขาออกมาเอง”พวกเขาไม่ได้มีความสุขเช่นนี้มานานแล้ว พวกเขาต้องการที่จะแสดงศักดิ์ศรีและทุบตีเขาต่อหน้าทุกคน

 

หลี่ ฉิงชานจ้องมองพวกเขาและตะโกน“เจ้ามาแล้ว?”

 

ทุกคนงงงวยเล็กน้อยจากนั้นหลี่ผู้มั่งคั่งก็วิ่งออกมาจากบ้านและกล่าวแบบกัดฟัน“ข้ามาแล้ว”

 

ท่าทีของเขาดูสุขุม ทำให้ชาวบ้านทุกคนรู้สึกแปลก ๆ ปกติหลี่ผู้มั่งคั่งมักเมามายอยู่ตลอด พวกเขาไม่รู้ว่าหลังจากที่หลี่ฉิงชานไปหาเขา หลี่ผู้มั่งคั่งก็ไม่ดื่มเหล้าแม้แต่ครั้งเดียว ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความหวังตลอดทั้งวันทั้งคืน เขาไม่คาดคิดว่าหลี่ ฉิงชานจะมาหาเขาในวันถัดมาเช่นนี้

 

ในตอนนี้ชาวต่างไม่รู้จับหัวชนท้ายอย่างไรและสำหรับคนที่สนใจอยู่แล้วก็ยิ่งอยากรู้มากขึ้นไปอีก

 

หลี่ ฉิงชานพยักหน้าและเดินไปข้างหน้า นำคนกลุ่มนี้ไปหน้าบ้านอิฐสีเขียวของแม่มด ประตูบ้านแม่มดมันถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา ดูเหมือนว่าเธอจะรู้แล้ว ดังนั้นเขาสั่งอันธพาลทั้งสาม“พังมัน!”

 

ท่าทีทั้งสามพลันกลายเป็นเกรงกลัว ไม่มีใครที่ไม่กลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับแม่เช่นนี้ แม้ตอนที่หัวล้านหลิวยังอยู่เขาก็ไม่กล้าทีจะขัดใจเธอ บ้านอิฐสีเขียวนี้ผสมผสานกับที่อยู่อาศัยและวัดมันทำให้มีความรู้สึกลึกลับและมีกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น พวกเขาได้ยินเรื่องแปลก ๆ มากมายที่เกิดขึ้นภายในบ้านนี้มานานแล้ว

 

ชาวบ้านต่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าเขาต้องการจะมีปัญหากับแม่มดเช่นนี้

 

บางคนตักเตือนเขา“หลี่เอ๋อร์อย่าพึ่งผลีผลามเช่นนั้น”

 

บางคนกล่าวอย่างหวาดกลัว“เจ้าจะถูกลงโทษ ถ้าเจ้าดูหมิ่นพระเจ้า”นี่คือคนที่ศรัทธาในแม่มด ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวดาบในมือของหลี่ ฉิงชาน เขาอาจจะเข้าไปหาและโต้เถียงไปแล้ว

 

“ปังงงงง”

 

หลี่ฉิงชานไม่พูดอะไรและเตะประตูไม้จนเปิด ที่ล๊อคประตูได้หักไปทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง ชาวบ้านต่างตะลึงจนเงียบไป

 

หลี่ ฉิงชาน หันมาสั่งทั้งสาม“เฝ้าข้างนอกไว้ห้ามให้ใครเข้าไป”

 

ทั้งสามตกลงทันทีอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องเข้าไปข้างใน

 

หลี่ฉิงชานเดินก้าวยาวเข้าประตูไป เขาเดินไปหน้าประตูทางเขาบ้านและถีบมัน ประตูก็เปิดออก

 

ตอนนี้เป็นตอนเที่ยงวันและดวงอาทิตย์ก็ทอแสงเจิดจ้าแจ่มใส แต่ในบ้านนั้นมีแต่ความืดมิดและลมมืดมนอันหนาวเย็นก็พัดลอยออกมา

 

แม่มดสวมเสื้อคลุมแม่มดสีสดใสและนั่งอยู่บนแท่นบูชาของพระเจ้า พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงแปลก“หลี่เอ๋อร์เจ้ารู้บาปของเจ้าไหม?” (หน้าแหกแน่นังแม่มด)

 

“ซวิ้งงงงงง”

 

หลี่ฉิงชานชักดาบหนาและตะโกนออกมา“มอบชีวิตของเจ้ามา!”

 


 

ฟาร์มเก็บเวลาตั้งนาน ลุยสักที!!

 

ติดต่อข่าวสารได้ที่เพจ Legend of the Great Saint ครับ^^

จบบทที่ ตอนที่ 14 มอบชีวิตของเจ้ามา!

คัดลอกลิงก์แล้ว