เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 460. [เนื้อเรื่องเสริม] การโจมตีเมืองหลวง (5)

◈บทที่ 460. [เนื้อเรื่องเสริม] การโจมตีเมืองหลวง (5)

◈บทที่ 460. [เนื้อเรื่องเสริม] การโจมตีเมืองหลวง (5)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 460. [เนื้อเรื่องเสริม] การโจมตีเมืองหลวง (5)

“เอาล่ะ พวกเรามาสรุปภารกิจกันดีกว่า”

เหล่าเซียนพนันทั้งห้าก้มหน้าลง ครุ่นคิดอย่างหนักอึ้ง

“เปิด ‘ประตูหลัง’ ทั่วเมืองหลวง แล้วช่วยชาวเมืองหนีออกไป นี่คือภารกิจของพวกเรา”

“แต่ดูเหมือนจะเจอปัญหาตั้งแต่เริ่มเลยนะครับ”

“ถึงจะเปิดประตูหลังได้ แต่ชาวเมืองก็ดูเหมือนจะ…เพี้ยนไปหมดแล้วนี่สิ แบบนี้จะทำภารกิจสำเร็จได้เหรอเนี่ย……”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไวโอเล็ตก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แยกย้ายกันทำ”

สมาชิกคนอื่น ๆ มองหน้าไวโอเล็ต ใบหน้าของเธอดูเครียดจัด แต่ก็ยังคงสั่งการต่อไปอย่างไม่ลังเล

“แต่ละคนไปที่ ‘ประตูหลัง’ ที่ใกล้ที่สุด ปลุกชาวบ้านให้ตื่นจากการสะกดจิต แล้วพาพวกเขาหนีออกจากเมืองหลวง นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดที่จะทำให้ภารกิจสำเร็จ”

ภารกิจเดิมที่หนักหนาอยู่แล้ว กลับต้องเพิ่มภารกิจใหม่เข้ามาอีก คือการปลุกชาวบ้านให้ตื่นจากการสะกดจิต

เพื่อให้ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ภายในเวลาที่กำหนด พวกเขาจำเป็นต้องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น—หรือพูดอีกอย่างก็คือ ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

“ห้าที่ด้วยกันเลยเหรอ……?”

“แบบนั้นประสิทธิภาพสูงสุดแน่นอน…….”

“พวกเราทำได้เหรอคะ?”

ทุกคนดูหมดกำลังใจ ที่จริงแล้วคนที่ไม่มีความมั่นใจที่สุดก็คือไวโอเล็ต แต่…

“อย่าคิดมากเลย”

ไวโอเล็ตแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง

“พวกเราเคยเล่นไพ่แล้วมีโอกาสชนะ100%หรือเปล่า? ไม่ใช่ใช่ไหม?”

อย่างน้อย ครั้งนี้ก็มีเหตุผล มีเป้าหมายที่ชัดเจน แค่นี้ก็คำนวณได้ง่ายขึ้นแล้ว

สุดท้าย ทุกคนก็เห็นด้วย และทั้งห้าคนก็หาทางปลุกให้ตื่นจากการสะกดจิตที่ได้ผลที่สุด

ผลการทดสอบพบว่า น้ำหอมสะกดจิตของออเรนจ์ นักอ่านใจ มีประสิทธิภาพเร็วที่สุด

ออเรนจ์นำน้ำหอมส้มที่เธอทำทั้งหมดออกมาแจกจ่ายให้เพื่อนร่วมทีม

“ฉันเหนื่อยมากเลยนะกว่าจะทำได้ขนาดนี้……”

“เดี๋ยวฉันจะซื้อน้ำหอมส้มเยอะ ๆ ให้ รีบ ๆ แจกไปเลยค่ะพี่สาว”

หลังจากแบ่งน้ำหอมสะกดจิตกันแล้ว เหล่าเซียนพนันห้าคนก็สบตากันพลางแยกย้ายกันไปยังจุดหมายปลายทางของตัวเอง

“รีบ ๆ ทำเสร็จแล้วไปเอาเงินกันเถอะ”

“ระวังตัวด้วยนะทุกคน!”

“อย่าฝืนเกินไป! ชีวิตพวกเราสำคัญที่สุด!”

ขณะที่เฝ้ามองเหล่าเซียนพนันเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ได้รับมอบหมาย ไวโอเล็ตจึงหันหลังกลับ

“อื้อ…… อื้อ……”

“นี่ที่นี่ที่ไหน……?”

“ฉันหลับไปกี่วันแล้วเนี่ย?”

“พวกเรายังมีชีวิตอยู่เหรอ……”

ผู้คนทีตกอยู่ในภวังค์เริ่มทยอยตื่นขึ้นมา

ไวโอเล็ตตะโกนเสียงแหลมใส่ชาวบ้านเหล่านั้น

“รีบ ๆ ปลุกครอบครัวตัวเองแล้วเปิดประตูหลัง! หนีออกไปจากเมืองหลวงซะ พวกโง่!”

ไวโอเล็ตโบกมือปัดป่ายไปมา พลางจ้องมองชาวบ้านที่ยังคงตาพร่ามัวด้วยความงุนงง

“อย่าไปหาความตายเพราะอยากได้ชีวิตนิรันดร์! รีบไป!”

เหล่าเซียนพนันทั้งห้าคน แยกย้ายกันไปตามทางที่ตกลงไว้ มุ่งหน้าสู่ ‘ประตูหลัง’ ซึ่งซ่อนอยู่ตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ที่พวกเขารู้จักเป็นอย่างดี

เมืองหลวงนิวเทรา เมืองเก่าแก่และใหญ่โต มีประตูหลังมากมายซ่อนอยู่ แม้แต่ราชวงศ์เองก็ยังควบคุมไม่ได้ทั้งหมด

เหล่าเซียนพนันทั้งห้าเดินวนเวียนอยู่ตามขอบเมือง ปลุกผู้คนทีละคนทีละคนให้ตื่นจากภวังค์

ผู้คนที่ถูกเฟอร์นานเดซสะกดจิตเอาไว้ เริ่มทยอยฟื้นคืนสติ

“รีบหนีกันเถอะ!”

“ไม่มีเวลาแล้ว! เฟอร์นานเดซจะฆ่าพวกเราทุกคน!”

ทว่ากระนั้น ก็ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่เชื่อว่าเมืองหลวงยังปลอดภัย และยังคงปรารถนาที่จะขึ้นเรือโนอาห์ของเฟอร์นานเดซ

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกหลายคนที่เบื่อหน่ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้ว

“ต้องหนี!”

ชายคนหนึ่งในสลัม เป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา เขาพยายามปลุกภรรยา และเหมือนกับลูกโซ่ ผู้คนรอบข้างก็เริ่มทยอยตื่นขึ้นมาทีละคน ๆ

“ถ้ายังอยู่ที่นี่ พวกเราทุกคนก็ต้องตาย!”

“เอาเงินสดและของมีค่ามาด้วยนะ……!”

“ตอนนี้เงินสำคัญเหรอ?! ต้องหนีให้พ้นก่อนสิ!”

ถนนหนทางวุ่นวายอลหม่านไปหมด

ผู้คนสะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งเวทมนตร์ ทุบทำลายแผ่นไม้ปิดประตูบ้านตัวเองแล้ววิ่งออกไป พลางทุบทำลายแผ่นไม้บ้านข้าง ๆ ปลุกคนในบ้านให้ตื่นตาม

ผู้คนแตกตื่นหนีตาย แห่กันออกจากเมือง กลุ่มอันธพาลฉวยโอกาสเก็บค่าผ่านประตูหลัง กลุ่มนักเลงต่อสู้กับอันธพาล ขณะที่บางกลุ่มกำลังรื้อค้นขโมยของในบ้านชาวเมือง……

“ท่านเฟอร์นานเดซจะนำพวกเราขึ้นเรือโนอาห์ไปสู่ดินแดนแห่งสวรรค์”

ยังมีผู้คนบางกลุ่มที่ไม่คิดจะหนี ต่างอธิษฐานอยู่เบื้องหน้าพระราชวัง

“พวกเราคือประชากรผู้ได้รับเลือกของเมืองหลวงจักรวรรดิ…… พร้อมกับท่านเฟอร์นานเดซ……”

ความโกลาหลแผ่ขยายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว

เวทมนตร์สะกดจิตของเฟอร์นานเดซมีโครงสร้างที่เชื่อมโยงจิตใจของชาวเมืองเข้าด้วยกัน เพื่อให้การสะกดจิตทรงพลัง

การใช้เวทมนตร์กับผู้คนจำนวนมหาศาลพร้อมกัน จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างการเชื่อมโยงนี้

ดังนั้น เมื่อผู้คนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เริ่มตื่นจากภวังค์ การสะกดจิตของทุกคนก็เริ่มคลายลงอย่างพร้อมเพรียงและต่อเนื่อง

ในยามที่ผู้คนบางส่วนตื่นขึ้นมา พวกเขาทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง ร่วมมือกันหนีตายบ้าง วุ่นวายไปหมดในเมืองหลวง

“หยุดเดี๋ยวนี้-!”

หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลัน

ณ ประตูหลังทุกแห่งที่ประชาชนกำลังเบียดเสียดกันหนีออกจากเมืองจนแออัด เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสพร้อมอาวุธครบมือก็ปรากฏกายขึ้น

“ฉันบอกให้หยุดแล้วไม่ใช่หรือไง!”

“ใครก็ตามที่พยายามหลบหนีออกจากเมืองหลวงโดยใช้เส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต จะถูกลงโทษทันที!”

คลิก! คลิก!

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษที่รวมตัวกันอยู่ชูธนูหินและปืนขึ้นมา บรรยากาศตึงเครียดจนสัมผัสได้

“พวกนายไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง?!”

“กลับไปบ้านของพวกนาย! รีบเข้า!”

“คำสั่งจากฝ่าบาท! ถ้าไม่สนใจคำเตือน ฉันจะยิง!”

ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลืนกินทุกสิ่ง

ชาวบ้านที่หยุดนิ่งอยู่มองเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสด้วยสายตาที่เดือดดาล แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

ทว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษก็ไม่ยอมถอย แม้เหงื่อจะโทรมกายไปแล้วก็ตาม

หลังจากการเผชิญหน้าอันแสนตึงเครียดเพียงเสี้ยววินาที เมื่อชาวบ้านบางคนเริ่มทนไม่ไหวและกำลังจะเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ—

“บอกให้กลับบ้านแล้วไม่ใช่เหรอ! ยังจะดื้ออีก!”

เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษคนหนึ่งทนไม่ไหว ยิงปืนขึ้นฟ้าด้วยความโมโห ปัง-!

พร้อมกับเสียงปืนนั้น

“อ๊าก!”

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น สะท้อนความเจ็บปวดและความหวาดกลัว

ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษต่างหันไปมองตามเสียงร้อง ความวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้น

เด็กสาวในเสื้อคลุมแดงทรุดลงพร้อมเสียงกรีดร้อง เลือดสีแดงฉานไหลทะลักจากอก

“ยิง…?”

ชาวบ้านจ้องมองเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกโพลง

“แกเพิ่ง…ยิงเด็กคนนี้เหรอ?”

ความโกรธแค้นลุกโชนแผ่ขยายไปทั่วราวกับไฟป่าที่กำลังลาม

เจ้าหน้าที่ไอกิสที่ตัวแข็งทื่อชะงักไป ถอยกรูดไปด้านหลัง

“ไม่ใช่! ฉันยิงขึ้นฟ้าจริง ๆ นะ…”

“ไอ้พวกสารเลว!”

“ฆ่าเด็กนี่คำสั่งของจักรพรรดิใช่ไหม?!”

“ยิงมันบ้างสิ! ไอ้พวกสารเลว!”

ชาวบ้านที่เดือดดาลพุ่งเข้าใส่ เจ้าหน้าที่ไอกิสต้องหนีตายจากคลื่นมนุษย์ที่กำลังโถมเข้ามา

ท่ามกลางความอลหม่าน เด็กสาวในเสื้อคลุมแดงที่ถูกยิงลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบ

“ง่ายไปหน่อยนะ”

สการ์เล็ต เด็กสาวเซียนพนัน ผู้ทาสีแดงที่หน้าอกเพื่อแกล้งเป็นผู้ถูกยิง เลียริมฝีปากบางเบาพลางหายลับไปในฝูงชน

เหตุการณ์เช่นเดียวกันเกิดขึ้นที่ประตูหลังอื่น ๆ

“นี่มันอะไรเนี่ย ตุ๊กตา…?!”

“ของปลอม! มองข้างหน้า!”

“อ๊าก!”

ชาวบ้านรุมทึ้งเจ้าหน้าที่ไอกิสที่ตาแข็ง จ้องมองตุ๊กตาเวทมนตร์ของโคบอลต์ที่วิ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว

ไลม์ใช้เวทมนตร์ทะลุทะลวงหาจุดอ่อนของสะพานที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสตั้งฐานอยู่ แล้วทำลายมันลงไปอย่างรวดเร็ว

ออเรนจ์ใช้เวทมนตร์อ่านใจ ชักจูงเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสให้ยอมจำนนโดยดี

สุดท้าย ถึงตาไวโอเล็ต

“อ๊าก! อ๊าก! ฝ่าบาท!”

“ช่วยด้วยฝ่าบาท! ขอเพียงแค่ชีวิตไว้เถอะ!”

เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังกระหึ่ม ขณะที่ไวโอเล็ตใช้เวทมนตร์สร้างภาพมายา ภาพความน่าสะพรึงกลัวที่สุดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิส ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา

‘ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมทุกคนถึงกลัวเฟอร์นานเดซที่สุด’

ความกลัวที่ซ่อนเร้นอยู่ในใจของพวกเขา คือ เฟอร์นานเดซ นั่นเอง

ภายในภาพมายา เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสต่างก็ขอขมาเฟอร์นานเดซ แล้วนอนตัวงออยู่กับพื้น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

ภาพมายานั้นดูน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ไม่ว่าอย่างไร ภารกิจก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

คลับแห่งการเดิมพันเอาชนะหน่วยปฏิบัติการพิเศษทั้งห้าได้สำเร็จ และชาวเมืองก็เริ่มทยอยหลบหนีออกไปอย่างปลอดภัย บรรยากาศตึงเครียดคลายลง

ไวโอเล็ตเฝ้ามองเหตุการณ์ แล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก ภารกิจเสร็จสิ้นลงแล้ว

“เธอทำเรื่องยุ่งเหยิงไว้มากเลยนะ ยัยหนู”

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากเบื้องบน เสียงที่แสนคุ้นเคย

“?!”

ไวโอเล็ตหันไปมองด้วยความตกใจ พร้อมกับเสียงลมพายุที่ปะทะเข้าใส่ และในขณะนั้นเอง เรน่าก็ตกลงมาจากฟากฟ้า ราวกับนกที่ตกจากรัง พร้อมกับพายุฝนที่รุนแรง

เรน่าตรวจสอบสถานการณ์จากเรือรบอัลคาทราซ แล้วพบว่าไวโอเล็ตกำลังปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ผิดปกติ ดังนั้นเธอก็กระโดดลงมาจากเรือ เพื่อจับตัวไวโอเล็ตด้วยตนเอง

โป๊ะ!

“ครึ่ก?!”

ร่างของเรน่าตกลงมาทับไวโอเล็ต จนทั้งสองล้มกลิ้งไปกับพื้น

เรน่าจับท้ายทอยของไวโอเล็ตที่นอนอยู่กับพื้น ด้วยมือที่สวมถุงมือ แล้วคำรามเสียงเข้ม

“เธอเป็นหนูที่เจ้าชายแอชฝังไว้ใช่ไหม? ดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว คงเป็นหนึ่งในกองพลที่ 1 ที่เหลือรอด… ว่าแต่ เรื่องโลหะวิเศษนั่นก็เกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่า?”

“…….”

“เธอก่อเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย การช่วยชาวเมืองหนีออกไป เธอคงคิดว่าตัวเองทำถูกต้องใช่ไหม?”

“ถูกต้องหรือเปล่า…? ฉันก็ไม่สนหรอก”

รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางของไวโอเล็ต

“สิ่งที่พวกเราคนจนอยากได้ก็เหมือนกันหมด ได้กินอิ่มนอนหลับอย่างมีความสุขในวันนี้ ชีวิตนิรันดร์? ถึงให้ก็ไม่เอา”

“เธอเป็นเพียงเครื่องมือตัวเล็ก ๆ เธอไม่เข้าใจอุดมการณ์ที่ฝ่าบาททรงยึดถือเลยสินะ”

เรน่ารู้ว่าการพูดคุยไร้ประโยชน์ จึงตะโกนเสียงดัง

“เจ้าชายแอชวางแผนอะไรอยู่แน่!?”

“ถ้าฉันรู้เรื่องขนาดนั้น ฉันคงไม่ได้ถูกส่งมาทำภารกิจฆ่าตัวตายแบบนี้หรอก……”

“ตอบมา! เป้าหมายของเจ้าชายแอชคืออะไร!”

เรน่ากระแทกท้ายทอยไวโอเล็ตลงกับพื้นแรงขึ้น ไวโอเล็ตที่เจ็บปวดจนร้องออกมา กลับหัวเราะขึ้นมาแทน

“นิสัยพวกโง่ ๆ ทำไมมันเหมือนกันหมดเลยนะ”

“อะไรนะ?”

“พอถูกวางแผนใส่ ถูกเอาเปรียบจนหมดตัวแล้วถึงจะโวยวาย แบบว่าถูกดูดจนเหลือแต่เศษฝุ่นน่ะ”

“…….”

“เป้าหมายขององค์ชายแอช? ตอนนี้รู้แล้วจะทำอะไร?”

คิ้วเรน่าขมวดเข้าหากัน ไวโอเล็ตหัวเราะคิกคัก

“เกมจบแล้ว ยัยป้าโง่”

***

นิวเทรา เมืองหลวงท่าเรือสำคัญ

ศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของโลก ติดกับทะเลในแผ่นดินใหญ่

ท่าเรือของเมืองนี้เชื่อมต่อถึงใจกลางเมืองหลวง

นั่นหมายความว่า หากเดินทางทางทะเลได้ ก็สามารถเข้าถึงใจกลางเมืองหลวงได้อย่างสะดวกสบาย

แน่นอน เส้นทางทะเลสู่ท่าเรือถูกปิดมานานแล้ว วิธีปกติเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

แต่เรามี…

ฟู่มมม…

เผ่าเงือก!

โช้ววววว……!

พวกเราโผล่ขึ้นมาตรงหน้าท่าเรือกลางเมือง พร้อมกับฟองน้ำทะเลที่ปั่นป่วน

ด้วยพลังของราชาแห่งเงือก ราชาโพไซดอน ทีมลอบโจมตีใต้น้ำของเราเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว

‘มีเรือเหาะแล้ว จะไม่มีเรือดำน้ำได้ยังไง’

ฉันยิ้มพลางก้าวเท้าลงบนท่าเรือ หลังจากโผล่พ้นจากฟองน้ำขนาดใหญ่มาได้

“ว้าว~ นาน ๆ ทีจะได้มาที่นี่”

ฉันมองเห็นอาคารของห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์อยู่ลิบ ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ดมกลิ่นอายเมืองหลวง กลิ่นคุ้นเคยที่กลับรู้สึกแปลกและไม่ชอบนัก

“ดูเหมือนแผนจะสำเร็จลุล่วง ไม่มีทหารเฝ้าเลยสักคน”

ใช่แล้ว

แผนการที่วางไว้อย่างรอบคอบ ทุกอย่างล้วนเป็นกลอุบาย เป็นหน้ากากที่บดบังความจริง

กองทัพหลักที่ตั้งรับอยู่ เรือเหาะเจอโรนิโมที่ดึงดูดสายตาจากท้องฟ้าอย่างยิ่งใหญ่ เหล่าเซียนพนันที่ปลอมตัวเพื่อปลุกปั่นให้ชาวเมืองก่อจลาจล—

ทั้งหมดเป็นเพียงภาพลวงตา

เป็นกลยุทธ์เพื่อล่อให้ศัตรูหลงกล

กองทัพหลักของเราลอบเข้าสู่เมืองหลวงทางทะเล

ทหารบกของเฟอร์นานเดซตกเป็นเหยื่อกลยุทธ์ของกองทัพหลัก แล้วล่าถอยออกนอกเมืองหลวง

กองเรือเหาะตกเป็นเหยื่อกลของเจอโรนิโม แล้วล่าถอยออกนอกเมืองหลวง

หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสตกเป็นเหยื่อกลของเซียนพนัน แล้วถูกส่งไปยังนอกเมืองหลวง

กองทัพเรือที่อยู่ในเมืองหลวง ตอนนี้เฝ้าระวังอยู่เพียงทางเข้าช่องแคบจากนอกทะเลเข้าสู่ทะเลในเท่านั้น

ตอนนี้ไม่มีกองทัพของเฟอร์นานเดซที่จะมาขัดขวางเราที่นี่อีกแล้ว

“จากที่นี่ไปยังพระราชวังก็ใกล้แล้ว”

ฉันกล่าวพลางเหลือบมองหลังคาแหลมคมของปราสาทต้นหนามที่อยู่ไม่ไกลนัก

“ไปกันเถอะ”

“แต่ฝ่าบาท แบบนี้เดินไปไกลไปไหมครับ?”

คูอิลันถามด้วยความกังวล ฉันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนชูมือขึ้น

“ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมพาหนะไว้แล้ว”

มือฉันกำแหวนวงหนึ่งไว้แน่น แหวนที่เพิ่งได้มาจากกล่องของขวัญเมื่อครู่

“ถือโอกาสนี้โชว์ให้ชาวเมืองได้เห็นด้วยเลยว่า การรุกรานของสัตว์ประหลาดมันน่ากลัวแค่ไหน”

ฉันจดจ่ออยู่กับแหวนพลางกล่าวเบา ๆ

“จงออกมา!”

ชื่อของปีศาจร้ายนั้น

“คราเคน!”

ฟู่มมม!

[แหวนแห่งคราเคน] บนมือฉันเปล่งแสงสีน้ำเงินเข้มฉาน และในทันใดนั้น

กว๊าาาาาาาา!

สัตว์ประหลาดทะเลขนาดมหึมา หนวดพันลึกปรากฏกายขึ้นมา อยู่ใต้อำนาจควบคุมของฉันอย่างสมบูรณ์

……

……

……

เหล่าผู้กล้าของฉันอ้าปากค้างด้วยความตะลึงงัน ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนปีนขึ้นไปบนหลังสัตว์ประหลาดยักษ์ที่กำลังขยับตัวอยู่

“งั้นก็ขี่สัตว์ทะเลยักษ์ไปพระราชวังกันเถอะ”

“จะให้ขี่สัตว์ประหลาดตัวนี้เหรอ?!”

“ชีวิตนี้พวกนายจะมีโอกาสได้ขี่สัตว์ประหลาดทะเลไปเมืองหลวงสักกี่ครั้ง? นี่มันเรื่องที่เอาเงินซื้อยังไม่ได้เลยนะ! รีบขึ้นมาเลย อย่าบ่น!”

คราเคนใช้หนวดพันร่างเหล่าผู้กล้าที่ยังทำหน้าไม่พอใจ พวกเขาร้องลั่น ก่อนถูกบังคับให้นั่งลงข้างฉัน

“งั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ~!”

ฉันขี่สัตว์ประหลาดวิ่งฝ่าถนนสายหลักของประเทศที่ฉันเกิด

ฉันนี่แหละ... โทรลล์ตัวจริงเสียงจริง

“ก็เพราะไอ้เวรแอชมันทำแบบนี้มาตลอดนั่นแหละ……”

คราเคนใช้หนวดหลายเส้นกวาดถนนหินอ่อนอันงดงามของเมืองหลวงไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะพุ่งตรงไปยังพระราชวัง

ฮูเร้! สนุกจริงอะไรจริง!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 460. [เนื้อเรื่องเสริม] การโจมตีเมืองหลวง (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว