- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 432. [สำรวจอิสระ] พิชิตหอคอยเวทมนตร์ (4)
◈บทที่ 432. [สำรวจอิสระ] พิชิตหอคอยเวทมนตร์ (4)
◈บทที่ 432. [สำรวจอิสระ] พิชิตหอคอยเวทมนตร์ (4)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 432. [สำรวจอิสระ] พิชิตหอคอยเวทมนตร์ (4)
ฉันกำลังศึกษาค้นคว้าหาที่มาของเวทมนตร์ที่มนุษย์ใช้ในหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้
แพกยาชี้ไปที่ชิ้นไม้ในมือเครื่องจักรของเธอ—กิ่งก้านของเอเวอร์แบล็ก—พลางอธิบายต่อ
“ต้นไม้ผู้พิทักษ์ของมนุษย์ นำพาปาฏิหาริย์แห่งเวทมนตร์มาสู่มนุษยชาติ การไขความลับกลไกการทำงานของเอเวอร์แบล็ก……”
ปาฏิหาริย์ของพลังพิเศษต่าง ๆ ที่ดูราวกับเวทมนตร์นั้น……ผลการวิจัยของฉันพบว่า เผ่าพันธุ์นั้น ๆ จะต้องมีต้นไม้ผู้พิทักษ์เชื่อมต่อกับนรก เพื่อดึงพลังแห่งจิตวิญญาณออกมาจึงจะใช้ได้
ฉันนึกถึงรากของเอเวอร์แบล็กที่แผ่ขยายลงสู่เบื้องล่างอันมืดมน
รากเหล่านั้นดูดพลังจากนรกเข้ามา แล้วส่งต่อไปยังโลกความจริง ราวกับเสาส่งไฟฟ้า หรือเสาอากาศคลื่นความถี่ ใช่หรือไม่?
“ในอดีตอันไกลโพ้น เคยมีต้นไม้ผู้พิทักษ์มากกว่านี้มากมาย แต่เผ่าพันธุ์โบราณก่อสงคราม เผาทำลายต้นไม้ของกันและกัน……สุดท้ายเหลือเพียงห้าต้นเท่านั้น”
แล้วเหตุผลที่เหล่าปีศาจที่ฟื้นคืนชีพในสถานที่แห่งนี้ใช้เวทมนตร์ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีต้นไม้ผู้พิทักษ์ของตนเอง ก็เพราะว่าราชาปีศาจเป็นผู้ประทานพลังนั้นให้เอง แพกยาอธิบาย
“เอาล่ะ——” แพกยาเปลี่ยนเรื่อง “ฉะนั้น ฉันเลยศึกษาค้นคว้าต้นไม้ผู้พิทักษ์ทั้งสี่ของแต่ละเผ่าพันธุ์ รวมถึงเอเวอร์แบล็ก ต้นไม้ผู้พิทักษ์ของมนุษย์ด้วย แต่ต้นไม้ต้นจริงนั้นสูญหายไปจากประเทศนี้แล้ว ฉันจึงต้องใช้แค่ซากที่ถูกดองอย่างที่เห็นนี่แหละในการวิจัย”
แพกยาระมัดระวังตรวจดูต้นไม้ที่ถูกดองไว้อย่างละเอียดทีละต้น
“ต้นไม้ผู้พิทักษ์ของเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ล้วนเป็นต้นไม้ที่เทพเจ้าปลูกขึ้นด้วยพระหัตถ์ของเทะเจ้าเอง แต่ต้นไม้ผู้พิทักษ์ของมนุษย์... เอเวอร์แบล็กนั้น...”
เธอกล่าวซ้ำคำพูดเดิมพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
“เป็นผลผลิตที่ถูกสร้างขึ้นโดยใครบางคนในอดีตอันไกลโพ้น... ผสานพลังต้นไม้ทั้งสี่เข้าด้วยกันด้วยเวทมนตร์ นั่นคือต้นไม้ประดิษฐ์”
……
ฉันเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ใคร? ทำไม? ทำไม...ถึงได้ทำเช่นนั้น?”
“บันทึกในยุคนั้นสูญหายไปหมดแล้ว ราวกับว่ามีคนจงใจลบมันออกไป สิ่งที่แน่ชัดก็มีเพียงแค่จุดกำเนิดของมันเท่านั้น คืออาณาจักรแห่งทะเลสาบ”
แพกยาหัวเราะเบา ๆ ใบหน้ารูปหัวกะโหลกของเธอดูคล้ายจะยิ้มเยาะ
“แต่ฉันก็พอจะเดาเหตุผลได้”
“เหตุผล?”
“มนุษย์ในอดีตเคยเป็นเพียงทาสของเผ่าพันธุ์อื่น ถูกบังคับใช้แรงงานอย่างหนักหน่วง พวกเขาไม่มีต้นไม้ผู้พิทักษ์ จึงใช้เวทมนตร์ไม่ได้ และตกอยู่ใต้อำนาจการกดขี่ข่มเหงอย่างไม่มีวันสิ้นสุด……เพื่อให้มนุษย์ได้พบกับอิสรภาพและอนาคต ก็ย่อมต้องทำเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?”
……
ฉันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำว่า ‘อิสรภาพ’ และ ‘อนาคต’ คำหวังที่เปี่ยมล้นความหมายจากปากของลิซเวทมนตร์
แต่……ใช่ มันอาจเป็นเช่นนั้นก็ได้
บางที ในอดีตอันไกลโพ้น อาจมีผู้ใดผู้หนึ่งเมตตาสงสารมนุษย์ และก่อการอันเสี่ยงอันตรายยิ่งใหญ่ นั่นคือการสร้างต้นไม้ผู้พิทักษ์ขึ้นมาใหม่
“งั้นก็ แพกยา”
เอาล่ะ พอเถอะกับเรื่องราวโลกแบบเทพกับปีศาจ
ฉันถามถึงเหตุผลที่แท้จริงที่ฉันมาอยู่ที่หอคอยเวทมนตร์แห่งนี้
“ถ้าฉันนำต้นไม้ของอีกสี่เผ่าพันธุ์มาในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่……จะสามารถสร้างเอเวอร์แบล็กขึ้นมาใหม่ได้ไหม?”
“ได้”
แพกยาพยักหน้าอย่างเต็มใจ
“นั่นคือสิ่งที่ฉันวิจัยมาตลอดในหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ ทางทฤษฎีแล้วเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นลำต้นหรือกิ่งก้านของต้นไม้ผู้พิทักษ์ก็ได้ ขอเพียงแค่ยังคงมีชีวิตอยู่……”
“ดี ตกลง”
ฉันพยักหน้า
“ส่วนอีกคนฉันจัดการเอง ส่วนเธอ...ถ้าฉันหามาให้ได้ ต้นไม้ผู้พิทักษ์อีกสี่ต้น เธอก็ต้องสร้างเอเวอร์แบล็กให้ฉัน”
“เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย ฉันยินดีรับข้อเสนอนี้”
แพกยาพึงพอใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย
“แต่...คุณจะเอาเอเวอร์แบล็กที่สร้างใหม่ไปทำอะไรกัน?”
“ก็เพราะฉันเป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรที่ตั้งชื่อตามต้นไม้นั่นไง”
ฉันยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าได้ครอบครองต้นไม้นั้น ฉันจะทำอะไรได้อีกมากมาย”
นี่แหละคือ
ประกันชิ้นสำคัญที่จะใช้ในการต่อสู้กับเฟอร์นานเดซ
***
การเจรจาเป็นอันเสร็จสิ้น
แพกยาเดินตรงเข้าไปยังห้องลึกสุดของเรือนกระจก เพื่อนำสิ่งของที่ฉันต้องการมาให้— “จอกศักดิ์สิทธิ์”
จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail)
สิ่งที่เบอร์ดันดี้และกลุ่มนักสำรวจผู้ตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์แสวงหาอยู่นานนับร้อยปี
ย้อนกลับไปในสงครามเผ่าพันธุ์เมื่อร้อยปีก่อน ราชินีแห่งเผ่าเอลฟ์ได้สั่งการลับ ๆ ให้เหล่าทหารองครักษ์ออกตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ สมบัติล้ำค่าของอาณาจักรภูตที่ถูกขโมยไป นั่นคือแหล่งพลังเวทมนตร์อันยิ่งใหญ่
เพราะเชื่อกันว่า หากได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาจะสามารถใช้เวทมนตร์โบราณของอาณาจักรภูตได้อีกครั้ง
……
เบอร์ดันดี้กัดริมฝีปากซีดเซียว ฉันยืนอยู่ข้าง ๆ เธอเงียบ ๆ สังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบ
ไม่นานแพกยาก็มายืนอยู่ตรงหน้า เธอใช้แขนกลส่งสิ่งของบางอย่างมาให้เรา
“รับไป นี่คือจอกศักดิ์สิทธิ์”
เบอร์ดันดี้ตัวแข็งทื่อ รีบรับเอาไว้พลางกลั้นหายใจ ฮึก
มันคือต้นกล้าเล็ก ๆ แตกหน่อเป็นรูปทรงถ้วย ภายในนั้นมีน้ำใสสะอาดอยู่ตรงกลางกิ่งก้านอ่อนช้อย
เบอร์ดันดี้ถามเสียงสั่นเครือ
“นี่มัน……ต้นกล้าของต้นไม้โลก……ใช่ไหมคะ?”
“ใช่ ต้นกล้าที่ต้นไม้โลก ขจีนิรันดร์ (Evergreen) งอกออกมาเอง”
แพกยาอธิบายเสียงเรียบนิ่ง
“ต้นไม้ผู้พิทักษ์ก็มีชีวิต มันพยายามสืบพันธุ์ ต้นไม้โลก ขจีนิรันดร์ได้ให้กำเนิดต้นกล้าสามต้น และราชาภูตในสมัยนั้นได้แอบนำหนึ่งในนั้นมาไว้ที่อาณาจักรแห่งทะเลสาบแห่งนี้ เพราะหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์สำหรับกรณีฉุกเฉินด้วย”
“ธนาคารเมล็ดพันธุ์พังทลายไปก่อนซะแล้ว ช่างเป็นเรื่องตลกดีนะ—” แพกยาหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ “แล้วเอลฟ์ การที่คุณมาตามหานี่มันหมายความว่าสถานการณ์ของอาณาจักรภูตแย่มากสินะ……”
เบอร์ดันดี้พูดติด ๆ ขัด ๆ น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความกังวล
“ฉันเข้าใจว่าจอกศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงแหล่งพลังเวทมนตร์”
“ต้นกล้านั้นเป็นแหล่งพลังเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะมันบรรจุพลังงานไว้เพื่อการเจริญเติบโตเป็นต้นไม้โลก”
“แล้วเราจะใช้มันช่วยชีวิตต้นไม้โลกที่กำลังจะตายของบ้านเกิดได้ไหมคะ?”
“ได้สิ แต่ก็ช่วยได้แค่ส่วนหนึ่งของต้นไม้ที่ตายไปแล้วเท่านั้น”
……
“แล้วถ้าใช้มันเป็นแหล่งพลังเวทมนตร์ ต้นกล้านั้นก็จะตายทันที”
เบอร์ดันดี้หลับตาปี๋ พลางถามอย่างระมัดระวัง
“ถ้าปลูกต้นกล้านี้…มันจะใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะเติบโตเป็นต้นไม้โลกคะ?”
“คงต้องใช้เวลายาวนานเท่ากับประวัติศาสตร์เผ่าพันธุ์ของคุณเลยล่ะ และก็ไม่มีประกันว่าจะเติบโตได้ด้วย”
……
แพกยาสรุปสถานการณ์ให้เบอร์ดันดี้ที่กำลังครุ่นคิดอยู่
“เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง จะช่วยชีวิตต้นไม้เก่าแม้เพียงส่วนเดียว หรือจะเสี่ยงเดิมพันปลูกต้นไม้ใหม่ตั้งแต่ต้น”
“……ฉันตัดสินใจไม่ได้ค่ะ”
เบอร์ดันดี้หันมองฉัน ก่อนจะก้มศีรษะลง
“ฉันขอตัวกลับบ้านไปปรึกษาเรื่องนี้กับน้องสาว…ราชินีเอลฟ์สคูลด์ค่ะ”
“อืม งั้นก็คุยกันให้ดี ๆ นะ”
ขณะนั้น ฉันกำลังวางแผนจะส่งเบอร์ดันดี้ไปยังสถานที่นั้นอยู่แล้ว ถือโอกาสนี้จัดการประชุมไปด้วยเลยก็ดี
“ขอบคุณค่ะ คุณแพกยา”
เบอร์ดันดี้ก้มหัวขอบคุณแพกยา
“ขอบคุณที่เก็บรักษาต้นกล้านี้ไว้นานขนาดนี้ค่ะ”
“ฉันแค่คืนสิ่งที่ได้รับ แล้วคุณก็ช่วยฉันกำจัดศัตรูไปหนึ่งคน ฉันก็แค่ช่วยเท่าที่ช่วยได้”
บทสนทนาจบลงอย่างราบรื่น
ภารกิจในสถานที่แห่งนี้จึงเสร็จสิ้นลง
[เขตที่ 8: หอคอยเวทมนตร์]
- ความคืบหน้าการเคลียร์: ห้องปกติ 10/10 ห้องบอส 1/1
- หีบสมบัติที่ได้รับ: 11/11
<กวาดล้างทั้งหมด!>
หอคอยเวทมนตร์ เขต 8 เคลียร์เรียบร้อย!
ไม่มีการต่อสู้หนักหน่วงใด ๆ ฉันแค่แก้ปริศนาเบา ๆ แต่ได้ของรางวัลเพียบ ได้สโนว์ไวท์ อุปกรณ์สุดยอดที่ตามหามาเนิ่นนานมาครอบครองเสียที และยังได้จอกศักดิ์สิทธิ์ที่ตามหาอยู่นั่นด้วย
ยิ่งกว่านั้น ฉันยังได้ NPC ที่จะสร้างเอเวอร์แบล็กให้ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการต่อกรกับเฟอร์นานเดซ
“ดูเหมือนว่าฉันจะเก็บของที่จำเป็นครบแล้วล่ะ”
ฉันหันไปมองผู้กล้า พลางอมยิ้มบาง ๆ
“งั้นเรากลับกันเถอะ?”
***
[สำรวจอิสระสิ้นสุด!]
[ตัวละครเลเวลอัป]
- ไม่มี
[ตัวละครที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ]
- ไม่มี
[อุปกรณ์ที่ได้รับ]
- สโนว์ไวท์ (SSR) <ชุดเกราะ>
- เขี้ยวอสรพิษ (SSR) <ปืนกล>
- อีก 9 ชนิด <แสดงรายการ>
[ไอเท็มที่ได้รับ]
- ต้นกล้าของต้นไม้โลก (EX) <ไอเท็มกิจกรรม>
- กุญแจห้องนักเวทก็อบลิน <โบนัสกวาดล้างทั้งหมด>
***
หลังจากเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จ ประตูมิติก็ปรากฏขึ้นที่ล็อบบี้ชั้น 1 ของหอคอยเวทมนตร์ ต่อไปนี้ หากฉันมีธุระที่นี่ก็สามารถใช้ประตูนี้เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย
แคร๊ง!
ฉันใช้ประตูนี้กลับมาอย่างง่ายดาย
“ทุกคนทำงานหนักกันมากวันนี้ พักผ่อนให้เต็มที่เลยนะ……”
ฉันหันไปมองเบอร์ดันดี้และทีมสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ติดตามมาถึงครอสโรด
“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เราจะมาหารือกันถึงแผนการต่อไป”
เบอร์ดันดี้พยักหน้าอย่างจริงจัง ฉันยิ้มให้เธอ
ในที่สุด…
ถึงเวลาแล้วที่จะลงมือปฏิบัติการตามแผน “ราชาผู้ล่มสลาย” —แผนการฝึกฝนกลุ่มคนนอกรีตสุดน่าสะพรึงกลัว
ฉันกลับมายังห้องพักของตนเองในคฤหาสน์ หยิบแผนที่ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมา แล้วเริ่มจัดวางแผนการใหม่
ส่งทูตไปยังบรรดาราชาผู้ล่มสลายเพื่อสร้างพันธมิตร
ส่งเบอร์ดันดี้ไปยังเผ่าภูต
ส่งคูอิลันไปยังเผ่ามนุษย์สัตว์
ส่งเคลลิเบย์ไปยังเผ่าคนแคระ
ส่งเซเรเนดไปยังเผ่าเงือก
‘แค่จัดการส่งทูตไปยังสี่เผ่าพันธุ์หลักก็น่าจะพอแล้ว’
ส่วนประเทศเล็ก ๆ และขุนนางทางใต้…
พวกที่เคยมาช่วยเหลือที่ครอสโรด……ฉันคิดว่าจะส่งดัสก์ บริงเกอร์ไปหาพวกเขา
ในช่วงครึ่งปีที่ฉันไม่อยู่ กองทัพราบที่ 1 ของจักรวรรดิส่วนใหญ่ได้ถอนกำลังออกจากราชรัฐบริงเกอร์ และสงครามระหว่างสองประเทศก็ยุติลงอย่างเงียบเชียบ
ดูเหมือนดัสก์ บริงเกอร์จะกอบกู้สถานการณ์ในราชรัฐบริงเกอร์ได้มากแล้ว
ฉันยังคงสงสัยอยู่ว่าทำไมพวกเขาถึงยังไม่กลับไป และยังคงอยู่ช่วยฉันที่นี่……
ถ้ากษัตริย์ผู้มีโลหิตมังกรที่รอดชีวิตจากสงครามกับเอเวอร์แบล็กปรากฏตัวขึ้น ฉันก็สามารถดึงดูดพลังของหลายประเทศเล็ก ๆ ในภาคใต้และภาคตะวันตกได้
“ส่วนภาคเหนือ……ฉันควรจะขอร้องยุนดูไหม?”
อาณาจักรอาริอันผู้ทรงอิทธิพลในภาคเหนือ ยุน เจ้าหญิงองค์ที่สองของประเทศนั้น
ฉันไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของเธอแต่เธอก็มาอยู่ที่ครอสโรดในฐานะแขกและช่วยเหลือในการป้องกัน
ถึงอย่างนั้น เธอก็คงช่วยฉันได้บ้างแหละ ฉันจะส่งเธอไปภาคเหนือในฐานะฑูต
“สุดท้าย……บรรดาราชาผู้ล่มสลายตัวจริงที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วไป”
ฉันหันไปมองอาคารโรงแรมสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของเมือง
เทคโนโลยีการก่อสร้างเวทมนตร์ที่เกิดจากโครงการก่อสร้างป้อมปราการป้องกันนั้นทรงประสิทธิภาพเหลือเกิน วันแล้วเสร็จใกล้เข้ามาทุกที
“เมื่อโรงแรมแล้วเสร็จ ฉันก็ควรจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดราชาผู้ล่มสลายที่เหลืออยู่”
ชื่อกิจกรรม……คาสิโนรอยัล (Casino Royal) ดีไหมนะ?
โครงการเมืองท่องเที่ยวที่ฉันเตรียมการมาตั้งแต่ปีแรก ถึงเวลาที่จะได้รับผลลัพธ์แล้ว
“ฮือ”
หลังจากเขียนเสร็จ ฉันวางปากกาลง
รายนามของบรรดาราชาผู้ล่มสลายมากมายที่ฉันรวบรวมมาจากเกม 742 รอบ ถูกจารึกไว้ในแผนอย่างเป็นระเบียบ
แน่นอนว่า การควบคุมคนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แค่ขอร้องให้ยอมอยู่ใต้อำนาจฉัน
ศูนย์กลางของโลกใบนี้คือจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก และเฟอร์นานเดซก็ครอบครองเมืองหลวงไว้อย่างเหนียวแน่น
ในแง่ของอำนาจ ฉันยอมรับว่าอ่อนแอกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด แต่…
ฉันรู้ดีว่าแต่ละคนต้องการอะไร และฉันก็มีศักยภาพที่จะมอบสิ่งนั้นให้พวกเขาได้
……ถึงแม้ว่าฉันอาจต้องออกเช็คเปล่ามากสักหน่อยก็ตามที
“ฉันจะเสนอข้อเสนอที่พวกเขาไม่อาจปฏิเสธได้”
เพื่อให้พวกเขาเลือกฉันแทนเฟอร์นานเดซ
ถึงแม้ว่าฉันจะต้องใช้สิทธิ์ของผู้ชนะล่วงหน้า ถึงแม้ว่าฉันจะต้องออกเช็คเปล่า โอ้อวด และโกหกบ้าง ฉันจะดึงดูดพวกเขาทุกคนเข้ามาอยู่ใต้อำนาจของฉันให้ได้
“มาเผชิญหน้ากันอย่างจริงจังเถอะ พี่ชายคนรอง”
แล้วหลังจากที่เอาชนะเฟอร์นานเดซได้
ฉันจะรวมพลังของมนุษย์ที่รวบรวมมาทั้งหมด และกำจัดอาณาจักรแห่งทะเลสาบ……พร้อมกับราชาปีศาจไปในคราวเดียวกัน
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า
ฉันมองเห็นแล้ว…
เส้นทางสู่ชัยชนะ
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_