เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 428. [เนื้อเรื่องเสริม] สู่หอคอยเวทมนตร์

◈บทที่ 428. [เนื้อเรื่องเสริม] สู่หอคอยเวทมนตร์

◈บทที่ 428. [เนื้อเรื่องเสริม] สู่หอคอยเวทมนตร์


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 428. [เนื้อเรื่องเสริม] สู่หอคอยเวทมนตร์

วันรุ่งขึ้นหลังงานฉลองชัยชนะจากการป้องกันครั้งใหญ่

กษัตริย์แห่งเงือก—กษัตริย์โพไซดอนที่ 13 เสด็จกลับทันที

ตั้งแต่แรกก็เพราะทรงประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกือบถึงแก่ชีวิต และดูเหมือนเขาจะรีบประชุมหารือเรื่องที่ฉันเสนอไปกับเหล่าชนเผ่าของเขาโดยเร็วที่สุด

“ฉันว่า…คงได้พบกันอีกในไม่ช้านะครับ”

เซเรเนดที่ยืนอยู่ข้างกษัตริย์เงือกแปลภาษามือของเขาให้ฟัง

ไม่สิ ถ้าพูดได้ปกติ ทำไมต้องทำเป็นพูดไม่ได้ด้วยล่ะ… ฉันเหงื่อตกเป็นไอน้ำ

“เพราะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการสนทนาบนบก และเสียงของนางเงือกนั้นมีพลังแห่งการสะกดจิตอยู่ด้วย จึงใช้ภาษามือดีกว่า…ค่ะ”

เหมือนจะทรงรู้ว่าฉันสงสัยอะไร กษัตริย์เงือกจึงทรงอธิบาย (โดยเซเรเนดเป็นคนแปล) ให้ฟัง

ฉันเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ

อ้อ อย่างนี้นี่เอง เดิมทีนางเงือกมักใช้เสียงเพลงที่ทำให้หลงใหล ควบคุมจิตใจมนุษย์จนทำให้เรืออัปปาง นี่เป็นพลังด้านนั้นงั้นเหรอ

‘คิดดูสิ ตอนสนทนาเมื่อวาน เขาอาจจะพยายามใช้เวทมนต์สะกดจิตฉันเพื่อดูความจริงใจของฉันก็ได้’

ด้วยทักษะที่สั่งสมมา ฉันถึงกับไม่รู้ตัวเลยว่าโดนเวทมนตร์สะกดจิตโจมตี ช่างเถอะ ถือซะว่าความจริงใจของฉันส่งถึงเขาแล้วกัน

ขณะนั้นเอง กษัตริย์เงือกหัวเราะร่า ชูสองนิ้วโป้งให้ฉัน ฉันจึงชูสองนิ้วโป้งตอบกลับไป

เซเรเนดรับหน้าที่ส่งกษัตริย์เงือกกลับ

ตั้งแต่แรกก็ตั้งใจจะใช้เรือเหาะส่งอยู่แล้ว และเซเรเนดก็เป็นคนประสานงานกับกองกำลังที่เหลือของเผ่าเงือกอยู่แล้ว

“ฉันขอตัวก่อนนะ”

“อืม ฝากด้วยนะ”

“อ๊ะ ฝากบอกกษัตริย์โพไซดอนที่ 13 ด้วยนะ… อ๊ะ เขาพูดกับฉันเองนี่นา”

เซเรเนดที่แปลจนเหงื่อท่วมตัว นำหน้าไปยังเรือเหาะ

กษัตริย์เงือกโบกมือให้ฉันตลอดทาง เขาประทับอยู่ในอ่างอาบน้ำเคลื่อนที่ ถูกส่งขึ้นเรือเหาะ… ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ขอให้กลับมาพร้อมข่าวดี

ฉันโบกมือลาเขาแล้วจึงลดมือลง หันไปมองเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา

“พวกเราก็ต้องรีบลงมือกันแล้ว”

ถึงใจอยากจะดื่มด่ำกับความสุขของชัยชนะสักหน่อยก็เถอะ

แต่สถานการณ์ภายนอกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเหลือเกิน พวกเราเองก็ต้องรีบดำเนินการเช่นกัน

“แผนการโค่นล้มกษัตริย์ ต้องส่งทูตไปหาเหล่ากษัตริย์และหัวหน้าเผ่าต่าง ๆ”

ฉันต้องส่งข้อเสนอไปให้กษัตริย์องค์อื่น ๆ เช่นเดียวกับกษัตริย์เงือก

ฉันเลือกทูตที่จะส่งไปหาแต่ละราชาเรียบร้อยแล้ว

ประหลาดดี—หรืออาจจะจำเป็น—เหล่าผู้กล้าที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของฉัน หลายคนมีความเกี่ยวข้องกับราชาผู้ล่มสลายเสียด้วย

แค่แต่งตัวให้ดี แล้วให้ถือของขวัญไปส่งก็พอ อาจไม่ได้คำตอบที่ดีนัก แต่ก็น่าจะทำให้พวกเขาหันมาฟังบ้างล่ะนะ

“แต่ก่อนหน้านั้น ต้องไปพิชิต ‘หอคอยเวทมนตร์’ ก่อน”

ดันเจี้ยนเขต 8 ‘หอคอยเวทมนตร์’ มีขนาดและอันตรายยิ่งใหญ่กว่าดันเจี้ยนที่เคยเคลียร์มาทั้งหมด

เราจำเป็นต้องส่งผู้กล้าฝีมือดีที่สุดไปจัดการ ก่อนจะส่งทูตไปทั่วทุกสารทิศ เคลียร์ตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า

โชคดีที่ยังมีเวลาเหลือเฟือจนถึงด่านต่อไป

เพราะเป็นด่านบอสของด่านก่อนหน้านั่นเอง เลยมีเวลาว่างมากกว่าหนึ่งเดือน

รีบเคลียร์หอคอยเวทมนตร์ให้เสร็จ แล้วจึงส่งทูตไปทั่ว หลังจากนั้นคงทำงานได้สะดวกขึ้น

“งั้น…เรียกประชุมทุกคน!”

ฉันปรบมือพลางตะโกน

“พรุ่งนี้เช้าเข้าดันเจี้ยน! วันนี้เที่ยงตรง ผู้กล้าสังกัดกองทัพที่ 1 ต้องมารวมตัวกันที่คฤหาสน์ของฉันโดยไม่ขาดคนเดียว!”

เวลาเที่ยงวัน

ผู้กล้าทุกคนมารวมตัวกันที่คฤหาสน์ของเจ้าเมืองอย่างพร้อมเพรียง

“เมื่อวานพวกเราก็เพิ่งผ่านการต่อสู้มา ยังไม่ทันได้พักผ่อนเลย ขอโทษด้วยนะ”

ฉันสั่งให้ไอเดอร์ไปเสิร์ฟชาและกาแฟให้ทุกคนก่อนจะเริ่มแถลงข่าวเกี่ยวกับภารกิจสำรวจครั้งนี้

“แต่สถานการณ์โลกตอนนี้คับขัน พวกเราจึงต้องรีบดำเนินการตอบโต้โดยเร็ว…”

ฉันพูดไปได้เพียงครึ่งคำก็ต้องชะงัก

เพราะเห็นใบหน้าของเหล่าผู้กล้าที่นั่งอยู่ ดูโทรมและอิดโรยเหลือเกิน ทุกคนเหมือนกำลังทนทุกข์ทรมานจากอาการเมาค้างอย่างหนัก

“…ไม่สิ เมื่อวานพวกนายดื่มกันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้พวกนี้”

จูเนียร์รีบเป็นตัวแทนขอโทษฉันด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก

“แต่…ฝ่าบาทกลับมาแล้ว… เราเอาชนะแม่ทัพระดับกองพลได้แล้ว… ทุกอย่างเป็นเรื่องน่ายินดีทั้งนั้นเลยค่คะ ยิ่งมีอาหารทะเลเพียบเลย เลยดื่มกันไม่หยุด… อ๊วก!”

จูเนียร์พูดไม่ทันจบประโยคก็อาเจียนออกมาอย่างรุนแรง เสียงดังอื้ออึง

“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้วจะดื่มกันหนักขนาดนั้นทำไม?!”

เอ่อ…ฉันเองก็ดื่มหนักเหมือนกันเมื่อวานนะ

ฉันหันไปมองเหล่าสมาชิกทีมที่ตอนนี้ดูเหมือนซอมบี้ กำลังครางครวญเพราะอาการเมาค้างอย่างหนัก

“ใจฉันอยากให้พวกนายพักอีกสักสองสามวันจริง ๆ นะ แต่เวลาไม่พอ พรุ่งนี้เช้าเราเข้าดันเจี้ยนทันที”

ฉันพูดเสียงหนักแน่น

เหล่าผู้กล้าต่างทำหน้าเศร้า ฉันเลยยิ้มให้พวกเขาเบา ๆ

“ยิ่งกว่านั้น ดันเจี้ยนนี้ ‘ถ้าโชคดี’ แทบจะไม่มีการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ ไม่จำเป็นต้องเตรียมพร้อม100%หรอก”

“…?”

เมื่อได้ยินว่าแทบจะไม่มีการต่อสู้ เหล่าผู้กล้าต่างเบิกตากว้าง ฉันเคาะไม้เท้าลงบนกระดานดำที่ไอเดอร์นำมาวาง

“ที่เราจะไปพิชิตคือดันเจี้ยนเขต 8 ‘หอคอยเวทมนตร์’”

เพิ่งเข้าเขตที่ 1 แล้วหลงทางเมื่อไม่นานมานี้เอง ตอนนี้ก็มาถึงดันเจี้ยนตัวแทนของเขตที่ 8 หอคอยเวทมนตร์ซะแล้ว

ฉันรู้สึกใจหายเล็กน้อย ก่อนจะใช้ไม้เท้าชี้ไปที่กลุ่มเอลฟ์ที่นั่งอยู่มุมห้องรับแขก

“เบอร์ดันดี้กับคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์เคลียร์ทางมาจนถึงที่นี่แล้ว”

“เย้~!”

เบอร์ดันดี้และเหล่าเอลฟ์ต่างชูมือขึ้นโบกไปมาอย่างร่าเริง

บรรดาสัตว์ฟันแทะพวกนี้ที่เมื่อเช้าดื่มเหล้าแก้เมาค้างด้วยธัญพืช ตอนนี้กำลังดื่มน้ำสมุนไพรผสมธัญพืชเพื่อช่วยให้หายเมาค้างอยู่

“งั้นให้คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์นำทาง! คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์! พวกเธอจะได้เก็บ ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ ที่ใฝ่ฝันมานานแล้วในหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ รีบนำทางให้เต็มที่เลย!”

“ฝากด้วยนะคะ ท่านแอช!”

เบอร์ดันดี้ตาเป็นประกายพลางกำหมัดแน่น เอลฟ์อีกสี่คนก็พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ดีมาก

“ทางโล่งแล้ว พรุ่งนี้พวกเราเข้าดันเจี้ยน เคลียร์เสร็จก็ออกมาได้เลย”

ปัง!

ฉันเคาะกระดานดำเบา ๆ แล้วเริ่มอธิบายวิธีการพิชิตดันเจี้ยน

“บอกไว้ก่อน ดันเจี้ยน ‘หอคอยเวทมนตร์’ แห่งนี้ไม่มีสัตว์ประหลาด”

ผู้กล้าทุกคนหน้าตาฉงน งงเป็นไก่ตาแตก

ก็แปลกอยู่นะ ดันเจี้ยนที่ไม่มีสัตว์ประหลาดนี่นะ

แต่ถึงจะไม่มีสัตว์ประหลาด ก็ยังมี ‘ศัตรู’ อยู่

“แทนสัตว์ประหลาด จะมีระบบป้องกันอัตโนมัติคอยปกป้องหอคอย”

“อ้อ…!”

เหล่าพ่อมดแม่มดร้องอุทานพร้อมกัน

โดยเฉพาะเหล่าพ่อมดแม่มดรุ่นเยาว์ในสังกัดของจูเนียร์ ใบหน้าบานแฉ่ง คงคิดว่าหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้มีเวทมนตร์อะไรแปลก ๆ

“สมกับเป็นหอคอยเวทมนตร์จริง ๆ …!”

“ที่รวมแก่นแท้แห่งเวทมนตร์โบราณ…!”

“ไปครั้งนี้ขอแอบหยิบของที่ระลึกมาบ้างนะ ฝ่าบาทคงไม่ว่าอะไรหรอก…!”

“…ฮึ่ม!”

ฉันพยายามไม่สนใจสายตาเป็นประกายระยิบระยับของเหล่าพ่อมดแม่มด ใจจริงอยากจะยิ้มตาม แต่ต้องทำเป็นนิ่งเฉย

ของที่ได้มาต้องให้ฉันตรวจสอบก่อน รู้ใช่ไหมพวกนาย ของระดับสูงอย่างที่ฉันจะใช้ได้ต้องตรวจสอบก่อน

เดี๋ยวโตแล้วจะคืนให้หรอก

เหมือนกับพ่อแม่เก็บเงินอั่งเปาของพวกนายนั่นแหละ ฉันจะเก็บไว้ให้ดีแล้วคืนให้ อะไรก็ตามที่ได้มาให้เอามาให้ฉันก่อน

ฉันจึงอธิบายต่อ

“สรุปแล้ว หอคอยเวทมนตร์…เป็นดันเจี้ยนปริศนา”

โครงสร้างเหมือนดันเจี้ยนอื่น ๆ เป็นเขตดันเจี้ยนที่ต่อเนื่องกัน แต่ทุกห้องจะมีปริศนาแทนสัตว์ประหลาด แค่แก้ปริศนาก็พอ

ถ้าแก้ได้? จะได้รางวัลแล้วไปห้องต่อไป

ถ้าแก้ไม่ได้? ระบบป้องกันจะพยายามฆ่าผู้บุกรุกให้ได้

“ดูเหมือนว่าตามการตั้งค่า หอคอยเวทมนตร์เป็นสถานที่สำหรับเหล่าพ่อมดแม่มดทุกคน จึงให้รางวัลแก่พ่อมดแม่มดที่ผ่านการทดสอบ”

ดังนั้นถ้าผ่านการทดสอบ (ปริศนา) ก็จะได้รางวัล

แต่ถ้าไม่ผ่านก็จะโดนจัดการอย่างไม่ไว้หน้า นี่คือดันเจี้ยนแบบนั้น

แน่นอนว่าเหมือนดันเจี้ยนทั่วไป สามารถใช้การต่อสู้แก้ปัญหาได้เช่นกัน

ใช้การทำลายป้อมปืน สิ่งประดิษฐ์โบราณ กับดักเวทมนต์และโกเลมอัตโนมัติที่โผล่มาแทนสัตว์ประหลาด ก็เป็นวิธีการหนึ่ง

ในเกม ผู้เล่นหลายคนใช้กำลังบุกฝ่าเคลียร์ดันเจี้ยน

ฉันได้รางวัลและประสบการณ์จากการต่อสู้เพิ่มขึ้นมาด้วย ถ้าพิจารณาแค่ประสิทธิภาพ การใช้การต่อสู้แก้ปริศนาอาจดีกว่า

“แต่สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้มาจากการต่อสู้”

มีรางวัลพิเศษสำหรับคนที่แก้ปริศนาได้ทุกข้อจนถึงห้องบอส

ยิ่งไปกว่านั้น…ถ้าไม่เสี่ยงก็ควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้

ไม่งั้นแค่จะได้ประสบการณ์เพิ่มเล็กน้อย กลับต้องแลกมาด้วยการสูญเสียชีวิต

หลังจากอธิบายเรื่องเหล่านี้ ฉันหันไปมองเหล่าผู้กล้าแล้วพูด

“งั้นวันนี้พักผ่อนให้เต็มที่! พรุ่งนี้เช้าให้หายเมาค้าง! แล้วมารวมตัวกันที่นี่อีกครั้ง เข้าใจไหม?”

“ครับ!” ทุกคนตอบเสียงดังสนั่น

ขณะนั้น ลูคัสที่นั่งอยู่แถวหน้ายกมือขึ้น ฉันชี้ไปที่เขาด้วยไม้เท้า

“มีคำถามเหรอ ว่าไง?”

“ครับ ฝ่าบาท”

ลูคัสถามอย่างนอบน้อม

“ถ้าฟังจากที่ฝ่าบาทพูด แทบจะไม่มีการต่อสู้ หรือถึงมีก็คงน้อย แล้วทำไมต้องส่งคนเยอะขนาดนี้ด้วยครับ?”

ดังที่ลูคัสพูด ตอนนี้เหล่าผู้กล้าจากกองทัพที่ 1 ทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่ห้องรับแขกนี้

มีหลายสิบคน ถ้าวางแผนไว้ว่าจะไม่ต่อสู้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้คนเยอะขนาดนี้

ใช้คนน้อยกว่านี้เคลียร์ดันเจี้ยนก็ง่ายกว่า

ฉันหัวเราะอย่างขมขื่น

“เผื่อไว้บ้าง” ฉันเตรียมพร้อมรับมือกับความล้มเหลวในการแก้ปริศนาไว้แล้ว

และที่สำคัญกว่านั้น…

ฉันต้องระวัง ‘ใครบางคน’ ที่แอบซ่อนตัวอยู่ลึกที่สุดในหอคอยเวทมนตร์

“…”

ฉันตัดสินใจไม่บอกเรื่อง ‘ใครบางคน’ นี้กับเหล่าผู้กล้า กลัวว่าพวกเขาจะกังวลใจเกินไป

ฉันปรบมือเบา ๆ แล้วพูดขึ้น

“เอาล่ะ ประชุมแค่นี้พอ… ไปทานข้าวกลางวันกันดีกว่า ไปแก้เมาค้างกัน!”

เสียงโห่ร้องดังสนั่นหวั่นไหว

โดยเฉพาะพวกที่ดื่มเหล้าหนัก ต่างร้องตะโกนว่า ‘ต้องแก้เมาค้างด้วยเหล้าสิ!’ พร้อมกับหยิบขวดเหล้าออกมาจากกระเป๋า… พวกบ้า! ทานข้าวกันเถอะ!

หลังจากทานข้าวกลางวันเสร็จ ฉันก็ปล่อยให้เหล่าผู้กล้ากลับไปพักผ่อน

แล้วใช้ประตูมิติเดินทางไปยังอาณาจักรใต้ทะเลสาบ

ทันทีที่ถึงค่ายฐาน ฉันก็แจกจ่ายอาหารทะเลให้กับทุกคน

“โอ้! ได้ทานอาหารทะเลนานมากแล้ว! จะทานให้หมดเลย!”

เคลลิเบย์ยิ้มตาหยีอย่างมีความสุข ฉันจึงหยิบเหล้าไปให้เป็นสินบนเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว…

ฉับ!

ฉันหยิบแกนพลังเวทสองอันออกมา

[แกนพลังเวทของราชาก็อบลิน] กับ [แกนพลังเวทของกัปตันเรือวิญญาณ]

นี่คือแกนพลังเวทของแม่ทัพแห่งฝันร้ายทั้งสอง เมื่อฉันหยิบมันออกมา ดวงตาของเคลลิเบย์ก็เปล่งประกายระยิบระยับ

“ในที่สุดก็เอามาให้แล้วนะ! รอกันจนใจจะขาดแล้ว!”

“…”

“ผมเลือกที่จะใช้มันแล้วครับ”

ฉันสั่งเคลลิเบย์ทำอุปกรณ์จากแกนพลังเวทสองอันนี้

เคลลิเบย์พึมพำ “โอ้ ๆ” แล้วจดบันทึกคำสั่งของฉันอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากหนาที่ปกคลุมด้วยเครายิ้มเจ้าเล่ห์

“เพชฌฆาตฝันร้าย… ความทรงพลังสมกับอันตรายจริง ๆ ฮ่า ๆ ทั้งสองอันนี้ก็น่าสนใจดี…”

“ฝากด้วยนะครับ ท่านนายช่าง”

เคลลิเบย์ตบหน้าอกตัวเองอย่างมั่นใจ

เนื่องจากฝีมือของคนแคระผู้นี้รับประกันได้ ฉันจึงยิ้มบาง ๆ

หลังจากสั่งทำอุปกรณ์เสร็จ ฉันจึงไปหาไร้นาม

“…”

หาไม่เจอ

ยายโคโค่ผู้ตัดขาดกลับมาแล้ว ฉันจึงให้ปลาแก่เธอแล้วถามถึงไร้นาม โคโค่ยิ้มอย่างประหลาด

“…ไร้นามรู้แล้วว่าชะตาของตนเองใกล้จะมาถึง…”

“ห๊ะ?”

“เวลาใกล้จะมาถึงแล้ว เวลาใกล้จะมาถึงแล้ว ฮ่า ๆ …”

พูดจบก็เงียบไป แล้วก็ถือปลาเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองหายไป

ฉันขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ อะไรกัน? ชะตาที่จะมาถึงหมายความว่ายังไงกัน?

งานที่ค่ายฐานเสร็จสิ้นแล้ว ฉันจึงออกจากค่าย

ฉันมีที่หมายต่อไป

ฟู่ววว—

ฉันถือเปลวไฟสีน้ำเงิน เดินไปในความมืดเพียงลำพัง

เดินไปสักพัก ก็มาถึงสถานที่ที่ต้องการ

พื้นที่ที่ท่อระบายน้ำระหว่างเขตที่ 5 และเขตที่ 6 เชื่อมต่อกัน น้ำซึมออกมาจากท่อที่แตก ไหลซึมลงไปในกำแพงหินที่ทรุดโทรม

ในซอกเขาแคบ ๆ ที่สายน้ำใสไหลรินกระทบโขดหิน ต้นไม้และมอสเขียวชอุ่มปกคลุมแน่นหนา

และริมทางน้ำนั้น…ปรากฏแปลงดินที่ไถพรวนอย่างเรียบร้อย

ดูราวกับเพิ่งมีการปลูกเมล็ดพันธุ์บางอย่างลงไป แต่กลับไม่มีอะไรงอกงามเลยสักต้นเดียว

“…”

ขณะที่ฉันก้มมองแปลงดินนั้น เสียงเรียกแผ่วเบาแว่วมา

“ฝ่าบาทแอช…?”

เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็พบเบอร์ดันดี้ยืนอยู่ด้วยสีหน้าตกใจ พร้อมกับสมาชิกคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์อีกหลายคน

“ท่านมาที่นี่ได้ยังไง…”

“…”

ที่นี่คือฐานที่มั่นลับของคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ ไม่น่าเชื่อว่าเหล่าเอลฟ์เหล่านี้จะไม่ได้อยู่ที่ค่ายหลัก แต่กลับมาอยู่ที่นี่

ฉันยิ้มอย่างขมขื่น แล้วเอ่ยขึ้น

“มีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วย เบอร์ดันดี้”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 428. [เนื้อเรื่องเสริม] สู่หอคอยเวทมนตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว