เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 412. [เนื้อเรื่องเสริม] กลับไป (2)

◈บทที่ 412. [เนื้อเรื่องเสริม] กลับไป (2)

◈บทที่ 412. [เนื้อเรื่องเสริม] กลับไป (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 412. [เนื้อเรื่องเสริม] กลับไป (2)

โชคดีเหลือเกินที่ช่วงที่ฉันไม่อยู่ แม้จะมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอยู่บ้าง แต่ก็แทบไม่มีใครเสียชีวิตเลย ทหารในกองกำลังของฉันก็ไม่มีใครหนีไปไหนสักคน

ฉะนั้น ฉันจึงปรากฏตัวให้ลูกน้องที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มหลักได้เห็นหน้ากันบ้าง หายหน้าไปครึ่งปีแล้วนี่นา ต้องรายงานตัวให้ทั่วถึงเสียหน่อย

ทุกคนกำลังเตรียมการป้องกันในเขตที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่ฉันปรากฏตัวอย่างไม่สะทกสะท้าน ทุกคนต่างทำหน้าราวกับเห็นผี

“แอช……?!”

ทางเหนือของเมือง

ดัสก์ บริงเกอร์ กำลังตรวจทัพอัศวินของเธอและทหารราชรัฐหลายร้อยนายที่เรียงแถวอยู่ ถึงกับอ้าปากค้าง ฉันโบกมือให้เธอพลางเดินเข้าไปหา

“ท่านดยุค! สบายดีนะ?”

“เฮ้ย ๆ ๆ ๆ ไอ้เด็กนี่! หายไปครึ่งปีแล้ว มาเจอกันทีคำพูดแรกก็แค่นี้เหรอ……?!”

“ฮ่า ๆ เดี๋ยวค่อยเล่ารายละเอียดให้ฟังทีเดียว ตอนที่รวมตัวกันหมดแล้ว”

ก็ไม่ใช่ว่าจะมาอธิบายให้ฟังทุกครั้งที่เจอคนหรอก ว่าฉันไปไหนมาทำอะไรบ้าง

ฉันคิดว่าเดี๋ยวค่ำ ๆ ค่อยรวมตัวกัน กินข้าวไปด้วย คุยกันไปด้วยเลย จะได้ประชุมเรื่องแผนในอนาคตไปพร้อม ๆ กันด้วย

“แอชจริง ๆ ด้วยเหรอเนี่ย……?”

ดัสก์ บริงเกอร์เดินเข้ามาหาฉันราวกับถูกสะกดจิต เอื้อมมือมาบีบแก้มฉันเบา ๆ แล้วก็เขี่ยไปทั่วตัวฉัน “โอ๊ย! เจ็บนะ!”

“ไม่ใช่คนอื่นปลอมตัวมา หรือแปลงร่างมาหรอกนะ เป็นนายตัวจริงด้วย……”

“แน่นอนสิ ว่าแต่เธอสบายดีนะ?”

“ทำไมถึงได้หน้าด้านอย่างนี้เนี่ย? รู้บ้างไหมว่าทุกคนเป็นห่วงแค่ไหน?!”

ดัสก์ บริงเกอร์ยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาบีบฉันไปทั่วตัวอีกแล้ว “ไม่เอา! เจ็บจริง ๆ แล้วนะ! หยุดได้แล้ว!”

พอการลงโทษ(?) ด้วยการบีบแก้มจบลง ฉันยิ้มแห้ง ๆ แล้วกระซิบกระซาบกับเธอ

“ฉันก็กังวลว่าระหว่างที่ฉันไม่อยู่ เธอจะแอบยึดครอสโรดไปซะแล้ว”

“ถ้าตั้งใจจะทำก็ทำได้อยู่หรอกนะ แต่……”

ท่านหญิงมังกรผู้มีเลือดมังกรร้ายกาจไหลเวียนอยู่ในตัวหัวเราะเยาะอย่างเจ้าเล่ห์

“แต่การแย่งชิงมันจะสนุกกว่าถ้ามีเจ้าของอยู่นี่นา?”

“ท่านคิดอะไรอยู่เนี่ย……”

“ถ้าขโมยตอนที่เจ้าของไม่อยู่ก็เป็นโจรกระจอก แต่ถ้าแย่งมาด้วยการต่อสู้ก็เป็นผู้พิชิต ทีนี้นายก็กลับมาแล้ว ฉันก็ต้องคอยจ้องมองที่นี่อีกครั้งแล้วล่ะ”

แม้จะคุยกันแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วฉันรู้ดี

ว่าเธอกับกองทัพของเธอได้ต่อสู้เพื่อปกป้องครอสโรดอย่างหนักหน่วงในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

“ทุกคนต่างเชื่อว่านายจะกลับมา และก็รอคอยนายอยู่”

ดัสก์ บริงเกอร์จ้องมองฉันนิ่ง ๆ แล้วก็ยิ้มบาง ๆ

“ดูเหมือนว่านายจะแก้ปัญหาที่กังวลใจได้ระดับหนึ่งแล้วสินะ”

“…….”

“ฉันไม่รู้รายละเอียดหรอกนะ…… แต่ยินดีต้อนรับกลับมา แอช”

ฉันที่จ้องมองเธอก็ยิ้มกว้างออกมาเช่นกัน

“……อืม ฉันกลับมาแล้ว ท่านดยุค”

ถึงแม้จะหายไปนาน แต่ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเหลือเกิน

***

กองกำลังไถ่บาปและกองทัพทางเหนือของอาณาจักรอาริอันกำลังเร่งสร้างสนามประลองและสิ่งกีดขวางอยู่ที่ทุ่งทางใต้ ฉันเลยแวะมาทักทายสักหน่อย

“…….”

“…….”

ที่นี่เต็มไปด้วยทหารหนุ่มรูปร่างกำยำที่กำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น เหงื่อไหลโทรมกาย ขณะนั้นเอง คูอิลันเปลื้องเสื้อท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่งดงาม พลางสวมปลอกคอ อุ้มเจ้าหญิงยุนอยู่บนหลัง แล้วก็ยืนนิ่งอยู่ด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย……

เด็กสาวผมสีงาช้างที่นั่งอยู่บนหลังมนุษย์หมาป่าขนสีแดง ภาพนั้นสวยงามดี ทว่า…นี่มันอะไรกัน?!

ฉันกับคูอิลันสบตากัน แล้วก็แข็งทื่ออยู่ครู่หนึ่ง ฉันพยายามเอ่ยปากด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา

“อะ…อะไรเนี่ย……?”

“อ้าว ฝ่าบาทแอช? กลับมาแล้วเหรอคะ!”

เจ้าหญิงยุนที่เพิ่งเห็นฉันก็โบกมือทักทายอย่างร่าเริง มือยังคงกำปลอกคอของคูอิลันไว้อยู่

“เจ้าสุดที่รัก! ผมรู้ว่าท่านมีเสน่ห์เหลือล้น แต่หายไปครึ่งปีนี่ไปไหนมาครับเนี่ย?”

“เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังตอนเย็น ๆ แล้วก็…นี่ทั้งสองคนกำลังทำอะไรกันอยู่…?”

“เราตกลงกับผู้บัญชาการลูคัสแล้วค่ะว่าจะช่วยปกป้องครอสโรด แลกกับการ ‘ยืม’ ก้อนกล้ามเนื้อน่ารักนุ่มนิ่มนี่”

ลูคัส…? ถึงกองทัพจะสำคัญ แต่จะขายคูอิลันไปเลยเหรอ…?

“ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา กองกำลังทั้งสองของเราทำงานร่วมกันอย่างเหนียวแน่น และตอนนี้…เราก็มี ‘การเชื่อมโยงกล้ามเนื้อ’ ที่ยอดเยี่ยมแล้ว”

ฉันไม่รู้หรอกนะว่า ‘การเชื่อมโยงกล้ามเนื้อ’ หมายถึงอะไร แต่จริง ๆ แล้ว เหล่ามนุษย์สัตว์จากกองกำลังไถ่บาปและเหล่าทหารจากอาณาจักรอาริอันต่างก็ร่วมมือกันทำงานอย่างไม่ลังเล

ทหารทางเหนือของอาณาจักรอาริอันเป็นกำลังสำคัญที่มีพลังมหาศาล

ถ้าแลกกับคูอิลันเพียงคนเดียวได้พวกเขามา…นี่มันคุ้มค่ามาก ๆ …

ฉันลองวิเคราะห์ดู แล้วก็ได้ข้อสรุปเช่นเดียวกับลูคัส นั่นคือ

“ขอให้มีความสุขกับเวลาที่เหลือนะ คูอิลัน”

“อะไรกันฝ่าบาท?! ดูสภาพผมแล้วพูดแบบนั้นได้ยังไงเนี่ย?!”

คูอิลันคำรามด้วยความเจ็บแค้น

“ช่วยด้วย! ตั้งแต่ฝ่าบาทหายไป ผมถูกเลี้ยงดูเหมือนสุนัขมาตลอด!”

“ถะ…ถ้ามีความสุขก็โอเคแล้วละนะ……”

“ผมไม่สุข! ผมไม่สุขเลย!”

ยุนดึงปลอกคอของคูอิลันเบา ๆ

“อืม ไอ้หมาของเรา อยู่กับฉันแล้วไม่สุขเหรอ?”

“อึก อึก ไม่…ไม่ใช่นะครับ องค์หญิง…!”

“หึ ช่างเถอะ วันนี้ปล่อยไปก็แล้วกัน”

องค์หญิงยุนปลดปลอกคอออกจากคอคูอิลัน แล้วเดินลงไปอย่างแผ่วเบา

คูอิลันมองฉันกับยุน ก่อนจะวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ยุนเลียริมฝีปากด้วยท่าทีเสียดาย เมื่อเห็นคูอิลันวิ่งหนีไป

“ฮือ แข็งแกร่งกว่าที่คิดนะ ผู้ชายคนนี้ ฉันเอาใจใส่ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมเลย……”

“……นั่นเรียกว่าเอาใจใส่เหรอ?”

“แน่นอนสิ ผู้หญิงเอาปลอกคอใส่คอผู้ชายแล้วเกาะติดแบบนี้ มันก็แปลว่า ‘มาอยู่กับฉันเถอะ’ ไม่ใช่เหรอ?”

ฉันไม่เข้าใจวัฒนธรรมทางเหนือจริง ๆ

ฉันได้แต่เงียบ ๆ เตือนยุนที่ลืมตาโพลง ด้วยดวงตาสีเหลืองสดใส

“คูอิลันเป็นเผ่ามนุษย์สัตว์ หรือเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ถูกมองว่าเป็นทาสของมนุษย์มานานแล้ว…… เขาอาจจะไม่ชอบที่ถูกมองว่าเป็นของก็ได้”

“อ้อ”

ยุนมองปลอกคอในมือพลางเลียริมฝีปากเบา ๆ

“อุ๊ยตาย! มนุษย์สัตว์เผ่าหมีบ้านเราไม่ได้เป็นทาสหรอกค่ะ แต่เป็นพลเมืองที่เท่าเทียมกัน เลยไม่ค่อยละเอียดอ่อนเรื่องพวกนี้เท่าไหร่…… แล้วก็อันนี้มันสไตล์ของฉันเอง”

นี่มันสไตล์อะไรกันเนี่ย……

ฉันไอแห้ง ๆ “อะแฮ่ม”

“ถ้าระวังเรื่องนี้ด้วย ก็คงจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคูอิลันได้มากขึ้นนะครับ”

ฉันไม่รู้หรอกว่าเจ้าหญิงดื้อรั้นคนนี้จริงจังกับคูอิลันมากแค่ไหน

“……ฉันทำตัวตามใจตัวเองไปหน่อยสินะ ฮือ ถึงจะพูดแบบนี้ก็เถอะ เพราะใช้ชีวิตเป็นราชวงศ์มาตลอด เลยมีมุมมองที่แคบไปบ้าง”

ยุนพึมพำเบา ๆ ก่อนจะโยนปลอกคอลงพื้น แล้วหันมามองฉัน

“เอาล่ะ ถึงการหาคู่ครองจะสำคัญ แต่ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้น ฝ่าบาทแอช”

“เรื่องสำคัญกว่าน่ะเหรอ?”

“ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาที่นายหายไป สถานการณ์โลกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก”

ฉันขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”

“นี่นายไปอยู่โลกอื่นมาครึ่งปีจริง ๆ เหรอคะ? ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้ได้”

ยุนชี้ไปทางทิศเหนือ

“สงครามกลางเมืองระหว่างเจ้าชายลำดับที่หนึ่ง ลาร์ค และเจ้าชายลำดับที่สอง เฟอร์นานเดซ ที่ปะทุขึ้นรอบเมืองหลวงนิวเทรา...หรือก็คือศึกชิงบัลลังก์นั่นเอง”

“……!”

“การต่อสู้ครั้งนั้นสิ้นสุดลงแล้ว”

ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ขณะที่ฉันหลงทางอยู่ในดันเจี้ยนใต้ทะเลสาบและโลกเบื้องหลัง เวลาครึ่งปีได้ล่วงเลยผ่านไปแล้ว และครึ่งปีนั้นก็ยาวนานพอที่จะยุติสงครามระหว่างสองเจ้าชายได้

ฉันถามออกไปด้วยเสียงสั่นเครือ

“ผู้ชนะคือ……?”

ฉันพอจะคาดเดาผลลัพธ์ได้อยู่บ้าง

แล้วผลลัพธ์ก็เป็นดั่งที่เจ้าหญิงยุนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“เจ้าชายลำดับที่สอง เฟอร์นานเดซ”

“…….”

“ข่าวการชัยชนะอย่างเด็ดขาดของเฟอร์นานเดซและกองทัพเขาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กำลังแพร่กระจายไปทั่วทุกทวีปอย่างรวดเร็ว”

ฉันกัดฟันแน่น ยุนพูดต่อพลางยกไหล่ขึ้นเล็กน้อย

“เจ้าชายลำดับที่หนึ่ง ลาร์ค และกองพลทหารราบจักรวรรดิที่หนึ่งที่เขาบัญชาการ พ่ายแพ้ราบคาบ ตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ มีเพียงข่าวลือกระจัดกระจาย ว่าอาจถูกตัดแขนตัดขา หรือถูกประหารชีวิต……”

“…….”

ฉันนึกถึงใบหน้าอันอ่อนโยนของพี่ชายคนโต เขาตายไปจริง ๆ แล้วหรือ

ยุนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เอาเป็นว่าเจ้าของจักรวรรดิ...หรือเจ้าของโลก ก็ได้ถูกกำหนดแล้ว”

“งั้นเจ้าหญิงยุน ก็ต้องไปเข้าข้างท่านพี่เฟอร์นานเดซแล้วสิครับ?”

ฉันถามจบ ยุนก็หัวเราะอย่างขมขื่น

“คนโง่ ๆ ที่เคยลังเลอยู่ ตอนนี้ต่างก็รีบไปสาบานตนถวายความจงรักภักดีต่อเฟอร์นานเดซ แต่พวกฉันกับคนในราชอาณาจักรจะ…รอสักหน่อย”

“ทำไมเหรอครับ?”

“คนทางเหนือไวต่อสิ่งต่าง ๆ น่ะสิ”

ยุนทำหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย

“……มีข่าวลือที่น่ากลัวแพร่กระจายมาจากเมืองหลวง”

“ข่าวลือที่น่ากลัวน่ะเหรอครับ?”

“เมืองหลวงนิวเทราถูกปิดล้อมมานานแล้ว ไม่มีแม้แต่แมลงมดตัวเดียวที่สามารถเข้าไปได้ทางบก แต่เรื่องราวก็ยังแพร่กระจายออกมานั่นแหละ”

อาณาจักรอาริอันคงจะมีเครือข่ายสายลับอยู่ในนิวเทราด้วยสินะ

ยุนเหล่ซ้ายแลขวา พลางตรวจสอบว่าไม่มีใครได้ยิน ก่อนจะกระซิบกับฉันเบา ๆ

“มีข่าวว่ามีวงเวทขนาดใหญ่ และสิ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร กำลังถูกสร้างขึ้นในเมืองหลวง”

“……วงเวทเหรอครับ?”

“และถึงแม้จะชนะสงคราม เฟอร์นานเดซก็ยังคงควบคุมพลเมืองในเมืองหลวงอย่างเข้มงวด มีข่าวว่าตอนนี้ห้ามไม่ให้คนออกไปนอกบ้านเลยด้วยซ้ำ”

……

“มีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นแน่… เจ้าชายแอช คนทางเหนือไวต่อเรื่องพวกนี้มาก ฉันรู้สึกได้ถึงลางร้ายร้ายกาจ… มหาศาล…”

ฉันนึกถึงแผนการของเฟอร์นานเดซที่ได้รู้มาจากใต้ดินลึกสุดของดันเจี้ยน

และใบหน้าของจักรพรรดิที่ฉันได้พบเจอในนรกนั้นด้วย

“แม้แต่การต่อสู้กับปีศาจที่แนวรบทางใต้ก็ยังยากลำบากเหลือเกิน…”

ยุนมองฉันอย่างรวดเร็ว

“แต่ฝ่าบาทแอช หากนายเป็นหนึ่งในจักรพรรดิของโลกนี้… ก็ต้องเริ่มเตรียมตัวเสียเถอะ เพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะอุบัติขึ้น ณ ใจกลางโลกนี้”

ฉันที่ฟังอย่างเงียบ ๆ พยักหน้าช้า ๆ

“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ ขอบคุณที่ช่วยปกป้องครอสโรดด้วย”

“ถึงวิกฤติโลกจะเกิดขึ้นทางใต้ แต่คนทางเหนือก็ไม่ได้นั่งมองเฉย ๆ หรอกนะ เดี๋ยวจะเสียหน้า ที่มาช่วยก็เพราะเป็นเพียงผลประโยชน์ที่ตรงกันเท่านั้นเอง”

ยุนปัดมือเบา ๆ พลางเลียริมฝีปาก มองไปยังทิศทางที่คูอิลันวิ่งหนีไป

“แล้วก็… ฉันควรเปลี่ยนวิธีการจีบเขาดีไหมเนี่ย… ช่างมันเถอะ ความรักนี่มันยากจริง ๆ ด้วย……”

“…”

“ช่วยแนะนำอะไรหน่อยสิ นายเป็นเจ้าชายแสนเสเพลไม่ใช่เหรอ?”

ยุนถามฉัน ฉันถึงกับเหงื่อตก

ไม่ใช่สักหน่อย คนเจ้าชู้น่ะมันแอชต่างหาก ฉันน่ะเป็นคนขี้อาย เลยให้คำแนะนำดี ๆ ไม่ได้…

‘อ๊ะ’

ฉันคิดอยู่นานสองนาน ก่อนจะเอ่ยคำแนะนำที่คิดว่าถูกต้องที่สุดออกไป

“ลองแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาดูสิครับ บอกเขาไปตรง ๆ ว่าเธอชอบเขา ไม่ว่าจะด้วยคำพูด การกระทำ หรือแม้แต่ท่าทาง ก็ให้ชัดเจนไปเลย”

“ชัดเจนเหรอคะ?”

“บางครั้งการบอกความต้องการของตัวเองอย่างชัดเจน ก็ได้ผลดีกว่าที่คิดนะ ฉันว่าอย่างนั้น”

“อืม……”

ยุนที่เฝ้ามองฉันอยู่พลางหัวเราะเบา ๆ

“พอคิดดูแล้ว คำแนะนำเรื่องความรักของฝ่าบาทแอช มันก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่เลยนะคะ”

“อ้าว? ทำไมเหรอครับ?”

นี่ฉันตั้งใจพูดไปอย่างจริงจังนะ! มันดูไม่ฉลาดเลยเหรอ?!

“เพราะว่าหน้าตานายมันดีเกินไปน่ะสิคะ ถ้านายกระซิบคำรักด้วยหน้าตาแบบนี้ สิบคนอาจจะยอมแพ้ไปเก้าคนแล้วก็ได้”

“…….”

ฉันลูบหน้าตัวเองเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ฉันเองก็ไม่ได้ใช้ใบหน้าหล่อเหลาใบนี้ไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์เลยนี่นา

ยุนโบกมือเบา ๆ

“เอาล่ะค่ะ เรื่องปรึกษาหารือเรื่องความรักขอจบแค่นี้ ไปดูแลคนรักของนายเถอะค่ะ”

“หะ คนรัก?”

“นี่นายยังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องอีกเหรอคะ นายมี ‘อดีตคู่หมั้น’ ที่ร้องไห้ทุกคืนมานานครึ่งปี รอนายอยู่รู้ไหมคะ?”

“……!”

ฉันถึงบางอ้อ

ฉันเพิ่งรู้ว่ามีที่ ๆ ฉันควรไปก่อนใครอื่น

สำคัญกว่าการไปทักทายเพื่อนร่วมงานเสียอีก

ฉันอ้าปากค้าง พึมพำเบา ๆ

“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”

เวรเอ้ย… เพราะงี้ไงเลยกลายเป็นคนบื้อขนาดนี้ โอ๊ย!

ฉันรีบวิ่งเข้าไปในเมือง พลันได้ยินเสียงหัวเราะลั่นของยุนดังมาจากด้านหลัง

“เขาว่ากันว่าคนที่นายชู้ที่สุด คือคนที่ไม่รู้ตัว นายนั่นแหละ!”

ไม่ใช่! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นสักหน่อย…!

“ขอให้แสดงออกอย่างชัดเจนกับคุณหนูคนนั้นด้วยนะคะ ฝ่าบาท!”

ฉันกัดฟันแน่น วิ่งหนีเสียงเยาะเย้ยของยุนที่เอาคำแนะนำของฉันไปใช้ แล้ววิ่งไป…

ตรงเข้าสู่ใจกลางเมืองครอสโรด

ไปยังสาขาห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์

ไปยังที่ที่เซเรเนดอยู่

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 412. [เนื้อเรื่องเสริม] กลับไป (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว