- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 400. [ เนื้อเรื่องเสริม] ความปรารถนา
◈บทที่ 400. [ เนื้อเรื่องเสริม] ความปรารถนา
◈บทที่ 400. [ เนื้อเรื่องเสริม] ความปรารถนา
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 400. [ เนื้อเรื่องเสริม] ความปรารถนา
ห้าเดือนแล้ว นับจากวันที่ฉันเริ่มเล่นเกม ‘ปกป้องจักรวรรดิ ความยากระดับไอรอนนรกแตก’
เกมที่ 741 ล้มเหลว ฉันสบถคำหยาบระบายความโมโห ก่อนปิดการถ่ายทอดสดแล้วนอนหลับไปอย่างหมดแรง เช้าวันรุ่งขึ้น…
……
ฉันลืมตาขึ้นตอนบ่ายแก่ ๆ ความเหนื่อยล้าหนักอึ้งทับถมร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า ฉันกัดฟันลุกขึ้นนั่ง
“เหนื่อยจัง…”
ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา ฉันทุ่มเททุกอย่างให้กับเกมนี้ แต่ดูเหมือนเกมจะยังไม่จบสิ้น
เกมโอเวอร์ 741 ครั้ง
แม้จะเล่นเกมอย่างต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่น แต่มาถึงจุดนี้ ฉันก็เริ่มท้อแท้
“ถ้างั้นก็เลิกเล่นซะดีไหม?”
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ทันตั้งตัว
พูดตามตรง ฉันก็ทำเต็มที่แล้วนี่นา
คนดูก็บอกให้ฉันพักบ้าง ถ้าเหนื่อยเกินไป
ฉันก็แค่บริจาคเงินจากการโดเนทให้กับมูลนิธิโรคมะเร็งในเด็ก เท่านี้ก็ถือว่าบรรลุจุดประสงค์หลักแล้ว
ที่สำคัญคือความตั้งใจ ใครจะมาว่าอะไรฉันได้
ตั้งแต่แรกก็ไม่มีใครเล่นจบได้เลยนี่นา
หาทางประนีประนอมกันเถอะ
ใช่ ฉันควรจะเลิกเล่นเกมนี้ แล้วไปเล่นเกมอื่น…
อืดดดดดด… อืดดดดดด…
ทันใดนั้น เสียงสั่นสะเทือนดังสนั่นหวั่นไหวมาจากข้างหัวเตียง
ฉันสะดุ้งเฮือก ลุกนั่งคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ชื่อผู้โทรปรากฏบนหน้าจอ
“……!”
ความรู้สึกแปลก ๆ คล้ายลางร้ายไต่ขึ้นมาตามหลัง ฉันรีบรับสาย
“ฮัลโหล?”
***
“ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจลูกของดิฉันตลอดมา”
ชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล ณ คาเฟ่เล็ก ๆ
ฉันวิ่งมาถึงที่นี่ด้วยความร้อนรนหลังจากรับสาย คุณแม่ของเด็กก้มหัวคำนับฉันอย่างนอบน้อม
หลังจากคำทักทาย ความเงียบก็ปกคลุมบรรยากาศเอาไว้
เธอรออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เดือนหน้า…ฉันจะต้องปล่อยมือจากลูกแล้วค่ะ”
“…….”
“ร่างกายของลูกอ่อนแอลงมาก…ความจริงแล้ว โอกาสที่ลูกจะฟื้นจากโคม่าแทบไม่มีเลยค่ะ”
หมอบอกอย่างนั้น
กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของเด็กน้อยนั้นอ่อนแอลงจนแทบจะไม่เหลือแล้ว การรอคอยอันแสนทรมานนี้ดูเหมือนจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจ
“ฉันกับสามีเองก็เหนื่อยมากแล้ว แต่เหนื่อยที่สุด…ก็คงเป็นลูกของฉันนี่ล่ะค่ะ”
เธอยิ้มอย่างฝืน ๆ รอบดวงตาบวมแดงช้ำจากการร้องไห้
“ฉันอยากจะปล่อยให้ลูกหลับไปอย่างสงบค่ะ”
“…….”
“ฉันขอโทษจริง ๆ นะคะ คุณโกด็อก…คุณให้กำลังใจลูกสาวฉันมากขนาดนั้น…แต่…”
ฉันกัดริมฝีปากแน่น กำมือแน่นไว้บนตัก
“……คุณบอกว่าเหลืออีกหนึ่งเดือนใช่ไหมครับ?”
“ค่ะ”
“เดือนสุดท้ายนี้…ผมจะไม่ยอมแพ้ครับ”
“คะ…?”
“ผมจะให้กำลังใจเขาในแบบของผมเองครับ ดังนั้น…”
ฉันกลั้นใจเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ดังนั้น…คุณแม่ก็อย่าเพิ่งยอมแพ้เลยนะครับ”
“…”
“ผมยังเชื่อว่าเขายังคงสู้ต่อไปอยู่…ดังนั้น…”
ถึงรู้ว่าคำพูดของตัวเองฟังดูไร้ความรับผิดชอบแค่ไหน
“อย่ายอมแพ้เลยนะครับ…พวกเราทั้งคู่น่ะ”
ฉันพูดจบ ประโยคนั้นเหมือนเป็นกำลังใจให้ตัวเองมากกว่าเธอเสียอีก
แล้วฉันก็วิ่งออกจากคาเฟ่ราวกับหนีตาย
ทันทีที่กลับถึงบ้าน ฉันเปิดการถ่ายทอดสดทันที ผู้ชมที่รอคอยอยู่แห่กันเข้ามาอย่างคึกคัก
- โกฮา~
- โกด็อกที่หนีไปเมื่อวานมาแล้วเหรอ 555
- ปิดการถ่ายทอดสดแล้ววันนี้มาเร็วจัง
- ขอร้องล่ะไปเล่นเกมอื่นเถอะ ถ้าจะเล่นแบบนี้ ไปเป็นสตรีมเมอร์ผู้ชายเปลือยดีกว่า
- ยอมแพ้เถอะ…ที่นี่ไม่มีเกมอื่นแล้ว…
- จะเล่นปกป้องจักรวรรดิอีกเหรอ?
- บ้าไปแล้ว!!! ปกป้องจักรวรรดิเลิกเถอะ!!!
บรรยากาศในไลฟ์เริ่มซบเซา ผู้ชมหลายคนเริ่มหมดหวังไปด้วย
มีหลายคนที่แนะนำให้ฉันเลิกเล่นเกมนี้แล้วหันไปเล่นเกมอื่น
เพราะความยากและความยาวนานของเกมนี้ ผู้ชมของฉันลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
แต่ฉันไม่สนใจ
“แค่ครั้งสุดท้าย”
ฉันเปิดเกม ‘ปกป้องจักรวรรดิ’ ขึ้นมา
“นี่คือเกมสุดท้ายจริง ๆ”
- จริง ๆ นะ? จริง ๆ นะ? จริง ๆ นะ? จริง ๆ นะ?
ฉันเลื่อนหน้าต่างแชทไปไว้ด้านข้าง หายใจเข้าลึก ๆ แล้วจ้องมองเมาส์อย่างเข้มข้น
เกมนี้โหดร้ายเหลือเกิน ความยากไอรอนนี่ช่างเป็นนรกที่ทารุณกว่าที่คิด
แต่ความเจ็บปวดที่ฉันรู้สึกอยู่ตอนนี้…มันเบาบางเหลือเกิน เมื่อเทียบกับความทุกข์ทรมานที่เด็กน้อยคนนั้นต้องเผชิญ ตลอดชีวิตที่ต้องนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล
ฉันรู้ดีว่าการเล่นเกมนี้ของฉัน มันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับการที่เขาจะลุกขึ้นเดินได้
ทว่า…
ฉันเป็นสตรีมเมอร์ และเขาก็คือผู้ชม นี่คือวิธีที่เราสื่อสารกันมาโดยตลอด
‘ขอให้กำลังใจของฉันไปถึงนายด้วยนะ’
ฉันจ้องมองไปที่ด่านฝึก พลางท่องคำพูดนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ฉันไม่ได้อธิษฐานขอปาฏิหาริย์ ขอให้ร่างกายเขาแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหมด
ฉันเพียงหวังว่าเขาจะเอาชนะการต่อสู้ที่ยากลำบาก ซึ่งเขาสู้มาตลอดชีวิตด้วยพลังของตัวเอง ไม่ใช่พลังจากใครอื่น
เพียงแต่…
‘ขอให้เขารู้ว่ามีคนหนึ่งที่ส่งกำลังใจให้เขาอยู่’
เช่นเดียวกับที่กำลังใจของเขา ได้ให้กำลังใจฉันเสมอมา
ซาโลเมลืมตาขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง
เหมือนเธอยังคงฝันถึงบางส่วนของความทรงจำแอช ที่เพิ่งอ่านไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
《……ฮา.》
รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นบนริมฝีปาก ซาโลเมใช้มือทั้งสองข้างกดลงบนดวงตาของตัวเอง
นี่มัน…คำอธิษฐานที่โง่เขลาแค่ไหนกัน
มันเล็กน้อย ไร้ค่า และยังไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน
‘แค่ได้ยินคำให้กำลังใจสักคำ ถึงขนาดอธิษฐานขอเพื่อเด็กน้อยที่ไม่รู้จักกันสักคน…’
เจตนาไร้เหตุผล และเนื้อหาก็แปลกประหลาดเหลือเกิน
‘อะไรนะ? ฝั่งนี้ก็อยากจะให้กำลังใจเหรอ? นี่คือคำอธิษฐานจริง ๆ เหรอ? นี่คือทั้งหมดจริง ๆ เหรอ?’
คำอธิษฐานที่ดีควรจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ กว้างขวาง และโลภมาก…ไม่ใช่เหรอ?
อย่างน้อยก็ควรจะขอร่างกายที่แข็งแกร่ง หรือพรที่ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ ขนาดนั้นยังน้อยไปเลย
แค่ให้กำลังใจอย่างเดียว?
อธิษฐานขอเพียงให้เด็กน้อยลุกขึ้นยืนด้วยตัวเอง? แค่ให้กำลังใจแล้วจบ?
‘เพราะคำอธิษฐานที่ไร้ค่าแบบนั้น ถึงกับเอาชีวิตไปเสี่ยงในโลกอื่น…เหรอ?’
ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ
ความเสี่ยงที่เขารับไว้สูงเกินไปเมื่อเทียบกับคำอธิษฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น ไม่ว่าจะมองยังไงก็ไม่คุ้มค่า
“มันโง่เขลาขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉันคิดว่าฉันควรจะห้ามเขา เพราะมันไม่คุ้มค่ากับแอชอย่างแน่นอน
ยิ่งกว่านั้น เมื่อมองผ่าน ‘ความลับ’ ที่ฉันรู้ได้จากการตรวจสอบจิตวิญญาณของแอช มันยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงเพื่อคำอธิษฐานนั้น
- คำอธิษฐานของนายน่ะ มันใช่ ‘คำอธิษฐาน’ ของนายจริง ๆ เหรอ?
ฉันจึงพยายามกระตุ้นแอช
เพื่อให้เขาถามตัวเองว่าเขาเป็นใคร และสิ่งที่เขาปรารถนาจริง ๆ คืออะไร
เพื่อให้เขาละทิ้งคำอธิษฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้น และค้นหาสิ่งอื่น
เพื่อให้เขาสามารถแสวงหาเป้าหมายเพื่อตัวเองได้มากขึ้น
《……》
แต่ทำไมกันนะ
ขณะที่ฉันดื่มด่ำกับความทรงจำของเขา และสัมผัสถึงความรู้สึกของเขา ฉันรู้สึกเหมือนจะร้องไห้ออกมา
ความจริงใจที่เรียบง่ายนั้น
ความรู้สึกที่หาคำอธิบายไม่ได้ด้วยเหตุผล การคำนวณ และตรรกะใด ๆ
รสชาติของหัวใจที่ฉันไม่เคยมีมาก่อน มันทำให้ฉันเจ็บปวด
《ทำไม……》
ปีศาจแห่งความฝันมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่าย พวกเขาจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของมนุษย์
พวกเขาสัมผัสอารมณ์มนุษย์ผ่านความฝันของผู้อื่น เดาได้เพียงรูปลักษณ์ภายนอกของความสุข ความเศร้า ความโกรธ และความหวาดกลัว
ความกระหายอารมณ์นั้นรุนแรงเหลือเกิน พวกเขาดูดซับความฝันและพลังชีวิตของผู้คนเพื่อแสวงหาอารมณ์นั้น ทว่า พวกเขารู้เพียงเปลือกนอกเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ได้ นั่นคือปีศาจแห่งความฝัน
《ทำไมถึงเจ็บปวดนัก》
ซาโลเมกำหน้าอกแน่น
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอรู้สึกเจ็บปวดถึงภายใน
ถึงแม้ใช้ชีวิตมาหลายร้อยปี แสร้งทำเป็นเข้าใจและเลียนแบบอารมณ์มนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ภายในของราชินีซัคคิวบัสกลับว่างเปล่า
ความว่างเปล่านั้นราวกับถูกแทงทะลุ
ทำไม?
《……》
ซาโลเมกัดริมฝีปากแน่น ยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองแรง ๆ
แปะ! แปะ!
เสียงฝนกระหน่ำพื้นดังสนั่น ซาโลเมเงยหน้ามองออกไปนอกซากปรักหักพัง
ฝนสีดำถาโถมลงมาอย่างหนักหน่วง
ถึงเวลาที่อุทกภัยจะมาเยือนแล้วสินะ
***
“อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง เราก็ออกเดินทางได้แล้ว!”
ปีศาจดาบและปีศาจหอกลากเรือเล็ก ๆ มาวางไว้หน้าท่อระบายน้ำ แล้วพยักหน้าให้กัน
ขณะนี้ น้ำฝนสีดำไหลรวมกันเป็นลำคลองอยู่หน้าท่อระบายน้ำ หากฝนยังคงตกหนักอย่างนี้ อีกไม่นานน้ำก็จะท่วมท้น เพียงพอที่จะทำให้เรือลอยได้
“ทางนี้ไม่ง่ายหรอกนะ เตรียมตัวให้พร้อม! มีทั้งสัตว์ประหลาด กลิ่นเหม็นอับ และที่สำคัญที่สุดคือ การต่อสู้กับความมืดมิด!”
ฉันพยักหน้ารับคำ
ฉันเตรียมตัวมาแล้ว แม้จะต้องไปทางบกก็ตาม มีทั้งสัตว์ประหลาด กลิ่นเหม็น และการต่อสู้กับความมืดมิดอยู่แล้ว แต่ถ้าเหนื่อยเหมือนกัน ทางนี้จะเร็วกว่า
ฉันมองไปรอบ ๆ สมาชิกปาร์ตี้ชั่วคราวคนอื่น ๆ ค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมาทีละคน
เมสันดูท่าทางไม่ค่อยสบายใจ จึงเซไปนั่งลงที่ซากปรักหักพังด้านล่าง ซาโลเมก็ปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ข้าง ๆ เขาเช่นกัน
《……》
ซาโลเมจ้องมองฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหันหน้าหนีไป
ตาฉันเบิกกว้างด้วยความตกใจ อะไรกัน? เมื่อครู่ยังจะมาเกาะฉันอยู่เลย ทำไมถึงเป็นอย่างนี้?
“จะไปกันแล้วเหรอ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น
ฉันหันกลับไป เป็นเด็กน้อย…พี่ชายคนนั้น คนที่ฉันแบ่งผลไม้กินด้วยแล้วคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้
ดวงตาที่พร่ามัวมองฉันอยู่ใต้ผมยุ่งเหยิง ฉันยิ้มให้เขา
“อื้อ ฉันจะกลับมาอีกนะ เอาผลไม้มาเยอะ ๆ ด้วยล่ะ”
แล้วพี่ชายคนนั้นก็หัวเราะเยาะเย้ย
“แขกที่ตกลงมาที่หมู่บ้านนี้ ต่างก็พูดแบบนั้นทั้งนั้น แล้วก็ไม่มีใครกลับมาอีกเลย”
“…….”
“จะกลับมาทำไม ในหมู่บ้านที่น่าเกลียดชังแบบนี้ จะมีความทรงจำดี ๆ อะไรกัน อย่าทำเลย”
พี่ชายโบกมือลาพลางหันหลังกลับไปยังหมู่บ้าน
“ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ ในโลกที่แดดส่อง”
“…….”
“ผลไม้หวานอร่อยมากเลย ลาก่อนนะ”
ร่างของพี่ชายค่อย ๆ หายไปในสายฝนที่โปรยปรายลงมา
ใจฉันรู้สึกว้าวุ่น ฉันถอนหายใจยาวเหยียด เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้วยสายฝน
ถ้าฝนตกหนักกว่านี้อีกหน่อย เราคงออกเดินทางได้แล้ว
ในไม่ช้า ฉันก็จะได้กลับไปที่ครอสโรดสักที……
“……?”
และแล้ว…
สิ่งมีรูปร่างประหลาดก็ไหลลงมาตามหน้าผา ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก
เหมือนหมอกเคลื่อนตัว หรือฝูงแมลงขนาดใหญ่
“นั่นอะไรกันน่ะ”
เกือบจะพร้อมกับที่ฉันพึมพำออกมา
ตุบ! ตุบ ๆ ๆ ๆ ๆ !
ทันใดนั้น ‘มัน’ ก็ตกลงมาเหมือนฝนที่เทลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน
กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง และความชั่วร้ายที่น่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายไปทั่ว ฉันรู้สึกคลื่นไส้ จึงถอยหลังหนีอย่างช้า ๆ
นี่มัน…อย่าบอกนะว่า…?!
《แอ…ช…》
เสียงหนึ่งดังก้องกังวาล
เหมือนเสียงนกกาหลายพันตัวกระพือปีก หรือเสียงแมลงนับหมื่นตัวกัดกินสิ่งต่าง ๆ
《ฉันจะ…ทำให้แกเน่าเปื่อย…》
จากรูปร่างที่ไม่ชัดเจน มันเปล่งความเกลียดชังออกมาอย่างชัดเจน
《ทั้งหมดเลย…!! โลกนี้…พร้อมกับแก!!》
จ้าวแห่งโรคระบาด
มหันตภัยเดียวดาย (Black Plague One)
ผู้สร้างบาดแผล ความเจ็บปวดที่มีรูปร่าง น้ำหนองที่ร่ำไห้
ผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายลำดับที่ 4 เรเวน คำรามเสียงแหลมปนเจ็บปวดราวกับวิญญาณกำลังแตกสลาย
《ฉันจะเผาและละลายแกให้สิ้นซาก!!》
ปฐพีสั่นสะเทือน ทันใดนั้นเอง พายุโรคระบาดก็ถาโถมลงมาเหนือหัวฉัน
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_