- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย
◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย
◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย
กองทัพก็อบลินถาโถมเข้าสู่เมืองครอสโรดอย่างไม่บันยะบันยัง
ขณะนี้ วิหารกลายเป็นที่หลบภัยสุดท้าย ที่คนส่วนใหญ่ในเมืองอพยพมาอยู่ และกลิ่นอายมนุษย์ก็ดึงดูดฝูงก็อบลินให้แห่กันมาที่นี่
คว้างง! กราว! ครืน!
วิหารของครอสโรดมีประตูสองบาน
ประตูใหญ่หนึ่งบาน และประตูเล็กอีกหนึ่งบาน
ทั้งสองบานถูกปิดทับด้วยซากศพก็อบลินมากมาย ขณะที่สิ่งของชั่วคราวอย่างเก้าอี้และโต๊ะ ถูกนำมาใช้ปิดกั้นประตูอย่างเร่งรีบ
เสียงก็อบลินทุบทำลายสิ่งกีดขวางด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะพังประตูลงมาให้ได้
“ฮือ…ฮึก….”
ทอร์เคิล หัวหน้าหน่วยสังหารเรื้อนมรณะ หอบหายใจเหนื่อยล้า สายตาคมกริบจ้องมองประตูวิหารที่ปิดสนิทอยู่
ร่างกายของเขาพันด้วยผ้าพันแผล เปื้อนไปด้วยเลือดของก็อบลินและเลือดของตัวเองที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล
แต่ทอร์เคิลไม่มีเวลาให้กับความสกปรกบนร่างกายของตัวเอง
“ใครที่ยังสู้ไหว จับอาวุธ!”
ทอร์เคิลตะโกนออกคำสั่งเสียงดังกังวานไปทั่ววิหาร
ทว่า ในบรรดาผู้คนบาดเจ็บเหล่านี้ จะมีกี่คนที่ยังมีเรี่ยวแรงเหลือ และจะมีอาวุธเหลืออยู่กี่ชิ้นในวิหารแห่งนี้กัน
ทอร์เคิลคว้ามีดจากห้องอาหารวิหารมาอย่างลวก ๆ ใช้โต๊ะกลมเป็นโล่ป้องกันแขนซ้าย เขารู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง
ถ้าไม่มีกำลังเสริมมาช่วย ทุกคนในวิหารนี้คงต้องตายอย่างแน่นอน
ปีศาจร้ายบุกมาถึงแล้ว หวังพึ่งกองทัพเสริมคงไม่ได้อีกต่อไป
“ฉันขอสั่งการ”
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก
ทอร์เคิลสั่งการลูกทีมหน่วยสังหารเรื้อนมรณะอย่างรวดเร็ว
“พวกนายไปปิดประตูหลังไว้ ทางแคบและกำแพงสูง พวกนายสี่คนก็พอรับมือไหว”
“แล้วท่านหัวหน้าล่ะ…”
“ฉันจะไปช่วยคนเจ็บคนอื่น ๆ ปิดประตูหน้า”
โชคยังดีที่กำแพงและรั้ววิหารมีเวทมนตร์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่
เหล่าก็อบลินไม่พยายามปีนรั้ว แต่พยายามทุบประตูเข้ามา ทำให้วางแผนป้องกันได้ง่ายขึ้น
บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์ ผู้รับผิดชอบการตั้งสิ่งกีดขวาง รีบช่วยกันสร้างสิ่งกีดขวางเพิ่มเติมทั่ววิหาร
แม้แต่คนเจ็บที่ถูกนำตัวเข้ามาตลอดการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ยังช่วยกันคว้าอาวุธเข้าร่วมต่อสู้
ตามคำสั่งของทอร์เคิล สมาชิกหน่วยสังหารเรื้อนมรณะอีกสี่คนรีบไปป้องกันประตูหลังทันที
ทอร์เคิลจัดกำลังทหารที่รวมตัวอยู่หน้าประตูหน้าอย่างเร่งด่วน จัดวางตำแหน่งป้องกันอย่างเป็นระบบ
“ฉันจะช่วยด้วยค่ะ!”
นักบุญหญิงมาร์เกอริต้าตะโกนพลางวิ่งเข้ามา
“ฉันใช้เวทมนตร์โล่ได้ค่ะ ช่วยได้แน่นอน”
“…”
ทอร์เคิลอยากจะบอกให้เธอกลับเข้าไปข้างใน แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะพูด
โครม!
สิ่งกีดขวางไม้หนาที่ปิดประตูหน้าแตกกระจายลงมาเป็นผุยผง
แม้จะคิดว่าจะต้านทานได้สักพัก แต่กลับพังเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
น่าจะเป็นพวกก็อบลินที่พร้อมพลีชีพ พวกมันผสมปนเปกับกลุ่มก็อบลินที่บุกทลายสิ่งกีดขวาง
“ไล่พวกมันออกไป!”
ทอร์เคิลกัดฟันแน่น แล้ววิ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรู บอดี้แบ็ก เบิร์นเอาท์ มาร์เกอริต้า และเหล่าทหารที่บาดเจ็บ ต่างพากันต่อสู้สุดชีวิต
การต่อสู้ที่ดุเดือดปะทุขึ้นทันที
แม้บาดเจ็บสาหัส แต่เหล่าทหารฝีมือดีก็ยังคงสู้ ก็อบลินที่บุกเข้ามาในวิหารต่างล้มลงอย่างต่อเนื่อง
ทอร์เคิลและเบิร์นเอาท์ใช้พลังเหนือชั้น บดขยี้ก็อบลินอย่างไม่ปราณี
มาร์เกอริต้าใช้เวทมนตร์สร้างโล่ป้องกันเหล่าทหาร ขณะที่บอดี้แบ็กใช้พลังจิตซ่อมแซมสิ่งกีดขวางอย่างไม่หยุดยั้ง
ดูเหมือนสถานการณ์จะอยู่ในมือพวกเขาได้อีกพักใหญ่…
ฉึก!
ชิวิก—!
กระทั่งก็อบลินกลุ่มใหม่ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อะไรกัน?!”
“มันมาจากด้านหลังได้ยังไง?!”
“ประตูหลัง…ถูกทลายลงแล้วครับ…!”
ทอร์เคิลกัดฟันแน่น พลางตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ
อย่างที่เขาคาดไว้ การป้องกันด้านหน้าแข็งแกร่ง จึงทำให้ก็อบลินหันไปโจมตีประตูหลังอย่างหนักหน่วง
สมาชิกหน่วยสังหารเรื้อนมรณะผู้กล้าหาญที่เฝ้าประตูหลัง ล้วนเป็นยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ทว่าด้วยบาดแผลที่ฉกรรจ์และอาวุธที่ไม่สมบูรณ์ พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานศัตรูได้นานนัก
สุดท้ายแล้ว ทั้งสี่คนก็สู้สุดใจถึงแม้จะต้องพ่ายแพ้ลง
เหล่าก็อบลินที่ทะลวงประตูหลังเข้ามาได้ หันไปโจมตีทหารที่ป้องกันประตูหน้าจากด้านหลังทันที
“ถอย! ถอย!”
เมื่อถูกกองทัพก็อบลินปิดล้อมทั้งหน้าและหลัง การต่อสู้เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ทอร์เคิลจึงตะโกนสั่งให้ทหารถอยร่น
“เข้าไปในอาคาร! รีบ!”
เหล่าผู้รอดชีวิตดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ฝ่าดงศัตรูเพื่อหาทางหนีเข้าไปในวิหาร
ทอร์เคิลปิดประตูแล้วรีบล็อคอย่างแน่นหนา ใช้สิ่งกีดขวางต่าง ๆ ปิดกั้นทางเข้าประตูพลางตะโกนสั่งการ
“ปิดหน้าต่างและรวมกลุ่มกัน! ทันที!”
แต่คำสั่งนั้นกลับไม่จำเป็นอีกต่อไป
เพราะทุกคนต่างมารวมตัวกันอยู่ที่โถงกลาง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเปล่งเสียงภาวนาอย่างสุดชีวิต
แม้กระทั่งทหารที่บาดเจ็บสาหัสจนหมดเรี่ยวแรง แม้แต่นักบวชผู้ไร้พลังต่อสู้ ต่างก็สั่นสะท้านต่อความตายที่ใกล้เข้ามา ท่องคำภาวนาอ้อนวอนเทพธิดาอย่างสุดกำลัง
“…”
ด้านนอก เสียงคำรามอันดุร้ายของก็อบลินดังกระหึ่ม พวกมันพยายามอย่างไม่ลดละที่จะทุบประตูที่ถูกล็อค แต่ภายในวิหารกลับเงียบสงบราวกับถูกความหวาดกลัวกลืนกิน
ความแตกต่างตรงหน้าทำให้ทอร์เคิลถึงกับตะลึง เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปในโถงกลาง
มันอยู่ตรงนั้น
รูปปั้นเทพธิดา
ใบหน้าของเทพธิดาที่เขามองเห็นแต่ไกลเสมอมา แต่ไม่เคยได้เข้าใกล้…
“ท่านเทพธิดา…”
ทอร์เคิลพึมพำเสียงเบา
“…ท่านทำหน้าแบบนี้ด้วยเหรอ…”
ใบหน้าของเทพธิดาดูราวกับกำลังมองลงมาด้วยความสงสารและเศร้าหมอง
แล้วเขาก็รู้สึกมึนงง
“อ่า…”
ฉับพลัน ทอร์เคิลรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสียเลือด
มีดาบและหอกปักอยู่ที่หลัง เขาคงถูกก็อบลินขว้างใส่ขณะที่กำลังถอยหลัง
ผิวหนังหนาของเขาไม่รู้สึกถึงแรงกระแทก แต่บาดแผลนั้นชัดเจน ทอร์เคิลทรุดตัวลงคุกเข่าในกองเลือดของตัวเอง
“ท่านทอร์เคิล!”
มาร์เกอริต้าวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีบดึงดาบและหอกออกจากหลังเขา ใช้เวทมนตร์รักษาและพันผ้าปิดแผล
ชุดนักบวชสีขาวสะอาดของมาร์เกอริต้าเปื้อนเลือดจนแทบไม่เหลือสีเดิม ทอร์เคิลพึมพำเบา ๆ พลางมองเธอที่กำลังพยายามอย่างสุดกำลัง
“หยุดเถอะครับ คุณนักบุญหญิง มัน…ไม่มีความหมายอะไรแล้ว”
“…”
“พวกเราจะตายกันหมดที่นี่แหละ”
ทอร์เคิลค่อย ๆ หลับตาลง
“ชีวิตที่แสนเลวร้าย…”
“…”
“ผมทนทุกข์ทรมานกับโรคเรื้อนมาทั้งชีวิต ถูกคนรังเกียจ ถูกสบประมาท และสุดท้ายก็ตายเพราะฝีมือของก็อบลิน”
“…”
“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเทพธิดา เลยอยากถาม…ทำไมท่านถึงทรมานผมเช่นนี้”
ทอร์เคิลค่อย ๆ ประสานมือพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้น
“ขอให้เป็นเพราะบาปกรรมในชาติก่อน หรือเป็นเพราะผมเกิดมาบนโลกใบนี้ ขอให้เป็นเพราะกรรมที่ผมได้ก่อไว้เถิด”
“…”
“ถ้าไม่มีเหตุผลอะไรเลย ชีวิตที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างนี้มัน…ไม่ยุติธรรมเกินไปหรือ…”
แม้จะได้เห็นหน้าเทพธิดาและได้ภาวนาแล้ว แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ
แทนที่จะเป็นเทพธิดา มาร์เกอริต้าที่กำลังประคบประหงมแผลอยู่ กลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ฉันบอกแล้วนะคะ ท่านทอร์เคิล คุณไม่ได้ทำบาปอะไรเลย”
ทอร์เคิลลืมตาขึ้นมองมาร์เกอริต้า เธอก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
“คุณเกิดมาโดยปราศจากบาป และความทุกข์ทรมานที่คุณได้รับก็ไม่ใช่บทลงโทษจากใคร”
“แล้วทำไม? ทำไมผมถึงต้องทนทุกข์ทรมาน?”
“เพราะ…โลกมันเป็นอย่างนี้ไงล่ะค่ะ”
หลังจากรักษาแผลเสร็จสิ้น คุณหญิงนักบุญก็กล่าวอย่างใจเย็น น้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง
“โลกนี้มันไม่ยุติธรรม ไม่มีเหตุผล และมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด”
“…”
“พวกเราก็ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในนรกใบนี้ไง” มาร์เกอริตาตอบเสียงเรียบ
ทอร์เคิลเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามเสียงตะกุกตะกัก
“ถ้าอย่างนั้น ในนรกใบนี้ที่แสนเลวร้าย...พวกเราควรทำยังไง?”
“ก็ต้องดิ้นรนสิ”
มาร์เกอริตายิ้มบาง ๆ
“ดิ้นรนอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย”
“…”
“และสุดท้ายก็…สวดภาวนา”
มาร์เกอริตายื่นมือมาหาเขา
“มา ฉันจะจับมือคุณ”
มือที่เปื้อนเลือดของหญิงสาวผู้ศักดิ์สิทธิ์ ประสานกับมือที่พันด้วยผ้าพันแผลของทอร์เคิล มาร์เกอริตาหลับตาลง แล้วเริ่มสวดภาวนาแผ่วเบา
ทอร์เคิลจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด นับตั้งแต่เป็นโรคเรื้อนมา ไม่เคยมีใครมาจับมือเขา ไม่เคยมีใครมาสวดภาวนาร่วมกับเขาแบบนี้เลย
โครม! ครืน!
ประตูวิหารที่ถูกล็อกแน่น สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกระจกแตกกระจายดังมาจากทั่วทุกสารทิศ
อีกไม่นาน ก็อบลินจะบุกเข้ามาในโถงนี้แล้ว
แชง!
กระจกสีประดับข้างประตูแตกละเอียด ก็อบลินถือธนูเล็งมายิงใส่ผู้คนตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดา
ทอร์เคิลโดยไม่รู้ตัวพยายามจะรับการโจมตีนั้น แต่ก็มีมือบางมาผลักเขาออกไป
‘หืม?’
ทอร์เคิลถูกผลักไปด้านข้าง เขาหันไปมองคนที่ผลักเขา เป็นมาร์เกอริตา
เธอกางเวทมนตร์โล่ป้องกันตัวเอง รับธนูของก็อบลินแทน แต่เธอก็หมดแรงไปแล้ว
แชง!
เวทมนตร์โล่สลายลงหลังรับธนูลูกสุดท้ายไม่ไหว
ฟุบ…
ธนูของก็อบลินปักลงบนชุดนักบวชสีขาว
มาร์เกอริต้าทรุดลงอย่างเงียบเชียบ ไร้เสียงครางครวญ
ขณะที่ทหารคนอื่น ๆ แห่กันเข้าไปสังหารก็อบลินผู้ถือธนู ทอร์เคิลรีบอุ้มมาร์เกอริต้าที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว
นักบวชพยายามรักษาบาดแผล แต่ธนูกลับไปโดนจุดสำคัญ มันฉีกเนื้อหน้าอกซ้ายของเธอเป็นแผลฉกรรจ์
เมื่อเวทมนตร์รักษาไม่อาจเยียวยาได้ นักบวชจึงส่ายหน้าเบา ๆ สายตาเศร้าสร้อย
“ทำไมกัน?”
ทอร์เคิลเอ่ยถามด้วยความสับสนใจ น้ำเสียงสั่นเครือ
“ทำไมต้องปกป้องผม? คุณ…”
“…ฉันเป็นนักบวช และคุณเป็นคนบาดเจ็บ”
มาร์เกอริต้าตอบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากเปื้อนเลือด
“ถ้าอยากรักษาคนบาดเจ็บ…ก็ต้องทำทุกอย่าง นี่แหละ…คือหน้าที่ของเรา…”
“แต่ผม…เป็นคนป่วยโรคเรื้อนที่น่ารังเกียจ…ทำไมต้องทำเพื่อคนอย่างผมด้วย…”
“คุณกับฉัน…เราก็เหมือนกัน”
เสียงของมาร์เกอริต้าค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ ลมหายใจอ่อนแรง
“พวกเราก็แค่…ชีวิตที่น่าเวทนา ดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายใบนี้…”
มาร์เกอริต้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาปรือปรอย
ท่ามกลางความมืดมน รูปปั้นเทพธิดาประหนึ่งกำลังเฝ้ามองลงมา
“…ท่านทอร์เคิล เทพธิดาที่คุณเห็นเป็นครั้งแรก…เป็นอย่างไรบ้างคะ?”
ทอร์เคิลตอบคำถามของมาร์เกอริต้าด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
“ดูเหมือน…จะเห็นแต่ความเศร้าและความน่าสงสาร…แบบนั้นล่ะครับ”
“นั่นเป็นมุมมองที่คุณมองตัวเองต่างหากค่ะ”
“ห๊ะ?”
“ในสายตาฉัน…เทพธิดา…”
รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของมาร์เกอริต้า
“…กำลังยิ้มอย่างสดใส…”
“…”
“ถ้าคุณได้เห็นรอยยิ้มนี้…ก็คงดีนะคะ…”
มาร์เกอริต้าค่อย ๆ หลับตาลง
แล้วลมหายใจของเธอก็หยุดลง
“…”
ทอร์เคิลวางร่างของเธอลงเบา ๆ
พลางหยิบมีดที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วใช้เชือกที่อยู่บนโต๊ะมัดแขนซ้ายของตัวเองไว้เช่นเดิม
“คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย…ผมภาวนาไปแล้ว”
ยิ่งกว่านั้น…มันเป็นคำอธิษฐานที่พิเศษที่สุดในชีวิต เพราะคุณหญิงนักบุญได้จับมือเขาและสวดภาวนาร่วมกัน
“ถ้าอย่างนั้น…ก็เหลือแต่การต่อสู้จนถึงที่สุดแล้วล่ะนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารและนักบวชที่กำลังคุกเข่าสวดภาวนาอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นเทพธิดาก็ลุกขึ้นทีละคนสองคน
พวกเขาทุกคนได้ยินบทสนทนาของมาร์เกอริต้าและทอร์เคิล และพวกเขาก็ได้เห็นการจากไปของมาร์เกอริต้าด้วยตาของตนเอง
ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย พวกเขาได้สวดภาวนาอำลาแล้ว และต่างก็กำสิ่งของบางอย่างไว้ในมือ
เพื่อการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
ปัง! ครืน! ปังงง…
ประตูวิหารสั่นสะเทือนราวกับจะพังครืนลงมาในบัดดล
ขณะที่ทอร์เคิลและทุกคนกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย…
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ …
เสียงทุ้มต่ำสม่ำเสมอค่อย ๆ ดังมาจากระยะไกล
แรกทีเดียวเขาคิดว่าเป็นเสียงคำรามของศัตรู จึงพยายามไม่ใส่ใจ แต่เสียงนั้นค่อย ๆ ใกล้เข้ามาและดังขึ้นเรื่อย ๆ ทอร์เคิลเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสงสัย
“อะไรน่ะ? เสียงเครื่องจักรหรือ?”
แล้วเสียงนั้นก็เงียบลงเหนือวิหาร…
ตูมตูมตูมตูมตูม-!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่ว
ทุกคนในวิหารตกตะลึงตัวแข็งทื่อ ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง
เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนรุนแรงยังคงอยู่เนิ่นนาน เสียงกระสุนปืน เสียงดินแตกกระจาย เสียงกรีดร้องของเหล่าก็อบลินดังสนั่นหวั่นไหวจนหูอื้อ
ไม่นานนัก เสียงต่าง ๆ ก็เงียบลง ทอร์เคิลรับรู้ได้ว่าเสียงของเหล่าก็อบลินที่เคยอยู่หน้าประตูได้หายไปสิ้นแล้ว
กรุ๊บ กรุ๊บ
ทอร์เคิลค่อย ๆ เก็บกวาดสิ่งกีดขวางหน้าประตู ไขกุญแจแล้วมองออกไปด้านนอก
“?!”
ก็อบลินที่เคยมารวมตัวกันอยู่ทางเข้าวิหาร กลายเป็นเพียงเศษเนื้อและชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่ว พื้นดินเต็มไปด้วยร่องรอยของกระสุนปืน
“…อะไรกัน…”
ทอร์เคิลที่ตกใจจนพูดไม่ออกเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้องฟ้ากำลังเริ่มมืดลง ทาบทับด้วยสีแดงฉานราวกับเลือด
“นั่นมัน…!” ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_