เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย

◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย

◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย

กองทัพก็อบลินถาโถมเข้าสู่เมืองครอสโรดอย่างไม่บันยะบันยัง

ขณะนี้ วิหารกลายเป็นที่หลบภัยสุดท้าย ที่คนส่วนใหญ่ในเมืองอพยพมาอยู่ และกลิ่นอายมนุษย์ก็ดึงดูดฝูงก็อบลินให้แห่กันมาที่นี่

คว้างง! กราว! ครืน!

วิหารของครอสโรดมีประตูสองบาน

ประตูใหญ่หนึ่งบาน และประตูเล็กอีกหนึ่งบาน

ทั้งสองบานถูกปิดทับด้วยซากศพก็อบลินมากมาย ขณะที่สิ่งของชั่วคราวอย่างเก้าอี้และโต๊ะ ถูกนำมาใช้ปิดกั้นประตูอย่างเร่งรีบ

เสียงก็อบลินทุบทำลายสิ่งกีดขวางด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะพังประตูลงมาให้ได้

“ฮือ…ฮึก….”

ทอร์เคิล หัวหน้าหน่วยสังหารเรื้อนมรณะ หอบหายใจเหนื่อยล้า สายตาคมกริบจ้องมองประตูวิหารที่ปิดสนิทอยู่

ร่างกายของเขาพันด้วยผ้าพันแผล เปื้อนไปด้วยเลือดของก็อบลินและเลือดของตัวเองที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผล

แต่ทอร์เคิลไม่มีเวลาให้กับความสกปรกบนร่างกายของตัวเอง

“ใครที่ยังสู้ไหว จับอาวุธ!”

ทอร์เคิลตะโกนออกคำสั่งเสียงดังกังวานไปทั่ววิหาร

ทว่า ในบรรดาผู้คนบาดเจ็บเหล่านี้ จะมีกี่คนที่ยังมีเรี่ยวแรงเหลือ และจะมีอาวุธเหลืออยู่กี่ชิ้นในวิหารแห่งนี้กัน

ทอร์เคิลคว้ามีดจากห้องอาหารวิหารมาอย่างลวก ๆ ใช้โต๊ะกลมเป็นโล่ป้องกันแขนซ้าย เขารู้สึกได้ถึงความสิ้นหวัง

ถ้าไม่มีกำลังเสริมมาช่วย ทุกคนในวิหารนี้คงต้องตายอย่างแน่นอน

ปีศาจร้ายบุกมาถึงแล้ว หวังพึ่งกองทัพเสริมคงไม่ได้อีกต่อไป

“ฉันขอสั่งการ”

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ หรอก

ทอร์เคิลสั่งการลูกทีมหน่วยสังหารเรื้อนมรณะอย่างรวดเร็ว

“พวกนายไปปิดประตูหลังไว้ ทางแคบและกำแพงสูง พวกนายสี่คนก็พอรับมือไหว”

“แล้วท่านหัวหน้าล่ะ…”

“ฉันจะไปช่วยคนเจ็บคนอื่น ๆ ปิดประตูหน้า”

โชคยังดีที่กำแพงและรั้ววิหารมีเวทมนตร์ป้องกันศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่

เหล่าก็อบลินไม่พยายามปีนรั้ว แต่พยายามทุบประตูเข้ามา ทำให้วางแผนป้องกันได้ง่ายขึ้น

บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์ ผู้รับผิดชอบการตั้งสิ่งกีดขวาง รีบช่วยกันสร้างสิ่งกีดขวางเพิ่มเติมทั่ววิหาร

แม้แต่คนเจ็บที่ถูกนำตัวเข้ามาตลอดการต่อสู้ครั้งนี้ ก็ยังช่วยกันคว้าอาวุธเข้าร่วมต่อสู้

ตามคำสั่งของทอร์เคิล สมาชิกหน่วยสังหารเรื้อนมรณะอีกสี่คนรีบไปป้องกันประตูหลังทันที

ทอร์เคิลจัดกำลังทหารที่รวมตัวอยู่หน้าประตูหน้าอย่างเร่งด่วน จัดวางตำแหน่งป้องกันอย่างเป็นระบบ

“ฉันจะช่วยด้วยค่ะ!”

นักบุญหญิงมาร์เกอริต้าตะโกนพลางวิ่งเข้ามา

“ฉันใช้เวทมนตร์โล่ได้ค่ะ ช่วยได้แน่นอน”

“…”

ทอร์เคิลอยากจะบอกให้เธอกลับเข้าไปข้างใน แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแม้แต่จะพูด

โครม!

สิ่งกีดขวางไม้หนาที่ปิดประตูหน้าแตกกระจายลงมาเป็นผุยผง

แม้จะคิดว่าจะต้านทานได้สักพัก แต่กลับพังเร็วกว่าที่คาดไว้มาก

น่าจะเป็นพวกก็อบลินที่พร้อมพลีชีพ พวกมันผสมปนเปกับกลุ่มก็อบลินที่บุกทลายสิ่งกีดขวาง

“ไล่พวกมันออกไป!”

ทอร์เคิลกัดฟันแน่น แล้ววิ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรู บอดี้แบ็ก เบิร์นเอาท์ มาร์เกอริต้า และเหล่าทหารที่บาดเจ็บ ต่างพากันต่อสู้สุดชีวิต

การต่อสู้ที่ดุเดือดปะทุขึ้นทันที

แม้บาดเจ็บสาหัส แต่เหล่าทหารฝีมือดีก็ยังคงสู้ ก็อบลินที่บุกเข้ามาในวิหารต่างล้มลงอย่างต่อเนื่อง

ทอร์เคิลและเบิร์นเอาท์ใช้พลังเหนือชั้น บดขยี้ก็อบลินอย่างไม่ปราณี

มาร์เกอริต้าใช้เวทมนตร์สร้างโล่ป้องกันเหล่าทหาร ขณะที่บอดี้แบ็กใช้พลังจิตซ่อมแซมสิ่งกีดขวางอย่างไม่หยุดยั้ง

ดูเหมือนสถานการณ์จะอยู่ในมือพวกเขาได้อีกพักใหญ่…

ฉึก!

ชิวิก—!

กระทั่งก็อบลินกลุ่มใหม่ปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อะไรกัน?!”

“มันมาจากด้านหลังได้ยังไง?!”

“ประตูหลัง…ถูกทลายลงแล้วครับ…!”

ทอร์เคิลกัดฟันแน่น พลางตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ

อย่างที่เขาคาดไว้ การป้องกันด้านหน้าแข็งแกร่ง จึงทำให้ก็อบลินหันไปโจมตีประตูหลังอย่างหนักหน่วง

สมาชิกหน่วยสังหารเรื้อนมรณะผู้กล้าหาญที่เฝ้าประตูหลัง ล้วนเป็นยอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ ทว่าด้วยบาดแผลที่ฉกรรจ์และอาวุธที่ไม่สมบูรณ์ พวกเขาก็ไม่อาจต้านทานศัตรูได้นานนัก

สุดท้ายแล้ว ทั้งสี่คนก็สู้สุดใจถึงแม้จะต้องพ่ายแพ้ลง

เหล่าก็อบลินที่ทะลวงประตูหลังเข้ามาได้ หันไปโจมตีทหารที่ป้องกันประตูหน้าจากด้านหลังทันที

“ถอย! ถอย!”

เมื่อถูกกองทัพก็อบลินปิดล้อมทั้งหน้าและหลัง การต่อสู้เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป ทอร์เคิลจึงตะโกนสั่งให้ทหารถอยร่น

“เข้าไปในอาคาร! รีบ!”

เหล่าผู้รอดชีวิตดิ้นรนอย่างสุดชีวิต ฝ่าดงศัตรูเพื่อหาทางหนีเข้าไปในวิหาร

ทอร์เคิลปิดประตูแล้วรีบล็อคอย่างแน่นหนา ใช้สิ่งกีดขวางต่าง ๆ ปิดกั้นทางเข้าประตูพลางตะโกนสั่งการ

“ปิดหน้าต่างและรวมกลุ่มกัน! ทันที!”

แต่คำสั่งนั้นกลับไม่จำเป็นอีกต่อไป

เพราะทุกคนต่างมารวมตัวกันอยู่ที่โถงกลาง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเปล่งเสียงภาวนาอย่างสุดชีวิต

แม้กระทั่งทหารที่บาดเจ็บสาหัสจนหมดเรี่ยวแรง แม้แต่นักบวชผู้ไร้พลังต่อสู้ ต่างก็สั่นสะท้านต่อความตายที่ใกล้เข้ามา ท่องคำภาวนาอ้อนวอนเทพธิดาอย่างสุดกำลัง

“…”

ด้านนอก เสียงคำรามอันดุร้ายของก็อบลินดังกระหึ่ม พวกมันพยายามอย่างไม่ลดละที่จะทุบประตูที่ถูกล็อค แต่ภายในวิหารกลับเงียบสงบราวกับถูกความหวาดกลัวกลืนกิน

ความแตกต่างตรงหน้าทำให้ทอร์เคิลถึงกับตะลึง เขาค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าไปในโถงกลาง

มันอยู่ตรงนั้น

รูปปั้นเทพธิดา

ใบหน้าของเทพธิดาที่เขามองเห็นแต่ไกลเสมอมา แต่ไม่เคยได้เข้าใกล้…

“ท่านเทพธิดา…”

ทอร์เคิลพึมพำเสียงเบา

“…ท่านทำหน้าแบบนี้ด้วยเหรอ…”

ใบหน้าของเทพธิดาดูราวกับกำลังมองลงมาด้วยความสงสารและเศร้าหมอง

แล้วเขาก็รู้สึกมึนงง

“อ่า…”

ฉับพลัน ทอร์เคิลรู้ตัวว่าตัวเองกำลังเสียเลือด

มีดาบและหอกปักอยู่ที่หลัง เขาคงถูกก็อบลินขว้างใส่ขณะที่กำลังถอยหลัง

ผิวหนังหนาของเขาไม่รู้สึกถึงแรงกระแทก แต่บาดแผลนั้นชัดเจน ทอร์เคิลทรุดตัวลงคุกเข่าในกองเลือดของตัวเอง

“ท่านทอร์เคิล!”

มาร์เกอริต้าวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว รีบดึงดาบและหอกออกจากหลังเขา ใช้เวทมนตร์รักษาและพันผ้าปิดแผล

ชุดนักบวชสีขาวสะอาดของมาร์เกอริต้าเปื้อนเลือดจนแทบไม่เหลือสีเดิม ทอร์เคิลพึมพำเบา ๆ พลางมองเธอที่กำลังพยายามอย่างสุดกำลัง

“หยุดเถอะครับ คุณนักบุญหญิง มัน…ไม่มีความหมายอะไรแล้ว”

“…”

“พวกเราจะตายกันหมดที่นี่แหละ”

ทอร์เคิลค่อย ๆ หลับตาลง

“ชีวิตที่แสนเลวร้าย…”

“…”

“ผมทนทุกข์ทรมานกับโรคเรื้อนมาทั้งชีวิต ถูกคนรังเกียจ ถูกสบประมาท และสุดท้ายก็ตายเพราะฝีมือของก็อบลิน”

“…”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเทพธิดา เลยอยากถาม…ทำไมท่านถึงทรมานผมเช่นนี้”

ทอร์เคิลค่อย ๆ ประสานมือพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้น

“ขอให้เป็นเพราะบาปกรรมในชาติก่อน หรือเป็นเพราะผมเกิดมาบนโลกใบนี้ ขอให้เป็นเพราะกรรมที่ผมได้ก่อไว้เถิด”

“…”

“ถ้าไม่มีเหตุผลอะไรเลย ชีวิตที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างนี้มัน…ไม่ยุติธรรมเกินไปหรือ…”

แม้จะได้เห็นหน้าเทพธิดาและได้ภาวนาแล้ว แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ

แทนที่จะเป็นเทพธิดา มาร์เกอริต้าที่กำลังประคบประหงมแผลอยู่ กลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ฉันบอกแล้วนะคะ ท่านทอร์เคิล คุณไม่ได้ทำบาปอะไรเลย”

ทอร์เคิลลืมตาขึ้นมองมาร์เกอริต้า เธอก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม

“คุณเกิดมาโดยปราศจากบาป และความทุกข์ทรมานที่คุณได้รับก็ไม่ใช่บทลงโทษจากใคร”

“แล้วทำไม? ทำไมผมถึงต้องทนทุกข์ทรมาน?”

“เพราะ…โลกมันเป็นอย่างนี้ไงล่ะค่ะ”

หลังจากรักษาแผลเสร็จสิ้น คุณหญิงนักบุญก็กล่าวอย่างใจเย็น น้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง

“โลกนี้มันไม่ยุติธรรม ไม่มีเหตุผล และมันก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด”

“…”

“พวกเราก็ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในนรกใบนี้ไง” มาร์เกอริตาตอบเสียงเรียบ

ทอร์เคิลเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามเสียงตะกุกตะกัก

“ถ้าอย่างนั้น ในนรกใบนี้ที่แสนเลวร้าย...พวกเราควรทำยังไง?”

“ก็ต้องดิ้นรนสิ”

มาร์เกอริตายิ้มบาง ๆ

“ดิ้นรนอย่างเต็มที่จนถึงวินาทีสุดท้าย”

“…”

“และสุดท้ายก็…สวดภาวนา”

มาร์เกอริตายื่นมือมาหาเขา

“มา ฉันจะจับมือคุณ”

มือที่เปื้อนเลือดของหญิงสาวผู้ศักดิ์สิทธิ์ ประสานกับมือที่พันด้วยผ้าพันแผลของทอร์เคิล มาร์เกอริตาหลับตาลง แล้วเริ่มสวดภาวนาแผ่วเบา

ทอร์เคิลจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด นับตั้งแต่เป็นโรคเรื้อนมา ไม่เคยมีใครมาจับมือเขา ไม่เคยมีใครมาสวดภาวนาร่วมกับเขาแบบนี้เลย

โครม! ครืน!

ประตูวิหารที่ถูกล็อกแน่น สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกระจกแตกกระจายดังมาจากทั่วทุกสารทิศ

อีกไม่นาน ก็อบลินจะบุกเข้ามาในโถงนี้แล้ว

แชง!

กระจกสีประดับข้างประตูแตกละเอียด ก็อบลินถือธนูเล็งมายิงใส่ผู้คนตรงหน้ารูปปั้นเทพธิดา

ทอร์เคิลโดยไม่รู้ตัวพยายามจะรับการโจมตีนั้น แต่ก็มีมือบางมาผลักเขาออกไป

‘หืม?’

ทอร์เคิลถูกผลักไปด้านข้าง เขาหันไปมองคนที่ผลักเขา เป็นมาร์เกอริตา

เธอกางเวทมนตร์โล่ป้องกันตัวเอง รับธนูของก็อบลินแทน แต่เธอก็หมดแรงไปแล้ว

แชง!

เวทมนตร์โล่สลายลงหลังรับธนูลูกสุดท้ายไม่ไหว

ฟุบ…

ธนูของก็อบลินปักลงบนชุดนักบวชสีขาว

มาร์เกอริต้าทรุดลงอย่างเงียบเชียบ ไร้เสียงครางครวญ

ขณะที่ทหารคนอื่น ๆ แห่กันเข้าไปสังหารก็อบลินผู้ถือธนู ทอร์เคิลรีบอุ้มมาร์เกอริต้าที่ล้มลงอย่างรวดเร็ว

นักบวชพยายามรักษาบาดแผล แต่ธนูกลับไปโดนจุดสำคัญ มันฉีกเนื้อหน้าอกซ้ายของเธอเป็นแผลฉกรรจ์

เมื่อเวทมนตร์รักษาไม่อาจเยียวยาได้ นักบวชจึงส่ายหน้าเบา ๆ สายตาเศร้าสร้อย

“ทำไมกัน?”

ทอร์เคิลเอ่ยถามด้วยความสับสนใจ น้ำเสียงสั่นเครือ

“ทำไมต้องปกป้องผม? คุณ…”

“…ฉันเป็นนักบวช และคุณเป็นคนบาดเจ็บ”

มาร์เกอริต้าตอบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากเปื้อนเลือด

“ถ้าอยากรักษาคนบาดเจ็บ…ก็ต้องทำทุกอย่าง นี่แหละ…คือหน้าที่ของเรา…”

“แต่ผม…เป็นคนป่วยโรคเรื้อนที่น่ารังเกียจ…ทำไมต้องทำเพื่อคนอย่างผมด้วย…”

“คุณกับฉัน…เราก็เหมือนกัน”

เสียงของมาร์เกอริต้าค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ ลมหายใจอ่อนแรง

“พวกเราก็แค่…ชีวิตที่น่าเวทนา ดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในโลกที่โหดร้ายใบนี้…”

มาร์เกอริต้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาปรือปรอย

ท่ามกลางความมืดมน รูปปั้นเทพธิดาประหนึ่งกำลังเฝ้ามองลงมา

“…ท่านทอร์เคิล เทพธิดาที่คุณเห็นเป็นครั้งแรก…เป็นอย่างไรบ้างคะ?”

ทอร์เคิลตอบคำถามของมาร์เกอริต้าด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง

“ดูเหมือน…จะเห็นแต่ความเศร้าและความน่าสงสาร…แบบนั้นล่ะครับ”

“นั่นเป็นมุมมองที่คุณมองตัวเองต่างหากค่ะ”

“ห๊ะ?”

“ในสายตาฉัน…เทพธิดา…”

รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปากของมาร์เกอริต้า

“…กำลังยิ้มอย่างสดใส…”

“…”

“ถ้าคุณได้เห็นรอยยิ้มนี้…ก็คงดีนะคะ…”

มาร์เกอริต้าค่อย ๆ หลับตาลง

แล้วลมหายใจของเธอก็หยุดลง

“…”

ทอร์เคิลวางร่างของเธอลงเบา ๆ

พลางหยิบมีดที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วใช้เชือกที่อยู่บนโต๊ะมัดแขนซ้ายของตัวเองไว้เช่นเดิม

“คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย…ผมภาวนาไปแล้ว”

ยิ่งกว่านั้น…มันเป็นคำอธิษฐานที่พิเศษที่สุดในชีวิต เพราะคุณหญิงนักบุญได้จับมือเขาและสวดภาวนาร่วมกัน

“ถ้าอย่างนั้น…ก็เหลือแต่การต่อสู้จนถึงที่สุดแล้วล่ะนะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทหารและนักบวชที่กำลังคุกเข่าสวดภาวนาอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นเทพธิดาก็ลุกขึ้นทีละคนสองคน

พวกเขาทุกคนได้ยินบทสนทนาของมาร์เกอริต้าและทอร์เคิล และพวกเขาก็ได้เห็นการจากไปของมาร์เกอริต้าด้วยตาของตนเอง

ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย พวกเขาได้สวดภาวนาอำลาแล้ว และต่างก็กำสิ่งของบางอย่างไว้ในมือ

เพื่อการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

ปัง! ครืน! ปังงง…

ประตูวิหารสั่นสะเทือนราวกับจะพังครืนลงมาในบัดดล

ขณะที่ทอร์เคิลและทุกคนกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย…

ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ …

เสียงทุ้มต่ำสม่ำเสมอค่อย ๆ ดังมาจากระยะไกล

แรกทีเดียวเขาคิดว่าเป็นเสียงคำรามของศัตรู จึงพยายามไม่ใส่ใจ แต่เสียงนั้นค่อย ๆ ใกล้เข้ามาและดังขึ้นเรื่อย ๆ ทอร์เคิลเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสงสัย

“อะไรน่ะ? เสียงเครื่องจักรหรือ?”

แล้วเสียงนั้นก็เงียบลงเหนือวิหาร…

ตูมตูมตูมตูมตูม-!

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่ว

ทุกคนในวิหารตกตะลึงตัวแข็งทื่อ ก่อนจะทรุดตัวลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง

เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนรุนแรงยังคงอยู่เนิ่นนาน เสียงกระสุนปืน เสียงดินแตกกระจาย เสียงกรีดร้องของเหล่าก็อบลินดังสนั่นหวั่นไหวจนหูอื้อ

ไม่นานนัก เสียงต่าง ๆ ก็เงียบลง ทอร์เคิลรับรู้ได้ว่าเสียงของเหล่าก็อบลินที่เคยอยู่หน้าประตูได้หายไปสิ้นแล้ว

กรุ๊บ กรุ๊บ

ทอร์เคิลค่อย ๆ เก็บกวาดสิ่งกีดขวางหน้าประตู ไขกุญแจแล้วมองออกไปด้านนอก

“?!”

ก็อบลินที่เคยมารวมตัวกันอยู่ทางเข้าวิหาร กลายเป็นเพียงเศษเนื้อและชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปทั่ว พื้นดินเต็มไปด้วยร่องรอยของกระสุนปืน

“…อะไรกัน…”

ทอร์เคิลที่ตกใจจนพูดไม่ออกเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ท้องฟ้ากำลังเริ่มมืดลง ทาบทับด้วยสีแดงฉานราวกับเลือด

“นั่นมัน…!” ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 380. [ด่านที่ 15] คำอธิษฐานครั้งสุดท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว