- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 368. [ด่านที่ 15] หน่วยกู้ชีพ (2)
◈บทที่ 368. [ด่านที่ 15] หน่วยกู้ชีพ (2)
◈บทที่ 368. [ด่านที่ 15] หน่วยกู้ชีพ (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 368. [ด่านที่ 15] หน่วยกู้ชีพ (2)
ก่อนที่กองกำลังกู้ภัยจะบุกเข้าไปในฐานปฏิบัติการแนวหน้าอย่างลุกลาม
คาลิ-อเล็กซานเดอร์ก็พบเข้ากับประตูมิติฉุกเฉินบนป้อมปืนเสียก่อน
ด้วยนิสัยชอบตรวจตราพื้นที่ยึดครองจากจุดสูงสุด เขาจึงขึ้นไปยังป้อมปืนและบังเอิญพบมันเข้าโดยไม่ตั้งใจ
อัญมณีเวทมนต์ประดับประตูมิติซ่อนอยู่แทรกตัวระหว่างอิฐที่ก่อสร้างป้อมปืนอย่างแนบเนียน เสมือนหนึ่งกลืนหายไปกับผนัง
แรกเริ่มเดิมที เขาตั้งใจจะทำลายมันเสียให้สิ้นซาก แต่สัญชาตญาณของราชาก็อบลินผู้ผ่านศึกมาอย่างโชกโชนก็ได้ห้ามปรามเขาเอาไว้
เขาสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง ว่าประตูบานนี้ อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่คาดฝัน
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดสินใจปล่อยให้ป้อมปืนว่างเปล่า พร้อมจัดกำลังทหารล้อมรอบไว้อย่างหนาแน่น และสั่งการให้เฝ้าระวังการใช้งานประตูมิติอย่างใกล้ชิด
เขาคาดการณ์เอาไว้ว่าอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวัน แต่กลับไม่นึกเลยว่ามนุษย์จะกลับมาเร็วขนาดนี้ เพียงแค่ไม่กี่สิบนาทีเท่านั้น
《ทหารฝ่ายมนุษย์เคลื่อนที่เป็นกลุ่มห้าคน》
กองทัพล่อที่ก่อความวุ่นวายอย่างหนักทางเหนือของฐานปฏิบัติการแนวหน้า
และกองกำลังกู้ภัยที่กำลังหลบหนีออกมาจากภายในฐานปฏิบัติการ
คาลิ-อเล็กซานเดอร์ยืนอยู่บนกำแพง มองดูพวกเขาอย่างถี่ถ้วน พลางพึมพำเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
《พวกเราจัดการไปแค่สองคน ก็ควรคาดหวังว่าจะมีคนในกลุ่มเดียวกันเหลือรอดอยู่บ้างแล้ว》
อย่างที่คาลิ-อเล็กซานเดอร์คาดการณ์ไว้ ยังมีผู้รอดชีวิตหลบซ่อนตัวอยู่ และฝ่ายมนุษย์ก็ได้เริ่มปฏิบัติการกู้ภัยอย่างบ้าระห่ำเพื่อช่วยเหลือพวกเขา
《ฝ่ายเราเสียไปสองพัน แต่ฝ่ายนั้นเสียแค่สองคน อัตราแลกเปลี่ยนนี่มันไม่สมดุลเลยนะ》
คาลิ-อเล็กซานเดอร์ชูมือขึ้น อามีร์ก็อบลินที่รับรู้คำสั่งของเขารีบยกมือไหว้ตอบรับทันที
เหล่าผู้กล้าฝ่ายมนุษย์พุ่งตรงไปยังป้อมปืน และกองทัพก็อบลินก็ปิดล้อมพวกเขาอย่างรวดเร็ว ดุจพายุฝนที่ถาโถม
คาลิ-อเล็กซานเดอร์มองดูเหตุการณ์เบื้องหน้า พลางดีดนิ้วเบา ๆ
《งั้นลองปรับอัตราแลกเปลี่ยนกำลังทหารให้สมเหตุสมผลขึ้นหน่อยดีกว่า》
***
คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กองกำลังเงา และลิลลี่ วิ่งตรงดิ่งไปยังป้อมปืน
รอบด้านล้อมไปด้วยก็อบลินแน่นขนัด
แม้ว่ากองทัพล่อจะดึงก็อบลินจำนวนมากออกมาจากภายนอกแล้ว แต่จำนวนก็อบลินภายในฐานปฏิบัติการแนวหน้าก็ยังมากมายมหาศาล
“ถึงอย่างนั้น……”
เบอร์ดันดี้ที่อยู่แถวหน้าของกลุ่ม เปล่งประกายพลังเวทมนต์สีเขียวสดใสออกมาจากดวงตา ประกายเจิดจ้าราวกับหยดน้ำค้างยามเช้า
“ก็แค่ก็อบลินนี่นา-!”
เบอร์ดันดี้พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเหลือเชื่อ ทิ้งร่องรอยสีเขียวอ่อนไว้เบื้องหลัง ราวกับผีเสื้อกลางคืนที่โบยบินอย่างรวดเร็ว
ก็อบลินทุกตัวที่ขวางทางเธอ ล้มลงพร้อมกับเลือดที่พุ่งทะลักออกมาจากลำคอ ฉีดกระเซ็นเป็นละอองสีแดงสด
ด้วยฝีมือการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัว สมกับฉายา นักฆ่าระดับ SSR และนักรบจากราชวงศ์ภูติ
แต่ว่า…
“ฮ้า ฮ้า ฮ้า!”
ฝูงก็อบลินยังคงทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย เบอร์ดันดี้เริ่มเหนื่อยล้าเมื่อการต่อสู้ยืดเยื้อออกไป
จุดอ่อนโดยธรรมชาติของนักฆ่าคือการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งและระยะประชิด ทว่ากลับอ่อนแอในการต่อสู้แบบกลุ่มและระยะยาว
สถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย และการที่เธอผู้เป็นตัวทำดาเมจหลักต้องรับหน้าที่แนวหน้า ยิ่งเพิ่มภาระหนักยิ่งขึ้น
สมาชิกคนอื่น ๆ ของคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ที่คอยเปิดทางให้ ก็ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ฉะนั้น…
“ย๊ากกก-!”
ลิลลี่จึงเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้
ฟู่วววว-!
ทักษะที่สอง [กำแพงเพลิง] ของลิลลี่ปะทุขึ้น
กำแพงเพลิงขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นทางขวาของกลุ่มก็อบลิน เหล่าก็อบลินที่วิ่งเข้ามาตรงนั้นถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในทันที
พลังของนักเวทไฟผู้เชี่ยวชาญการโจมตีกลุ่มเป้าหมายปรากฏอย่างเด่นชัด
ก็อบลินถูกเผาตายอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เบอร์ดันดี้ถึงกับเป่าปากหวีด
“แฟนเธอเจ๋งมากนะ?!”
“สำหรับผมแล้ว มันเกินไปหน่อย!”
“อย่ามาพูดแบบนั้นต่อหน้าฉันสิ! อึก! ฉันเขินนะ!”
ลิลลี่จิบน้ำยาเวทมนต์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ก็อตแฮนด์คอยโอบประคองร่างบางให้ทรงตัวระหว่างการเคลื่อนที่
เนื่องจากเป็นนักเวทไฟที่ใช้พลังงานมหาศาล เธอจึงจำเป็นต้องดื่มยาบำรุงเรื่อย ๆ ในสถานการณ์เช่นนี้
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงป้อมปืน
ที่ทางเข้าป้อมปืนนั้น ซากศพก็อบลินกองสูงเป็นเนินเขาสูงชัน
ทอร์เคิลเปื้อนเลือดก็อบลินและเลือดของตัวเองอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ใช้โล่และดาบใหญ่ฟาดฟันเหล่าก็อบลินกลุ่มสุดท้ายอย่างไม่ลดละ
“ทอร์เคิล!”
“ขึ้นไปเลย! รีบขึ้นไป…!”
หลังจากนำคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์กองกำลังเงา และลิลลี่เข้าไปในป้อมปืนแล้ว ทอร์เคิลก็คอยกำบังพวกเขาจากก็อบลินที่ยังหลงเหลืออยู่ด้านหลัง ก่อนจะตามขึ้นมาสมทบ
บนป้อมปืน เหล่าทหารหน่วยสังหารเรื้อนมรณะที่รอดชีวิตและก็อบลินที่ปีนป่ายขึ้นมา กำลังประจัญบานกันอย่างดุเดือด
ดูเหมือนว่าพวกเขาเพิ่งผ่านการโจมตีครั้งใหญ่มา ป้อมปืนด้านบนพังเสียหายยับเยิน
แต่ทุกคนต่างโล่งอก
ตอนนี้เหลือเพียงแค่หนีออกไปผ่านประตูมิติเท่านั้น
“แผนบ้า ๆ นี่มันสำเร็จได้ยังไงเนี่ย…”
เบอร์ดันดี้เริ่มพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องชะงัก
ฟิ้ววว-
เสียงหวีดหวิวที่น่าสะพรึงกลัวดังขึ้น แล้วก็ตามมาด้วย
แช๊ะ ๆ ๆ ๆ !
ตูม!
ป้อมปืนทั้งหลังสั่นสะเทือนไปกับแรงระเบิดอย่างรุนแรง
ก็อบลินเริ่มยิงปืนใหญ่ที่ยึดมาได้ใส่ป้อมปืนอย่างบ้าคลั่ง
ปืนใหญ่ที่เหลืออยู่ในฐานทัพส่วนใหญ่ชำรุดเสียหายยับเยินจากการที่ทหารมนุษย์จงใจเผาทำลาย จึงมักจะระเบิดอยู่ภายในฐานทัพโดยไม่สามารถยิงออกไปได้
แต่ก็อบลินพวกนั้นกลับไม่สนใจ พวกมันยังคงยิงกระสุนปืนใหญ่ต่อไปอย่างบ้าระห่ำ
ป้อมปืนสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน เปลวเพลิงจากกระสุนปืนใหญ่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาข้าง ๆ เบอร์ดันดี้ตะโกนลั่น
“เปิดประตูมิติเดี๋ยวนี้! หนีไป…!”
ขณะนั้น…
ตูม—
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงมาจากใต้ฐานป้อมปืน แล้วก็…
ตูม!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแรงระเบิดครั้งใหญ่สะท้านไปทั่ว
หลังจากที่ให้กองกำลังกู้ภัยเข้าไปในป้อมปืนจนครบแล้ว ก็อบลินกองกำลังระเบิดพลีชีพที่คาลิ-อเล็กซานเดอร์เตรียมไว้ก็ถูกส่งเข้าไปพร้อมกันทีเดียว
พลังการระเบิดแต่ละลูกนั้นอาจจะไม่รุนแรงนัก แต่จำนวนก็อบลินกองกำลังระเบิดพลีชีพที่ถูกส่งเข้าไปทำลายป้อมปืนนั้นมีมากกว่าหนึ่งร้อยตัว
ป้อมปืนที่ถูกทำลายด้วยการยิงปืนใหญ่ก่อนหน้านี้ รับแรงระเบิดไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ฐานป้อมปืนด้านล่างทรุดตัวลง แล้วป้อมปืนทั้งหลังก็ถล่มพังครืนลงมา
กองกำลังกู้ภัยที่อยู่บนชั้นบนสุดของป้อมปืน ตกลงมาสู่เบื้องล่างอย่างช่วยไม่ได้
***
“อืม……”
ลิลลี่กระพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง
เธอค่อย ๆ ยกตัวขึ้นมาครึ่งตัว พยายามควบคุมสติที่ยังสับสน แล้วก็เห็นวิวทิวทัศน์ที่คุ้นเคย
ป้อมปืนถล่มลงมาจนถึงชั้นล่าง ซากปรักหักพังล้อมรอบราวกับกำแพงสูง กักขังพวกเขาไว้ในหลุมลึก
‘นี่มัน……’
หนึ่งปีที่แล้ว
สมรภูมิแห่งการต่อสู้กับกองทัพแมงมุมปีศาจ ณ ที่แห่งนี้ ภาพความทรงจำกลับมาเยือน เหมือนยามที่ป้อมปืนกำลังบรรจุกระสุนนัดสุดท้าย……
“มาทางตะวันออก!”
“มีกำลังเสริมทางใต้ด้วย!”
“ฉันต้องการกำลังเสริม!”
“ตายแล้ว! หมอบลง!”
เหล่าผู้กล้าแห่งกองกำลังกู้ภัยต่อสู้กันอย่างสิ้นหวัง ร่างกายบอบช้ำ เต็มไปด้วยบาดแผลจากการร่วงหล่นจากชั้นบนสุดของป้อมปืน ทว่าก็อบลินก็โจมตีเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง บังคับให้พวกเขาต้องกัดฟันสู้ต่อไป
“ลิลลี่! คุณฟื้นแล้วเหรอ!”
ก็อตแฮนด์ ร่างกายเปื้อนเลือด วิ่งเข้ามาหาพลางหัวเราะแห้ง ๆ ลิลลี่พยายามลุกขึ้น
“ทำไม……ทุกคนถึงได้สู้กันอยู่? ถ้าใช้ประตูมิติหนี……”
“คือว่า……”
ก็อตแฮนด์พูดเสียงติดขัด สายตาเหลือบไปทางด้านข้าง ลิลลี่ก็หันไปมองตาม
อัญมณีเวทมนต์ที่เป็นส่วนประกอบของประตูมิติแตกกระจายไปหมด ก็อตแฮนด์พึมพำอย่างขมขื่น ขณะที่ลิลลี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ดูเหมือนประตูมิติจะพังเพราะตกจากที่สูง มันใช้การไม่ได้แล้ว”
“…….”
“ทุกคนกำลังสู้ แต่แบบนี้……”
ความโกลาหลบ้าคลั่งจากฝูงก็อบลินถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ความหวังริบหรี่ลงทุกที ๆ บนใบหน้าของเหล่าผู้กล้า
ลิลลี่รู้สึกหายใจติดขัด อึดอัดราวกับถูกบีบรัด
นี่คือบทลงเอยของการท้าทายอันไร้สาระอย่างนั้นเหรอ?
“……ไม่ใช่”
ลิลลี่กำมือแน่น มือที่เพิ่งหยุดสั่นไหวไปไม่นาน
เธอคือหนึ่งในแปดผู้รอดชีวิตจากการต่อสู้กับกองทัพแมงมุมปีศาจครั้งนั้น
ความทรงจำของการต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับแอชเพื่อพิชิตราชินีแมงมุมปีศาจยังคงชัดเจน คำพูดของแอชยังคงก้องอยู่ในหู
- ถึงแม้จะตายก็ต้องเสี่ยงดู
ใช่แล้ว
เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา แต่สำหรับมนุษย์ธรรมดาคนนั้น……ก็มีสิทธิ์
สิทธิ์ที่จะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตา
ยังไม่ถึงเวลาที่จะยอมแพ้
“ฉันจะซ่อมมัน!”
เสียงของลิลลี่ดังกังวาน ดึงดูดสายตาของเหล่าผู้กล้าให้หันมาทางเธอ
“ฉัน นักเวทอาวุโสจากครอสโรด และผู้ดูแลโรงเล่นแร่แปรธาตุโบราณ ฉันมีส่วนร่วมในการติดตั้งประตูนี้ด้วย”
ลิลลี่มัดผมขึ้น รวบรวมเศษอัญมณีเวทมนต์ที่แตกกระจายอยู่เบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง
“ขอเวลาฉันแค่สักหน่อย……!”
เหล่าผู้กล้าที่ลังเลอยู่ชั่วครู่แลกเปลี่ยนสายตา ก่อนจะพยักหน้ารับรู้
ฟิ้วววววว……!
ลูกธนูจำนวนมหาศาลพุ่งทะยานเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง ดุจฝนแห่งความตาย
ป้อมปืนตั้งอยู่ใจกลางฐานปฏิบัติการแนวหน้า นั่นหมายความว่าก็อบลินทุกตัวรอบ ๆ สามารถมองเห็นและโจมตีได้อย่างง่ายดาย เป้าหมายที่ดึงดูดสายตาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ก็อบลินนับร้อยรายล้อมอยู่โดยรอบ พร้อมใจกันปล่อยลูกธนูพรั่งพรูลงมา เหมือนสายฝนลูกธนูถาโถม
“หลบ!” เสียงคำสั่งดังกังวาน
“ต้านไว้!” อีกเสียงหนึ่งตามมาติด ๆ
ก็อตแฮนด์พลันสร้างโล่ขึ้นมาทันควัน ขณะเดียวกันบอดี้แบ็กก็ใช้พลังจิตกวาดลูกธนูออกไป แต่ก็ยังไม่เพียงพอ
ลูกธนูยังคงตกใส่ลงมาไม่ขาดสาย ดุจห่าฝน
ลูกธนูของก็อบลินเหล่านั้น แม้ไม่แหลมคมหรือร้ายแรงนัก แต่จำนวนมหาศาลนี่แหละคือปัญหา ร่างกายของเหล่าผู้กล้าต่างถูกฝังด้วยลูกธนูมากมาย
แต่ถึงกระนั้น ลูกธนูก็ยังเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะตามมา
ก็อบลินที่วิ่งฝ่าซากปรักหักพังของป้อมปืน เปลี่ยนรูปแบบการรบจากทหารราบเป็นทหารม้า
ความเร็วและพละกำลังของก็อบลินที่ขี่แพะภูเขาสูงใหญ่ เหนือกว่าทหารราบหลายเท่าตัว
เหล่าผู้กล้าแห่งหน่วยสังหารเรื้อนมรณะที่ยืนเป็นแนวหน้า ค่อย ๆ ล้มลงทีละคน เพราะบาดแผลที่สะสมมาอย่างหนักหน่วง
คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ต่อสู้มาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็เริ่มทยอยล้มลงเช่นกัน
ลูกธนู ยา และสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ในการต่อสู้ ล้วนหมดสิ้นลงแล้ว
เงาแห่งความตายคืบคลานเข้ามา ทุกคนรับรู้ได้ถึงความสิ้นหวังในเวลานั้น
ซี่ซี่ซี่!
เสียงดังชัดเจน พร้อมกับเศษอัญมณีเวทมนต์ที่แตกสลายลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วค่อย ๆ รวมตัวกันสร้างประตูเวทมนต์ขึ้นกลางอากาศ
“ซ่อมเสร็จแล้ว!”
ทุกคนหันไปมองด้วยความตกตะลึง ลิลลี่กำลังยิ้มอยู่
“แค่การเชื่อมต่อกับแกนพลังเวทมนต์ขาดหายไป เลยไม่มีพลังงาน ฉันเลยใช้พลังเวทมนต์ของตัวเองเสริมเข้าไป”
“ลิลลี่……!”
“รีบหนีไปกันเถอะ! เร็วเข้า!”
ลิลลี่เร่งเร้า ความจริงแล้วทุกคนหมดแรงจะสู้ต่อแล้ว
เบอร์ดันดี้ค่อย ๆ พยุงเพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บไปยังประตู พลางถามด้วยความเป็นห่วง
“แล้วลิลลี่ล่ะ?”
“ฉันต้องรักษาประตูไว้ ฉันจะเป็นคนสุดท้ายที่หนีออกไป”
สายตาของลิลลี่และเบอร์ดันดี้สบกันเพียงเสี้ยววินาที
เบอร์ดันดี้กัดริมฝีปากแน่น โค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“……เข้าใจแล้ว เจอกันนะ?”
เหล่าผู้กล้าทยอยหลบหนีออกไปทางประตู เหลือเพียงทอร์เคิล ก็อตแฮนด์ และลิลลี่
ทอร์เคิลใช้โล่และร่างกายบังลูกธนูที่ยังคงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งสัญญาณให้ทั้งสองคน
“ผมเป็นคนสุดท้าย……! รีบเข้าไปเถอะครับ!”
“ฉันบอกแล้วไง ฉันเป็นคนสุดท้ายเพราะต้องรักษาประตูไว้ ฉันจะตามไป ทอร์เคิล”
“ผมไปก่อนไม่ได้ ถ้าคุณยังไม่ไป ผมไม่อยากทิ้งใครไว้ข้างหลังอีกแล้ว…….”
ปึง!
ก็อตแฮนด์ผลักทอร์เคิลที่ยังคงยืนกราน ไปอย่างแรง
ทอร์เคิลเบิกตากว้าง ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในประตูมิติ
วาบ-!
“…….”
“…….”
เหลือเพียงแค่พวกเธอสองคน
ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วครู่
ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ไปกันเถอะ ก็อตแฮนด์ ฉันจะตามไป”
……
“ฉันบอกให้ไปไง! ไม่เห็นฉันเหนื่อยหรอ?!”
“ลิลลี่ รู้มั้ย?”
ก็อตแฮนด์ยิ้มบาง ๆ พลางค่อย ๆ หมอบลงต่อหน้าลิลลี่
“ลิลลี่โกหกไม่เก่งหรอก”
ประตูมิติที่แกนพลังเวทมนต์เสียหาย กำลังทำงานด้วยพลังเวทมนต์ของลิลลี่เพียงลำพัง
เมื่อลิลลี่ปล่อยมือ ประตูจะปิดลงทันที
นั่นหมายความว่า…ตั้งแต่แรก ลิลลี่ก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว
ก็อตแฮนด์รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรก
ลิลลี่หลับตาแน่นก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ฉันทำแบบนี้เพื่อช่วยชีวิตนายนะ ก็อตแฮนด์ ช่วยไปเถอะ…ขอร้อง…”
……
“นี่คือคำขอร้องสุดท้ายของฉันแล้ว ขอร้องล่ะ…”
“ไม่อยากไปครับ”
ก็อตแฮนด์ตอบเสียงเรียบ ๆ มือหนาของเขาค่อย ๆ วางลงบนมือเล็ก ๆ ของลิลลี่
มือที่กำลังทรงพลังเวทมนต์ค้ำจุนประตูมิติเอาไว้
“ด่าผมก็ได้ ว่าผมเห็นแก่ตัว ว่าผมเป็นคนโง่ที่เหยียบย่ำความเสียสละและความเอาใจใส่ของคุณ แต่ต่อหน้าคุณ…ผมไม่อยากโกหกตัวเอง”
“ก็อตแฮนด์…!”
“ผมไม่อยากอยู่คนเดียว แบบนั้นผมคงเสียใจไปตลอดชีวิต…”
ก็อตแฮนด์จับมือลิลลี่แน่น ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากพลังเวทมนต์ที่ประคองประตูมิติเอาไว้
โครม……
อัญมณีเวทมนต์ที่ประกอบเป็นประตูมิติสลายลงเป็นผุยผงราวกับความโกหกที่แหลกสลาย
ก็อตแฮนด์จับมือลิลลี่ที่พูดไม่ออกเอาไว้แน่น
“แค่ชั่วขณะก็ได้ ผมอยากอยู่กับคุณ”
……
“ลิลลี่”
ณ ที่แห่งนี้ อันเต็มไปด้วยเหล่าปีศาจ พวกเขาทั้งคู่เปื้อนเลือดและขี้เถ้า กายาโอบอุ้มกัน ราวกับภาพวาดแห่งความโศกเศร้าที่งดงาม
ก็อตแฮนด์มองลึกลงไปในดวงตาของคนรัก ดวงตาที่สั่นไหวด้วยความหวั่นไหว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ปนความเขินอาย
“แต่งงานกับผมนะ?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_