- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 364. [ด่านที่ 15] ฐานปฏิบัติการแนวหน้า (2)
◈บทที่ 364. [ด่านที่ 15] ฐานปฏิบัติการแนวหน้า (2)
◈บทที่ 364. [ด่านที่ 15] ฐานปฏิบัติการแนวหน้า (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 364. [ด่านที่ 15] ฐานปฏิบัติการแนวหน้า (2)
ทีมของจูเนียร์มีนักเวทห้าคน
จูเนียร์ นักเวทระดับ SSR และนักเวทระดับ R อีกสองคน รวมถึงนักเวทระดับ N อีกสองคน
ความแตกต่างระหว่างจูเนียร์ที่เตรียมพร้อมและตื่นตัว กับสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เพิ่งเรียนรู้ทักษะพื้นฐานนั้นช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
ทว่าไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็คือนักเวท
และเมื่อนักเวทห้าคนมารวมพลังกัน พวกเขาก็สามารถสร้างพลังที่น่าทึ่งได้อย่างแท้จริง
ก่อนอื่น นักเวทสี่คน ยกเว้นจูเนียร์ ได้ปลดปล่อยเวทมนตร์ธาตุของตนเองออกมา
“อุ๊-”
“ว๊า-”
“อ้าาาาาา!”
พร้อมกับเสียงตะโกนแผ่วเบาของเหล่านักเวทหนุ่มสาว เวทมนตร์ที่พวกเขากระหน่ำปล่อยออกมา พุ่งทะยานไปยังทุ่งทางตอนใต้แบบไร้ทิศทาง
เปลวเพลิงและลมพายุ กระแสน้ำเชี่ยวกรากและก้อนหิน ถาโถมลงมาอย่างรวดเร็ว
ปัง! ปู้ม!
ต่อหน้าพลังเวทมนตร์ โล่ของก็อบลินทหารไร้ประโยชน์ ก็อบลินล้มตายเป็นสิบ ๆ ตัว ทุกที่ที่เวทมนตร์ตกกระทบ
แต่เพียงชั่วครู่ เหล่านักเวทน้อยก็ต้องถอยหลังไปด้วยอาการเหนื่อยหอบ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นขีดจำกัดของพวกเขาเนื่องจากเลเวลที่ต่ำ
แล้วจูเนียร์ก็ก้าวออกมา
“ฮือ……”
หลังจากหายใจเข้าลึก ๆ จูเนียร์ก็ชูไม้เท้าของตัวเองขึ้น
จูเนียร์คือผู้บัญชาธาตุ
เธอเป็นนักเวทผู้ควบคุมธาตุเวทมนตร์ได้ทุกธาตุ
โดยเฉพาะธาตุน้ำ ลม และไฟ เธอเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ธาตุอื่นไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนักเวทผู้อื่นเตรียมพื้นที่ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว!
“ฮึบ-!”
ดวงตาของจูเนียร์เบิกกว้าง พร้อมกับเจตจำนงอันแรงกล้า อนุภาคเวทมนตร์ที่กระจายอยู่ทั่วทุ่งนาจึงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างน่าประหลาด
จากไฟ ลม น้ำ ดิน และแล้ว-
ครืน… ครืนนนนน……
ฉ่าาาา-!
เปรี้ยง!
นั่นคือสายฟ้า พลังธาตุที่จูเนียร์ได้รับสืบทอดมาจากจูปิเตอร์!
ธาตุเวทมนตร์ทั้งห้า ผสานและเสริมพลังกันอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนจะ…
ปังงงงง-!
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงสะเทือนไปทั่ว
ทุ่งนาเบื้องหน้าฐานปฏิบัติการแนวหน้ากลายเป็นซากปรักหักพัง ก็อบลินหลายร้อยตัวที่อยู่ใกล้เคียงกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
ยิ่งกว่านั้น เปลวเพลิง ความร้อน และกระแสลมร้อนจากแรงระเบิดยังคงคุกรุ่น ทำให้บริเวณนั้นเข้าถึงได้ยากยิ่ง
นี่แหละคือ นักเวท
เครื่องบินทิ้งระเบิดที่สามารถเดินได้ ขีปนาวุธยุทธวิธีที่มีชีวิต!
หากเป็นกองทัพปีศาจทั่วไป การโจมตีประสานงานครั้งเดียวเช่นนี้ก็อาจจะทำให้พวกมันราบเป็นหน้ากลองได้แล้ว เพราะมีปีศาจหลายร้อยตัวถูกเผาไหม้ไปต่อหน้าต่อตา
แต่-
คิก……
คิริก! คิก!
พวกมันคือก็อบลิน
พวกมันคือปีศาจที่ใช้ชีวิตเป็นอาวุธ อาศัยจำนวนเป็นหลัก
ยิ่งกว่านั้น พวกมันยังขยายแนวรบกว้างใหญ่ เพื่อรับมือกับการโจมตีของเรา
การโจมตีครั้งนี้...ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งพวกมันลงได้…!
กองทัพก็อบลินที่กระจายอยู่ทางซ้ายขวาของทุ่งนา ซึ่งยังคงสั่นสะท้านจากความร้อนของเวทมนตร์ ยังคงวิ่งกรูเข้ามาอย่างไม่ลดละ
จูเนียร์ที่ปล่อยเวทมนตร์หนักไปแล้ว เริ่มสะสมพลังเวทมนตร์อีกครั้ง ขณะนั้นฉันก็เรียกขีปนาวุธลำต่อไปของตัวเอง
“ดาเมียน ถึงตานายแล้ว!”
“ครับ!”
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง ดาเมียนวางปืนใหญ่เวทมนตร์ที่ใช้ไปแล้วลง แล้วหยิบ[ราชินีทมิฬ]ขึ้นมา
ดาเมียนมีทักษะโจมตีวงกว้างอยู่สองอย่าง
ทักษะสูงสุด [การดวล] และโหมดปืนเลเซอร์ของปืนใหญ่เวทมนตร์ [ราชินีทมิฬ]
ครั้งนี้ฉันตัดสินใจที่จะไม่ใช้[การดวล] ไม่ใช่เพราะเหตุผลอะไรเป็นพิเศษ แต่เพราะศัตรูมีจำนวนมากเกินไป
ทักษะสูงสุด[การดวล]ของดาเมียนจะยิงกระสุนเวทมนตร์โจมตีและกระสุนเวทมนตร์รักษาไปยังศัตรูและพวกเราทุกคนที่อยู่ในสายตา
แต่เนื่องจากพลังเวทมนตร์ของดาเมียนมีจำกัด ยิ่งจำนวนศัตรูที่ตรวจจับได้มากเท่าไหร่ กระสุนก็จะยิ่งแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พลังทำลายล้างก็จะยิ่งลดลง
จำนวนกองทัพก็อบลินนั้นมากกว่าสามหมื่นตัว… ถ้าใช้ [การดวล] พลังเวทมนตร์ของดาเมียนจะแตกออกเป็นสามหมื่นนัด…มันไร้ประโยชน์สิ้นดี
จะยิ่งทำให้พลังเวทมนตร์สูญเปล่า และทำให้เขาหมดสภาพรบไปเลย
ฉะนั้น… เลือกใช้ตัวเลือกที่สอง… [ราชินีทมิฬ]!
ดาเมียนสวมถุงมือกันความร้อนที่เตรียมไว้ แล้วหยิบปืนใหญ่เวทมนตร์สีขาวขึ้นมาถือ
“โหมดเพชฌฆาตฝันร้าย… เริ่มทำงาน”
คลิก… คลิก!
ลำกล้องปืนค่อย ๆ เปลี่ยนรูปทรงไปเอง สุดท้ายก็แผ่ขยายออกเป็นรางปืนคู่ยาวเหยียด
“พลังสูงสุด!”
ฟิ้ว… ฟิ้วววว……!
กระสุนเวทมนตร์เจ็ดนัดรวมตัวกันเป็นลูกเดียว… ใหญ่โตมโหฬาร สั่นสะเทือนไปทั้งลำกล้อง ประกายไฟวาบวับระหว่างรางปืนคู่
กระแสไฟฟ้าเวทมนตร์พุ่งพล่าน การเตรียมการยิงเสร็จสิ้น ดาเมียนเหลือบมองมาที่ฉัน ฉันพยักหน้ารับ
“ยิงเลย!”
“ครับ!”
ดาเมียนกดไกปืนลง
ตูมมมมม-!
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว กระสุนเวทมนตร์พุ่งทะยานออกไป
กระสุนมหึมาที่พุ่งทะลวงลำกล้องปืน [ราชินีทมิฬ] ฝ่าทะลุผ่านกองทัพก็อบลิน ฉีกเนื้อหนังก็อบลินทุกตัวที่ขวางทางเป็นชิ้น ๆ กองทัพก็อบลินถูกแบ่งออกเป็นสองซีก ตามร่องรอยของกระสุนเวทมนตร์นั่น
ไม่เพียงแต่ก็อบลินทหารแนวหน้าเท่านั้น แต่ก็อบลินฝูงหลังก็ถูกกระสุนนัดนั้นกวาดล้างไปเป็นจำนวนมาก
จำนวนก็อบลินทหารที่ถูกสังหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทว่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ฉันก็ยังพูดคำเดิมกับตอนที่จูเนียร์โจมตี
พวกมันคือก็อบลิน ปีศาจที่ใช้ชีวิตเป็นอาวุธ อาศัยจำนวนเป็นหลัก และยังจัดแถวอย่างหนาแน่นเพื่อรับมือกับการโจมตีของเรา
การโจมตีนี้ไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งพวกมัน……!
คิก! คิริริริก!
คลื่นสีเขียวไหลทะลักเข้ามาเติมเต็มช่องว่าง พลุ่งพล่านเข้ามาอีกครั้ง
ในแนวป้องกัน กำแพงหิน กับดัก ทุ่นระเบิด และทุ่งสังหารที่เราสร้างไว้—
พวกมันตาย ตาย และตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า คลานทับถมกันบนกองศพ
เมื่อยอดการสังหารทะลุพัน แนวหน้าของกองทัพก็อบลินก็มาถึงกำแพงด้านใต้แล้ว
ซูง-!
เหล่าผู้กล้าที่เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ประชิดตัว ชักอาวุธออกมา
ปาร์ตี้ของลูคัส ปาร์ตี้ของเอวานเจลีน หน่วยสังหารเรื้อนมรณะ และดัสก์บริงเกอร์พร้อมกองอัศวินมังกรโลหิต
ขณะที่พวกเขากำลังเฝ้าดูเหล่าก็อบลินที่วิ่งกรูเข้ามา และกำลังจะเข้าร่วมการต่อสู้—
“ฝ่าบาท!”
เสียงรายงานของทหารลาดตระเวนดังขึ้นอย่างเร่งด่วน
เมื่อมองไปทางนั้น ทหารลาดตระเวนที่กำลังใช้กล้องส่องทางไกลสอดส่องพื้นที่อยู่ตะโกนขึ้นเสียงดัง
“พวกมันกำลังอ้อมมา-!”
“……!”
ฉันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูตามทิศทางที่ทหารลาดตระเวนชี้ไป
ดัง ดัง-!
ภาพที่เห็นคือกองทัพม้าก็อบลินจำนวนหลายพันตัว กำลังบุกตะลุยมาทางตะวันออกของฐานปฏิบัติการอย่างบ้าคลั่ง พวกมันขี่แพะภูเขาด้วยความเร็วสูงราวกับพายุ
“ฝ่าบาท! ทางตะวันตกด้วย!”
ทหารลาดตระเวนอีกคนรายงานเข้ามา ฉันจึงรีบหันกล้องส่องทางไกลไปทางนั้นทันที
ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ๆ -!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังกึกก้อง
ภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือกองทัพถังรบ ก็อบลินนั่งอยู่บนรถถังที่ถูกวัวขนาดมหึมาลากจูง จำนวนมากไม่แพ้กัน
‘ฮึ่ม!’
หลังจากเผชิญกับความโหดร้ายของมนุษย์หมาป่าในด่านที่ 10 มาแล้ว ฉันรู้ว่าพวกมันคงไม่โจมตีทางทิศใต้เพียงทางเดียวแน่ ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ศัตรูของเราคราวนี้คือปีศาจที่ฉลาดแกมโกงอย่างงูเห่าก็อบลิน
ฉันคาดการณ์ไว้บ้างแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะบุกโจมตีทางด้านหลังแบบนี้……
‘กำแพงของฐานปฏิบัติการแนวหน้าไม่สูงมากนัก’
แม้ฉันจะเสริมสร้างอย่างแข็งแรงแล้ว แต่สุดท้ายแล้วที่นี่ก็เป็นเพียงฐานทัพ ไม่ใช่ป้อมปราการที่แข็งแกร่ง และเราก็มีกำลังพลไม่มากพอ
ทั้งทหารม้าและรถถังของพวกมัน สามารถพังกำแพงได้อย่างง่ายดาย
การใช้ทหารราบถือโล่ล่อศัตรู แล้วส่งกองทหารม้าและกองรถถังเข้าโจมตีด้านหลัง เป็นยุทธวิธีตรงไปตรงมาแต่ได้ผลดีเยี่ยม
‘ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน หลักการของยุทธวิธีนั้นอธิบายได้ง่าย ๆ’
นั่นคือ ค้อนและทั่ง
กองทัพฝ่ายรับจะรับมือกับการโจมตีของศัตรู ส่วนกองทัพฝ่ายรุกที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็วจะอ้อมไปโจมตีด้านหลัง
โล่และหอก ทหารราบและทหารม้า รถถังและหน่วยโจมตีระยะไกล……
แม้แต่ฉัน คนที่รู้เรื่องการทหารเท่ากับศูนย์ เล่นแต่เกม ก็ยังใช้กำลังพลได้อย่างมีประสิทธิภาพในเกมต่าง ๆ ด้วยยุทธวิธีพื้นฐานนี้
และ… ทั่งของกองทัพก็อบลินนั้นแน่นหนาและแข็งแกร่งเหลือเกิน
กองทหารราบของพวกมันถูกกระหน่ำยิงจากทุกทิศทางจนแหลกเหลว แต่พวกมันก็ยังคงยืนหยัด
ไม่ใช่แค่ยืนหยัด แต่พวกมันยังคงบีบเข้ามาใกล้เราอย่างไม่ลดละ
และตอนนี้ ค้อนของกองทัพก็อบลินกำลังเคลื่อนเข้ามาจากด้านหลังเราแล้ว
เพื่อจะตรึงเราไว้บนทั่ง แล้วทุบหัวเราด้วยค้อน
“ทุกคน!”
ฉันจะทำอย่างไรดี
“ถอย!”
เราต้องหนีให้เร็วที่สุดก่อนที่จะโดนทุบ
“ถอยไปทางครอสโรด ผ่านประตูมิติ!”
“……!”
“ทหารราบถอยก่อน! ทันที! ทำเลย!”
เหล่าผู้กล้าและทหารบางส่วนมองฉันด้วยสายตาตกตะลึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่างน่าตกใจเสียจริง เพราะการถอยทัพครั้งนี้เร็วกว่าแผนการที่วางไว้มากนัก
แต่การเคลื่อนไหวและความเร็วของพวกมันนั้นรวดเร็วเหลือเกิน
เพื่อรักษาความปลอดภัยและไม่ให้เสียกำลังพล เราจึงต้องเริ่มถอยทัพทันที
ปัง! ปู้ม!
ตุ๊บ ๆ ๆ ……!
เสียงปืนใหญ่ บัลลิสตา และเครื่องมือโบราณดังกึกก้องไปทั่ว
ฉึก!
วูบ!
หลังจากเผาทำลายเครื่องมือเหล่านั้นเพื่อมิให้ตกไปอยู่ในมือศัตรูแล้ว ทหารทุกนายต่างพากันวิ่งเข้าสู่ฐานปฏิบัติการแนวหน้าอย่างเร่งรีบ
ขณะที่ฉันกำลังสังเกตการณ์อยู่นั้น ก็เหลือบไปเห็นดัสก์บริงเกอร์ยิ้มพร้อมเผยเขี้ยวออกมาทางด้านข้าง
“เพิ่งจะหันมาสนใจทางนี้หรือไง?”
“ครับ ท่านดยุก ฝากด้วยนะ”
“ฮ่า ๆ ไว้ใจฉันได้เลย!”
ดัสก์บริงเกอร์ยืนอยู่บนกำแพง ใบหน้ายังคงยิ้มเยาะเย้ย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะ
“หมอบลงไปซะ พวกแมลง!”
เสียงคำรามทรงพลังดังก้องไปทั่ว
เสียงคำรามของมังกร!
พลังอำนาจของราชันย์ผู้ล่าสูงสุด เพียงแค่เสียงคำรามก็ทำให้เหล่าศัตรูหวาดผวา ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
คิก?!
คิริก!
ตุ๊บ ๆ ๆ !
เหล่าก็อบลินที่อยู่ในระยะได้ยินเสียงคำรามของมังกรต่างทิ้งอาวุธลง หมอบลงกับพื้นอย่างว่าง่าย มันได้ผลดีจริง ๆ
‘ดี อย่างนี้ก็มีเวลาเพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้ว’
ฉันหันไปมองเหล่าผู้กล้าและพยักหน้า
“ถอยกันเถอะ!”
เหล่าผู้กล้าต่างพากันวิ่งเข้าหาประตูมิติ แสงสว่างวาบวามพวยพุ่งออกมาจากประตูมิติกลางลานกว้างของฐานปฏิบัติการแนวหน้า ทหารส่วนใหญ่ต่างทยอยถอนตัวไปแล้ว
ลูคัสชี้เข้าไปในประตู “ฝ่าบาท ทรงไปก่อนเถอะครับ”
“ไม่ ฉันจะไปทีหลัง……”
“ฝ่าบาท” ลูคัสทูลอย่างเคร่งขรึม “ทรงไปก่อนเถอะครับ”
“…….” นี่ไม่ใช่เวลาที่จะดื้อดึง ฉันพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะกระโดดเข้าไปในประตูมิติ
แคร้ง!
เมื่อการเคลื่อนย้ายสิ้นสุดลง ฉันก็ปรากฏตัวอยู่ที่ค่ายทหารครอสโรด ทหารที่มาก่อนหน้าต่างยืนเรียงแถว ตรวจสอบจำนวนทหารตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
แคร้ง! แคร้ง!
หลังจากฉันผ่านไป เหล่าทหารที่เหลือก็ทยอยกลับมาด้วยการเคลื่อนย้ายเช่นกัน ปาร์ตี้มือปืนของดาเมียน และปาร์ตี้เวทมนตร์ของจูเนียร์กลับมาถึงก่อนใคร
ต่อมา ดัสก์บริงเกอร์พร้อมกองอัศวินมังกรโลหิต ปาร์ตี้ของเอวานเจลีน และปาร์ตี้ของลูคัสก็กลับมาถึงครบถ้วน
และแล้วความเงียบก็แผ่ปกคลุมไปทั่ว
ฉันขมวดคิ้ว มองไปยังประตูมิติด้วยความสงสัย เกิดอะไรขึ้น?
“ทำไมทหารที่เหลือยังไม่กลับมา……”
ตุ้บ!
ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เสียงดังสนั่นก็ดังขึ้นพร้อมกับเหล่ายามรับจ้างร่างกำยำ ตัวใหญ่ บาดเจ็บสาหัส พันแผลเต็มตัว กลิ้งตกลงมาจากนอกประตู พวกเขาคือหน่วยสังหารเรื้อนมรณะ ปาร์ตี้แทงค์ผู้คอยคุ้มกันด้านหลังสุดของกองทัพผู้กล้า
ทอร์เคิล หัวหน้าทีมเช็ดเลือดสีเขียวข้นและเขม่าควันที่เกาะติดร่างกายออกอย่างเชื่องช้า
“……หวุดหวิดจริง ๆ ครับ พวกเราเกือบจะเข้าประตูมิติได้แล้ว แต่กองทัพก็อบลินบุกป้อมปราการซะก่อน……พวกเราหนีออกมาได้ก่อนที่พวกมันจะจับตัวไปได้”
“เหนื่อยกันน่าดูเลยนะ ทอร์เคิล ดีมาก งั้นก็กลับมาครบทุกคนแล้วสินะ?”
ขณะที่ฉันกำลังตรวจสอบเหล่าผู้กล้าที่กลับมาถึง ดวงตาพลันหยุดนิ่งลงทันที
“……เดี๋ยวนะ”
เหล่าผู้กล้าคนอื่น ๆ ที่เพิ่งสังเกตเห็นความผิดปกติ ใบหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมาในทันที
หลังจากตรวจสอบจำนวนผู้กล้าและทหารอีกครั้ง ฉันก็พึมพำด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“กองกำลังเงาหายไปไหน?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_