เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 344. [ด้านปีศาจ] การประชุมใหญ่ในราชสำนัก (2)

◈บทที่ 344. [ด้านปีศาจ] การประชุมใหญ่ในราชสำนัก (2)

◈บทที่ 344. [ด้านปีศาจ] การประชุมใหญ่ในราชสำนัก (2)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 344. [ด้านปีศาจ] การประชุมใหญ่ในราชสำนัก (2)

《เจ้านั่นแหละ》

ราชาปีศาจชี้ไปยังที่นั่งสุดท้ายของโต๊ะประชุม

สายตาของเหล่าผู้บัญชาการกองทัพทุกนายหันไปพร้อมกัน จ้องไปยังปลายโต๊ะ

แล้วคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็คือ—

《……》

ราชาก็อบลิน

คาลิ-อเล็กซานเดอร์

《ครับ?》

《ไม่……》

《นี่มันอะไรกัน—》

เสียงซุบซิบกระจายไปทั่วกลุ่มผู้บัญชาการกองทัพแห่งฝันร้าย ความวุ่นวายเล็ก ๆ ค่อย ๆ แผ่ขยาย

จริง ๆ แล้วไม่ว่าใครในที่นี้จะได้รับเลือก ก็ย่อมเป็นที่ยอมรับได้ทั้งสิ้น

เพราะพวกเขาทุกคนล้วนเป็นภัยพิบัติระดับทำลายล้างโลก ในสายตาของมนุษย์แล้ว แต่ละคนทรงพลังเหลือคณานับ

ทว่า

ก็อบลินตนนั้นกลับเป็นข้อยกเว้น

ถึงแม้จะเป็นก็อบลินที่ผิดแผกแตกต่าง แข็งแกร่งที่สุดในเผ่าพันธุ์ของมัน แต่สุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็นเพียงก็อบลิน

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ อ่อนแอจนเหล่าผู้บัญชาการกองทัพคนอื่น ๆ ในที่นี้สามารถเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเพียงกองเลือดได้ในพริบตา หากพวกเขาต้องการ

《……คราวนี้ท่านจะเล่นตลกอะไรอีก องค์ราชาเหนือราชา》

เรเวน ผู้บัญชาการกองทัพอันดับ 4 ผู้ครองโรคระบาด ถอนหายใจเบา ๆ เสียงแผ่วเบาออกมาจากหลังหน้ากากรูปนก

“แต่ว่า ผมเองก็เห็นด้วยนะกับการตัดสินใจของท่าน หากจะใช้ก็อบลินพวกนั้นและกองทัพของมัน ควรส่งออกไปรบโดยเร็วที่สุด ก่อนที่แอชและพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้น ก่อนที่ก็อบลินพวกนั้นจะไร้ประโยชน์”

……

คาลิ-อเล็กซานเดอร์นิ่งฟังอยู่ แม้จะถูกดูถูกดูแคลนอย่างออกหน้าออกตา เรเวนก็ยังพูดต่อ

“แต่ว่า องค์ราชาเหนือราชา แล้วคำพูดที่ท่านตรัสก่อนหน้านั้นล่ะครับ?”

มุมปากของราชาปีศาจยกสูงขึ้นอย่างอิ่มเอมใจ

“คำพูดก่อนหน้านั้น? เจ้าหมายถึงส่วนไหนของคำพูดข้า?”

“‘เลือกคนที่ไว้ใจได้สำหรับการทำลายล้างโลก’ ไม่ใช่เหรอครับ? แล้วก็เลือกสิ่งมีชีวิตต่ำต้อยเช่นนั้น ในขณะที่ท่านมีเหล่าปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงนี้”

เรเวนลุกขึ้นยืน ใช้มือลูบไล้ผู้บัญชาการกองทัพคนอื่น ๆ รอบกาย ก่อนวางมือลงบนอกตัวเอง โค้งคำนับอย่างนอบน้อม

“ในสายตาของพวกเรา มันทั้งน่าผิดหวัง และเป็นการดูหมิ่นพวกเราด้วย”

ความไม่พอใจแผ่ซ่านไปทั่วบรรดาผู้บัญชาการกองทัพแห่งฝันร้าย คล้ายคลื่นที่ซัดสาดเข้าหาฝั่ง

ราชาปีศาจปิดปาก พยายามกลั้นเสียงหัวเราะที่กำลังจะพลุ่งพล่าน

“นั่นก็คือ…สรุปง่าย ๆ ก็คือ ข้าบอกว่าจะเลือกคนที่น่าไว้ใจที่สุดในพวกเจ้า แล้วกลับเลือกพวกก็อบลินที่อ่อนแอที่สุด เลยรู้สึกหงุดหงิดใช่ไหมล่ะ?”

เรเวนไม่ตอบ เขาเพียงก้มหน้าลง

ราชาปีศาจกระแอมเบา ๆ ก่อนจะกลั้นหัวเราะไว้ พลางพูดต่อ

“ข้ามีเหตุผลหลายอย่างที่เลือกกองทัพก็อบลินสำหรับมหาอุทกภัยครั้งนี้”

ช้า ๆ เขาชูมือขึ้น มองเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่นั่งอยู่รอบโต๊ะอย่างรอบคอบ

“ก่อนอื่น พวกเจ้าทุกคน ยกเว้นกองทัพก็อบลิน… ‘แข็งแกร่งเกินไป’”

“……?”

สีหน้าของเหล่าผู้บัญชาการกองทัพแห่งฝันร้ายแสดงความงุนงงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

ทำไมความแข็งแกร่งถึงเป็นปัญหา?

“ข้าไม่ได้ใช้ ‘พร’ ที่มอบให้กับกองทัพของข้าที่รุกรานโลกมาตลอด สำหรับมหาอุทกภัยครั้งนี้”

“……?”

“เพราะถ้าใช้ร่วมกัน พลังจะเพิ่มขึ้น แต่พวกเจ้าทุกคน ยกเว้นกองทัพก็อบลิน แข็งแกร่งเกินไปจนใช้พรนี้ไม่ได้”

หากระดับความยากของด่านนั้นสูงสุด [เหตุการณ์มืด] จะใช้ไม่ได้ผล

นั่นคือเหตุผลที่ราชาปีศาจไม่ใช้ [เหตุการณ์มืด] ในแต่ละด่านบอส

กองทัพแวมไพร์ในด่านที่ 5 กองทัพหมาป่าในด่านที่ 10…พวกมันแข็งแกร่งเกินไปจนทำให้ระดับความยากพุ่งสูงสุดไปแล้ว

แต่กองทัพก็อบลินนั้น…สามารถนำไปใช้ในด่านบอสได้ และระดับความยากก็ยังไม่ถึงขีดสุด

นั่นหมายความว่าในด่านที่ 15 นี้ สามารถใช้ [เหตุการณ์มืด] ได้

เพื่อจุดประสงค์นี้ ราชาปีศาจจึงไม่ได้ใช้ [เหตุการณ์มืด] ในด่านที่ 11 ถึง 14 แต่สะสมพลังเอาไว้

《……นี่มันเรื่องอะไรกันครับ?》

แต่เหล่าผู้บัญชาการกองทัพที่ได้ยินเรื่องนี้เป็นครั้งแรก ต่างก็ทำหน้าไม่เข้าใจ ความสับสนเกาะกุมจิตใจพวกเขา

《นี่คือ ‘กฎ’ ของเกมนี้ พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจ แค่รู้ว่ามีกฎแบบนี้ก็พอ》

ราชาปีศาจโบกมือไปมา ราวกับไม่อยากอธิบายอะไรเพิ่มเติม

《อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทัพก็อบลินเป็นกองทัพเดียวที่ตรงตามเงื่อนไขนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าเลือก และที่สำคัญที่สุด》

ราชาปีศาจยิ้ม สายตาคมกริบจับจ้องไปที่คาลิ-อเล็กซานเดอร์

《ข้าไม่คิดว่ากองทัพก็อบลินอ่อนแอเลย》

《……》

《ถ้าพิจารณาจากความแข็งแกร่งของผู้บัญชาการกองทัพแต่ละคน อเล็กซานเดอร์ เจ้าอ่อนแอที่สุดในกลุ่มนี้》

ราชาปีศาจเรียกชื่อคาลิ-อเล็กซานเดอร์ โดยตัดคำนำหน้าออกไป น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง

ดวงตาของราชาก็อบลิน ซึ่งปกติไม่เคยแสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมาจากใต้หน้ากาก เริ่มสั่นไหว แม้จะเคยถูกดูถูกดูแคลนมาตลอดก็ตาม

แต่ภายนอกเขายังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยเอาไว้

《และเผ่าพันธุ์ของเจ้า ก็อ่อนแอที่สุดในบรรดาฝันร้ายทั้งหมดของอาณาจักรทะเลสาบแห่งนี้》

《……》

《แต่ว่า》

ราชาปีศาจพยักหน้ายิ้ม ๆ

《 ‘กองทัพ’ ของเจ้าน่ะ…… ไม่ใช่ว่าอ่อนแอเลย ใช่ไหม?》

《……องค์ราชาเหนือราชาผู้ยิ่งใหญ่》

คาลิ-อเล็กซานเดอร์เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง

ราชาก็อบลินค่อย ๆ ลุกขึ้น ย่อกายลงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม

《ถ้าท่านให้โอกาส ผมจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นตามที่ท่านว่า》

เสียงทุ้มต่ำดังก้องออกมาจากหมวกเหล็กที่ประดับประดาเป็นทั้งหน้ากากและมงกุฎ ฟังดูหนักแน่นและมั่นคง

《ผมจะแสดงให้โลกเห็นถึงเหตุผลที่กองทัพของผมได้ครอบครองที่นั่งสุดท้ายแห่งสถานที่นี้》

《ข้าจะให้โอกาสเจ้า》

ราชาปีศาจชี้มือออกไป คำสั่งที่ทรงพลังแผ่ซ่านไปทั่ว

《บุกโลก ฆ่าทุกอย่าง เผาผลาญทุกอย่าง ใช้จุดแข็งของเจ้าและกองทัพให้เต็มที่》

《……》

《และพิสูจน์ให้เห็น》

ราชาปีศาจกล่าวต่อ น้ำเสียงราวกับยั่วยุ ให้ผู้บัญชาการกองทัพอื่น ๆ ได้ยินอย่างชัดเจน

《ว่าเจ้าไม่ด้อยไปกว่าผู้บัญชาการกองทัพคนอื่น ๆ ในที่นี้ และเผ่าพันธุ์ของเจ้า ไม่ด้อยไปกว่าฝันร้ายอื่น ๆ ……ว่าเป็นกองทัพที่มุ่งสู่ความแข็งแกร่งที่สุด》

ฉึก!

คาลิ-อเล็กซานเดอร์โค้งคำนับ เหล่าผู้บัญชาการกองทัพแห่งฝันร้ายคนอื่น ๆ จ้องมองก็อบลินด้วยสายตาไม่พอใจ ความไม่สบอารมณ์ปรากฏชัดเจนบนใบหน้า

คาลิ-อเล็กซานเดอร์ค่อย ๆ ยืดตัวขึ้น หลังจากที่โค้งคำนับแล้ว เขาก็ถาม

«องค์ราชาเหนือราชา ขอถามหน่อยได้ไหมครับ? »

«ได้สิ»

«ท่านบอกว่าจะประทานพรให้เผ่าพันธุ์ของผม……ขอผมทราบเนื้อหาของพรนั้นได้ไหมครับ? »

ฮี่ ๆ

รอยยิ้มขาวโพลนปรากฏบนใบหน้าดำสนิท คล้ายเงาจันทร์เสี้ยว ปกคลุมด้วยความลึกลับของราชาปีศาจ

แล้วราชาปีศาจก็บอกถึงพรนั้น โดยไม่ลังเล กล่าวถึงเนื้อหาของ [เหตุการณ์มืด] ที่จะใช้ในด่านต่อไป

« ‘การสืบพันธุ์’ »

«……!»

«จงตั้งตารอ อเล็กซานเดอร์»

ราชาปีศาจหัวเราะอย่างสะใจ เสียงหัวเราะก้องกังวาน

«เพราะเจ้าจะได้บัญชาการกองทัพขนาดใหญ่ที่ไม่เคยบัญชาการมาก่อน!»

คาลิ-อเล็กซานเดอร์ค่อย ๆ ก้มหน้าลง รับฟังเสียงหัวเราะที่กึกก้องของราชาปีศาจ พลางรับรู้ถึงสายตาที่แฝงไว้ด้วยความไม่เป็นมิตรจากบรรดาผู้บัญชาการกองทัพคนอื่น ๆ

ใต้หน้ากาก ใบหน้าของราชาก็อบลินแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน

ใช่แล้ว สุดท้ายแล้ว

มีเพียงแค่ฆ่าและเผาผลาญ

เพื่อพิสูจน์ว่าก็อบลินคือก็อบลิน เพื่อพิสูจน์คุณค่าของก็อบลิน

มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น

***

“สวัสดีปีใหม่~!”

“ขอให้ปีใหม่นี้มีแต่ความสุขและพรมากมายนะ!”

อรุณรุ่ง ฉันตื่นขึ้นมา เกาพุงเบา ๆ ผ่านชุดนอน คลานไปที่ห้องอาหาร แล้วก็ได้ยินคำทักทายอุ่น ๆ เหล่านั้น

เอวานเจลีนกับดาเมียน ยิ้มแย้มแจ่มใส กลีบหิมะร่วยหล่นอยู่ตรงหน้าฉัน

ฉันเหลือบเห็นลูคัสกับจูเนียร์อยู่ในห้องอาหารด้วย

ทั้งคู่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเตรียมของบนโต๊ะ เมื่อสบตา พวกเขาก็โบกมือทักทายฉัน เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

“อ๊ะ? ปีใหม่เหรอ?”

ฉันลูบตาที่บวมเป่งจากการนอนหลับยาว แล้วถามด้วยเสียงแหบพร่า ปีใหม่งั้นเหรอ?

“นี่ รุ่นพี่คะ ไม่ได้ดูปฏิทินเลยเหรอคะ? ดูสิคะ!”

เอวานเจลีนชี้ไปที่ปฏิทินที่ติดอยู่บนผนัง

ปฏิทินแบบฉีกใช้ทีละวัน ที่ทำขึ้นเองด้วยมือ จริงด้วยสิ

มันเปลี่ยนเป็นเล่มใหม่ หนาเตอะ และตัวเลข ‘1 มกราคม’ โดดเด่นสะดุดตาอยู่ตรงกลาง

ฉันถอดหมวกนอนออก เกาหัวที่ยุ่งเหยิง แล้วพูดเสียงอ่อนระอา

“ฉันป่วยมาหลายวันแล้ว... ไม่มีอารมณ์จะดูปฏิทินเลย...”

หลายวันผ่านไปแล้วหลังจากเหตุการณ์นั้น ฉันนอนป่วยอยู่บนเตียงมาตลอด

แต่ฉันรู้สึกดีขึ้นในวันนี้ เลยพยายามคลานมาที่ห้องอาหาร แล้วก็พบว่าเพื่อนร่วมทีมกำลังเตรียมงานฉลองปีใหม่กันอย่างไม่ทันตั้งตัว

“จริง ๆ แล้ว ถ้าเตรียมเสร็จแล้ว จะไปปลุกให้รุ่นพี่ตกใจพร้อม ๆ กัน แต่นี่รุ่นพี่ออกมาเอง เลยต้องจัดเซอร์ไพรส์แบบนี้ซะเลย...”

“ต้องให้ฉันตกใจด้วยเหรอ...?”

“เมื่อคืนเที่ยงคืน พวกเราเผาปฏิทินปีเก่ากันแล้วนะ! รุ่นพี่นอนหลับเลยไม่ได้ร่วมด้วยใช่ไหม!”

“ฉันป่วยนี่นา…… เห็นใจฉันหน่อย……”

“แล้วพวกเธอเอาไฟไปเล่นตอนกลางคืนได้ยังไงกัน! เล่นไฟตอนกลางคืนแบบนั้น ฉันนึกภาพฝันร้ายตามไปด้วยเลยนะ ระวังตัวกันหน่อย!”

หลังจากฉันดุเอวานเจลีนเสร็จ ดาเมียนก็ยิ้มละมุนละไมราวกับเทพบุตร แล้วประทานพรสุขภาพให้ฉัน

“ขอให้ได้รับพรมากมายในปีใหม่นะฝ่าบาท! ขอให้ปีนี้สุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ!”

ไม่ใช่แค่คำพูด กลีบดอกไม้ที่โปรยลงมานั้นราวกับมีพลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์ผสมอยู่ ฉันรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย

“ฮือ ๆ ดาเมียน มีแค่นายเท่านั้นแหละ……!”

ฉันน้ำตาคลอเบ้า กอดดาเมียนแน่น ทำเป็นร้องไห้เสียใจ ดาเมียนก็ดิ้นหนีพลางบ่นว่าทำไมฉันถึงทำอย่างนี้

“ฉันอาจจะโปรยพลังศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ แต่ฉันมีวิธีดูแลสุขภาพที่ดีกว่านั้นค่ะ”

เอวานเจลีนพูดอย่างภาคภูมิใจ

ฉันเช็ดน้ำมูกบนไหล่ดาเมียนพลางขมวดคิ้ว อะไรกัน เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย

“ตอนนี้ก็หายป่วยเกือบหมดแล้ว…… เลยต้องออกกำลังกายทุกเช้า!”

“ไม่เอาาาา-!”

ฉันตะโกนคัดค้านเสียงดัง หมายความว่ายังไง! ฉันไม่ชอบทั้งเช้าและการออกกำลังกาย ทำไมถึงต้องมารวมกันด้วย!

“เธอเป็นปีศาจหรือเปล่า!”

“ฉันเป็นรุ่นน้องท่านนะคะ…ไม่ใช่สิ! แต่ฝ่าบาทต้องออกกำลังกายจริง ๆ นะคะ”

เอวานเจลีนและดาเมียนพาฉันไปที่โต๊ะอาหาร ลูคัสและจูเนียร์จัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังรอเราอยู่

“อรุณสวัสดิ์ปีใหม่ ฝ่าบาท”

“ขอให้ได้รับพรมากมายในปีใหม่ ฝ่าบาท!”

“ขอบคุณทุกคน ขอให้ได้รับพรมากมายเช่นกัน”

ฉันคงต้องให้เงินอั่งเปาพวกเขาด้วย… อ๊ะ ก่อนหน้านั้น ต้องรับคำอวยพรเสียก่อนสิเนาะ?

ฉันนั่งลงที่หัวโต๊ะ สมาชิกคนอื่น ๆ ก็ทยอยไปนั่งที่ของตัวเอง

“รอสักครู่นะครับ!”

ไอเดอร์เดินเข้ามาถือถาดใบใหญ่ที่วางหม้อขนาดมหึมาอยู่ด้านบน

ไอเดอร์สวมถุงมือกันความร้อนอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ ยกหม้อขึ้นวางบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล

“ปีใหม่นี้จะขาดอะไรไปไม่ได้! นอกจากสตูว์เนื้อร้อน ๆ แบบนี้ล่ะครับ!”

เมื่อเปิดฝาออก กลิ่นหอมฉุยของสตูว์เนื้อที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อชิ้นโต ลูกชิ้นกลม ๆ และผักนานาชนิด ลอยขึ้นมาปะทะจมูกพร้อมกับสีน้ำซุปแดงก่ำที่น่ารับประทานเหลือเกิน

ไอเดอร์ตักสตูว์ใส่จานให้เราแต่ละคน จานร้อนผ่าวจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

“หืม~! วันที่ 1 มกราคมต้องกินนี่แหละ ถึงจะรู้สึกว่าได้ต้อนรับปีใหม่จริง ๆ !”

เอวานเจลีนยกมือขึ้นดมกลิ่นสตูว์พลางสั่นไหล่เบา ๆ อะไรกันเนี่ย หมายความว่าเหมือนกับข้าวต้มกุ๊ยเลยเหรอ?

“ถ้ากินอันนี้ ก็จะแก่ขึ้นอีกหนึ่งปีใช่ไหมคะ?”

“คะ? หมายความว่ายังไงคะ? ฉันกินอันนี้ทีละห้าชามทุกปีเลยนะ อย่างนั้นฉันก็อายุมากกว่ารุ่นพี่เหรอคะ?”

เอวานเจลีนเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่เข้าใจวัฒนธรรมข้าวต้มกุ๊ยของเกาหลีเสียเลย

อย่าจริงจังกับเรื่องตลกมากเกินไปนะ…….

“……แต่กินถึงห้าชามเลยเหรอ?”

“สูงสุดคือแปดชามค่ะ ฮ่า ๆ !”

อะไรกัน นั่นมันเรื่องน่าภูมิใจตรงไหนกัน

ลูคัสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กระซิบเบา ๆ

“สิบชาม”

“ห้ะ? อะไรนะ ลุง?”

“ฉัน ทำลายสถิติ สิบชาม”

ลูคัสหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ ยิ้มเยาะเย้ย มุมปากของเอวานเจลีนกระตุกเล็กน้อยด้วยความโมโห

“ฉันกำลังโตขึ้นทุกปีนะคะ ยิ่งตัวสูงขึ้น ยิ่งท้องโตขึ้น! ฉันจะทำลายสถิติของลุงให้หมด!”

“แต่ตอนนี้เธอตัวเล็ก ท้องก็เล็ก แปดชามคือขีดจำกัดของเธอ”

“ไม่นะ! งั้นมาวัดกันเลย! มาเลย!”

“เธอตามไม่ทันหรอก ยัยเด็กน้อย……!”

สองอัศวินเริ่มเป่าลมร้อน ๆ จากสตูว์เพื่อให้เย็นลง พลางส่งเสียงฟู่ ๆ เบา ๆ

เอวานเจลีนตักสตูว์ใส่ชามที่สอง ดูเหมือนจะเพื่อให้เย็นลงไว้ก่อน

ฉันทนไม่ไหว จึงตะโกนเสียงดัง

“พวกนายก็กินให้พอดี ๆ บ้างสิเฮ้ย เพิ่งปีใหม่เอง! ไอ้พวกตะกละ!”

ถ้าพวกนายกินหมด เราจะกินอะไรกันล่ะเนี่ย! ห๊ะ!

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 344. [ด้านปีศาจ] การประชุมใหญ่ในราชสำนัก (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว