- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 340. [ด่านที่ 14] กษัตริย์กับอัศวิน (2)
◈บทที่ 340. [ด่านที่ 14] กษัตริย์กับอัศวิน (2)
◈บทที่ 340. [ด่านที่ 14] กษัตริย์กับอัศวิน (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 340. [ด่านที่ 14] กษัตริย์กับอัศวิน (2)
หวืออออ!
ฉันปักธงลงไปพร้อมใช้ [ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ] แสงสว่างเจิดจ้าแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
“อะไรกัน?!”
“นี่มันอะไรกัน……!”
ฉันยิ้มเยาะ ขณะได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ
ที่ฉันล่อพวกมันมาคือค่ายฐานนี่เอง
เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่ของศัตรู จึงไม่เข้าสู่สถานะ [ศึกแย่งชิงพื้นที่] แต่ฉันสามารถสร้างผลของอาณาเขตได้
และภายในอาณาเขตนี้…
ฟู่มมม!
ฉันสามารถสร้างป้อมปราการของตัวเองได้!
กำแพงป้อมปราการสีเทาอันแข็งแกร่ง เกิดจากเวทมนตร์สีเทาที่พุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ปกคลุมทั่วบริเวณ
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษที่ถูกกระแสการสร้างกำแพงป้อมปราการพัดผ่าน กรีดร้องด้วยความตกใจพลางกลิ้งหลบไปอย่างทุลักทุเล
“นี่มันไม่ดีเลยแฮะ แถวนี้ก็มีไกด์ที่ดี ๆ เยอะแยะนี่นา”
ถ้าได้เจอไกด์ที่ดีเหมือนไร้นามล่ะก็ คงได้เที่ยวอย่างสนุกสนานเสียแล้ว
“ดันมาเจอพวกมิจฉาชีพอันธพาลอย่างฉันเข้า!”
ที่นี่พวกแกจะตายกันหมดแน่!
“องค์ชายแอชชชช-!”
เมสันที่รู้ตัวว่าฉันเป็นต้นเหตุ วิ่งตรงดิ่งมาหาฉันด้วยความเร็วสูง แต่…
ควาจิ๊ก!
กำแพงสีเทาสูงตระหง่าน ปรากฏขึ้นตรงหน้าฉันทันควัน กั้นฉันกับเมสันออกจากกันอย่างเด็ดขาด
ขอโทษนะ แต่ป้อมปราการนี้สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ตามใจฉันเลย! แถมยังเป็นแบบเรียลไทม์อีกด้วย!
นั่นหมายความว่า!
ไม่จำเป็นต้องเป็นป้อมปราการรูปทรงทั่วไป! ไม่จำเป็นต้องมีหน้าที่ของป้อมปราการด้วยซ้ำ!
ฉ่าาาาาา! ฉ่าาาาา!
ป้อมปราการเวทมนตร์รูปทรงกลมดั่งค่าเริ่มต้นแรกเริ่ม ถูกประกอบขึ้นใหม่แบบเรียลไทม์ตามใจฉันราวกับต่อบล็อก
ป้อมปราการหดตัว บีบอัด เปลี่ยนรูปทรงจากวงกลมกลายเป็นสี่เหลี่ยม…
กู๋กุง!
สุดท้ายก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นโครงสร้างทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแข็งแกร่ง
โดยปกติแล้ว มันคือป้อมปราการเพื่อป้องกันการโจมตีจากภายนอก
แต่คราวนี้… มันจะเป็น… คุก เพื่อขังพวกที่อยู่ข้างใน
“กฎหมายมีไว้เพื่อทำลาย!”
เพียงแค่พลิกแพลง ป้อมปราการก็กลายเป็นคุกได้
สรุปแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าฉันจะใช้มันอย่างไร…
ฉันอยากจะผลักกำแพงให้พวกมันแหลกเหลวตายคาที่ แต่ขนาดของคุกกลับไม่เล็กลง เพราะพวกมันยังคงขัดขืนอยู่ข้างใน
“ต่อให้มากันกี่คน ก็เอาฉันไม่ลงหรอกน่า~”
ฉันพึมพำเบา ๆ พลางกระทืบเท้าลงบนกำแพงเวทมนตร์สีเทาอย่างแรง แล้วหันหลังกลับ
“ฝ่าบาท!”
“ฝ่าบาททรงปลอดภัยดีหรือไม่?!”
เหล่าทหารที่เฝ้ารออยู่ที่ค่ายฐานวิ่งตรงรี่เข้ามาหาฉัน
เอลิเซ่มาพร้อมกับกองกำลังสำรองที่ฉันส่งไปยังบริษัทวินเทอร์ซิลเวอร์ และมาร์เกอริต้าจากวิหารก็มาถึงด้วย
“ฝ่าบาทแอช! ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่โปรดสั่งการด้วยค่ะ!”
และคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ของเบอร์ดันดี้ที่รออยู่ที่ค่ายฐาน…เท่านี้ก็ถือว่ารวบรวมได้มากพอสมควรแล้วล่ะค่ะ
ฉันเห็นกองพลเงาที่บาดเจ็บสาหัส แต่ยังคงวิ่งไปทั่วเมือง เพื่ออพยพประชาชนและรวบรวมกำลังทหาร
ฉันพยักหน้าให้ทั้งสามคน
“ท่านนักบุญหญิง ฉันไม่เป็นไรแล้ว รีบรักษาบาดแผลให้ลูคัสกับกองพลเงาก่อนเถอะ”
“ค่ะ เข้าใจแล้ว…!”
มาร์เกอริต้าเริ่มใช้เวทมนตร์ฟื้นฟูให้ลูคัสทันที
ขณะที่ฉันกำลังสังเกตบาดแผลของลูคัสที่เปื้อนเลือดค่อย ๆ หายไป ช่างตีเหล็กคนแคระก็วิ่งมาอย่างตื่นตระหนก
“แอช!”
“ครับ เคลลิเบย์ ผมเอง”
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ได้ยินคำอธิบายคร่าว ๆ จากก็อตแฮนด์แล้ว แต่…”
“เรื่องละเอียดไว้ค่อยคุยกันทีหลัง แต่ก่อนอื่น…”
ฉันยื่นมือไปหาเคลลิเบย์พลางกระดิกนิ้วเบา ๆ
“อุปกรณ์ที่สั่งทำเสร็จแล้วใช่ไหมครับ?”
“กำลังปรับแต่งขั้นสุดท้ายอยู่ แต่…”
เคลลิเบย์บิดเคราหนา ๆ ของเขาพลางยิ้มบาง ๆ แล้วส่งของที่ห่อด้วยผ้ามาให้ฉัน
“เอาเถอะ อาวุธก็มักจะปรับแต่งขั้นสุดท้ายในสนามรบอยู่แล้ว ดูท่าจะรีบอยู่ รีบใช้ในสนามรบเลยก็แล้วกัน”
“ขอบคุณนะครับ”
หวืบ—
เมื่อเปิดผ้าออก ปรากฏว่าเป็นดาบที่อยู่ในฝัก
ด้ามจับที่ออกแบบเรียบง่ายแต่ประณีต ดูคุ้นตาดีเสียจริง
[ดาบศักดิ์สิทธิ์ประทาน]
อุปกรณ์ประจำตัวของลูคัสเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ฉันถือมันไปหาลูคัส ลูคัสที่รักษาบาดแผลเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นยืนอย่างเซื่องซึม
“ฝ่าบาทครับ”
“ลูคัส”
ฉันยื่น [ดาบศักดิ์สิทธิ์ประทาน] ออกไปข้างหน้า
“รับไป นี่คืออาวุธใหม่ของนาย”
“…….”
ลูคัสที่รับดาบไปก็มองด้ามจับอยู่นิ่ง ๆ สายตาจับจ้องด้ามดาบอย่างไม่ละสายตา
ครู่ใหญ่ ลูคัสจึงค่อย ๆ พูดออกมาเบา ๆ
“……ดาบเล่มนี้ เป็นดาบที่ฝ่าบาทประทานให้ผมเป็นครั้งแรกตอนเด็ก ๆ ครับ”
ฉันฟังอยู่นิ่ง ๆ ลูคัสยังคงพูดต่อ
“แล้วในคืนที่ผมทรยศฝ่าบาทคมดาบก็แตกเป็นเสี่ยง ๆ ไป”
“…….”
“หลังจากนั้นผมก็เก็บด้ามจับนี้ไว้กับตัวเสมอ เพื่อระลึกถึงความผิดพลาดในวันนั้น……และเป็นการเตือนใจตัวเอง”
ลูคัสกำด้ามจับแน่น ก่อนจะยื่นดาบกลับมาให้ผมอีกครั้ง มือสั่นเทาเล็กน้อย
“ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับดาบเล่มนี้แล้วครับ”
“……ลูคัส”
“ผมทรยศฝ่าบาททำให้ฝ่าบาทได้รับบาดแผลที่ไม่อาจลบเลือนได้…… แม้แต่จะเรียกตัวเองว่าผู้รับใช้ก็ยังรู้สึกอับอาย ผมเป็นเพียงคนทรยศคนหนึ่งเท่านั้น ผมพยายามหนีจากความจริงนั้น แต่ครั้งนี้ก็เพราะอดีตของผมที่ทำให้ฝ่าบาท……”
“เฮ้ย! เงียบ! เงียบไปซะ!”
ฉันตะโกนเสียงดัง “ลูคัส!”
ฉันตะโกนอีกครั้ง “ลูคัส!”
“ไม่สนใจ!”
“ครับ?”
“ฉันไม่สนใจเรื่องอดีตของนายหรอก!”
ลูคัสอ้าปากเล็กน้อย ฉันชี้มือไปข้างหน้าพลางพูดต่อ “ไม่ว่านายจะทำผิดอะไรกับฉัน! ฉันลืมไปแล้ว!”
จริงด้วย เพราะฉันไม่รู้เรื่องนี่นา
“แล้วไม่ว่าต่อไปนายจะทำผิดอะไรกับฉันอีก! ฉันก็จะลืมอีก!”
ฉันผลักดาบเข้าไปในอ้อมแขนของลูคัสอีกครั้งพลางพูดต่อ “ทรยศ?! ทรยศอีกสิ! สองครั้ง สามครั้ง สี่ครั้ง ทำเท่าไหร่ก็ได้! ไม่เกี่ยว!”
“ครับ?! ไม่ใช่สิ…ครับ?!”
“ถ้านายกลับมาอยู่ฉันง ๆ ฉัน เป็นอัศวินของฉัน!”
ฉันค่อย ๆ เอาคืนดาบออก
“เป็นสหายของฉันอีกครั้ง แค่นั้นก็พอแล้ว”
ร่วมเดินทางกับฉันมา 741 ครั้งแล้ว
และในที่สุดก็ถึงฉากจบ ฉันอยากพูดกับตัวเอกคนนั้น
อาจจะเป็นเรื่องตลกเล็กน้อย……ฉันแค่เฝ้าดูผ่านจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ฉันถือว่านายที่ร่วมเดินทางมา 742 ครั้งนั้นเป็นเพื่อนมาตั้งนานแล้ว
ลูคัสที่กอดดาบอยู่ก็พูดพึมพำ “สหาย……เหรอครับ?”
“ใช่ ลูคัส”
ฉันยกไหล่ขึ้น “นายกับฉันไม่ใช่เจ้านายกับสัตว์เลี้ยง แต่เป็นสหาย เป็นเพื่อนกันต่างหาก!”
……
“แต่เรื่องส่วนตัวน่ะอีกเรื่องนะ ส่วนเรื่องงาน เราก็เป็นผู้บัญชาการกับอัศวิน มีลำดับชั้นทางทหารอยู่ แต่……”
ฉันพูดพร่ำไปเรื่อย ก่อนจะสรุปสั้น ๆ ลง
“เราเป็นเพื่อนกัน ลูคัส ความจริงข้อนี้ไม่ว่าจะเคยเกิดอะไรขึ้น หรือจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตก็ไม่เปลี่ยนแปลง”
“…….”
“หรือว่า…ฉันคิดไปเองคนเดียว?”
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่……”
ลูคัสที่ปิดปากแน่น ก้มหน้าลง ผมสีทองยุ่งเหยิงเปื้อนเลือดบดบังดวงตาของเขาไว้
“……ไม่ใช่ครับ ฝ่าบาท ไม่ใช่แน่นอน”
ฉันลูบไหล่ลูคัสเบา ๆ แล้วชี้ไปที่ป้อมปราการเวทมนตร์
“กำลังจะถึงขีดจำกัดแล้ว พวกที่ขังไว้ข้างในกำลังจะออกมาแล้ว”
ฉันดื่มยาเวทมนตร์ที่เหลืออยู่ในคลังจนหมด แล้วก็เรียกใช้ป้อมปราการอย่างฝืน ๆ จึงถึงขีดจำกัดอย่างรวดเร็ว ฉันเห็นป้อมปราการเวทมนตร์เริ่มแตกร้าว อีกไม่นานก็จะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์
“พวกมันเป็นพวกคนชั่วที่พยายามจะทำลายแนวหน้าของเรา”
ฉันมองไปที่เหล่าทหารรอบ ๆ แล้วพยักหน้า
“เราจะตัดสิน พวกมันคือ ‘ปีศาจ’ ที่กองหน้าสัตว์ประหลาดของเราต้องกำจัด……กำจัดพวกมันให้หมด!”
“ครับ!”
เหล่าทหารตอบรับพร้อมกัน เสียงดังกึกก้อง
เอลิเซ่เตรียมโลงดาบ เบอร์ดันดี้และคณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ก็หยิบอุปกรณ์ของตนออกมา
กองพลเงาและกองกำลังสำรองพร้อมรบแล้ว มาร์เกอริต้าใช้เวทมนตร์สร้างโล่คุ้มกันพวกเขาไว้
เกราะของลูคัสที่ส่งไปซ่อมแซมที่ฝั่งเคลลิเบย์ทางด้านกอตแฮนด์เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ลูคัสสวมเกราะด้วยความช่วยเหลือของเคลลิเบย์ ฉันเอ่ยขึ้น
“ลูคัส”
“ครับ”
“ใช้ดาบเล่มนั้นตัดมันทิ้งซะ ตัดอดีตของนายทิ้งซะ”
ฉันส่งยิ้มให้ชายผู้เป็นผู้กล้าของโลกใบนี้
ฉัน... ผู้เล่นที่สิงสถิตอยู่ในร่างนี้ ยิ้มเยาะเย้ยเบา ๆ
“ไปกันเถอะ”
ลูคัสวางหมวกเหล็กที่ถือไว้ลงข้างกาย แล้วส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้
“……ครับ ไปกันเถอะครับ ฝ่าบาท”
กำแพงเวทมนตร์ค่อย ๆ สลายหายไป
ทันใดนั้น พลังเวทมนตร์ที่เหลืออยู่ในตัวฉันก็ค่อย ๆ เลือนหายไป และแล้ว...
ฉันก็หมดสติไป
***
หน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิส ทีมที่ 1 คือหน่วยรบพิเศษคัดสรรเฉพาะผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้แม้ในเงามืด
ความจริง พลังการต่อสู้ของพวกเขานั้นสูงมาก ถึงแม้จะฝึกซ้อมร่วมกับอัศวินแห่งกองพลจักรวรรดิ พวกเขาก็ทำคะแนนได้สูสี
ถ้าอนุญาตให้ใช้กลยุทธ์การลอบโจมตี และใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ พวกเขาก็สามารถเอาชนะอัศวินเหล่านั้นได้
พลังการต่อสู้ของแต่ละคนไม่น้อยหน้าเหล่าผู้กล้าชั้นยอดแห่งครอสโรดเลยทีเดียว
ทว่า...
สถานการณ์ครั้งนี้เลวร้ายยิ่งนัก
ฝุบ ๆ - กวาากวาากวาง!
พวกเขาถูกกักขังอยู่ภายในกำแพงสีเทาตั้งแต่เคลื่อนย้ายมาถึง ทันทีที่ออกมา ก็ต้องเผชิญกับการโจมตีจากทุกทิศทุกทาง
เบิร์นเอาท์ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วรัวลูกธนูระเบิดออกมาเป็นชุด ๆ ก็อตแฮนด์สร้างกำแพงเหล็กป้องกัน ขณะที่บอดี้แบ็กขว้างปาอาวุธอย่างไม่ยั้ง
คณะสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ นำโดยเบอร์ดันดี้ ยิงธนูและขว้างกริชใส่ศัตรูอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษที่ไม่มีที่กำบัง ถูกโจมตีด้วยอาวุธระยะไกลอย่างรวดเร็ว ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย
“บัดซบ! บุกทะลวงทางนี้!”
เมสันที่ใช้ดาบใหญ่ฟันสกัดลูกธนู ตะโกนด้วยน้ำเสียงดุเดือดพลางหันไปมองเหล่าทหารของตน
ขณะนั้นเอง ปรากฏร่างหญิงสาวแต่งกายเป็นสาวใช้ แบกโลงศพขนาดใหญ่ ผมสีน้ำเงินเข้มสั้น วิ่งฝ่าดงศัตรูเข้ามา
เจ้าหน้าที่บางคนที่จำเธอได้ถึงกับผงะ
“เธอคือ……?!”
“ไม่ใช่… นักฆ่าศพเอลิซาเบธ-”
เอลิเซ่เงียบขรึม ดึงดาบจากโลงศพออกมาอย่างสงบ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษที่พยายามฟันเธออย่างกระชั้นชิด
ฉวาก! ซึงคัง! กาากาากัก!
เธอหมุนตัวคล้ายลูกข่าง สังหารเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษไปทีละคนอย่างรวดเร็ว แม่นยำและเฉียบขาด
เมสันกัดฟันแน่น ขณะเห็นลูกน้องของตนล้มลงทีละคน ความสิ้นหวังคืบคลานเข้ามา
‘แบบนี้ไม่ได้แล้ว……!’
ตุ้บ ตุ้บ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น เมสันรีบหันไปมองตามเสียงนั้นทันที
“เมสัน เงามืดไม่เหมาะกับแก ภารกิจลับแบบนี้ก็ไม่เหมาะหรอก”
ลูคัสพูดเสียงเรียบ ดูเหมือนยังไม่ฟื้นตัวดีนัก เดินเซไปเซมา แต่ดวงตาสีฟ้าสดใสกลับดูมั่นคงหนักแน่น
“เข้าร่วมกองทัพอัศวินดีกว่าไหมล่ะ? อย่างนั้นแกจะได้ใช้ฝีมือดาบงี่เง่า ๆ นั่นบ้าง”
เมสันหัวเราะเบา ๆ ก่อนกำดาบใหญ่ในมือแน่นขึ้น
“ท่านเฟอร์นานเดซทรงให้คะแนนฉันสูงมากในบางด้าน เลยให้ภารกิจนี้มา”
“คะแนนสูง? อะไรกัน?”
“ความสามารถในการเอาตัวรอด”
เมสันหัวเราะอย่างเยาะเย้ย เสียงหัวเราะดังก้องกังวาน
“ไม่ว่าจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแค่ไหน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายขนาดไหน ฉันก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้อย่างปาฏิหาริย์จนภารกิจสำเร็จเสมอ……! เรื่องนี้ฉันรับประกัน!”
“ไม่หรอก เพราะชีวิตที่น่าสมเพชนั้นจะจบลงที่นี่”
ลูคัสค่อย ๆ วางมือลงบนด้ามดาบ ท่าทางสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
“มาจบเรื่องบาดหมางของเรากันเถอะ เมสัน”
“บาดหมางเหรอ? น่าเสียดายนะ คุณชายลูคัส”
ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน เมสันกระโดดเข้าใส่ลูคัสอย่างรวดเร็ว ฟันดาบลงมาอย่างแรงกล้า
“เพราะเราก็เคยมีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันนะ-!” เสียงของเมสันดังขึ้นท่ามกลางจังหวะดาบที่ปะทะกัน
ลูคัสชักดาบของตัวเองออกมาตอบโต้ ท่าทางคล่องแคล่วว่องไว
ฉ่าาาาา……!
เมื่อด้ามดาบเรียบง่ายถูกดึงออกมาจากฝัก แสงสว่างเจิดจ้าก็เปล่งประกายออกมาจากใบดาบ ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์
เมสันขมวดคิ้ว ความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้า
‘อะไรกัน? ดาบอะไรเนี่ย?’
ดูเหมือนว่า…… ใบดาบนั้นทำมาจากแสงสว่างจริง ๆ
ชิ้ง!
ดาบใหญ่ของลูคัสที่เปล่งประกายราวกับแสงอาทิตย์ชนเข้ากับดาบใหญ่ของเมสันอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวสะท้านไปทั่ว
เมสันที่กำลังต่อสู้ด้วยพลังอันเหลือล้นกับลูคัส ยิ้มกว้างพลางหัวเราะลั่น ฮึ ๆ ๆ
“สวยดีนี่ ไปสั่งทำมาใหม่เหรอ? วาววับสะดุดตาจริง ๆ นี่ดาบอะไรกัน?”
ลูคัสตอบเสียงเรียบ กระชับ
“มันคือความเสียใจของฉัน...และ...”
เขาเกร็งมือทั้งสองข้าง กำดาบแน่น
ลูคัสเปล่งเสียงด้วยพลังที่แผ่กระจายไปทั่ว
“...การให้อภัยแก่ฉัน”
ฉัวะ—!
ดาบของลูคัสส่องแสงเจิดจ้า แสงวาบกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_