- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 332. [เนื้อเรื่องเสริม] ปราการด่านสุดท้าย
◈บทที่ 332. [เนื้อเรื่องเสริม] ปราการด่านสุดท้าย
◈บทที่ 332. [เนื้อเรื่องเสริม] ปราการด่านสุดท้าย
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 332. [เนื้อเรื่องเสริม] ปราการด่านสุดท้าย
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วราวกับโกหก อีกไม่กี่วันต่อมา ด่านที่ 14 ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว
“วู…...”
เกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าเบาบาง
“ฤดูหนาวมาเยือนเต็มตัวแล้วสินะ”
ฉันมองดูหิมะขาวโพลนปกคลุมลานบ้าน ก่อนจะปิดหน้าต่างลง หนาวจับใจจริง ๆ
ครอสโรดที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของทวีปแห่งนี้ โดยปกติแล้วค่อนข้างอบอุ่น แต่คำว่า ‘ทิศ’ นั้นเป็นเพียงความหมายสัมพัทธ์
เมื่อเทียบกับประเทศทางเหนือ ที่นี่อาจ ‘ค่อนข้าง’ อบอุ่นกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอากาศจะร้อนชื้นหรืออะไรทำนองนั้น
รู้สึกเหมือนอยู่ที่เกาหลีเลย… สี่ฤดูชัดเจนมาก
‘นี่คือจุดใต้สุดแล้วนะ ยังหนาวขนาดนี้ แล้วประเทศทางเหนือของทวีปจะมีฤดูหนาวแบบไหนกันนะ?’
ฉันนึกถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาณาจักรทางเหนือที่ว่า หิมะตกได้แม้ในฤดูร้อน ถ้าอย่างนั้นฤดูหนาวที่นั่น หิมะคงถล่มลงมาจากฟ้าเลยใช่ไหม?
‘ตายเป็นตาย ฉันก็ไม่ไปเที่ยวทางเหนือแน่ ๆ ’
ฉันห่มผ้าห่มหนา ๆ ตัวสั่นเทา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้หน้าเตาผิง
โลกแห่งจินตนาการนี้คงไม่มีพื้นอุ่น ๆ แบบบ้านเราแน่ ฉันจึงต้องนั่งคุกเข่าอยู่หน้าเตาผิง จิบโกโก้ร้อน ๆ ที่ไอเดอร์ชงให้ นี่แหละคือวิธีป้องกันความหนาวที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“รุ่นพี่ สบายดีไหมคะ?”
เอวานเจลีนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ เหลือบมองฉันด้วยแววตาเปี่ยมห่วงใย
“ดูเหมือนจะหนาวมากเลยนะคะ……?”
“อ้อ ฉันไม่ค่อยแข็งแรงในหน้าหนาวเท่าไหร่หรอก…… ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็ชินเอง”
แต่พอได้จิบโกโก้ร้อน ๆ นั่งอยู่ใกล้ ๆ เตาผิง ห่มผ้าห่มหนา ๆ ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้ว
วันนี้จะทำงานเอกสารอยู่แบบนี้ทั้งวันละกัน……
“ฝ่าบาททท!”
ฉับพลันนั้น ประตูห้องทำงานก็เปิดออก แล้วไอเดอร์ก็วิ่งเข้ามาอย่างร้อนรน
อ่า นี่มันลางสังหรณ์ของการทำงานชัด ๆ คงมีเรื่องให้ฉันต้องออกจากรังอบอุ่นนี้แน่ ๆ
ฉันทำหน้าเศร้า ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงคอ พลางถามด้วยน้ำเสียงอิดโรย
“อืม ฉันอยู่ตรงนี้ เกิดอะไรขึ้น? หิมะตกหนักจนหลังคาร่วงเหรอ? ขาดอุปกรณ์ทำความสะอาดหิมะเหรอ? ถ้าเป็นไปได้อยากจะอนุมัติเอกสารออนไลน์นะ…….”
แต่มันไม่ใช่เรื่องพวกนั้น
“มีแขกมาจากพระราชวังครับ!”
ฉันลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้ายนั้น
“เป็นพระชายาของท่านลาร์คและลูกชายทั้งสามคนครับ!”
“มาถึงเสียที!”
ภรรยาและลูกชายทั้งสามของลาร์ค... ฉันสั่งการให้ปฏิบัติการลับนำพวกเขาออกจากวังไปแล้ว
รายงานระบุว่าพวกเขาหนีออกจากวังและเดินทางลงใต้มาที่นี่ จนในที่สุดก็มาถึงครอสโรด
***
สาขาห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองครอสโรด
แขกทุกคนได้รับเชิญมาที่นี่ ฉันสวมโค้ทหนา ๆ พันผ้าพันคอแน่นหนาพลางรีบก้าวเข้าไปในอาคาร
“ฝ่าบาท”
หญิงสาวผมสีน้ำเงินเข้มที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าโค้งคำนับ ด้านหลังเธอมีดาบขนาดใหญ่สะพายอยู่
เอลิเซ่ ผู้พิทักษ์ส่วนตัวของเซเรเนด และหัวหน้าปฏิบัติการช่วยครอบครัวลาร์คหนีออกจากวัง นักรบระดับ SSR
ฉันยิ้มบาง ๆ พลางตบไหล่เอลิเซ่เบา ๆ
“เอลิเซ่! เหนื่อยน่าดูเลยนะ มีอะไรลำบากไหมระหว่างการช่วยหนี?”
“การช่วยหนีไม่มีปัญหาอะไรมากค่ะ ทว่าเนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล แขกผู้มีเกียรติเลยเหนื่อยกันบ้าง แต่ทุกคนปลอดภัยดีค่ะ”
“ไม่มีทหารไล่ตามมาเหรอ?”
“มีค่ะ แต่...จัดการไปแล้วค่ะ”
เอลิเซ่พูดประโยคที่ฟังดูน่ากลัวอย่างน่าประหลาด แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ฉันชมเชยเอลิเซ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ้มให้เธอพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อ้อ แล้วอัลเบอร์โต้ล่ะ? ฉันคิดว่าเขาจะมาทักทายฉันก่อนนะ?”
“เดินทางมาด้วยกันจนถึงครึ่งทางค่ะ แต่เขากลับไปพระราชวังแล้วค่ะ บอกว่าต้องมีคนติดต่ออยู่ในพระราชวังไว้ก่อน…….”
“ไอ้ตาแก่คนนั้นนี่……”
ฉันเลียริมฝีปากเบา ๆ ตอนนี้แม้แต่พระราชวังก็กำลังถูกไฟสงครามเผาผลาญ จึงไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน ดูเหมือนว่าอัลเบอร์โต้จะกลับไปที่นั่นด้วยความสมัครใจ
แน่นอนว่าถ้าเรามีไพ่สำรองอยู่ในพระราชวัง ก็คงดี ทว่ากระนั้น คนแก่ ๆ แบบนั้น ทำไมต้องเสี่ยงด้วยนะ
‘คงจะทำได้ดีแหละ ประสบการณ์เป็นพ่อบ้านมาตั้งนานแล้ว’
แต่ฉันก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี……
“งั้นก็เข้าไปกันเถอะค่ะ”
เอลิเซ่ชี้ไปทางด้านในอาคาร “นายหญิงของฉันกำลังรับแขกผู้มีเกียรติอยู่ค่ะ”
พอเข้าไปในอาคาร ห้องรับแขกที่ตกแต่งอย่างหรูหราและสะดวกสบายก็ปรากฏขึ้น ตกแต่งได้ดีกว่าคฤหาสน์ของเจ้าเมืองอีกนะ……?
ภรรยาและลูกชายทั้งสามของลาร์คนั่งอยู่บนโซฟาขนาดใหญ่ในห้องรับแขก กำลังดื่มชายามบ่ายอยู่ด้วยกัน
เซเรเนดส่งยิ้มอ่อนหวานพลางรินชาให้พวกเขา เสียงหวานใสคุยอยู่กับทุกคน
ฉันเดินเข้าไปแล้วตะโกนเสียงดัง
“พี่สะใภ้!”
……ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำนี้เหมาะสมหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ นี่แอชนี่นา เลยเรียกแบบสบาย ๆ เพราะเรื่องมารยาทในราชสำนักน่ะ ฉันไม่ค่อยรู้หรอกนะ
“โอ้ ฝ่าบาทแอช!”
โชคดีที่ภรรยาของลาร์คไม่ได้สงสัยอะไรเลย
ลูกชายทั้งสามของลาร์คที่จำฉันได้ กระโดดลงจากโซฟาพร้อมกัน วิ่งตรงรี่มาหาฉัน เรียกฉันเสียงใสว่า “ลุง! ลุง!”
ฮ่า ๆ น่ารักขนาดนี้ ไม่ให้เงินไปเที่ยวก็ไม่รู้จะให้ทำไม
หลังจากพบปะทักทายกันเล็กน้อย เซเรเนดก็เอามาชาร้อน ๆ มาเสิร์ฟให้ฉันที่นั่งอยู่บนโซฟา
ฉันส่งรอยยิ้มขอบคุณไป ก่อนจะหันไปพูดกับภรรยาของลาร์ค
“ทางเหนือคงวุ่นวายน่าดูสินะครับ?”
ขณะนั้น กองพลที่ 1 นำโดยลาร์ค และกองทัพรักษาพระราชวังนำโดยเฟอร์นานเดซ กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดอยู่รอบ ๆ พระราชวัง
กองพลที่ 1 บุกฝ่าเข้าไปได้ยากยิ่ง กองทัพรักษาพระราชวังยังคงยืนหยัดอย่างแข็งกร้าว
สงครามยืดเยื้อ ข่าวการสู้รบระหว่างสององค์ชายแห่งเอเวอร์แบล็ก แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
‘แล้วไอ้จักรพรรดิทำอะไรอยู่เนี่ย…….’
หลายปีมานี้ จักรพรรดิก็ยังคงหลบหน้าอยู่เช่นเคย
อาจจะกำลังต่อสู้กับเหล่าปีศาจที่บุกมาจากนรกก็ได้ ทว่า
ถึงยังไงก็เถอะ ประเทศตัวเองกำลังวุ่นวายขนาดนี้ ทำไมไม่สนใจอะไรเลยเนี่ย
“ใช่ค่ะ ระหว่างทางมาที่นี่ก็เกือบจะเกิดเรื่องหลายครั้งแล้ว…… ทั้งประเทศกำลังวุ่นวายอลหม่านไปหมดค่ะ”
ภรรยาของลาร์คยิ้มอย่างองอาจ
“แต่ฉันเชื่อว่ามันจะจบลงเร็ว ๆ นี้ค่ะ สามีของฉันมีศักยภาพที่จะจัดการทุกอย่างได้ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเปี่ยมล้นด้วยความเชื่อมั่นในตัวสามีอย่างสุดหัวใจ ฉันยิ้มให้เธออย่างเห็นใจ
“ใช่ครับ ผมก็เชื่อใจพี่ชายเหมือนกัน ทุกอย่างจะจบลงเร็ว ๆ นี้แหละ”
ต่อไปนี้ถ้าลาร์คขึ้นเป็นจักรพรรดิ เธอก็จะเป็นจักรพรรดินี และลูก ๆ คนใดคนหนึ่งก็อาจจะเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป
ฉันต้องดูแลเขาให้ดี ฉันคงต้องให้เงินไปเที่ยวพวกเขาด้วย……
“……ฝ่าบาทเฟอร์นานเดซ”
ภรรยาของลาร์คก้มหน้าลง พลางพึมพำเบา ๆ
“ทำไมถึงทำแบบนี้คะ?”
“…….”
“เพราะ……ต้องการบัลลังก์ใช่ไหมคะ?”
ฉันไม่ได้ตอบอะไร
อย่างที่ฉันบอกไปแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้เหตุผลที่เฟอร์นานเดซทำเช่นนี้ และฉันก็ไม่สนใจด้วย
ฉันแค่รู้สถานการณ์ล่วงหน้า จึงใช้มันให้เป็นประโยชน์เท่าที่จะทำได้
หลังจากนั้นเราก็พูดคุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้สักพัก ฉันจึงลุกขึ้น บอกให้พวกเขาได้พักผ่อนเสีย เพราะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลมาแล้ว
“ขอให้พักผ่อนให้สบายที่นี่จนกว่าสถานการณ์จะสงบลง เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ผมจะติดต่อพี่ชายให้มารับเองครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ ฝ่าบาทแอช”
แล้วภรรยาของลาร์คก็จ้องมองฉัน ฉันยิ้มน้อย ๆ เขิน ๆ
“อืม ทำไมถึงมองผมแบบนั้นล่ะ……?”
“……ไม่ใช่หรอกค่ะ แค่รู้สึกว่าท่านโตขึ้นมากเลย เมื่อก่อนตัวเล็ก ๆ น่ารัก ๆ แต่ตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”
ฉันนึกออกแล้ว ลาร์คเคยเล่าว่าฉันเคยเล่นกับเขาตอนเด็ก ๆ ภรรยาของลาร์คคงเคยเล่นกับฉันด้วยเช่นกัน
ฉันยิ้มพลางชี้ไปที่เหลน ๆ
“เด็ก ๆ พวกนี้ก็โตเร็วเหมือนกัน หรืออาจจะเร็วกว่าพี่ชายลาร์คด้วยซ้ำ”
“ฮ่า ๆ สามีของฉันเป็นอัศวินที่เจ๋งมาก แต่ไม่น่ารักแบบนี้หรอกค่ะ”
ภรรยาของลาร์คพูดติดตลก พร้อมกับกอดลูก ๆ เอาไว้แนบอกแน่น
“ฉันอยากให้ลูก ๆ ของฉันน่ารักแบบนี้ตลอดไปเลยค่ะ”
แต่เป็นไปไม่ได้หรอก เด็ก ๆ โตเร็วเหลือเกิน เดี๋ยวก็กลายเป็นลุงล่ำ ๆ เหมือนลาร์ค
ความน่ารักใสซื่อแบบนี้จะหายไปในพริบตา จงใช้เวลาที่มีความสุขนี้ให้เต็มที่เถอะ
ฉันบีบแก้มเหลน ๆ แลกเปลี่ยนสายตาอำลากับภรรยาของลาร์คเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องรับแขกไป
เซเรเนดวิ่งตามฉันมาอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณนะ เซเรเนด ที่อนุญาตให้ฉันพาแขกมาที่นี่”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ และฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธโอกาสดี ๆ แบบนี้ ในฐานะแม่ค้าค่ะ”
เซเรเนด ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แต่ทำไมไม่พาไปที่คฤหาสน์ของเจ้าเมือง แต่มาที่นี่แทน…… คงมีเหตุผลใช่ไหมคะ?”
“ใช่… ฉันเป็นห่วงบางอย่าง”
ขณะนั้น มีสมาชิกหน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสห้าคน ถูกขังอยู่ในเรือนจำกลางครอสโรด
ทั้งหมดห้าคนที่ถูกส่งมาพร้อมกับเมสัน ฉันจับกุมพวกที่รู้ตัวตนถูกจับกุมทั้งหมด แล้วขังไว้ในเรือนจำกลาง
พวกเขากล่าวว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการเสริมสร้างการลาดตระเวนในครอสโรด ทว่า…
‘ฉันไม่โง่นะ จะไปเชื่ออย่างนั้นได้ยังไง’
ในสถานการณ์ที่สงครามทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ มีทีมที่แข็งแกร่งที่สุด ทีมที่หนึ่ง มาที่นี่ ซึ่งไม่ใช่ฝ่ายลาร์ค และนี่ก็เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกล
พวกเขาต้องวางแผนอะไรสักอย่างแน่ ๆ แล้วพวกเขากำลังหวังอะไร?
‘ความเป็นไปได้มากที่สุดคือภรรยาและลูกชายทั้งสามของลาร์ค’
ฉันลักลอบนำผู้คนที่เฟอร์นานเดซต้องการจับเป็นตัวประกัน ออกจากพระราชวังไปแล้ว
ถ้าหากเฟอร์นานเดซส่งหน่วยรบพิเศษ ทีมที่หนึ่ง มาเพื่อจับพวกเขาอีกครั้งล่ะ? มันดูบังเอิญอย่างน่าประหลาดใจเลยนะ
เพื่อปกป้องพวกเขา ฉันจึงตัดสินใจให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ที่สาขาห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์แห่งนี้
อาคารหลังนี้ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองครอสโรด นั่นหมายความว่า มีค่ายทหารและสิ่งอำนวยความสะดวกทางยุทธศาสตร์สำคัญ ๆ อยู่ใกล้เคียง
มันปลอดภัยกว่าคฤหาสน์ของเจ้าเมืองที่ตั้งอยู่ชานเมืองเสียอีก
‘ตอนนี้ฉันยังไม่รู้ว่าเฟอร์นานเดซวางแผนอะไร สิ่งเดียวที่ฉันทำได้คือการเสริมสร้างการป้องกัน’
ฉันสั่งการให้เพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยรอบ ๆ อาคารห้างหุ้นส่วนวินเทอร์ซิลเวอร์ เพิ่มจำนวนทหารลาดตระเวนทั่วเมือง และเข้มงวดกับการตรวจสอบบุคคลแปลกหน้าที่ลักลอบเข้ามาจากภายนอกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
คนที่จะก่อเรื่องมากที่สุดนั้นอยู่ ๆ ก็ติดคุกไปเสียแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้มีสายลับเพิ่มเข้ามาอีกเป็นอันขาด
ฉันอาจจะไม่สามารถวางใจได้อย่างสมบูรณ์ แต่ฉันคิดว่าได้ทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว
เมื่อฉันอธิบายสถานการณ์โดยสังเขป เซเรเนดก็พยักหน้ารับรู้
“พวกเราจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ ในช่วงเวลานี้เราจะมอบหมายให้เอลิเซ่เป็นผู้คุ้มกันพวกเขาค่ะ”
“ขอบคุณนะ เซเรเนด ฝากด้วยนะ”
ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ
ครอสโรดกำลังจะมีแขกผู้มีเกียรติมาเยี่ยมเยียนมากมาย และในจำนวนนั้นมีหลายคนที่เกี่ยวโยงกับความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ละเอียดอ่อน ฉะนั้น ความขัดแย้งแฝงเร้นจึงย่อมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
“ฉันต้องสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา……”
แล้วก็ต้องรีบสร้างโรงแรมด้วย
ฉันต้องหาที่พักให้แขกผู้มาเยือน สร้างโรงแรมสักแห่งก็เรียบร้อย!
ฉันคิดพลาง เซเรเนดก็หันไปมองห้องรับแขก แล้วพึมพำเบา ๆ
“ดูดีนะคะ เหมือนคู่สามีภรรยาเลยค่ะ”
“หือ? อ้อ อืม……?”
“แม้จะอยู่ห่างไกลกัน แต่ก็เชื่อใจกันอย่างแนบแน่น เชื่อมั่นในเส้นทางของกันและกัน และสามารถปลอบโยนกันได้แม้ในยามคับขัน……ยอดเยี่ยมมากค่ะ”
“ใช่ ใช่แล้ว”
“ยิ่งกว่านั้น ลูก ๆ ก็น่ารักด้วย……”
เซเรเนดพูดจบ ก็เหลือบดวงตาสีเงินมาทางฉัน
ฉันตกใจ อะไรกัน! นั่นหมายความว่ายังไง!
“ฝ่าบาท”
เซเรเนดเอื้อมมือมาทางฉัน
นิ้วเรียวบางของเธอแตะที่แก้มฉันที่แข็งตึง แล้วก็…
“ตัวร้อนอีกแล้วนะคะ”
เธอลูบไล้ไปตามหน้าผาก ก่อนวางมือลงบนหน้าผากฉัน
ฉันที่อึ้งไป ถึงกับลุกขึ้นกระโดด แล้วถามด้วยความตกใจ
“หือ?! ตัวร้อน?! จริงเหรอ?! ฉันตัวร้อนเหรอ?!”
“ค่ะ เพิ่งหายป่วยไม่นาน ท่านทำงานหนักเกินไปหรือเปล่าคะ? ได้ยินมาว่าท่านเป็นลมในระหว่างการเดินทางออกรบครั้งล่าสุด……”
“อะไรกัน ใครบอกเธอ? ฉันปิดเป็นความลับแล้วนะ…….”
“คุณหนูเอวานเจลีนค่ะ ฉันซื้อขนมไปให้ เธอก็บอกเลยค่ะ”
เอวานเจลีนนน! เธอนำความลับของฉันไปขายเพื่อแลกกับขนมกี่ชิ้นเนี่ยยย!
“ฮ่า ๆ อย่าไปตำหนิคุณหนูเอวานเจลีนเลยค่ะ ฉันเป็นแม่ค้านะคะ? ฉันเป็นแม่ค้าข่าวกรองที่เน้นการจัดการข้อมูล อย่างที่ฝ่าบาทเคยเน้นย้ำ ถ้าไม่ใช้ขนม ฉันก็หาอะไรอื่นมาใช้เพื่อให้ได้ข้อมูลนี้อยู่แล้วล่ะค่ะ”
เซเรเนดพูดเรียบนิ่งพลางยิ้มอย่างนายเล่ห์
“อย่าทำงานหนักเกินไปเลยนะคะ ฤดูหนาวเพิ่งเริ่ม และยังมีการต่อสู้ที่ฝ่าบาทต้องเผชิญอยู่ค่ะ”
“…….”
“ดูเหมือนว่าช่วงนี้ท่านจะทำงานหนักเกินไป ฉันเป็นห่วงนะคะ”
จริง ๆ แล้วหลังจากหมดพลังเวทย์ในดันเจี้ยน ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
ทว่ากระนั้น ฉันก็กินหัวใจมังกรไปแล้ว! และฉันก็ยังมีงานอีกมากมาย ฉันไม่มีวันล้มลงได้ในตอนนี้
แต่ฉันก็พูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะเซเรเนดมองฉันด้วยสายตาเปี่ยมห่วงใย ฉันจึงยิ้มอย่างขมขื่นพลางโบกมือเบา ๆ
“รู้แล้ว ฉันจะพักผ่อนหลังจากจบการป้องกันครั้งนี้ อย่าเป็นห่วงเลยนะ”
สองวันต่อมา รุ่งอรุณแห่งวันโกลาหลที่เหล่าปีศาจบุกถล่มฐานปฏิบัติการแนวหน้ามาเยือน
ฉันลืมตาขึ้นในเช้าวันนั้น สัมผัสได้ถึงความร้อนแผดเผาบนหน้าผาก พลางเช็ดน้ำมูกที่ไหลเยิ้มออกมา กระซิบเบา ๆ ด้วยเสียงแหบพร่า
“……เวรเอ้ย”
อย่ามาป่วยตอนนี้สิ! ฉันตอนนี้ดูโทรมกว่าคูอิลันตอนเป็นปลาปักเป้าอีก!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_