- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 328. [สำรวจอิสระ] ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ (3)
◈บทที่ 328. [สำรวจอิสระ] ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ (3)
◈บทที่ 328. [สำรวจอิสระ] ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 328. [สำรวจอิสระ] ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ (3)
“ดูเหมือนทุกคนจะเก่งขึ้นกว่าปกตินะ?”
เอวานเจลีนกระโดดโลดเต้นลงจากที่นั่งพลางกล่าว
คนอื่น ๆ ในปาร์ตี้ก็เช่นกัน ทุกคนพยักหน้าด้วยสีหน้าสดใสแจ่มบาน
‘ถ้าอย่างนั้น ภายในเขตแดนนี้ ทักษะและคุณสมบัติบัฟต่าง ๆ ที่ฉันมีอยู่ทั้งหมดก็ใช้ได้นี่นา’
ช่วงที่ผ่านมา ไม่มีช่องว่างเหลือเลย ทำให้ใช้คุณสมบัติอย่าง [โทเท็มโจมตี] หรือ [โทเท็มป้องกัน] ไม่ได้ แต่ตอนนี้ใช้ได้แล้ว
อย่างนี้นี่เอง ถึงได้บินได้คล่องแคล่วขนาดนี้ บัฟของฉันก็มีผลบ้างสินะ?
ฉันแจ้งให้คนในปาร์ตี้ทราบว่า ภายในเขตป้อมปราการแห่งนี้จะได้รับบัฟสารพัดชนิด และให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับระลอกต่อไปสักครู่
ตุ๊ม! ตุ๊ม! ตุ๊ม!
เสียงคำรามกึกก้องสะท้านพื้นดินดังมาจากระยะไกล ไม่ต้องมองก็รู้ว่าเป็นฝูงสัตว์ประหลาดชุดใหม่
“ไปกันเลย! รอบต่อไป! เริ่ม!”
เอวานเจลีนตะโกนเสียงใสปิ๊ดปี้พร้อมกับชูมือขึ้น
แกร็ก~!
เสียงหมวกเหล็กของลูคัสดังขึ้นเบา ๆ เพราะถูกเอวานเจลีนตีอย่างแผ่วเบา
พร้อมกับเสียงดังสนั่นของหมวกเหล็กนั้นเอง ระลอกการบุกของสัตว์ประหลาดชุดที่สองก็เริ่มต้นขึ้น
ดวงตาของลูคัสที่แอบซ่อนอยู่ใต้หมวกเหล็กซึ่งเอวานเจลีนตีจนเอียงไปนั้น ส่องประกายดุร้าย
“เดี๋ยวค่อยเจอกัน”
“อยากเจอหรอกนะ แต่หมวกแบบนี้ ฉันเลยมองหน้าไม่เห็นนี่นา~?”
เอวานเจลีนที่ถือหอกและโล่ใหม่เอี่ยม ยักไหล่ยั่วโมโหพลางหัวเราะร่าเริง ลูคัสกัดฟันกรอด ๆ แล้วหันหลังเดินออกไปนอกป้อมปราการ
ฉันยืนกอดอกหัวเราะเบา ๆ ขณะเฝ้ามองคู่หูอัศวินทั้งสองที่ดูสนิทสนมกันเหลือเกิน เล่นกันอย่างสนุกสนานจริง ๆ
ตุ๊ม! ตุ๊ม! ตุ๊ม!
สัตว์ประหลาดตัวโต ๆ ที่ถาโถมเข้าใส่สองอัศวินที่กำลังทะเลาะกันอย่างออกรสอยู่นั้น มีรูปร่างใหญ่โต หัวเป็นนกเหยี่ยว แต่ลำตัวกลับเป็นหมี
หมีเหยี่ยว นั่นเอง (Hawkbear)
ชื่อที่ตรงไปตรงมา บอกถึงรูปลักษณ์ของมันได้อย่างชัดเจน
ในโลกแห่งจินตนาการ ยิ่งผสมผสานอะไรเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นสัตว์ประหลาดตัวนี้จึงมีทั้งพละกำลังมหาศาลของหมี และความคล่องแคล่วว่องไวของนกเหยี่ยว เป็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ที่มีค่าสถานะสูงลิ่ว
‘ไม่ใช่สิ หมีก็คล่องแคล่วพอแล้ว… นกเหยี่ยวก็น่าจะมีพละกำลังมากพอแล้ว…’
ซึ่งก็ตามคำอธิบายโปรไฟล์สัตว์ประหลาด มันก็เป็นเช่นนั้น และมันก็เป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ เร็วอย่างกับสายฟ้า แข็งแกร่งอย่างกับภูเขา
ครั้วววว!
หมีเหยี่ยวหลายสิบตัวที่วิ่งมาอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่ป้อมปราการอย่างไม่ลดละ
พวกมันแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ โจมตีตรงกลางและด้านซ้ายขวาของป้อมปราการพร้อมกัน
“ฉันจะรับผิดชอบด้านขวาเอง~!”
“ผมจะรับมือทางซ้าย!”
เอวานเจลีนรับหน้าที่ป้องกันทางขวา ลูคัสรับผิดชอบทางซ้าย วิ่งกรูเข้าประจำการทันที
หมีเหยี่ยวฝูงใหญ่ที่บุกเข้ามาทางซ้ายและขวา ถูกขวางไว้ด้วยแนวป้องกันที่แน่นหนาของสองอัศวิน
“หมีเหยี่ยวพวกนี้มีวัตถุดิบทำยาเวทมนตร์หายากนะ! จับให้ได้โดยไม่ทำให้เสียหายเยอะด้วยล่ะ!”
จูเนียร์ผู้รับผิดชอบป้องกันกำแพงด้านขวา ปล่อยเวทมนตร์สายฟ้าพุ่งทะยานออกไป
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
สายฟ้าฟาดผ่าลงใส่หมีเหยี่ยวหลายตัวพร้อมกัน
“สุดยอด!”
เอวานเจลีนที่ยืนอยู่กลางวงล้อม ยกโล่รับสายฟ้า ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกตื่นเต้นหรือเจ็บปวดมากกว่ากัน ร้องออกมาด้วยความมัน
ดาเมียนที่เข้าร่วมป้องกันกำแพงด้านซ้ายโดยอัตโนมัติ เล็งปืนคาบศิลาพลางเช็ดเหงื่อที่ผาก
“อืม…แต่ถ้าใช้เวทมนตร์สายฟ้าโจมตี ก็จับมันไม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบสินะ…?”
ปัง! ปั่ง! ปั่ง!
เสียงปืนของดาเมียนดังก้อง กระสุนทะลุหัวใจและสมองของหมีเหยี่ยวอย่างแม่นยำ
ลูคัสก็ฟันคอพวกสัตว์ประหลาดด้วยดาบ ราวกับกำลังเต้นรำอันงดงาม ท่วงท่าคล่องแคล่ว
หมีเหยี่ยวพวกนั้นเร็วและแข็งแกร่ง แต่ทีมของเราก็ยิ่งกว่า สบาย ๆ เหลือเฟือจนมีเวลาคุยกันไปด้วยระหว่างปะทะ
และฝูงสัตว์ประหลาดที่ถาโถมเข้ามาทางด้านหน้า…
ตูมคว้าง!
ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!
ป้อมปืนและโล่ป้องกันทำงานอย่างสมบูรณ์แบบ ป้อมปืนอัตโนมัติดาหน้ายิงกระสุนเวทมนตร์ถล่มลงมา
ฉันยืนอยู่บนกำแพงเมือง โบกไม้เท้าเวทมนตร์ [มาเอสโตร] ฟันดาบเวทมนตร์ออกไปอย่างต่อเนื่อง
ครั้ว!
ครั้วววว……!
หมีเหยี่ยวล้มลงทีละตัว
พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดที่พึ่งพาค่าสถานะเป็นหลัก ถ้าเป็นทหารธรรมดาคงได้รับความเสียหายอย่างหนักแน่ ๆ แต่ฝั่งฉันนี่…ล้วนแต่คนเก่งค่าสถานะสูงไปหมด เลยกำจัดได้โดยไม่เสียหายแม้แต่น้อย
“หืม?”
เมื่อหมีเหยี่ยวล้มลงไปครึ่งทาง ฉันมองสำรวจรอบ ๆ พลางหรี่ตาลง
“บอสตัวร้ายอยู่ไหนกัน?”
ตอนนี้เหลือแต่หมีเหยี่ยวธรรมดาเท่านั้น
อย่างที่รู้กัน ในศึกแย่งชิงพื้นที่ครั้งนี้ ทุกระลอกของสัตว์ประหลาดจะมีบอสระดับสูงปะปนมาด้วยเสมอ
ดังนั้น…ควรจะมีบอสระดับสูงของกองทัพหมีเหยี่ยวอยู่ด้วยสิ……
‘ปกติเวลานี้…’
ฉันหันหลังกลับไปอย่างฉับพลัน
“อ้อมหลังแน่!”
อย่างที่คาดไว้
เงาหนึ่งค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ด้านหลังป้อมปราการ
“พวกสัตว์ประหลาดสารเลว! ทำแบบนี้ทุกทีเลยนะ!”
ฉันตะโกนขณะชี้ไม้เท้าไปทางนั้น คมดาบเวทมนตร์สามเล่มหมุนติ้วแล้วพุ่งเข้าใส่เงาอย่างรวดเร็ว
ทว่า
ฉ่าาต-!
เงานั้นกระโดดสูงขึ้นอย่างง่ายดาย หลบคมดาบเวทมนตร์ที่ฉันยิงออกไปทั้งหมดได้อย่างไม่ยากเย็น
‘อะไรกัน? หมีเหยี่ยวมันขยับตัวคล่องแคล่วขนาดนี้…’
ไม่ใช่แค่คล่องแคล่ว
มันกระโดดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กางแขนออกกว้างราวกับกระรอกบิน แผ่นหนังบางเบาที่เชื่อมต่อระหว่างปีกและรักแร้แผ่ขยายออก ปีกกางกว้างเต็มที่
แล้วมันก็ลื่นไถลเข้ามาในป้อมปราการ พุ่งข้ามกำแพงสูงตระหง่านไปอย่างง่ายดาย!
“โฮลี่ชิต!”
ฉันร้องออกมาโดยไม่ทันได้คิด
“หมีเหยี่ยวนก!”
อย่างที่ว่า มันคือหมีเหยี่ยวนกที่บินได้!
สัตว์ประหลาดชั้นยอด เร็วที่สุดและคล่องตัวที่สุดในกองทัพหมีเหยี่ยว – นักล่าหมีเหยี่ยว (Assassin) นั่นเอง!
‘นี่มันบอสตัวฉกาจของด่านนี้สินะ!’
ในเกม เหล่าผู้เล่นเรียกมันง่าย ๆ ว่า หมีเหยี่ยวนก
เพราะมันเป็นเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มหมีเหยี่ยวโง่ ๆ นั่นที่บินได้!
“วันนี้เป็นวันพิเศษอะไรกันเนี่ย-?!”
หมีเหยี่ยวตัวอื่น ๆ มีรูปร่างอ้วนท้วม แต่ไอ้ลูกสมุนนักฆ่าตัวนี้กลับมีรูปร่างเพรียวลม
ที่คอมีสร้อยคอทำจากกะโหลกศีรษะของศัตรูที่มันเคยสังหารมา มันเป็นสร้อยที่น่าสยดสยองอย่างยิ่ง
‘ค่าสถานะของเผ่าหมีเหยี่ยวก็ดีอยู่แล้ว บินได้ แล้วยังล่องหนได้อีก!’
นี่มันมีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนแล้ว!
ซี่๊ดดด!
นักล่าหมีเหยี่ยวนั้นกระโดดข้ามกำแพงลงมา ร่อนลงสู่ใจกลางป้อมปราการอย่างสง่างาม
เป้าหมายของมันคือธงที่ปลิวไสวอยู่กลางป้อม ธงที่ฉันใช้ใน [ประกาศอาณาเขตจักรวรรดิ] เสาธงกลางใจกลางป้อมปราการนี้
กติกาหลักของเกมแย่งชิงพื้นที่ก็คือ… แย่งธง!
การควบคุมธง จะเป็นตัวตัดสินชัยชนะในศึกครั้งนี้
และแล้ว…
“ปกป้องไว้ด้วยชีวิต! แก๊งสามสหายมือไว-!”
ฉันตะโกนลั่น แก๊งสามสหายมือไวที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านหลัง พุ่งตัวไปยังเสาธงทันที เพื่อเตรียมรับมือ
ราชองครักษ์โทรลล์! อัศวินโครงกระดูก! นักรบแมงป่อง!
ทั้งสามต่างเป็นคลาสนักรบระยะประชิด
ถึงแม้ว่านักล่าหมีเหยี่ยวจะเป็นสัตว์ประหลาดชั้นยอดที่ได้รับบัฟบอส แต่พวกเขาก็ควรจะรับมือได้บ้าง!
ครืนนนนน-!
ฉับพลันนั้น นักล่าหมีเหยี่ยวและแก๊งสามสหายมือไวก็ปะทะกันอย่างดุเดือด
ควัก! ฟุ่บ!
โทรลล์ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ กระเด็นไปไกลลิบ
ไม่เป็นไร! มันเป็นโทรลล์นี่นา! ฟื้นได้อยู่แล้ว!
วูบ! แชะ! กรัง-!
โครงกระดูกแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทั่วพื้น
ไม่เป็นไร! มันเป็นโครงกระดูกนี่นา! ประกอบใหม่ได้!
ฉ่าาาา!
แมงป่องตัวนั้นแยกออกเป็นลำตัวและหางอย่างไม่เหลือชิ้นดี
ไม่… ไม่เป็นไร… มันเป็นแมงป่องนี่นา… อืม……
“ฉันจะเทยาให้! ทนไว้!”
แก๊งสามสหายมือไวที่ถูกทำลายยับเยินเหลือแต่เศษซาก มองมาที่ฉันด้วยแววตาตำหนิเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ซื้อเวลาให้ฉันได้แล้ว!
ฉันวิ่งฝ่าดงกระสุนไปยังกลางป้อมปราการอย่างรวดเร็ว แล้วตะโกนเสียงดัง
“เฮ้ย! หมีเหยี่ยวโง่! มองมาที่ฉัน!”
สายตาคมกริบของนักล่าหมีเหยี่ยวปะทะกับฉัน ทันควัน ฉันใช้ [เนตรของผู้บัญชาการ] ทันที
“หยุดตรงนั้น! ดอกมูกุงฮวาบานแล้ว-!” (เพลงในสควิทเกมแหละครับ)
[ระดับความยากของคำสั่ง : ง่าย]
[เปรียบเทียบค่าความฉลาดของผู้ใช้กับค่าพลังเวทมนตร์ของเป้าหมาย]
[ตัดสินอัตราความสำเร็จ เริ่มทอยลูกเต๋า….]
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นพร้อมกับแสงสีฟ้าอ่อนวาบขึ้นตรงหน้า แทบจะในทันทีที่ลูกเต๋าร่วงหล่นลง
ภายในเขตป้อมปราการนี้ [เนตรของผู้บัญชาการ] ของฉันทรงพลังยิ่งกว่าที่เคย
[การทอยลูกเต๋าเสร็จสิ้น!]
>สำเร็จ : 1 ตัว
[ดำเนินการบังคับคำสั่ง]
สำเร็จแน่นอนอยู่แล้ว!
ครั้ว……?
นักล่าหมีเหยี่ยวหยุดชะงักกลางอากาศ ท่าทางที่กำลังวิ่งอยู่แข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง ดูแล้วขันขำน่าดู
“นักล่าหมีเหยี่ยว!”
ฉันใช้ทักษะ [จงอยู่ใต้อาณัติของข้า!] ติดต่อกันสองครั้ง
“จงอยู่ใต้อาณัติของข้า!”
พลันนั้น ปลอกคอสำหรับสุนัขประดับด้วยโซ่แวบปรากฏขึ้นกลางอากาศ แล้วรัดแน่นอยู่ที่คอของนักล่าหมีเหยี่ยว
ติ๊ง!
[รับนักล่าหมีเหยี่ยว (SR) เข้าเป็นพันธมิตร!]
- ความจงรักภักดีปัจจุบัน : 10(+50)/100
- คำสั่งเด็ดขาด : 1 ครั้ง
เย้! ได้ตัวระดับเทพมาแล้ว!
หลังจากจับบอสได้ บัฟของมันก็หายไป เหลือเพียงสัตว์ประหลาดชั้นยอด แต่ก็ยังใช้การได้ดีอยู่
“ลงทะเบียนสมุดภาพใหม่… ฉันก็ใกล้จะเป็นเทรนเนอร์ที่เก่งที่สุดเข้าไปอีกแล้ว…”
ฉันพึมพำกับตัวเองเบา ๆ พลันก็เห็นเอวานเจลีนกับลูคัสโบกมือจากบนกำแพง
“รุ่นพี่! ทางนี้จัดการเสร็จแล้ว~!”
“ได้กำจัดหมีเหยี่ยวทั้งหมดแล้วครับ!”
“ดีมาก! ทุกเหนื่อยหน่อยนะ เดี๋ยวฉันไปช่วย!”
ฉันรีบเทยาให้แก๊งสามสหายสุดยอดความเร็ว จากนั้นก็ประกอบโครงกระดูก สั่งให้นักล่าหมีเหยี่ยวทักทายและทำความรู้จักกัน ก่อนจะวิ่งไปยังกำแพง
《…….》
《…….》
สี่ตัวที่เหลือ มองหน้ากันไปมา ดูท่าจะเขินอายอยู่ไม่น้อย แต่ช่างเถอะ ตอนแรกก็ต้องเขินกันบ้างแหละเนอะ อยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ ก็ต้องสนิทกัน เพื่อนต้องอยู่ด้วยกันอย่างฉันท์มิตรสิ!
ฉันปีนขึ้นไปบนกำแพง สูดหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมพร้อมรับมือกับระลอกต่อไป
นี่คือระลอกสุดท้าย ถ้าจัดการได้ ศึกแย่งชิงพื้นที่ครั้งนี้ก็จบลงเสียที
แล้วจู่ ๆ …
บี๊บ บี๊บ บี๊บ บี๊บ บี๊บ
“……หืม?”
เสียงเตือนแหลมสูงและน่ารำคาญดังขึ้นข้างหู ราวกับเสียงไซเรน
[ALERT! ALERT! ALERT!]
ฉันเปิดหน้าต่างระบบ [เครื่องตรวจจับบอส] ระบบทำงานอยู่
ฉันตั้งค่าไว้ว่าจะแจ้งเตือนเฉพาะเมื่อตรวจพบผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายเท่านั้น สัตว์ประหลาดธรรมดาไม่ต้องแจ้งก็ได้
“นี่มันอะไรกันเนี่ย! อย่าบอกนะว่าตอนนี้…?!”
เหงื่อเย็นไหลซึมลงหลัง
ถึงพวกเราห้าคนจะเป็นสุดยอดฝีมือ แต่ผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายนี่…มันคนละระดับกันเลย
ถ้าเจอคนเก่งขนาดนั้นมาจริง ๆ พวกเราห้าคนจะสู้ไหวเหรอ…?!
แล้วก็…
ปัง—!
ฉับพลันนั้น ควันสีชมพูพวยพุ่งออกมาตรงหน้าป้อมปราการ ตามมาด้วยเหล่าสัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวขึ้นมา
สัตว์ประหลาดที่ปรากฏตัวนั้นก็คือ…
《โอ๊ย! เดี๋ยว ๆ ๆ เฮ้ แต่งหน้าสวยไหมเนี่ย?》
ราชินีซัคคิวบัสที่กำลังวุ่นวายกับการแต่งหน้า
และเหล่าลูกสมุนซัคคิวบัสที่กำลังเหงื่อตกกับกระจกเงาที่ตั้งอยู่ตรงหน้า…
“…?”
ฉันอึ้งไปชั่วขณะ มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
ราชินีซัคคิวบัส – ซาโลเม ยังคงแต่งหน้าและจัดทรงผมต่อไปโดยไม่รู้ตัวว่ามีคนมองอยู่
《ชุดเป็นไงบ้าง? โอเคไหม? ครั้งที่แล้วฉันใส่ชุดสุภาพไป มันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ครั้งนี้เลยสั่งให้จัดชุดที่โป๊ที่สุดมา เป็นไงบ้าง? ดูเผ็ดร้อนไหม?》
เหล่าลูกสมุนซัคคิวบัสชูนิ้วโป้งขึ้นพร้อมกัน
ซาโลเมยิ้มอย่างพึงพอใจ โพสท่าต่าง ๆ ตรงหน้ากระจก ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางจ้องมองดวงตาตัวเอง
“โอ๊ย! ฉันนอนทั้งอาทิตย์เลย ดูสิ ตาบวมขนาดไหน… อย่างนี้เองเหรอ ซัคคิวบัสถึงได้ดูแลตัวเองลำบาก ทำงานอยู่ในฝัน พอออกจากงานก็ตาบวมนี่เอง… ควรจะประคบเย็นนะ ใครมีน้ำแข็งบ้าง ปีศาจแห่งความฝัน? ยกมือขึ้น!”
ลูกสมุนซัคคิวบัสต่างก็ส่ายหน้า ซาโลเมถอนหายใจยาว
“ถึงจะถูกเรียกตัวอย่างกระทันหัน แต่ฉันก็เตรียมตัวอย่างเต็มที่แล้วนะ อย่างนี้แอชก็ต้องมองฉันใหม่แน่ ๆ … อ๊าก!”
ดูเหมือนเธอเพิ่งจะรู้ตัวว่ากำลังยืนอยู่ตรงหน้าศัตรู
ซาโลเมและลูกสมุนซัคคิวบัสตกใจ กรีดร้องเสียง “อุ๊ยตาย! อุ๊ยตาย!” พลางเก็บกระจกและโยนเครื่องสำอางทิ้งกระจัดกระจาย
“เอ่อ… คือ…”
ซาโลเมเหงื่อไหลโทรมหน้า โบกมือทักทายฉันอย่างเขินอาย
“เอ่อ… สวัสดี แอช…เหรอ?”
ปัง!
ลูกสมุนซัคคิวบัสที่อยู่ด้านหลัง โรยกลีบดอกไม้ลงมาพร้อมกับควันสีชมพูฟุ้งกระจาย ขณะเดียวกันก็ยังพยายามโบกพัดให้กลีบดอกไม้ปลิวไปตามลมอย่างขะมักเขม้น
“…….”
ฉันตัวสั่น ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตะโกนเสียงดังลั่น
“แกมาโผล่ที่นี่ทำไม ยัยนี่!”
ครั้งนี้ฉันจะฆ่าปีศาจแห่งความฝัน ยัยสต๊อกเกอร์บ้าให้ได้!
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_