- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 324. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (6)
◈บทที่ 324. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (6)
◈บทที่ 324. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (6)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 324. [เนื้อเรื่องเสริม] ช่วงเวลาอันงดงาม (6)
หลายวันผ่านไป ลูคัสค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ
แพทย์ประจำตระกูลผู้ดูแลลูคัสปล่อยโฮออกมาดังลั่น
“คุณชาย! ฟื้นแล้ว!”
“คุณลุง…เมสันเหรอครับ?”
ลูคัสพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายพันด้วยผ้าพันแผลหนาแน่น
นี่คือคฤหาสน์ตระกูลแม็คเกรเกอร์ บ้านเกิดที่เขาจากมาเนิ่นนาน เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ แต่ความสับสนยังคงปกคลุมความคิดของเขา
“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน…?”
ความทรงจำบางส่วนพร่าเลือนไป ผลข้างเคียงจากการแปลงร่างเป็นปีศาจยังคงหลอกหลอน
ภารกิจล้มเหลว แอชจับได้ว่าเขาทรยศ และควรจะตายไปแล้ว
แล้วเหตุใดเขาถึงยังมีชีวิตอยู่…และกลับมาอยู่ที่บ้านได้
“ฝ่าบาทแอชทรงส่งคนมาพาคุณชายกลับมาที่นี่ครับ! บาดแผลก็รักษาจนหายดีแล้ว แต่คุณชายสลบไปหลายวัน ผมเป็นห่วงท่านเหลือเกิน…”
เมสันร่างกายกำยำทว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม ภาพที่ไม่เข้ากับรูปร่างสูงใหญ่ของเขา ทำให้ลูคัสตาเบิกกว้าง เขาถามอย่างร้อนใจ
“ไม่มีข่าวสารอะไรเพิ่มเติมอีกเหรอ?!”
“อ้อ…ใช่แล้วครับ! จดหมายจากเจ้าชายแอชอยู่ตรงนี้ครับ”
เมสันยื่นจดหมายให้ลูคัส ลูคัสรับมาอ่านด้วยใจที่กระวนกระวาย เนื้อหาสั้น กระชับ เจาะจง
- หายไปให้พ้น ตลอดกาล
“…”
ลูคัสหลับตาแน่น แล้วเก็บจดหมายอย่างทะนุถนอม
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนหันไปหาเมสัน
“คุณลุงเมสันล่ะ…?”
เขาพลาดการลอบสังหารแอช เฟอร์นานเดซ คงจัดการกับคนตระกูลแม็คเกรเกอร์ที่เป็นตัวประกันไปเรียบร้อยแล้ว
“ท่านเฟอร์นานเดซปล่อยตัวพวกเราทุกคนแล้ว!”
“ถึงแม้ผมจะล้มเหลวเหรอ…?”
“นี่ ๆ นี่คือจดหมายจากท่านเฟอร์นานเดซ ลองอ่านดูนะครับ”
เมื่อลูคัสกางจดหมายออก ก็พบข้อความดังนี้
- ความทุ่มเทของนายตลอดมาหมดความหมายไปแล้วเพราะภารกิจครั้งนี้ล้มเหลว
- แต่เพื่อเป็นการยกย่องความเหนื่อยยากของนาย ฉันจะช่วยชีวิตคนในตระกูลของนาย และจะลดหนี้ของนายลงครึ่งหนึ่ง
- ฉันยังคงชื่นชมความสามารถของนายอยู่ ถ้าอยากจะชำระหนี้ที่เหลือ…
ฉีก!
ลูคัสขยำจดหมายแน่น ก่อนฉีกมันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เมสันที่เฝ้ามองลูคัสด้วยความตกใจถามขึ้นอย่างลังเล
“แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อไปครับ?”
“…ต้องมีชีวิตอยู่สิครับ”
ลูคัสยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากแห้งกร้าน รอยยิ้มของเด็กหนุ่มที่เคยดูใสซื่อ บัดนี้…
“ถึงโลกจะแตก คนก็ต้องมีชีวิตอยู่”
เปลี่ยนไปแล้ว ราวกับรอยยิ้มของหมาป่า
***
ลูคัสขายคฤหาสน์และที่ดินของตระกูลแม็คเกรเกอร์ไป
ถึงกระนั้นก็ยังไม่พอใช้หนี้ สุดท้ายเขาจำต้องขายโรงฝึกดาบ ตำราลับของตระกูล และดาบโบราณที่สืบทอดกันมาจนหมดสิ้น
ตำราลับและดาบตระกูลแม็คเกรเกอร์ขายได้ราคาดีทีเดียว
วันที่คฤหาสน์ตระกูลถูกขายทอดตลาด ป้ายโรงฝึกดาบก็ถูกถอนออกไปพร้อมกันนั้น
เหล่าคนรับใช้และผู้ภักดีที่รับใช้ตระกูลแม็คเกรเกอร์มาจนวินาทีสุดท้ายต่างก็ร่ำไห้ฟูมฟาย ลูคัสกอดปลอบพวกเขาคนแล้วคนเล่า
“ขอโทษนะ ที่ทำให้พวกคุณลำบากมาตลอด ทุกคน…ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ”
แม้เมสันอยากอยู่เคียงข้างเขา แต่เขาก็ต้องผลักดันให้ทุกคนจากไป
เขาขายทุกอย่างจนเหลือเพียงฝุ่นธุลี ชำระหนี้สินจนหมดเกลี้ยง
ลูคัสกลายเป็นคนไร้เงินทอง
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือด้ามดาบที่ใบดาบหักเหลือแต่ด้าม ดาบที่แอชมอบให้เขา
“…”
ลูคัสจ้องมองด้ามดาบอยู่นาน ก่อนเก็บมันใส่กระเป๋า แล้วเริ่มเดินไปอย่างเชื่องช้า
ไม่มีอะไรให้เสียใจอีกแล้ว
สถานที่ที่เขาจะไป ถูกลิขิตไว้แล้ว
***
“หน้าด้านจริง ๆ นะ”
พระราชวังฤดูร้อนของแอช
แม้เป็นเวลากลางวัน แต่ก็ปิดม่านหนาจนห้องมืดมน แอชนั่งอยู่บนเก้าอี้ จิบเหล้าเงียบ ๆ
ที่เขี่ยบุหรี่ข้าง ๆ เต็มไปด้วยก้นบุหรี่ที่ดับแล้ว
“แกเป็นคนทรยศ ยังกล้ามาปรากฏตัวต่อหน้าฉันอีกเหรอ?”
แอชเยาะเย้ยด้วยแววตาที่ดูไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเด็กอายุสิบห้าปี เหมือนคนชราที่จิตใจถูกบั่นทอนจนสิ้นเชิง แววตาเศร้าสร้อยนั้นสะท้อนความอ่อนล้าและผอมโซ
ตุบ
ลูคัสคุกเข่าลงต่อหน้าเขาอย่างเงียบเชียบ
“โปรดให้โอกาสผมได้ชดใช้”
“ชดใช้? จะชดใช้ได้อย่างไร?”
“ผมจะรับใช้ฝ่าบาทเหมือนสุนัข ถ้าฝ่าบาทให้เห่า ผมก็จะเห่า ถ้าฝ่าบาทให้ฆ่า ผมก็จะฆ่า”
“จะเอาสุนัขที่กัดเจ้าของกลับมาเลี้ยงอีกเหรอ?”
“หากสุนัขกัดเจ้าของ ก็ควรจะกำจัดมันเสีย แต่ฝ่าบาททรงช่วยชีวิตผมไว้”
แอชหัวเราะเยาะเย้ย ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
“ฉันช่วยชีวิตแกไว้เพราะการทรยศของแกมันไร้ความหมาย ไม่ว่าแกจะทรยศหรือไม่ แม่ของฉันก็ตายไปแล้วอยู่ดี ไม่ช้าไม่นานฉันก็คงเป็นเช่นนั้น…”
แอชยกเหล้าที่เหลืออยู่ขึ้นดื่มรวดเดียว แล้ววางแก้วลงอย่างแรง รอยยิ้มเศร้า ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“…และการไล่แกไปจากที่นี่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะไม่ว่ายังไง แกก็จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับชะตากรรมที่สาปแช่งของฉันอยู่ดี ช่างน่ารำคาญเสียจริง”
“ฝ่าบาทจะรับผมกลับไปอีกครั้งเหรอครับ?”
“ฉันให้โอกาสแกหนีไปแล้ว แต่แกกลับมา ดังนั้น ฉันจะใช้แกจนถึงลมหายใจสุดท้าย”
ลูคัสเงี่ยหูฟังแอชพูด แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด
“เป็นได้แค่สุนัขที่เชื่อฟังคำสั่งของฉันสุดใจ ถ้าทำผิด ก็จะถูกฆ่าทิ้งตามที่แกขอ”
“ตามที่ฝ่าบาทบัญชาครับ”
เขาจะเป็นแค่สุนัข
สุนัขไม่สงสัยคำสั่งของเจ้าของ
“…บอกก่อนนะ ฉันกำลังจะพังลงเรื่อย ๆ”
แอชหวีผมยุ่งเหยิงไปด้านหลัง
“จิตวิญญาณฉันชำรุดเสียหายมาก ตอนนี้ยังพอทรงตัวได้เพราะเพิ่งกลับมา แต่พอเวลาผ่านไป ก็จะแตกสลายเป็นชิ้น ๆ”
“…”
“ฉันจะลืมชื่อคน ลืมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ สุดท้ายก็จะลืมจุดประสงค์ของตัวเอง ดังนั้น แก จงจำเอาไว้ จำให้ดี”
ลูคัสไม่ได้พยายามจะเข้าใจ
แต่เขาจำคำพูดต่อไปนี้ได้
“ในปีที่อายุครบยี่สิบสาม ฉันจะต้องไปที่ครอสโรด เพื่อเริ่มเกมสุดท้าย”
อีก 8 ปีข้างหน้า
เขาต้องไปยังปลายสุดทางใต้ของโลก ตามคำสั่งของเจ้านาย
บนโต๊ะข้าง ๆ แอชมีกระดานหมากรุกอยู่ ไม่มีตัวหมากอื่น มีเพียงกษัตริย์สีขาวและสีดำเท่านั้น
บนกระดานหมากรุกที่ว่างเปล่า แอชหยิบตัวหมากที่ตกลงพื้นขึ้นมาวาง
ตุบ
อัศวิน
อัศวินสีขาวถูกวางไว้ตรงหน้ากษัตริย์
“ถ้าฉันลืม ก็ให้แกเป็นคนนำทางฉัน ฉันเชื่อใจแก”
ขณะนั้นเอง คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของลูคัส
เขาพยายามไม่สงสัย แต่เขารู้สึกว่าต้องถามตอนนี้
“…ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ?”
“เพิ่งกลับมาเป็นสุนัข ก็ยังจะมาถามอะไรอีก ไม่มีมารยาทเลยนะ”
แม้จะบ่นออกมา แต่แอชก็พยักหน้า ลูคัสถามเสียงแผ่วเบา
“เหตุผลที่ฝ่าบาทจะเล่น ‘เกม’ นั้นคืออะไรครับ?”
ดวงตาของแอชเบิกกว้าง
ดวงตาที่มืดมนและเศร้าหมองราวกับบาดแผลเก่า ส่องประกายสดใสขึ้นมาแวบหนึ่ง
“นั่นสิ…แน่นอน มีเหตุผลเดียวเท่านั้น”
ขณะนั้น ลูคัสรู้สึกราวกับ
สายฝนโปรยปรายลงบนแผ่นดินแห้งผาก
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มสดใส ดั่งเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปี ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของแอช
ลูคัสแน่ใจแล้ว
อ่า คนคนนี้
ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปมากมายเพียงใด สุดท้ายแล้วเขาก็ยังเป็นคนที่เขาเคยรับใช้
แอชยิ้มกว้างพลางเอ่ยขึ้น
“เพื่อช่วยโลกใบนี้ไว้ไง”
***
แอชพาลูคัสออกไปด้านนอก
รถม้าแล่นไปยังคฤหาสน์เคานต์วินเทอร์ซิลเวอร์ เซเรเนดวิ่งออกมาต้อนรับด้วยเท้าเปล่า เมื่อเห็นแอชมาเยือน
“ท่านสามี!”
เซเรเนดวิ่งเข้ามากอดแอช แอชยืนนิ่ง
“หลังจากงานศพของจักรพรรดินีดัสเทีย ท่านสามีก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย…ฉันเป็นห่วงมาก สบายดีไหมคะ?”
เซเรเนดเงยมองใบหน้าซีดเซียวของแอช น้ำตาคลอเบ้า แล้วเธอก็สังเกตเห็นกลิ่นเหล้าและบุหรี่ติดตัวแอช
เซเรเนดที่ไม่รู้จะทำอย่างไร พูดอย่างระมัดระวัง
“ท่านสามีคะ ฉันเข้าใจว่าคุณเสียใจ แต่เหล้ากับบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ”
“ขอโทษนะเซเรเนด ฉันไม่ได้มาฟังเธอบ่น”
“เชิญเข้าไปข้างในก่อนนะคะ ฉันจะชงชาอุ่น ๆ ให้ ถ้าฉันช่วยปลอบใจคุณได้…”
“ไม่ต้องปลอบใจหรอก”
แอชพูดเสียงเย็นชาพลางชี้มือเบา ๆ
“เอาเงินมา ฉันต้องการใช้”
“อะไรนะคะ? เงิน…เหรอคะ?”
“เธอเป็นทายาทตระกูลพ่อค้า ก็ต้องมีเงินอยู่บ้างแหละ เอาออกมาเร็ว ๆ”
แอชทำท่าทางหยิ่งยโส แล้วแสยะยิ้ม รอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายเกินกว่าใบหน้าเล็ก ๆ ของเขา
“ถ้ามีเหล้าดี ๆ ก็เอาสักขวดมาด้วย”
“…”
ใบหน้าของเซเรเนดซีดเผือดลงทันที
ทว่าเธอก็กลับเข้าบ้านไปเงียบ ๆ แล้วกลับมาอีกไม่กี่นาที ถือหีบเล็ก ๆ และขวดเหล้ามา
“ในหีบนี้…เป็นเครื่องประดับที่ฉันสะสมมาตั้งแต่เด็ก ฉันเก็บไว้ใช้ในงานแต่งงานกับท่านสามี และเหล้าขวดนี้…”
แอชไม่ได้ฟังต่อ เขาคว้าหีบและขวดเหล้าจากมือเซเรเนดไป
เขาเปิดหีบดู แล้วเห็นเพชรพลอยมากมาย จากนั้นก็หันหลังกลับทันที
“ขอบคุณ ฉันจะใช้มัน”
“คะ…”
“ฉันจะมาอีก เตรียมไว้ให้มากเท่านี้ด้วย ได้ไหม?”
เซเรเนดมองแผ่นหลังของแอชที่เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังแม้แต่ครั้งเดียว ดวงตาเต็มไปด้วยความอาลัย หมดหวัง
ลูคัสเหงื่อตกไหลเป็นทาง โค้งคำนับเซเรเนดเบา ๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามแอชไปทันที
แอชขึ้นรถม้า เซเรเนดร้องไห้ออกมาเสียงสะอื้น
“ท่านสามี…”
“…”
“ไม่ว่าจะเป็นเงิน เหล้า หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ท่านสามีหายเศร้า ฉันจะจัดหาให้หมด ดังนั้น…”
เซเรเนดกลั้นน้ำตาไว้ พลางอมยิ้มอย่างเศร้าสร้อย
“โปรดอย่าเศร้ามากเลยนะคะ มันทำให้ฉันเจ็บปวดกว่าเสียอีก”
“…”
“โปรดกลับมาหาฉันอีกนะคะ ท่านสามี ฉันจะรออยู่ที่นี่ ตลอดไป…”
แอชขึ้นรถม้าเงียบ ๆ แล้วสั่งให้คนขับเริ่มเดินทาง
คฤหาสน์เคานต์วินเทอร์ซิลเวอร์ค่อย ๆ เล็กลงไปเรื่อย ๆ เซเรเนดยังคงยืนอยู่ที่เดิม เท้าเปล่า ยกมือโบกมือลาเบา ๆ
เมื่อมองไม่เห็นรถม้าแล้ว แอชถึงกับเอ่ยขึ้น
“น่าทึ่งจริง ๆ นะ?”
“ครับ?”
“ความรักครั้งแรกน่ะ ถึงเวลาจะผ่านไปนานขนาดนี้ ก็ยังทำให้เจ็บปวดได้อยู่ดี”
แอชเปิดหีบที่เซเรเนดมอบให้
เพชรพลอยระยิบระยับ ซึ่งเธอเก็บสะสมไว้เพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับเขา ส่องประกายเจิดจ้า
“ถึงจะทำบ่อยแค่ไหน ก็ยัง…”
แอชหัวเราะอย่างขมขื่น ก่อนจะปิดหีบลง มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เงียบไปครู่หนึ่ง แอชจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันต้องการเงินอีก และ…คนรู้จักอีกมาก”
ลูคัสไม่ได้ถาม
ว่าต้องการเงินไปทำอะไร ต้องการคนรู้จักไปทำไม
ว่าสิ่งที่แอชทำทั้งหมดเพื่ออะไร
“ฉันไม่มีฐานะอะไรเลย เลยทำอะไรไม่ได้มาก ครั้งนี้ก็…”
แต่ลูคัสคิดขึ้นมาพลางมองใบหน้าของแอช
เด็กหนุ่มคนนี้ที่ดูเหมือนจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ ยิ้มออกมาอย่างแผ่วเบา
“ฉันจะลองเป็นคนเลวที่สุดในจักรวรรดิดูไหมนะ?”
แม้จะจมอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ดวงตาของเขากลับยังเปล่งประกายอยู่
ราวกับมีแสงสว่างส่องมาจากเบื้องหลัง
***
แปดปีผ่านไป
แอชและลูคัสมาถึงครอสโรด
และเกมสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_